|

เมื่อวานยามเย็น หลังจากรีบเก็บข้าวเก็บของ เพื่อไปประชุมอบรมด้านการเงินประจำเดือนกับ AIA ท่ามกลางม่านเมฆที่ครึ้มฟ้า ครึ้มฝนริมเจ้าพระยา พอเดินออกมาที่ท่าเรือ มองไปทางทำเนียบรัฐบาล ก็เห็นกลุ่มเมฆเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว ไปทางทำเนียบรัฐบาล แต่ปลายฟ้ายังสว่างไสวอยู่ ก็ได้แต่ถอนถอดใจ คืนนี้ท่าทางจะเปียกอีกแล้ว
แล้วก็เปียกจริงๆ โดยไม่ต้องรอถึงคืนนี้ เพราะระหว่างรอเรือด่วนเจ้าพระยา น้องฝนก็มาทักทายอย่างคึกคัก แต่ก็ยังดีที่น้องฝนอารมณ์ดี ยังไม่สาดซัดหนักนัก ตอนที่เรือด่วนธงส้มมา ก็ยังพอใช้ร่มเป็นตัวช่วย เอาตัวรอดขึ้นเรือไปได้ ตอนจ่ายค่าโดยสาร พนักงานเก็บเงิน ทอนมา ๓ บาท ก็นึกขึ้นได้ว่า ค่าโดยสารปรับขึ้น ตั้งแต่วันที่ ๒๕ มิถุนายนที่ผ่านมานี่หว่า เรือธงส้มจาก ๑๕ บาท ขึ้นเป็น ๑๗ บาท
เฮ้อ ... ปลายปีสงสัยจ่ายแบงก์ ๒๐ อาจต้องบวกเหรียญเพิ่มแน่ๆ ถ้าราคาน้ำมันพุ่งต่อเนื่องอย่างนี้ 

หลังประชุมเสร็จ ๓ ทุ่มกว่าๆ ก็รีบเดินทางไปทำธุระต่อแถวตึกช้าง ด้วย BTS ราคาเหมาจ่ายตั๋ว ๓๐ เที่ยวต่อเดือน ตกเที่ยวละ ๒๐ บาท ก็ยังราคาเดิม คุ้มค่ากับเวลาที่ประหยัดได้ ก่อนที่จะต่อรถเมล์ไปอีกนิดก็ถึงแถวตึกช้าง กว่าจะเสร็จสิ้นภารกิจก็ ๒๓.๓๐ น.แล้ว พอชีวิตเริ่มผ่อนคลาย ความหิวก็เริ่มมาเยือน เริ่มนึกถึงร้านอาหารยามดึก ดึกๆ แบบนี้ อาหารอร่อยๆ ก็มีไม่กี่ที่ แล้วที่ใกล้ทำเนียบรัฐบาล ก็ยิ่งจำกัดจำเขี่ย นึกขึ้นได้ว่าเพื่อนคนหนึ่งน่าจะเลิกงานพอดี ไปกินแถวบ้านเพื่อนก็น่าจะดี เพราะย่านเยาวราช เวลาประมาณนี้ ของกินอร่อยๆก็ยังเยอะอยู่ จุดหมายปลายทางก็ไปลงเอย ที่ราดหน้ายอดผักเจ๊อ้วน หลังฟาดไป ๒ จานด้วยความหิว แต่ต้องระงับไม่ทริปเปิ้ล ๓ จาน อ่า ... ไม่ได้กลัวอ้วนหรอก แต่มีเมนูของว่างล้างปากตะหาก (อิอิ) เพื่อเติมพลังก่อนไปทำเนียบยามดึก ก็ไม่ได้กินนานแล้วเหมือนกัน ตอนเดินไปยังคุยกับเพื่อนอยู่เลย ว่าเฮียเจ้าของร้านจะจำได้หรือเปล่า ห่างหายไปนาน หลังจากไปเป็นคนกลางวัน จากที่ปกติมานั่งกินขนมหวานตี ๓ ตี ๔ ประจำ 
เดินเลยถนนแปลงนาม มองไปที่ร้านเฮีย คืนนี้ก็ยังคึกคัก คนนั่งเต็มไปหมด เหลือแต่โต๊ะที่เฮียใช้นั่งพักฟังวิทยุ ระหว่างที่กำลังยืนละล้าละลังกับเพื่อน เฮียก็เดินไปจัดแจงเช็ดโต๊ะจัดโต๊ะของเฮีย แล้วเดินมาทักว่าหายไปนานเลยนะเนี่ย พร้อมบอกรายการประจำของผมกับเพื่อน ว่ายังจำได้ ด้วยความที่ไม่ได้กินนาน ก็เผลอฟาดเรียบก่อนที่จะนึกได้ว่า ลืมถ่ายรูปขนมหวานนี่หว่า ๕๕๕ ตอนนั่งกินก็นั่งคุยกับเพื่อนเรื่อย ถึงพันธมิตรฯที่กระบี่ ที่ไปต้อนรับ มท.๑ ที่สนามบิน ซึ่งดู มท.๑ ท่าจะไม่ชอบงานพิธีรีตอง เลยหลบงุดๆ ออกไปทางอื่น ไม่มาพบกับคณะต้อนรับโดยตรง ระหว่างคุยไปกินไป แต่ไม่ใช่ ชิมไปบ่นไป นะครับ เสียงวิทยุใสๆของเฮียก็เป็นรายการเล่าข่าว ก็เลยลองหันไปดูว่ายี่ห้ออะไร เสียงมันดีเหมือนกัน พอมองไปก็ ... โอ๊ะ โอ๊ะ โอ๊ะ !!! นั่น ธานินทร์ นี่หว่า 
เป็นวิทยุ ธานินทร์ TF-๒๖๘ ก็เมียงๆ มองๆ โห!!! ยังมีอยู่อีกหรือเนี่ย นึกว่าชาตินี้เราคงไม่ได้พบกันแล้วซะอีก
ที่สำคัญเสียงมันใสกิ๊ก ฟังสบายอีกตะหาก พอชำระค่าเสียหายให้เฮียแล้ว ก็เลยถามเฮียว่า เฮียไปเอามาจากไหนอ่ะ ธานินทร์ เครื่องนี้ เฮียก็บอกว่า ซื้อมาจากคลองถมนี่แหล่ะ ๓ -๔๐๐ บาทเอง ทีนี้ผมก็งงดิ ว่า ยังมีขายอีกหรอเฮีย เฮียก็เล่าให้ฟังว่า ตอนนี้ ธานินทร์ไปเปิดโรงงานอยู่ที่จีน ไอ้เครื่องนี้น่ะ ยี่ห้อธานินทร์จริง แต่ตอนนี้ผลิตที่จีนนะ แล้วรุ่นนี้ใช้ถ่านก้อนใหญ่ ๓ ก้อน เปิดฟังได้สบาย ๒ -๓ เดือนเลย แต่ตัวนี้ผมเห็นเสียบปลั๊กไฟนิเฮีย อ๋อ เฮียขายของริมถนน ต้องเปิดเสียงดัง มันกินถ่าน ก็เลยให้พี่ของเฮียช่วยดัดแปลงน่ะ อ้าว แล้วของธานินทร์ไม่มีเสียบปลั๊กหรอ ไอ้รุ่นที่เสียบปลั๊ก เค้าไม่ทำ เพราะว่าทำแล้ว มันมีเสียงรบกวนน่ะ อันนี้เฮียก็ดัดแปลงเอง แบบวอร์คแมนก็มีนะ ๔ ๕๐๐ บาท แต่เสียงมันไม่ดี มีสัญญาณรบกวนเวลาฟังวิทยุ ยังแก้ปัญหาคลื่นรบกวนไม่ได้ รุ่นเก่าๆ ก็มีขายนะ เครื่องนึงพันกว่าบาท แต่ใช้ไม่ค่อยได้ ซื้อไปสะสมซะมากกว่า คุยกับเฮียเพลินเรื่อง ธานินทร์ มองนาฬิกาจะตี ๑ ครึ่งแล้ว พอดีมีลูกค้าใหม่มากินขนมหวานร้านเฮีย ก็เลยได้เวลาแยกย้าย ตอนเดินกลับจาก้รานเฮีย ก็เดินคิดไปเพลินๆ ว่า เฮียไม่น่ามาขายขนมหวานเลย น่าไปอยู่ฝ่ายวิจัยและพัฒนาของ ธานินทร์ เราจะได้ไม่ต้องมาพบ ธานินทร์ ในฐานะ 'เพื่อนเก่า' ที่ห่างหายกันไปนาน
แต่เราอาจจะได้เจอ ธานินทร์ ในฐานะ 'เพื่อนสนิท' ที่มีโอกาสเจอกันเป็นประจำก็เป็นได้ 
|