| ชื่อ | นายสุธี หวังเลิศตระกูลยิ่ง | นายเด่น สุขใจ |
| ชื่อเล่น | แซม | เด่น |
| การศึกษา | ปริญญามหาบัณฑิตด้านบริหารธุรกิจ | ประถมศึกษาปีที่สี่ |
| อาชีพ | ที่ปรึกษาด้านการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ | ทำนา |
| ที่ทำงาน | บริษัทบนชั้นที่ 22 ของตึกใบหยก | ท้องไร่ท้องนา |
| เวลาทำงาน | จันทร์ถึงศุกร์ แปดโมงเช้าถึงห้าโมงเย็น | ทุกวันตั้งแต่เช้าจรดเย็น ตราบเท่าที่มีแสงอาทิตย์ |
| รายได้ต่อเดือน | 28,000 บาท ไม่รวมค่านายหน้า | 3,400 บาท ขึ้นอยู่กับฟ้าฝนแต่ละปีด้วย |
| การแต่งกาย | เสื้อเชิ้ต เนกไท กางเกงสแล็ก รองเท้าหนัง บางครั้งใส่สูทหากมีลูกค้ารายใหญ่มาหา | เสื้อม่อฮ่อม กางเกงขายาว เท้าเปล่า หรือรองเท้าบู๊ตตามโอกาส มีงอบกันแดด |
| ครอบครัว | อยู่ตัวคนเดียว ภรรยาขอหย่าเมื่อสองปีก่อน ไม่มีลูก | มีกันห้าคน คือนายเด่น นางกลีบที่เป็นภรรยา และ ลูกๆอีกสามคน |
| บ้านพักอาศัย | ทาวน์เฮาส์หรูย่านพระรามสอง ผ่อนสามสิบปี | บ้านไม้ชั้นเดียวริมคลองชลประทาน สร้างเอง |
| ยานพาหนะ | รถยนต์นำเข้าจากยุโรป หนึ่งพันห้าร้อยซีซี ผ่อนมาได้แล้วสองปีครึ่ง แต่งเครื่องเสียงอย่างดี ต้องหามาเพราะไม่อยากโหนรถเมล์ และอยากอวดสาวๆ | เกวียนบ้าง ควายบ้าง รถไถนาบ้าง รถอีแต๋นบ้าง จักรยานบ้าง เดินเท้าก็มี |
| เครื่องมือการทำงาน | โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก รายงานข่าวผ่านดาวเทียม ปากกาด้ามทอง | วัว ควาย จอบ เสียม เคียว และวิทยุฟังเพลงระหว่างทำงาน |
| อาหาร | กินอาหารตามสั่งหรืออาหารสำเร็จรูปแช่แข็งในวันทำงาน ส่วนวันหยุดกินไก่ทอดในห้างสรรพสินค้า ตอนเย็นหากมีเวลาก็ไปกินหมูกระทะ | น้ำพริกปลากดุกทำเอง ผักเคียงเด็ดจากรั้ว ข้าวที่ปลูกเอง ผลหมากรากไม้ขอจากเพื่อนบ้านได้ |
| การดูแลสุขภาพร่างกาย | ฟิตเนสหรู วิตามินแบบแคบซูล นวดอโรม่า ฉีดยาบำรุงที่โรงพยาบาลทุกปี | ออกกำลังกายกินผักสดๆ ที่ปลูกเอง เข้านอนแต่หัวค่ำ |
| ความสามารถ | Microsoft Word, Excel, Power Point, Outlook, Visio, Project, Primavera, SAP, Oracle | ซ่อมรถไถนา หมักปุ๋ย เพาะเห็ด |
| กิจกรรมในวันหยุด | ดูหนัง กินข้าวและซื้อของที่ห้างสรรพสินค้า | อยู่บ้านกับลูกๆ เล่านิทานให้ลูกฟัง ไปทำบุญที่วัด |
| เพื่อนบ้าน | ไม่รู้จัก | นายโชติ, นายสิงห์, นางแจ่ม, ลุงวิฑูรย์ ฯลฯ |
| ความปลอดภัยในชีวิต | รถยนต์มีถุงลมนิรภัย หมู่บ้านมียาม และกล้องวงจรปิด ทรัพย์สินมีค่าฝากตู้นิรภัยของธนาคาร | ผูกมิตรกับเพื่อนบ้าน ไม่มีของฟุ่มเฟือยเกินจำเป็น ไม่มีแก่งแย่งชิงดีกับใคร |
| ความฝันที่ไม่เคยเป็นจริง | มีบ้านสักหลังในต่างจังหวัด | มีบ้านสักหลังในเมือง |
| ช่วงเวลาที่มีความสุข | วันที่สอบเอ็นทรานซ์ติด วันรับปริญญา วันที่ได้งานทำ วันที่ได้เลื่อนตำแหน่ง วันที่โบนัสออก | ทุกวันที่ได้กลับมาเจอหน้าลูกเมีย ได้ไปทำบุญฟังธรรมที่วัด |
| ช่วงเวลาที่มีความทุกข์ | ทุกวันตราบใดที่ชีวิตยังไม่ถึงเป้าหมาย ก็ต้องดิ้นรนไปให้ถึงให้ได้ | ทุกวัน สุขๆ ทุกข์ๆ ไปตามประสาเรื่องธรรมดาของมนุษย์ |
| เป้าหมายชีวิต | เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้บริหารบริษัท ได้เงินเดือนสักสองแสนบาท มีรถประจำตำแหน่งพร้อมคนขับ ห้องทำงานส่วนตัว ตั๋วเครื่องบินชั้นหนึ่ง | อยากขยายที่ดินออกไปอีก มีบ่อเลี้ยงปลา มีคนงานมาช่วยงานบ้าง ได้ปลูกบ้านใหม่ให้น่าอยู่ และแข็งแรงขึ้น ลูกหลานเป็นคนดี |
| บั้นปลายของชีวิต | เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งลำไส้ในวัยสามสิบห้าปี หมอบอกว่าเกิดจากความเครียด การใช้ชีวิตเร่งรีบ การทานอาหารไม่ถูกสุขลักษณะ มลพิษที่สะสมในร่างกาย และการพักผ่อนน้อย นายสุธีเสียชีวิตในห้องผู้ป่วยหนักหลังจากระบบหายใจล้มเหลว | เสียชีวิตด้วยโรคชราในวัยเจ็ดสิบเจ็ดปี วันที่เสียชีวิตนั้นครอบครัวลูกหลานเข้ามาดูใจกันพร้อมหน้า นายเด่นค่อยๆหลับตาลงเหมือนคนนอนหลับและจากไปอย่างสงบ |
| คำพูดสุดท้าย | ญาติของผมยังไม่มาอีกหรือ ช่างเถอะ...เขาคงยุ่งอยู่ คงไม่มีใครมาแล้วล่ะ | ขอบใจที่มาหาปู่นะไอ้หลาน ต่อไปคงต้องดูแลกันเองให้ดีนะ รักกันให้มากๆ |
| สิ่งที่เหลือไว้ให้คนรุ่นหลัง | ตำแหน่งที่ว่างลงในบริษัท | ศาลาริมน้ำในวัดที่สร้างถวาย หนังสือที่ซื้อบริจาค ห้องสมุดชุมชน ต้นไม้ที่เคยปลูกเองสองข้างถนนในหมู่บ้าน ลูกหลานที่ได้รับการเลี้ยงดูอย่างอบอุ่นจนเป็นคนดี และช่วงเวลาแห่งความสุขของครอบครัวที่ลูกหลานจะจำได้เสมอตลอดไป |