
พิมพ์หน้านี้
|
สวัสดีครับ
คุณอยากได้รับการรักษาจากแพทย์มือใหม่ หรือแพทย์ที่มากด้วยประสบการณ์? คำถามที่เป็นความเหลื่อมล้ำแอบแฝงในวงการแพทย์ ความเหลื่อมล้ำทางการแพทย์เป็นที่ถกเถียงกันมานับร้อยปีตั้งแต่วิทยาการทางการแพทย์และชุมชนได้พัฒนาตัวขยายใหญ่ขึ้นในสังคมยุคปฏิวัติอุตสหกรรมจนถึงปัจจุบัน เป็นที่แน่นอนว่า ในพื้นที่เมืองจะมีแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญทางการแพทย์ในทุกสาขารวมกระจุกตัวกัน ส่วนพื้นที่ที่อยู่ห่างไกลออกไป แพทย์ก็จะลดจำนวนลงไปเรื่อยๆจนกระทั่งพื้นที่ที่อยู่ห่างไกลจากชุมชนก็จะแทบไม่มีแพทย์ให้บริการรักษาเลย สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ผมขอเรียกว่า "ความเหลื่อมล้ำทางการแพทย์" เหลื่อมล้ำทั้งทางด้านจำนวน เหลื่อมล้ำทั้งทางด้านเทคโนโลยี เหลื่อมล้ำทั้งทางด้านอุปกรณ์และเงินทุน ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการแพทย์เหล่านี้แก้ได้ด้วยนโยบายรัฐและงบประมาณ แต่ยังมีความเหลื่อมล้ำอีกประการหนึ่งที่ไม่สามารถแก้ได้ด้วย นโยบายหรืองบประมาณ "ความเหลื่อมล้ำทางด้านประสบการณ์" เนื่องจากแพทย์เป็นอาชีพที่มีคุณสมบัติและลักษณะแตกต่างจากอาชีพอื่นๆ ทำให้เกิดปัญหาความเหลื่อมล้ำทางด้านประสบการณ์เกิดขึ้น เป็นไปไม่ได้ที่แพทย์ทุกคนจะมีพรสวรรค์มีความเก่งกาจในการวินิจฉัยโรค และมีความเชี่ยวชาญในการรักษาโรคเหมือนกันหมดทุกคนมาตั้งแต่สอบใบประกอบโรคศิลป์ผ่าน (สำหรับ เวชกรรม เภสัชกรรม ทันตกรรม และพยาบาล ปัจจุบันไม่มีใบประกอบโรคศิลป์แล้ว แต่จะเป็นใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ สาขา...แทนใบประกบโรคศิลป์ของกระทรวงสาธารณสุข ทั้งนี้สมาชิกเดิมที่มีใบประกอบโรคศิลป์เดิมอยู่แล้ว ก็ให้มีสถานภาพคงเดิมเช่นเดียวกันกับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพแบบใหม่) แพทย์ที่เชี่ยวชาญนั้นจะต้องสั่งสมประสบการณ์มาเป็นเวลานับสิบๆปี ลำพังแค่การเก็บcase study ระหว่างที่ศึกษานั้นย่อมไม่เพียงพอที่จะทำให้นักศึกษาแพทย์มีความเชี่ยวชาญอย่างแพทย์ผู้มากด้วยประสบการณ์ได้ ปัญหาดังกล่าวจะเห็นเด่นชัดขึ้นมาเมื่อรักษาคนไข้ เพราะในการรักษานั้นไม่มีคำว่า "หนูทดลอง"หรือ"การลองผิดลองถูก" ในการรักษาโรคร้ายแรงหรือการผ่าตัดที่ไม่สามารถผิดพลาดได้แม้แต่ในระดับมิลลิเมตรหรือ วินาที เพราะถ้าผิดพลาดนั่นหมายถึง การสูญเสียชีวิตของคนไข้ ถึงแม้ว่าเทคโนโลยีจะสามารถช่วยแก้ไขความอ่อนด้อยประสบการณ์ได้บ้าง ไม่ว่าจะเป็น เทคโนโลยีการตรวจ เช่น MRI(Magnetic Resonance Imaging) ที่ทำให้สามารถเห็นภาพตัดขวางและแยกเป็น Layerของร่างกายมนุษย์ได้อย่างแม่นยำ หรือ เทคโนโลยีการรักษา เช่น CABG (Coronary Artery Bypass Graft) การขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยการใช้บอลลูน ที่ทำให้ผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัดหัวใจด้วยการเปิดหน้าอกอย่างเช่นในสมัยก่อน (การรักษาวิธีนี้ทำให้ลดความเสี่ยงไปได้มาก แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับกรณีไป) แต่ท้ายที่สุดแล้ว ความสามารถของแพทย์ก็ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การรักษาสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี และเป็นไม่ได้เลยที่ ความสามารถจะไม่มาควบคู่พร้อมกับประสบการณ์ นอกจากนี้ยังมีปัญหาที่แอบแฝงควบคู่กับความเหลื่อมล้ำทางด้านประสบการณ์อีกประการหนึ่ง คือ "โอกาส" ในทางการแพทย์ แพทย์จะไม่มีทางสั่งสมประสบการณ์ได้เลย ถ้าแพทย์ไม่มีโอกาสในการรักษาโรคนั้นๆ คนไข้ทุกคนย่อมอยากได้รับการรักษาจากแพทย์ที่เชี่ยวชาญและเก่งกาจ ไม่มีคนไข้คนไหนที่อยากฝากชีวิตไว้กับแพทย์มือใหม่ และยิ่งในปัจจุบันที่คนไข้สามารถเลือกแพทย์ที่ให้การรักษาได้เป็นรายบุคคลด้วยแล้ว ทำให้ แพทย์มือใหม่ขาดโอกาสในการสั่งสมประสบการณ์ "เป็นไปได้หรือ ที่การศึกษาและการรักษา จะสำเร็จควบคู่กัน?" ปัญหานี้แก้ไมได้ด้วย นโยบาย หรือ งบประมาณ เพราะไม่มีนโยบายไหนที่จะสามารถแก้ทัศนคติของคนไข้ในระดับบุคคลได้ หรือต่อให้ไม่คิดค่ารักษาคนไข้ก็ไม่กล้าที่จะฝากชีวิตผ่าตัดกับแพทย์ที่ยังไม่เคยผ่าตัดมาก่อน ถ้าเช่นนั้นแล้วจะทำอย่างไรให้แพทย์มีโอกาสที่จะสั่งสมประสบการณ์? นี่คือ คำถามที่ แพทย์และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคนจะต้องตอบ และสิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่า แพทย์จะเห็นคนไข้เป็นเพียงแค่ Case Study case หนึ่งเท่านั้น แต่แพทย์ควรจะเห็นคนไข้เป็นมนุษย์ที่มีเลือดเนื้อ จิตใจ และความสำคัญ เฉกเช่นเดียวกับตัวของแพทย์เอง ปล. - ค่อนข้างเป็นเรื่องหนักหน่อยนะครับ - ก่อนอื่นต้องขอออกตัวก่อนว่า ผมไม่ได้เป็นแพทย์นะครับ! - ตอนนี้ผู้ชายเจ้าชู้เหนื่อย เมื่อย ง่วง มากมาย แถมขาเดี้ยงด้วย T.T |
| << | มิถุนายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | |||||