พิมพ์หน้านี้
|
สถานทูตประเทศใดเป็นเหมือนประเทศนั้นๆไปตั้งอยู่ในประเทศอื่น เพื่อความสัมพันธ์อันดีต่อกัน สถานทูตไทยในพม่าตั้งที่ใจกลางกรุงย่างกุ้ง เป็นอาคารกึ่งไม้กุ่งปูน มีความสวยงามแบบไทย และดูอบอุ่น มีสนามหน้าสถานทูตกว้างขวาง และมีต้นไม้มาก เมื่อคราวไปปฏิบัติงานที่พม่า ปลายปี 2549 ได้มีโอกาสไปเยี่ยมคารวะท่านอัครราชทูตไทยประจำกรุงย่างกุ้ง ท่านให้คำแนะนำในการทำงานในพม่าเป็นอย่างดี และช่วยอำนวยความสะดวกตลอดจนประสานงานกับทางการพม่า เพื่อให้พวกเราได้ทำงานอย่างเต็มที่เพื่อความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ แต่ในปัจจุบัน พม่าได้ย้ายเมืองหลวงไปที่เขตเมืองใหม่ชื่อปิ่นมานา และมีเมืองเนปิดอร์เป็นเมืองหลวง อยู่ห่างไปอีกราวสามร้อยกิโลเมตรไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของย่างกุ้ง ระยะทางสามร้อยกิโลเมตรนี้ใช้เวลาขับรถยนต์เดินทางประมาณ 6 ชั่วโมงทีเดียวครับ แต่ทางการพม่าไม่ได้บังคับให้ประเทศต่างๆย้ายสถานทูตตามไปแต่อย่างใด หากต้องการความสะดวกในการติดต่อราชการกับรัฐบาลพม่าจะย้ายสถานทูตของประเทศตนเองในย่างกุ้งไปที่เนปิดอร์ด้วยก็ยิ่งดี ถ้าผมฟังไม่ผิด ที่นี่เคยเป็นฉากหนุ่งในภาพยนตร์ไทยเก่าแก่เรื่องหนึ่งด้วยครับ แน่นอนอยู่แล้ว มาพม่าเมื่อใดต้องไปนมัสการพระมหาเจดีย์ ดังนั้นเมื่อออกจากสถานทูตมาได้ไม่นาน เราและท่านจะได้แวะชมและคารวะนมัสการพระมหาเจดีย์ชเวดากอง หรือ ชเวติโก่งพญา พระเจดีย์ทององค์ใหญ่ที่ตั้งบนภูเขาสามลูก ภาพเจดีย์ชเวดากองนั้น ท่านเคยพบมมามากแล้ว แต่ที่อยากชี้ให้เห็นคือ พระเจดีย์องค์นี้มิใช่องเดิมเสียทีเดียว เนื่องจากผ่านการบุรณะหลายครั้ง แต่ความงดงามนั้นขอน้อมคำนับ ความชดช้อยของงานศิลปะของเจดีย์รายรอบนั้นชวนหลงไหลจริงๆ นักท่องเที่ยวมาชมความงดงามนี้ไมได้ขาด ทั้งฝรั่งและเอเชียอบ่างจีน ญี่ปุ่นก็มาก ที่นี่นอกจากจะเป็นที่แสวงบุญแล้ว ยังพบว่ามีผู้เลื่อมใสศรัทธาบนบานศาลกล่าวด้วย แม้แต่นักศึกษาพม่าที่สำเร็จปริญญายังมาถวายดอกไม้และแก้บนที่นี่ด้วย การขึ้นชมพระมหาเจดีย์นี้ชาวต่างชาติต้องจ่ายคนละ 5 ดอลล่าร์ มีทางขึ้นหลายทาง คนที่มาชื่นชมพระเจดีย์มีทั้งพุทธศาสนิกชน และนักบวช ตลอดจนนักท่องเทียวหรือช่างภาพจากสำนักต่างๆ ไม่แปลกแต่อย่างใดที่ชาวพม่าจำนวนมากพูดภาษาอังกฤษได้ดีมาก และยังสามารถใช้ภาษาอื่นๆได้อีกหลายภาษา โดยเฉพาะคนที่ทำงานเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวอย่างนี้ จึงขอแนะท่านว่าอย่าเผลอไปพูดอะไรท่อาจไปหมิ่นหรือดูแคลนเจ้าของบ้านเด็ดขาด
ชเว -ทอง ติ- สาม โก่ง-เขา พญา - ใหญ่
ระฆังชื่อมหาติสสทะ สร้างในปี 1841 หนัก 42 ตัน อยู่ในเขตชเวดากอง มีระฆังใหญ่ใบหนึ่งชื่อมหาติสสทะ ในเขตวัดของเจดีย์ชเวดากองที่ถือเป็นไฮไลต์ หรือ เดอะมัสต์ ที่ทุกคนต้องไปชม เป็นระฆังโบราณที่มีตำนาน.... เมื่อคราวที่อังกฤษเข้ามาเหยียบย่ำยีเอเชียอาคเนย์แห่งนี้ รวมทั้งพม่า คนอังกฤษได้พยายามจะขนระฆังใบนี้ทางเรือไปลอนดอน แต่จนแล้วจนรอดไม่สามารถแล่นเรือออกไปได้ เรือล่มครั้งแล้วครั้งเล่าจนถอดใจ ชาวพม่าได้อัญเชิญระฆังศักสิทธิ์นี้ มาประดิษย์ฐานไว้ที่นี่จนปัจจุบัน หากท่านได้ไปชม ขอให้ท่าอย่าพลาดในการตีระฆังใบนี้ เชื่อว่าใครได้ตีระฆังใบนี้แล้วจะอายุยืนเหมือนเสียงระฆังอันก้องกังวาน ดอกไม้และเครื่องบูชาพระมหาเจดีย์นั้นมีหลากหลาย และมีจำหน่ายในบรเวณวัด แต่ท่านอาจนำมาเองก็ได้ เข้าใจว่าเครื่องไหว้นี้บางแบบเป็นของที่นำมาในกรณีที่คำขอสัมฤทธิ์ผล โดยเฉพาะที่มีสีสันสวยงามและมียอดคล้ายร่ม ผู้เลื่อมใสในพระศาสนามีหลายแบบ แต่ที่ชัดเจนคือการภาวนาและเจริญสติ เราจึงได้เห็นภาพของผู้แต่งกายคล้ายนักพรตมานั่งทำสมาธิเป็นเวลานานอย่างน่าเลื่อมใส ผู้คนต่างจ้องมองอย่างม่วางตา บางคนก็อดสงสัยไม่ได่ว่าเป็นฤษีหรือเปล่า หรือเป็นเจ่าลัทธฺ หรือนักแสดงกันแน่ อย่างไรก็ตามก็ถือว่าเป็นสีสัน...ไม่ว่ากัน สุดท้ายครับขอเฉลยจากตอนที่แล้ว ข้อที่ว่า อินเล คือ...ทะเลสาบใหญ่ที่อยู่ที่รัฐฉานตอนล่าง...ชาวอินตามีลักษณะแสนเสน่ห์คือพายเรือด้วยเท้า และใช้ชีวิตบนน้ำก็ว่าได้ ปลูกผักผลไม้บนเกาะดินเกาะหญ้าที่ลอยบนน้ำแห่งทะเลสาบ น่าอัศจรรย์มาก... |
| << | มีนาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||