• ยูรัตตัน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : m_manmo@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-10-08
  • จำนวนเรื่อง : 11
  • จำนวนผู้ชม : 297
  • จำนวนผู้โหวต : 0
  • ส่ง msg :
pupan นักปฏิวัติไส้แห้ง
งานเขียนเรื่องราวต่าง ๆ ที่พบเห็นมา ผ่านปากกาตัวเก่งเพื่อเข้าสู่เบ้าสายตาเพื่อนผู้อ่าน
Permalink : http://www.oknation.net/blog/uratun-pupan
วันเสาร์ ที่ 11 ตุลาคม 2551
In thailand
Posted by ยูรัตตัน , ผู้อ่าน : 58 , 02:55:21 น.   | หมวดหมู่ : uratun  
พิมพ์หน้านี้


            อีกมุมหนึ่งบนแผนที่ประเทศไทย                           ผู้พัน[*]

          เช้าวันใหม่ในอีกพื้นที่สำหรับข้าพเจ้า  การเดินทางของชีวิตก็ถึงช่วงกลางระหว่างทางเมื่อข้าพเจ้าได้สัมผัสกับกระแสน้ำที่อุ่นและห้องน้ำที่ทึบไปด้วยแสง  เสียง  และอากาศ  

                ยามสายของเวลาเริ่มแล่นเข้ามาเมื่อนาฬิกาบนข้อมือของข้าพเจ้าเริ่มกระดิกเข็มสั้นไปที่เลขแปดและเข็มยาวก็เริ่มมีท่าทีว่าจะเป็นเลขสิบสอง  ข้าพเจ้าและกลุ่มเพื่อนเยาวชนเมล็ดพันธุ์สันติวิถีได้มาพบเจอกันอีกระลอกหนึ่ง  กลุ่มที่เคยพบเจอและทำกิจกรรมค่ายร่วมกันมาเมื่อกลางเดือนแห่งการปิดภาคเรียนช่วงเมษายนที่ผ่านมา

                สันติวิธีหรือสันติวิถีเป็นแนวความคิดที่เริ่มอุบัติขึ้นและหยิบใช้อย่างจริงจังสำหรับข้าพเจ้า  เมื่อ ข้าพเจ้าได้รับการคัดเลือกให้เป็นตัวแทนของเยาวชนในระดับภูมิภาคเพื่อเข้าร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำกิจกรรมระดับภูมิภาค  ซึ่งจัดโดยศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิถี  มหาวิทยาลัยมหิดล  ประมาณวันที่  16 เมษายน  - 17 พฤษภาคม  2551  ที่ผ่านมา ณ  เขาชะเมา  รีสอร์ท  จ.จันทบุรี

                สันติวิถีในมุมมองของใครหลายคนในสังคมไทย  คงเป็นสิ่งที่ยากมากสำหรับการจับต้องและหยิบฉวย  แต่สำหรับข้าพเจ้าแล้ว  เริ่มที่จะคิดว่าสามารถที่จะเห็นและหยิบใช้ได้อย่างจริง ๆ จัง ๆ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคโลกาภิวัตน์ (Globalization) ตามระบอบทุนนิยมในสังคมเสรีประชาธิปไตย (Democracy  System)   หรือยุคโลกาวินาศ (Akir Zaman)  ยุคสุดท้ายของโลกในระบอบของระบบความเชื่อชาวมุสลิม 

                ยุคดังกล่าวในทรรศนะอิสลามซึ่งเป็นยุคที่มากไปด้วยความทันสมัย  ก้าวหน้าไปด้วยเทคโนโลยี   และโลกยุคสุดท้ายจะเต็มไปด้วยความขัดแย้ง  ความวุ่นวาย  การใช้ความรุนแรงมาตัดสินปัญหา  การรบราฆ่าฟันกัน  จนกระทั่งการก่อสงครามเพื่อหำหั่นกันในที่สุด 

                การจัดการความขัดแย้ง (Management Conflict)   หรือแนวคิดเกี่ยวกับสันติวิถี  จึงเป็นอีกหนึ่งคำตอบ  หนึ่งทางเลือก ที่เข้ามามีบทบาทอย่างน่าท้าทายในสังคมที่เริ่มจะมองข้ามวิธีการดังกล่าว

                กลุ่มเยาวชนที่ข้าพเจ้าได้มีโอกาสมาเจอกันอีกครั้งหนึ่งก็เพื่อทำค่ายให้กับเด็ก ๆ ที่อพยพเข้ามาในประเทศไทยเมื่อครั้งอดีตและจนกระทั่งเวลานี้ในทุกขณะภายใต้เงื่อนไขที่ว่า  หากมีการหำหั่นกันระหว่างรัฐเผด็จการทหารพม่ากับกลุ่มชนกระแสรองในสังคม

                โครงการหว่านเมล็ดพันธุ์สันติวิถีจึงเริ่มขึ้น  ระหว่างวันที่  17 -20 กรกฎาคม  2551    อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก โดยกลุ่มเยาวชนเมล็ดพันธุ์สันติวิถี  ศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิถี  มหาวิทยาลัยมหิดล 

          รถตู้สองคันที่พยายามใช้คันเร่งและความเร็วเป็นเครื่องมือที่บ่งบอกถึงความรีบเร่งบนท้องถนนหลวง  และการมุ่งไปสู่เป้าหมายของรถตู้และข้าพเจ้เรียกสถานที่ดังกล่าวว่า  LDF (Literacy Development Foundation School) 

 หรือโรงเรียนของเด็กอพยพจากกะเหรี่ยงและพม่าเข้ามาในผืนแผ่นดินสยามทาง อ.แม่สอด โดยใช้สถานที่ต่าง ๆ ในตัวอำเภอแห่งนี้พักพิง อาศัย เรียนรู้และเป็นที่ซุกหัวนอน

                 การขึ้นเขาลงห้วยของรถยนต์ เป็นกิจกรรมที่ทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกสนุกสนานและมีความสุขเป็นอย่างยิ่ง เมื่อข้าพเจ้าได้ใช้สองดวงตาและหัวใจอันบอบบางของข้าพเจ้าเพ่งมองไปยังบรรยากาศและทิวทัศน์ระหว่างสองข้างทาง 

แต่สำหรับคนขับรถแล้วมันลำบากและยากมากที่ต้องพาหลายชีวิตให้ปลอดภัยและไปถึงจุดหมายปลายทาง  โดยเฉพาะการขึ้นเขาลงห้วยที่สูงชันและเปียกแฉะไปด้วยน้ำฝนที่กำลังเทลงมาอย่างหนัก

                ทิวเขาและเทือกแห่งภูพา เป็นอีกหนึ่งบททดสอบที่เราและคนขับรถต้องฝาฟันไปให้ได้ เพราะที่แห่งนี้มีหลายคันที่ไปไม่ถึงเป้าหมาย  บ้างก็เกิดอุบัติเหตุ  บ้างก็เบร็กแตกจึงไม่สามารถควบคุมรถของตัวเองไปยังเป้าหมายได้  จนกระทั่งบางคันที่ใช้เส้นทางสายนี้เพื่อบรรลุจุดหมาย ไม่มีโอกาสที่จะกลับไปหาคนที่ตัวเองรัก

                ความเร็วของรถราว  80  กิโลเมตร / ชั่วโมง  ทำให้เราต้องแหกขี้ตาตื่นอย่างกะทันหันเพื่อที่จะเป็นหูเป็นตาที่คอยระมัดระวังระหว่างกัน  ทุกคนต้องช่วยกันตระเกียจตระกายตัวเองเพื่อเพ่งเล็งสองข้างทางที่เต็มไปด้วยเม็ดฝน 

กล้องถ่ายรูปจึงเป็นคำตอบระหว่างทางให้ผู้ร่วมทางต้องหยิบฉวยมันขึ้นมาเพื่อที่จะช่วยประทังความรู้สึกเบื่อ  เหนื่อยและอ่อนล้าของตัวเอง  ความสวยงามของสองข้างทางจึงถูกบันทึกผ่านเลนส์ที่ประกบด้วยสองมืออย่างรวดเร็ว

                ชาวเขากับสภาพวิถีชีวิตของพวกเขาเริ่มปรากฏอย่างชัดเจน หลังสายฝนกระหน่ำครั้งใหญ่พ้นผ่านไป  มันเป็นภาพที่สวยงามอย่างที่ข้าพเจ้าไม่เคยพบเห็นมาก่อนเลย  ถ้าจะมีก็เพียงเห็นเฉพาะในจอตู้หรือจอแก้วเท่านั้นเอง

 แต่ถึงกระนั้นก็ดี  รูปสวย ๆ ข้าพเจ้าก็ไม่สามารถที่จะเก็บไว้ให้คนอื่น ๆ ได้เชยชมแต่อย่างใด    อาจเป็นเพราะมีบางสิ่งบางอย่างที่เกิดขึ้นระหว่างการเก็บภาพ นั่นก็น่าจะหนีไม่พ้น เป็นเพราะสาเหตุความเร็วของรถ  บวกกับการไม่ได้เตรียมตัวล่วงหน้าของข้าพเจ้าที่จะเก็บบันทึกภาพอย่างจริงจังก็เป็นไปได้ จึงเป็นที่มาของความผิดพลาดของข้าพจ้านับครั้งไม่ถ้วน

                ข้าพเจ้าจึงเริ่มที่จะเรียนรู้ความผิดพลาดของตัวข้าพเจ้าเอง  ข้าพเจ้าจึงเริ่มที่จะนับหนึ่งใหม่ในการเก็บบันทึกภาพ   ข้าพเจ้าจึงเตรียมความพร้อมล่วงหน้าโดยที่ไม่ได้วางเลนส์บันทึกแต่อย่างใด  กระจกรถตู้บานทึบเริ่มเปิดออกด้วยมืออันหยาบกร้านของข้าพเจ้าเอง 

กล้องที่เต็มไปด้วยพื้นที่ว่างของเม็มโมรี่ในการจัดเก็บภาพดิจิตอล  ก็ถูกมือข้างถนัดของข้าพเจ้าไปยังปุ่มที่นูนขึ้นมาเพื่อเปิดเครื่องและเตรียมความพร้อมในการบันทึกภาพ  เลนส์กล้องก็เริ่มที่จะเปิดขึ้นมาใช้อีกระลอกหนึ่งเหมือนอย่างที่เคยทำมา 

                ความพร้อมทางด้านร่างกายและจิตใจของข้าพเจ้าก็เริ่มต้นขึ้น  บวกกับการสำนึกและเก็บเกี่ยวถึงบทเรียนที่ผ่านมาจึงเป็นแรงกระตุ้นอย่างดีให้ข้าพเจ้ามีพลังที่จะเริ่มใหม่  เพื่อหวังว่าสิ่งที่ข้าพเจ้าต้องการมันกำลังจะสำเร็จละลุล่วงไปด้วยดี

                แต่ท้ายที่สุดบทเรียนครั้งที่ 2 สำหรับข้าพเจ้าก็เริ่มต้นขึ้น  เมื่อรูปสวยงามที่เคยปรากฏสองข้างทางไม่มีวี่แววว่าจะมีขึ้นเหมือนเดิมแต่อย่างใด  เราไม่ได้พลาดเพราะว่าเราไม่มีความพร้อม  หากแต่เราเริ่มที่จะเรียนรู้ว่า โอกาสคือสิ่งที่สำคัญ มันจะไม่เกิดความสำเร็จสำหรับบางสิ่งบางอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อมันไม่ได้มีสองด้าน  มีความพร้อมแค่สภาวะที่เกิดขึ้นกับตัวเอง  หากแต่สภาวะรอบนอกไม่มีก็เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความตกต่ำและสิ้นสภาพไปในที่สุด    แม้วัตถุทางจิตใจจะพร้อม  วัตถุภายนอกจะพร้อม แต่เมื่อขาดโอกาส  ทุกอย่างก็จะจบลงทันที

                ทุกครั้งโอกาสคือสิ่งที่ทุกคนบอกว่าสามารถสร้างให้กับตนเองได้  แต่ครั้งนี้สำหรับข้าพเจ้ากับบทเรียนบนถนนหลวงที่เต็มไปด้วยทิวเขา   โอกาสมันไม่ได้สร้างได้ง่าย ๆ  ยิ่งไปกว่านั้นสำหรับบางคนก็ไม่ข้าใจและไม่เคยเห็น  ไม่สามารถจับต้องโอกาสได้ด้วยซ้ำไป 

                ตะวันเริ่มลับขอบฟ้า  แสงแดงแห่งป่าหมอกและเทือกเขา กำลังเคลื่อนตัวมาบดบังท้องฟ้าและแสงสีแดงเริ่มลับหายไปที่ละนิดที่ละน้อย  ในที่สุดความเป็นสีเขียวกลางป่าใหญ่เริ่มกลายเป็นป่าทึบ  มืดครึ้ม    สายฝนเริ่มโปรยลงมาอีกระลอกหนึ่งราวกับว่ามันตั้งใจที่จะให้ความสดชื่นกับคนขับรถและตัวของข้าพเจ้าเอง  ความเร็วของรถเริ่มผ่อนความเร็วลงเรื่อย ๆ เพื่อที่จะเป็นเครื่องหมายบอกว่าเป้าหมายของเรานั้นไม่ได้ไกลเกินเอื้อม

                ความหิวก็เข้ามามีส่วนร่วมในการชะลอความเร็ว  และในที่สุดการละหมาดหรือปฏิบัติศาสนากิจของพี่น้องมุสลิมเริ่มข้ามาเป็นเงื่อนไขของการหยุดรถ  ของบริจาคที่ตระเตรียมมาก็เริ่มได้เวลาถ่ายเทและมอบให้กับศูนย์กลางในการช่วยเหลือคนในศูนย์อพยพไปอีกทอดหนึ่ง

                องค์กรให้ความช่วยเหลือไร้พรหมแดน  (Help without frontiers-HWF) ไม่ต่างจากมือที่ยื่นเข้ามาช่วยเหลือและหยิบฉวยโอกาสที่ไม่เคยคว้าได้มาให้กับเด็ก ๆ ในค่ายและโรงเรียนของเด็กอพยพ โรงเรียนส่วนใหญ่ที่อยู่ในประเทศไทย มักจะเป็นห้องเช่า บ้านแถว อาพาร์ทเมนต์เก่า หรือบ้านหลังเล็ก ๆ ที่ปิดฝาผนังด้านบนหลังคาจากสังกะสี

โรงเรียนที่เด็กอยู่นั้นมีประมาณ  43  โรงเรียนและมีนักเรียนกว่า  4,000  คน

                อีกจำนวน  19  โรงเรียน อยู่และประคับประคองจนถึงปัจจุบัน        ก็เพราะว่าอยู่ภายโครงการ  “อุปภัมป์โรงเรียน” ซึ่งได้อุปกรณ์การเรียน และค่าตอบแทนครู และที่เหลือคือ ศูนย์เด็กก่อนวัยเรียน  บ้านพักเด็กกำพร้า ถูกจัดตั้งขึ้นโดยได้รับการช่วยเหลือพื้นฐานจำนวน  9  แห่งด้วยกัน

                เวลาเย็นเกือบค่ำ บ่งบอกถึงการละหมาดที่กำลังจะหมดเวลาในการปฏิบัติศาสนกิจ  พี่น้องชาวมุสลิมก็รีบเร่งในการปฏิบัติศาสนกิจ  จนกระทั่งเสร็จหน้าที่ของตัวเองในช่วงเวลาดังกล่าว 

                สองข้างทางของเมืองแม่สอดในห้วงเวลาค่ำคืนดังกล่าวที่ตรงกับกิจกรรมอาสหบูชาและเข้าพรรษา   มีผู้คนกำลังเดินเป็นแถวมากมายและยาวเยียดเพื่อมุ่งไปยัง  “วัดหลวง”  บ้างก็ใส่ผ้าถุง  บ้างก็นุ่งกางเกง  บ้างก้ม้วนผม  บ้างก้ผมสั้น  บ้างก็ผมยาว  ปนเปกันไป 

 วัดหลวงก็ไม่ต่างจากหนึ่งพื้นที่สำหรับการเรียนรู้ของข้าพเจ้า   เพราะวัดแห่งนี้เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ทางความคิด  อัตลักษณ์  การแสดงออกของคนอพยพมาจากพม่า   กลุ่มอพยพดังกล่าวมีอัตลักษณ์และชาติพันธุ์ความเป็นชนกลุ่มน้อยในประเทศไทยก็จริง

 แต่กลับเป็นชนกลุ่มกระแสหลักในพื้นที่แห่งนี้  เพราะที่นี่มีแต่ชาวอพยพ  เพราะที่นี่มีแต่ภาษาต่างประเทศ  จำนวนมากมายของชาวพม่าที่เข้ามาทำพิธีทางด้านศาสนา ไม่ว่าจะเป็นเด็ก  ผู้ใหญ่  คนวัยหนุ่ม  กลุ่มวัยสาว  

ภาษาที่ติดอยู่ในบริเวณวัด  ไม่ได้เป็นภาษาไทยอย่างเดียว  หากแต่มีสองภาษา  บ้างก็เป็นภาษาพม่าเพียงอย่างเดียว หรืออาจเป็นทั้งสองภาษาปนเปกันไป ดอกไม้และเทียนไขได้จัดวางขายอย่างมากมายพื้นที่บริเวณวัด  และถูกจัดวางเกลื่อนกลาดอย่างไร้ระเบียบหน้าบริเวณพระพุทธรูป  เพื่อทุกคนที่เดินทางมาที่แห่งนี้จะได้เรียกใช้ประโยชน์จากดอกไม้ดังกล่าว

ไฟอีหนึ่งจุดสนใจและเป็นสีสรรค์เพื่อประดับบริเวณงานอย่างสวยงามกอปรกับความสว่างของแสงเทียนราวกับดวงอาทิตย์หลายดวง กำลังส่องประกายไม่ต่างจากอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับความหวังของผู้คนในวัดแห่งนี้  แต่ละคนและแต่ละความรู้สึกกำลังใจจดใจจ่อกับการทำพิธีการทางศาสนา 

ช่อดอกไม้และเทียนไขดังกล่าวถูกคนทั่วไปทั้งขาจรและขาประจำนำเงินมาแลกไปอย่างไม่ขาดสาย  แสงเทียนเริ่มส่องประกายเล่มแล้วเล่มเล่า  จากน้อยเริ่มทวีแสงปะทะกันอีกครั้งใหม่  ความสว่างและความขลังของแสงเทียนยามค่ำคืนก็เริ่มสว่างและเจิดจ้าขึ้นมาอย่างรวดเร็วอีกระลอกหนึ่ง

พิธีกรรมทางศาสนาเป็นสื่ออย่างดีที่คอยโฆษณาให้แต่ละคนย่างเท้าของตัวเองเข้ามาในวัดหลวง  มือที่ยกขึ้นพนมข้างทรวงอกคงอธิบายได้อย่างดีถึงความศรัทธาและความเชื่อมั่นในสิ่งที่กราบไหว้ ทุกคนคือตัวแทนแห่งแสงเทียนที่พยายามสื่อถึงความหวังและความศรัทธาได้เป็นอย่างดี

ภาพเขียนลายเส้นบนฝาผนัง  เป็นหนึ่งในความงามและเอกลักษณ์ของความเป็นชนชาติพม่าได้อย่างน่าค้นหา  การแต่งกายของผู้คน  สถานที่  วัด  ฝาผนัง  ทุกอย่างคือคำตอบที่ชัดเจนที่สุดสำหรับข้าพเจ้าเกี่ยวกับสิ่งที่กำลังค้นหาอยู่

ผ้าถุงลายฝาง  บ้างก็ลายสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ บวกกับสีสันที่วางอยู่อย่างวิจิตรบนลายผ้า  เสื้อแขนสั้น  มีความเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองออกมาบริเวณหัวไหล่ไม่ต่างกับด้ายหรือเชือกที่ยังไม่ได้เย็บให้แล้วเสร็จ  ริมชายเสื้อก็ไม่ต่างกัน  ลวดลายและรูปดังกล่าวบ่งบอกถึงความเป็นชาติพันธ์ได้อย่างดีเลยทีเดียว 

ข้าพเจ้าเริ่มที่จะย้อนมองตัวเองมากขึ้น  อาจเป็นเพราะว่า    ที่แห่งนี้  มีแต่ข้าพเจ้าเพียงคนเดียวที่ต่างจากผู้คนรอบข้างอย่างเห็นได้ชัด  ความเป็นคนชายขอบก็เริ่มเข้ามาในห้วงความรู้สึกของข้าพเจ้าทันทีอย่างตั้งตัวที่จะรับไม่ทัน 

ความต่างอาจทำให้ข้าพเจ้าเริ่มที่จะจิตนาการไปอย่างรวดเร็ว  ทุกสายตาเริ่มกวาดมองมาที่ข้าพเจ้าอย่างจัง  ความเคอะเขินและไม่มั่นใจเริ่มเข้ามาสัมผัสกับข้าพเจ้าอีกระลอกหนึ่ง

บ้านหลังเล็กกลางไร่อ้อย  ถูกปลูกอย่างไร้ระเบียบบนผืนดินกว้างชันเลียบตีนเขา  ร่องรอยของอิฐบล็อกที่ถูกจัดวางเรียงรายขึ้นเพื่อกั้นเป็นหลักแหล่งที่อยู่อาศัยยังไม่ได้รับการฉาบผิวหรือตกแต่งแต่ประการใด  พื้นที่สำหรับนั่งหรือพื้นปูนซีเมนต์ก็หาได้มีการประดับด้วยกระเบื้องหรือขัดมันให้แล้วเสร็จแต่อย่างใด  ราวกับว่าเมื่อเทปูนเสร็จแล้วทุกอย่างก็เริ่มจบลงทันทีอย่างที่ข้าพเจ้ากำลังเห็น

หลุมบ่อและรอยร้าวของพื้นปูนซีเมนต์ในบริเวณห้องสี่เหลี่ยมเริ่มเห็นได้ชัดเมื่อข้าพเจ้าเพ่งสายตามองอย่างตั้งอกตั้งใจ    โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะเห็นได้ชัดและมองอย่างถนัดเมื่อฝนห่าลงมาอย่างหนัก  เพราะพื้นที่ดังกล่าวคืออ่างเก็บน้ำอย่างดีเมื่อฤดูฝนหรือละอองของน้ำพัดผ่านข้ามา

หลังคาที่กั้นแสงแดดส่องเข้ามายังที่พัก  ถูกกั้นโดยใช้สังกะสีเป็นสื่อ  ความร้อนของสังกะสีก็ไม่ต่างจากวัตถุตัวนำความร้อนอย่างดีเลยทีเดียว  ความเจ็บปวดและระคายผิวหนังของข้าพเจ้าเริ่มปวดขึ้นเป็นระยะ ๆ เมื่อแสงแดดเริ่มสัมผัสกับหลังคาสังกะสี

หันไปอักด้านหนึ่งของโรงเรียน  LDF โรงอาหารเล็ก ๆ ของเด็กนักเรียน นับเป็นสิ่งที่จำต้องใช้ในการเจริญเติบโตของหลายชีวิตในสถานที่แห่งนี้   หลังคาสังกะสีคือบรรยากาศที่ทุกคนเริ่มสัมผัสมันได้เมื่อแสงแดดส่องมา  แปลกก็เป็นความจริงเมื่อจำนวนครึ่งของห้องอาหารเล็ก ๆ  เมื่อยืนขึ้น หลังคากับศีรษะเกือบเป็นจุดนัดพบกันพอดี

เวลาเที่ยงวันเมื่อนั่งลงความร้อนก็เข้ามาปะทะอย่างไม่ขาดสาย  โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อแสงแดดส่องเข้ามา  นี้คืออีกหลายชีวิตที่เกิดขึ้นบนผืนแผ่นดินนี้ที่เรียกว่า “โรงเรียนอพยพ”

โกะ  คือหนึ่งในเด็กที่อพยพเข้ามาจากประเทศพม่า  ผิวค่อนข้างจะคล้ำเป็นสื่อที่บอกถึงความเป็นตัวของโกะอย่างดี  มือข้างขวาของโกะใช้งานไม่ค่อยถนัด  เมื่อข้าพเจ้ามีโอกาสซักถามแลกเปลี่ยน 

โกะบอกข้าพเจ้าว่า  “สิ่งที่ข้าพเจ้าไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่แรกกำเนิดแต่อย่างใด  หากแต่วันหนึ่งโกะนั่งรถจักรยานแล้วเกิดอุบัติเหตุ  จนกระทั่งมือข้างขวาของโกะเกือบหัก  แต่เมื่อเวลาผ่านไป  โกะได้รักษา  แต่ทว่าการรักษาดังกล่าวก็ไม่ทำให้หายจากอาการดังกล่าว มาถึงวันนี้อาการของโกะก็ไม่ต่างจากวันแรกที่เป็นอยู่”

โกะมักไม่คุ้นเคยและไม่ค่อยถนัดกับการใช้ภาษาไทยสื่อสารเหมือนกันเด็กคนอื่น ๆ ที่อยู่ในโรงเรียนอพยพ  โกะมีพี่น้องทั้งหมด 3  คน  สำหรับตัวของโกะคือพี่คนโต  สำหรับน้อง ๆ ยังอยู่ในประเทศพม่า 

โกะเล่าให้ข้าพเจ้าฟังว่า  “แม่โกะต้องการเงินจากที่บ้าน  ไม่ได้ไปกดที่ตู้ไฟหรือตู้เอทีเอ็มเหมือนที่ข้าพเจ้าและใครหลายคนกำลังทำอยู่  การเอาเงินที่ฝากมานั้นไม่ได้มาทางไปรษณีย์หรือะไรแต่อย่างใด  เพราะส่วนใหญ่ถ้าฝากมาหรือส่งไปรษณีย์ก็มักไม่พ้นมือเจ้าหน้าที่ ”

“การส่งเงินดังกล่าวไม่มีเวลาที่แน่นอน   เมื่อมีคนในหมู่บ้านเดินทางเข้ามาหรือนำลูกมาที่โรงเรียน  วันนั้นคือวันที่เงินทางบ้านที่แม่ของโกะส่งมาถึงมือโกะเพื่อเป็นทุนการศึกษาและพอที่จะปะทังชีวิตให้โกะ”  โกะกล่าวโดยสรุป

นี่คืออีกภาพหนึ่งของความเป็นมนุษย์ในสังคมใหญ่  ในวันที่ข้าพเจ้าและพวกเราหลายคนรู้สึกดี  แต่ยังมีใครอีกหลายคนที่เหงา  ไม่มีทางออก  สับสน  ในวันที่ข้าพเจ้าและพวกเรารู้สึกว่าเพียงพอ  แต่มีใครอีกหลายคนบนโลกใบนี้ที่ต้องการเรายื่นมือไปช่วยเหลือ  แม้เพียงรอยยิ้มก็ยังดี 

ในวันที่ข้าพเจ้าและพวกรากำลังอิ่มหนำ  กินทิ้งกินขว้าง   เหลือวางเกลื่อนกลาด  แต่มีใครอีกหลายคนบนผืนแผ่นดินที่เราเหยียบย่ำกำลังหิวโหย  อดอยาก  อิดโรย  สิ้นชีวิตเพราะความหิว  ในวันที่ข้าพเจ้าและพวกเราสามารถที่จะไปไหนก็ได้  แต่ยังมีใครอีกหลายคนที่เกิดมาร่วมโลกกับเราที่เขาไม่เคยมีโอกาส  ไม่เคยสัมผัสกับอิสรภาพและไม่เคยรู้จักคำว่า “ชีวิตที่แท้จริง” 

ในวันที่พี่น้องและลูก ๆ ของพวกเรามีโอกาสเรียนหนังสือ  แต่ชนอีกกลุ่มที่มีจิตใจเหมือนกับพวกเรา เขาไม่เคยเข้าถึงรดชาติดังกล่าว

 ในวันที่คุณมีรอยยิ้มสองริมฝีปากเพราะคุณได้พบเจอสิ่งดี ๆ ในชีวิต   แต่มีอีกหลายคนมีศักดิ์ศรีและความเป็นมนุษย์เหมือนพวกเราแต่เขากลับไม่เคยได้พบเจอ  ข้าพเจ้าและพวกเราคงไม่ผลิตซ้ำการทำร้ายพวกเขาเหมือนที่ใครหลายคนกำลังทำร้ายพวกเขาอยู่ใช่ไหม  

ถ้าข้าพเจ้าและพวกเราคิดว่าเขาไม่ต่างกับเพื่อนคนหนึ่งของพวกเรา บนแผนที่ประเทศไทยและโลกใบนี้ ....หยุดมองและส่งสายตาไปยังคนที่พูดต่างจากเรา โดยการเหยียดหยามและเยาะเย้ยพวกเขา

 

-----------------------------------

 

 

เพราะเขาเป็นอื่น ?

กว่าทุกคนจะสำนึก                           กว่าความรู้สึกจะรับได้

กว่าคุณไม่ตราหน้าใคร                       กว่าใครต่อใครคิดว่าใครก็คือคน

ความต่างคือวิถีแห่งมนุษย์                 อคติเข้ามาหยุดความเสมอเหมือน

ไม่เท่าเทียมสังคมทำลืมเลือน           มีกลาดเกลื่อนความบอบช้ำบนผืนดิน

คนกับคนก็คือคนใช่หินปั้น                              เมื่อกดขี่ข่มเหงกันจึงเศร้าหมอง

มีความต่างจึงสวยงามเลยน่ามอง     จะหม่นหมองเมื่อตีค่าว่าไม่เทียม

ประชาชนมือสองโดนตราหน้า       คุณทำเหมือนคนแปลกหน้าต่างถิ่น

กลุ่มชนเผ่าที่เมืองเราใครรีดกิน       อำนาจทมิฬทำลายตีค่ากัน

สายตาที่มองมาเพราะเหยียดหยาม        ความงดงามบดบังสิ้นด้วยโศกสัน

เหยื่อสายตาเพราะว่าเขาต่างกัน       ตีค่าเขาและเรานั้นไม่เท่าเทียม

ชุดสีขาวที่สวยงามมองเป็นอื่น     หลับยันตื่นยังให้เห็นอยู่เกลื่อนกลาด

ชุดชนเผ่าเขามองว่าหาใช่ชาติ          เพี้ยนภาษาขาดอำนาจจึงต่างกัน

ผิวดำก็หาว่าเรื่องแปลก                      เกิดเป็นแขกก็เกลียดชัง

พูดคำต่างก็หาไม่น่าฟัง                      กดขี่ที่ไปที่หวังจนหมดทาง

ภาคใต้ก็ว่าหน้าว่าพวกแขก                               เหนือก็แยกว่าคนชาวเขา

อีสานตราหน้าหาว่าลาว                     หน้าตามีหนวดเคราก็เป็นโจร

“โลกใบนี้สำหรับสายตาของกลุ่มคนกระแสหลัก  ทุกสิ่งอุปโลภให้เอื้อกับตัวเอง  ไม่เว้นแม้กระทั่งผู้กุมโลก  เราเป็นได้ก็แค่เพียงประชาชนหรือคนมือสองของพวกเขา  ไม่แปลกเลยการกระทำที่ผ่านมา  การกระทำของพวกเขามีทั้งกักขัง  ขมขู่และกดขี่พวกเราชนชั้นมือสองมาโดยตลอด”

เพราะทุกคนมีคุณและค่าเท่ากัน

ฟ้าสางที่กลางแม่สอด จ.ตาก

21 สิงหาคม  2551

20.21  น.



[*] นายอับดุเราะฮหมาน  มูเก็ม  บัณฑิตคณะรัฐศาสตร์  ม.อ.ปัตตานี 


แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ตุลาคม 2008 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31