|

ปีศาจสาวแสนสวย ฉันบังคับตัวเองให้ตื่นเช้าขึ้น อืม...ฉันหมายถึง แปดนาฬิกา สิบห้านาทีน่ะ นี่เธอ... อย่าบังอาจมาทำตาเขียวกับฉันนะ เธอไม่เข้าใจหรอก ว่ามันเป็นอย่างไร ถ้าลืมตาแต่เช้าตรู่ โดยไม่มีใบหน้าของใคร ไม่มีประโยคใดๆ ในหัว ไม่มีอะไรน่าสนใจ แถมมันยังดำเนินต่อไปจนกว่าจะถึงเวลาหลับ นั่นสิ ฉันจะตื่นหกโมงเช้าไปทำไม เกือบสองเดือนแล้ว นิยายของฉันหยุดอยู่ที่ประโยคเดิม โลกยังคงหมุน ฤดูเปลี่ยน แต่ตัวฉันเอาแต่นิ่ง ฉันมีรวมเรื่องสั้นเล่มใหม่ออกมา ซึ่งเป็นของขวัญชิ้นใหญ่ที่สุดในรอบห้าปี แต่งานที่สำเร็จแล้วก็เหมือนอาหารที่เคยกินแล้ว อิ่มไปแล้ว ฉันต้องการอาหารจานใหม่ ปีศาจสาว ฉันอยากเห็นเธอชัดๆ เหลือเกิน เป็นสัญญาณดีใช่มั้ย ที่คิดถึงเธอ ฉันกำลังสงสัย ทำไมหนอ ฉันถึงจงใจทิ้งเธอไว้ในหมู่บ้านฝนป๊อกแป๊ก เช่นเดียวกับที่ฉันทิ้งเพื่อนๆ ของเธอ และภาพสีน้ำอีกหลายชิ้น หรือเพราะเธอมาจากฉัน เป็นส่วนหนึ่งของฉัน การปรากฎรูปร่างของเธอจึงไม่จำเป็น
ฉันปั้นเธอจากดินซึ่งได้จากหมู่บ้านวัดโหนด ดินเต็มไปด้วยเม็ดทราย สำหรับปั้นกระถางกับหม้อดิน ไม่ใช่ดินเนื้อเนียนละเอียดอย่างที่ฉันเคยใช้ แต่ฉันดึงดันจะปั้นเธอ ฉันลูบน้ำบนผิวเธอไม่ได้ ฉันจึงขูดผิวแบบหยาบๆ และวางเธอไว้ ฉันปั้นโดยไม่ได้คิดภาพล่วงหน้า แค่หยิบดินขึ้นมานวด ขึ้นรูป เวลาหายไปครึ่งวัน แล้วฉันก็ได้เธอมา พิมพ์ดีดเงียบเสียง พ่อมดพักการร่ายมนตร์ เดินลงบันได ถาม มีอะไรกิน ฉันรู้ว่าถึงเวลามื้อกลางวันแล้ว พ่อมดจ้องเธอ แล้วอมยิ้ม แน่นอน เขาหลงเสน่ห์เธอแต่แรก เขาถาม ฉันได้เธอมาจากไหน ฉันตอบ ไม่รู้ เรามองหน้ากัน... ตอนนั้นเอง ที่ฉันแน่ใจ ว่าเธอไม่ใช่อะไรอื่น เธอเป็นส่วนหนึ่งของฉัน
แล้วฉันก็วางเธอไว้บนโต๊ะทำงานรูปตัวแอล(ซึ่งประกอบด้วยจักรเก่าที่ถอดหัวออก โต๊ะที่ได้มาจากโรงเรียนมัธยม และโต๊ะนักเรียนประถมแบบนั่งคู่อีกตัว) เธอหันหลังให้ฉัน สายตาจับจ้องผ่านประตูบานใหญ่ ถ้าฉันโดนขังอยู่ในประโยคใดประโยคหนึ่ง ฉันจะเงยหน้าขึ้น แล้วเราก็เห็นภาพเดียวกัน พรมหญ้าสีเขียวชุ่มน้ำ ทรงพุ่มของต้นแก้ว พุดซ้อน และชบาหลากสี ถัดออกไป คือแนวกาหลาที่กำลังโตวันโตคืน ซ่อนเราไว้จากสายตาของถนน
ที่นั่นฉันตื่นเช้า เธอก็เช่นกัน ถ้าไม่มีประโยคน่าตื่นเต้นคอยในสมุดฉีก ก็มีดอกไม้ดอกใหม่ที่กำลังบาน เห็ดโคนที่ผุดมาให้แกงเลียง ช้างเดินผ่านหน้าบ้าน หรืองูเหลือมที่อิ่มจนขี้เกียจ นอนแกล้งคนอยู่กลางถนน เวลาในหมู่บ้านฝนป๊อกแป๊กหมุนช้า แต่มีสิ่งใหม่เกิดขึ้นเสมอ หรืออย่างน้อยที่สุด เมื่อเรามองไปรอบๆ เราก็จะเห็นว่า ต้นไม้พวกนั้นไม่เคยหยุดการเติบโตเลย ที่นี่เวลาหมุนเป็นลูกข่าง ฉันมองผ่านกรอบหน้าต่าง เห็นภูเขาคอนกรีตหลายร้อยลูก มันหยิ่งทะนงเกินกว่าจะเปลี่ยนแปลง แต่นั่นต้องไม่ใช่ปัญหา ฉันเลือกอยู่ที่นี่ด้วยสัญชาตญาณ และการเติบโตควรจะขึ้นอยู่กับนิ้วทั้งสิบ ทุกวัน ฉันต้องควานคว้าประโยคซึ่งมีชีวิต อีกประโยค และอีกประโยค เพื่อนำฉันเข้าใกล้เป้าหมายทีละน้อย ปีศาจสาว ฉันไม่ต้องเหลาดินสอทุกวันอีกแล้ว ฉันไม่สามารถเขียนด้วยดินสอ ฉันไม่รู้สาเหตุ แต่เป็นสิ่งที่ต้องยอมรับ ทุกวันนี้ฉันเขียนหนังสือด้วยคอมพิวเตอร์ ซึ่งมันทำให้น้ำเสียงของฉันเปลี่ยนไป อย่าถาม ว่ามันดีขึ้นหรือแย่ลง บางสิ่งเกิดขึ้นแล้ว เราต้องมองมันชัดๆ ยอมรับมัน อยู่กับมัน แล้วเต้นรำต่อไป เธอคงจำได้ เสียงในงานของฉันเคยเปลี่ยนมาแล้วครั้งหนึ่ง หลังจากปั้นเธอเสร็จ ฉันก็ได้เรื่องสั้นที่แปลกไป คล้ายกับว่า ฉันยอมรับปีศาจในตัวฉัน ฉันยอมถูกต้อนไปสู่ดินแดนแห่งตัณหาและความมืด หยิบฉวยถ้อยคำมาจากที่นั่น รสหวานในประโยคจางลง ฉันเขียนเรื่องสั้นด้วยความเร่าร้อน เมื่อมันสมบูรณ์ ฉันกลับรู้สึกแปลกหน้า ฉันไม่สามารถบอกได้ว่ามันใช้ได้หรือไม่ ฉันไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่ามันเป็นเรื่องสั้นหรือไม่ จนกระทั่งพ่อมดอ่านมันจบ ยิ้มให้ฉัน และพูดว่า เก่ง ฉันจึงรู้ว่า ฉันได้ผ่านช่วงเวลาหนึ่งมาแล้ว ฉันไม่อาลัยอาวรณ์ความอ่อนหวาน ฉันสืบเท้าไปข้างหน้า
ปีศาจสาว ฉันรู้ว่าเธอไม่ได้ไปไหน แต่เช้านี้ฉันอยากเห็นเธอ ฉันหมายถึง ฉันอยากจับผิวเย็นๆ ของเธอ อยากเก็บดอกไม้มาใส่ปากเธอ อยากเห็นเธอยักคิ้วหลิ่วตา อยากให้เธอบอกว่า ฉันสามารถแหวกว่ายไปในเรื่องราวอันแสนธรรมดา ดำดิ่งลงสู่ก้นบึ้ง และคว้าหัวใจของมันมา ฉันเปิดอั้ลบั้มทุกเล่ม ทุกหน้า มองหารูปของเธอ เป็นไปได้อย่างไร ไม่มีเลย ไม่มีรูปเธอชัดๆ สักรูป ฉันมีรูปถ่ายมากกว่าพันใบ เราถ่ายรูปฝน แจกันดอกไม้ โต๊ะอาหาร ครัว ลานทราย เราถ่ายเก็บไว้ แม้แต่แสงที่ตกลงบนเสื่อกระจูด แต่เราไม่เคยถ่ายรูปเธอ ช่างเถอะ ถึงอย่างไรฉันก็จำเธอได้ เธอคือปีศาจสาวคอยาวผู้มีทรวดทรงเหมือนกีตาร์ เธอแหงนคอขึ้น อ้าปากกว้าง รอฉันเอาตัณหาไปปรนเปรอเธอ
ฉันต้องพิมพ์ประโยคต่อไปในนิยายเสียที วันนี้ และเดี๋ยวนี้ แม้ว่ามันจะเป็นประโยคจืดชืดที่สุด(ฉันจะมีประโยคแบบนั้นได้ยังไง ในเมื่อเธอยังอยู่กับฉัน) ปีศาจสาว วันนี้ฉันตื่นเร็วขึ้นสองชั่วโมง รางวัลที่ได้: คือการมองเห็นเธอชัดๆ (อีกครั้ง) สิ่งที่เปลี่ยนแปลง: คุณวิโรจน์เปิดเพลงคลื่น 99.5 ในช่วงเช้าแทนคุณมาโนช ฉันจึงดื่มกาแฟเคล้าเสียงเพลงของพญาอินทรี Love will keep us alive (ฟังเพลงยุคนี้แล้วคิดถึงเสียงกีตาร์ของพ่อจับใจ) สิ่งที่เกิดขึ้น: ฉันพร้อมแล้ว พร้อมต่อสู้กับความว่างเปล่าบนจอคอมพิวเตอร์ เย้ เย้ เย้ ฉันรักเธอ และหลงใหลตัณหาอันเร้าร้อนของเธอ
|