|

หญิงสาวลงบันไดเลื่อน มุ่งสู่สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน ท่ามกลางผู้คนนับร้อย สายตาเธอล่องลอยไปไกลโพ้น
เธอชื่อนาเดีย อาศัยในมหานครลอนดอน บนรถโดยสารของกรุงเทพมหานคร ฉันมักมองข้ามไหล่คนที่อยู่ใกล้แค่คืบ ฉันจะเลือกมองป้ายโฆษณา มองเส้นทางเดินรถ อ่านหนังสือ หรือก้มหน้ามองพื้น ฉันทำอย่างนั้นเสมอเมื่ออยู่ในรถไฟฟ้า หรือรถเมล์ ฉันไม่เคยสบตาใคร ทั้งที่บางครั้ง เรายืนชิดใกล้กระทั่งได้กลิ่นลมหายใจของกันและกัน ฉันทนมองดวงตาเหม่อลอย ราบเรียบ เหล่านั้นไม่ได้ ดวงตาว่างเปล่า ไม่มีสิ่งใด นอกจากความอ้างว้าง เช่นเดียวกับดวงตาของนาเดีย ในหนังเรื่อง wonderland wonderland เล่าเรื่องราวภายในสี่วัน ของนาเดีย มอลลี่ เด็บบี้ สามสาวแห่งมหานครลอนดอน นาเดียเป็นสาวโสดผู้พยายามหารักแท้จากการนัดบอด มอลลี่กำลังท้องแก่ เธอเป็นน้องของนาเดีย แต่ทั้งสองไม่ค่อยลงรอยกัน เด็บบี้หย่ากับสามี เลี้ยงลูกชายวัย 9 ขวบด้วยการเป็นช่างเสริมสวย มีตัวละครมากมายปรากฏใน wonderland พ่อแม่และน้องชาย(ที่เพิ่งหนีออกจากบ้าน)ของนาเดียกับมอลลี่ สามีของมอลลี่ อดีตสามีของเด็บบี้ เพื่อนบ้าน สุนัขของเพื่อนบ้าน รวมทั้งบรรดาหนุ่มคู่เดทของนาเดียและเด็บบี้ ทุกตัวละครล้วนเชื่อมโยงสัมพันธ์กัน
คุณอาจคาดว่าจะได้ดูหนังที่เต็มไปด้วยการปะทะสังสรรค์และกิจกรรมอันรื่นรมย์ของพวกเขา
แรกๆ ฉันก็คิดอย่างนั้น แต่เมื่อหนังจบลง ภาพที่จับใจฉัน กลับมีแต่ภาพตัวละครแต่ละตัว มองเหม่อออกไปที่ใดสักแห่ง ณ ที่ซึ่งชีวิตของพวกเขาไม่อาจสัมผัสได้ สามีของมอลลี่โทรศัพท์บอกภรรยาจากตู้โทรศัพท์สาธารณะ "ถ้าเป็นลูกสาว ผมจะให้ชื่ออลิซ อลิซในแดนมหัศจรรย์" มอลลี่ถาม "คุณกำลังอยู่ที่ไหน" เขามองออกไปนอกตู้โทรศัพท์ นิ่งอยู่หลายอึดใจ พูด "ผมต้องวางหูก่อนนะ" แล้วเขาก็เดินพล่านทั่วกรุงลอนดอน หยุดยืนบนสะพาน เขาพูดคนเดียว ระบายทุกเรื่องในใจ เรื่องที่อยากให้ภรรยาเข้าใจ แต่เขาไม่เคยบอกเธอ พูดจบ สายตาของเขาเหม่อลอยเหนือแม่น้ำ นาเดียนั่งบนรถเมล์เที่ยวดึก ชายแปลกหน้าเสนอบุหรี่กับเบียร์ให้ เธอปฏิเสธ เธอมองผ่านกระจกรถ นิ่ง นาน เมื่อเธอหันหน้ามา ฉันเห็นน้ำตาของเธอ นาเดียเพิ่งแยกกับหนุ่มคู่เดทคนล่าสุด นัดครั้งที่สองของเขากับเธอในบรรยากาศสุดแสนโรแมนติก ชายหนุ่มทำอาหารให้เธอกิน หลังมื้อค่ำ และหลังจากทำรักบนโซฟา นาเดียถาม "ฉันยังไม่รู้เลย ว่าคุณมาจากไหน" "ดับบลิน ผมไม่ใช่คนลอนดอน" เขาตอบ ลุกไปตักอาหารที่เหลือใส่จาน รินไวน์ลงแก้ว เปิดไฟสว่าง นั่งกินข้างๆ โดยไม่ชวนเธอสักคำ นาเดียบอก "ฉันคงต้องกลับแล้ว" เขาพูดทั้งมือถือช้อน "ผมเรียกแท๊กซี่ให้มั้ย" ก่อนออกจากห้อง นาเดียจ้องตาเขา ถามว่า "ฉันโทรหาคุณบ้างได้มั้ย" เขาเดินไปส่งเธอ ปิดประตู คว้าบุหรี่มาสูบ ดวงตาเหม่อลอยทะลุผนังห้อง ทั้งสองเพิ่งกินอาหารและนอนด้วยกัน แต่พวกเขาก็ยังเป็นคนแปลกหน้าของกันและกันอยู่ดี บางครั้งฉันก็สงสัย เราต้องใช้เวลาสักเท่าไร และต้องทำอย่างไร เราจึงจะสามารถสัมผัสข้างในของมนุษย์อีกคน ไม่ใช่เพราะเราเป็นพี่น้องกัน ไม่ใช่เพียงเราแต่งงานกัน ไม่ใช่แค่เราเที่ยวด้วยกัน ไม่ใช่แค่นั้น เพราะความอ้างว้างไม่ได้หมายถึงการอยู่คนเดียว แต่มันหมายถึงการที่เราไม่สามารถสัมผัสจิตใจของกันและกัน ไม่สามารถวางใจ และเชื่อมั่นว่า เขาหรือเธอคนนั้น พร้อมจะยืนข้างๆ เรา และมองเห็นเราเสมอ ฉันเคยใช้เวลากับใครบางคน เรากินเที่ยวด้วยกันหัวหกก้นขวิด เราแบ่งเงินกันใช้ แบ่งหนังสือกันอ่าน กลางดึกคืนหนึ่ง ฉันร้องไห้ เขาถามว่า ร้องไห้ทำไม และเขาควรทำอย่างไรจึงจะช่วยฉันได้ ฉันได้แต่ส่ายหน้า
ขอเพียงเขาตบไหล่เบาๆ ฉันก็จะดีขึ้น แต่ฉันไม่รู้วิธีบอกเขา จึงไม่ใช่ความผิดของเขา ที่นอนดูหนังจนจบเรื่อง ขณะที่ฉันนั่งร้องไห้จนหมดน้ำตา ตั้งแต่วันนั้น เราต่างรู้ว่า เราไม่สามารถข้ามเส้นแดนของคำว่าคนรู้จักไปได้ เทคโนโลยีก้าวหน้าเสียจนสามารถพาเสียงและภาพของเราเดินทางข้ามทวีปด้วยความเร็วแสง เราสามารถรู้ทุกเรื่องราวในโลกด้วยอินเตอร์เน็ต มหานครอย่างกรุงเทพ ลอนดอน โตเกียว ดูคล้ายกันจนแทบแยกไม่ ออก ถึงอย่างนั้น ระหว่างความสัมพันธ์ของมนุษย์ยังมีความว่างเปล่าอันแสนไกล ความว่างเปล่าและระยะทาง ซึ่งแยกเราออกห่าง ยื่นไปจนสุดแขน ใช้แล้วทุกเทคโนโลยี เรายังไม่อาจสัมผัสกัน แต่ทุกอย่างเป็นไปได้ใน wonderland
สามีของมอลลี่หายไปจากบ้านหลังมีปากเสียงกัน ระหว่างที่เธอตามหาเขา เธอปวดท้องใกล้คลอด ส่วนเขาได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ เธอพบเขาหน้าลิฟท์ในโรงพยาบาล ต่างนั่งรถเข็น มอลลี่อุ้มลูกสาว สามีใส่เฝือกที่เท้า "ขอผมดูลูกหน่อยได้มั้ย" เขาถาม มอลลี่อุ้มเด็กตะแคงให้เขาดู เขาพูด "อลิซ อลิซในแดนมหัศจรรย์" สองสามีภรรยาสบตาและยิ้มกว้าง สดใส เช้าธรรมดาเช้าหนึ่ง นาเดียแวะไปทักทายพ่อ "รู้หรือยังว่าพ่อได้หลานสาว" พ่อเธอยิ้ม บอก "พ่อรู้แล้ว เป็นข่าวดีจริงๆ" ชายหนุ่มเพื่อนบ้านเอาแผ่นดีวีดีมาให้พ่อนาเดีย พ่อเธอถาม "รู้จักกันหรือยัง" ต่างมองหน้าแล้วหัวเราะ เขาเป็นลูกค้าประจำของร้านกาแฟที่เธอทำงาน เธอเห็นเขาบ่อยๆ แต่ทั้งสองไม่เคยคุยกัน นาเดียบอกลาพ่อ ชายหนุ่มพูด "ผมต้องไปทำงาน" ทั้งคู่เดินเคียงกันไป คุยกระหนุงกระหนิง ชายหนุ่มเอาแต่มองหน้านาเดียจนเดินตกแอ่งน้ำ เรื่องราวใน wonderland จบลงด้วยเสียงหัวเราะแจ่มใสของนาเดีย บางสิ่งเกิดขึ้นในลอนดอน
ปาฏิหาริย์เล็กๆ แต่มีอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาล คงมีสักวัน ขณะคุณหรือฉันเดินเล่นในกรุงเทพมหานคร สายตาเหม่อลอยของเราอาจพบจุดตัดกับสายตาอีกคู่หนึ่ง คู่ที่สัญชาตญาณบอกเราว่า ใช่! เขามองเห็นเรา และเขารู้ว่าต้องทำอย่างไร เมื่อเราร้องไห้ อะไรอะไรก็เกิดขึ้นได้ ในดินแดนมหัศจรรย์
ข้อมูลหนัง wonderland อำนวยการสร้างโดย Michele Camada และ Andrew eaton เขียนบท : Laurence Coriat กำกับการแสดง : Michael Winterbottom
|