พิมพ์หน้านี้
|
ในเดือนมกราคมปีหน้า นางลอร่า บุช สุภาพสตรีหมายเลข 1 ผู้ได้รับความนิยมจากชาวอเมริกัน จะเก็บกระเป๋า ย้ายตามสามี คือประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิ้ลยู บุช ออกจากอีสต์ วิง หรือปีกด้านตะวันออกของทำเนียบขาว ชาวอเมริกันจึงเริ่มอยากรู้แล้วว่าใครจะมาแทนที่เธอ และตอนนี้ ตัวเลือกแคบลงเหลือเพียง มิเชลล์ โอบาม่า ภริยาของบารัก โอบาม่า ว่าที่ตัวแทนพรรคเดโมแครต หรือ นางซินดี้ แมคเคน ภริยาของจอห์น แมคเคน ว่าที่ตัวแทนรีพับลิกัน
นักวิเคราะห์ฝรั่งเปรียบเทียบว่า นางมิเชลล์ กับนางซินดี้ แตกต่างกันทั้งสีผิว บุคลิกลักษณะพื้นเพความเป็นมา ไปจนถึงอาชีพ ขณะที่ความเหมือนที่มีไม่มากของผู้หญิงคู่นี้ คือ มีประวัติชีวิตที่ฝ่าฟันอุปสรรคมาอย่างกร้าวแกร่ง มีสไตล์ของตัวเองที่น่าดึงดูดใจ และเป็นคุณแม่ผู้อุทิศตนให้ลูกๆ รวมทั้งต่างต้องการให้สามีได้เป็นประธานาธิบดีคนที่ 44 ของสหรัฐฯ ถ้าดูความเป็นมา มิเชลล์วัย 44 ปีมีอาชีพทนายความ และเรียนจบจากมหาวิทยาลัยชั้นนำอย่างพรินซ์ตันกับฮาวาร์ด เธอมาจากครอบครัวคนชั้นแรงงานในนครชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ และมานะบากบั่นต่อสู้กับอคติทางเพศและผิวสี จนปัจจุบัน ทำงาเป็นผู้บริหารระดับสูงของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ส่วน ซินดี้ แมคเคน สาวใหญ่วัย 54 ปี เคยเป็นเชียร์ รีดเดอร์ กับแชมป์ขี่ม้าพยศหรือโรดิโอหญิง ก่อนหันไปเป็น CEO ของธุรกิจจัดจำหน่ายเบียร์ มูลค่าหลายล้านดอลลาร์ เธอเป็นทายาทครอบครัวชนชั้นสูงผู้ร่ำรวย และดูหมือนออกมาจากหนังสือแฟชั่น ถ้าดูจากสีผิวและบุคลิกอื่นๆ มิเชลล์คือสาวผมดำตาดำและผิวดำ เป็นภรรยาผู้เฉลียวฉลาดและแข็งแกร่งของโอบาม่า ผู้อาจสร้างประวัติศาสตร์เป็นสุภาพสตรีหมายเลข 1 ของสหรัฐฯ ผู้มีผิวดำส่วนซินดี้เป็นสาวผิวขาวผมทอง ตาสีฟ้า คู่สมรสผู้สมบูรณ์แบบของแมคเคน เธอพูดจาอ่อนหวาน และมีภาพลักษณ์สอดคล้องกับสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งคนอื่นๆของสหรัฐฯ อย่างเช่น แนนซี่ เรแกน และ ลอร่า บุช ซินดี้ผู้เป็นแม่ลูก 4 ของลูกๆของแมคเคน ปรากฏโฉมในนิตยสารโว๊คฉบับล่าสุด ในกางเกงดีไซเนอร์ยีน เบอร์ 0 ซึ่ง นักวิเคราะห์บอกว่าเล็กจนไม่น่าเชื่อ แต่พวกเขาก็บอกว่าภายใต้ใบหน้าที่ตบแต่งเนี๊ยบและรอยยิ้มที่ปั้นแต่งขึ้นนั้น คือผู้หญิงที่ยึดหยุ่นรู้จักปรับตัว เธอรอดพ้นมาจากการเสพติดยาแก้ปวดตามใบสั่งแพทย์ กับอาการเส้นเลือดในสมองตีบอย่างรุนแรงเมื่อ 4 ปีก่อน ร่องรอยที่หลงเหลืออยู่คือเธอยังเดินกระเผลก ร่างกายซีกขวายังไม่เป็นปกติ และพูดไม่คล่อง ซินดี้เกิดในตระกูลหนึ่งที่ร่ำรวยที่สุดในรัฐอริโซน่า มีสินทรัพย์ประมาณ 100 ล้านดอลลาร์ หรือ 3,200 ล้านบาท เธอเคยให้สัมภาษณ์นิตยสาร Harper's Bazaar ว่า เธอลงรักสามีผู้มีอายุแก่กว่า18 ปี ในทันทีที่พบหน้ากันที่งาน คอกเทล ปาร์ตี้ในรัฐฮาวาย เธอผู้เป็นเด็กสาวขี้อาย และไม่รู้จักใครในงาน กำลังยืนอยู่ที่โต๊ะคอกเทล ตอนที่เรือเอก หนุ่มหล่อในเครื่องแบบสีขาวเข้ามาจีบ ผู้กองหนุ่มคนนั้นไม่โสด แต่แยกกันอยู่กับภรรยา ผู้ซึ่งเคยรอคอยเขานาน 5 ปีครึ่งในช่วงที่เครื่องบินของเขาถูกยิงตกในสงครามเวียดนาม และเขาตกเป็นเชลยศึกของเวียดนามเหนือ เธอเล่าว่าเธอกับเขาไปดื่มรอบดึกกัน เธอหลอกเขาโดยเพิ่มอายุตัวเองให้แก่ขึ้น 4 ปี ส่วนเขาก็หลอกเธอโดยลดอายุตัวเองให้เด็กลง 4 ปี ทั้งคู่เพิ่งจับโกหกกันได้ตอนที่ไปยื่นเรื่องขอแต่งงานกัน หลังจากมีลูกด้วยกัน 3 คน และแท้งอีกหลายครั้ง ซินดี้ได้รับเด็กหญิงกำพร้าตัวจิ๋วชื่อบริดเจ็ตจากบังคลาเทศมาเป็นลูกบุญธรรมเมื่อปี 2534 ในตอนแรกเธอพาแม่หนูน้อยไปสหรัฐฯเพื่อรักษาอาการเพดานปากโหว่ แต่กลับหลงรักแม่หนูน้อยจนรับเลี้ยง ซินดี้บอกผู้สนับสนุนระหว่างหาเสียงช่วยสามีในนี้ว่า เธอไม่อาจพรากจากแม่หนูคนนี้ได้ ในช่วงที่แมคเคนหาเสียงชิงเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกัน แข่งกับจอร์จ ดับเบิ้ลยู บุช เมื่อปี 2543 ซึ่งแมคเคนพ่ายให้กับบุชนั้น บริดเจ็ตเคยมีส่วนร่วมอย่างไม่ตั้งใจ ในข่าวลือที่แพร่สะพัดว่า เธอเป็นลูกสาวนอกสมรสระหว่างแมคเคนกับผู้หญิงผิวดำ ทั้งซินดี้และแมคเคนปกป้องลูกสาวบุญธรรมไม่ให้รู้เรื่องนี้ แต่บริดเจ็ตซึ่งตอนนี้อายุ 16 (ในภาพล่าง) รู้เรื่องเองในเวลาต่อมา เพราะโตพอที่จะเข้าไปอ่านในเว๊ปท่ากูเกิ้ล พอรู้ว่าสามียังไม่เข็ด คิดจะลงชิงประธานาธิบดีครั้งที่สองในปีนี้ ในตอนแรกซินดี้ไม่เห็นด้วยเลย ที่ปรึกษาคนหนึ่งบอกว่า ซินดี้ไม่อยากให้สามีลงสมัครเพราะเคยเจ็บปวดจากครั้งแรก และสาเหตุหนึ่ง เป็นเพราะเธอเคยรับสารภาพว่าเสพติดยาแก้ปวดที่หมอสั่งให้ หลังเธอเข้ารับการผ่าตัดหลัง ทำให้เธอแอบขโมยยาแก้ปวดจากกองทุนการกุศลของเธอเอาไว้ใช้เอง....การออกมายอมรับเรื่องนี้ของเธอ ทำให้การลงสมัครครั้งแรกของแมคเคนเมื่อปี 2543 ต้องพับฐาน ในการหาเสียงในยุคนี้ ซินดี้มักจะยืนสงบเสงี่ยมอยู่ข้างหลังสามี โดยเธอจะทำหน้าที่แนะนำตัวสามีอย่างสุภาพ ก่อนถอยกลับออกไปอยู่เงียบๆ แตกต่างกันมากกับภรรยาของคู่แข่ง คือนางมิเชลล์ ผู้ออกมาเรียกเสียงสนับสนุนสามีด้วยความเป็นคนพูดเก่ง และเชื่อมั่นในตัวเอง มิเชลล์เป็นที่นิยมในหมู่ผู้ลงคะแนนผู้หญิง และเธอพยายามช่วยลดเสียงร่ำลือที่ว่าโอบาม่าทำตัวไม่เหมือนคนปกติ เช่น ก้มลงเก็บถุงเท้าเองไม่เป็น หรือเก็บเนยใส่ตู้เย็นไม่เป็น ฯลฯ มิเชลล์พูดมากจนบางครั้งถูกตำหนิ รวมทั้งครั้งหนึ่งที่เธอเล่าให้ผู้สนับสนุนฟังเรื่องประสบการณ์"ส้วมตัน จนล้น และมีหลายครั้งที่เธอพูดจาขวานผ่าซากเสียจนที่ปรึกษาของโอบาม่ากลัวเธอจะก่อเหตุ ตัวอย่างเช่น เมื่อถูกนักข่าวรุมล้อมตอนโอบาม่าเดินทางไปที่วุฒิสภาเมื่อมกราคมปีนี้ เธอกรอกตาก่อนจะดึงตัวนักข่าวคนหนึ่งออกไป และพูดว่า อาจมีสักวันที่เขาจะทำสิ่งให้คุ้มค่ากับที่มีคนรุมสนใจขนาดนี้ ขณะที่โอบาม่าแก้สถานการณ์ โดยพูดตลกกับนักข่าวว่า ภรรยาของผมค่อนข้างโหดกว่าผมครับ มิเชลล์ไม่ได้คาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิดแบบซินดี้ เธอเกิดในครอบครัวชนชั้นแรงงาน พ่อเป็นคนงานคุมเครื่องปั๊มพ์น้ำในนครชิคาโก้ รัฐอิลลินอยส์ และพ่อป่วยเป็นโรค มัลติเพิ้ล โคลโรซิส หรือ MS ซึ่งเป็นโรคเกี่ยวกับระบบประสาทถูกทำลาย เธอโตมาในบ้านแบบบังกะโลราคาถูกที่มีห้อง 4 ห้องแถบเซาท์ ไซด์ของชิคาโก้ มิเชลล์พบกับโอบาม่าตอนที่เธอทำงานเป็นทนายความบริษัทหนึ่งและได้รับมอบหมายให้เป็นพี่เลี้ยงตอนเขาไปฝึกงานช่วงฤดูร้อน เดทครั้งแรกของเธอกับเขา คือไปดูหนังเกี่ยวกับความรุนแรงและความขัดแย้งเรื่องสีผิว เรื่อง Do The Right Thing ของผู้กำกับผิวดำคนดังคือ สไปค์ ลี
สไปค์ ลีคนนี้ เพิ่งเป็นข่าวไปหมาดๆ เพราะไปก่อสงครามน้ำลายกับคลิ้น อีสต์วู้ด อดีตพระเอกฮอลลีวู้ด ผู้ผันตัวเองไปเป็นผู้กำกับหนังชื่อดัง สาเหตุของการทะเลาะวิวาท มาจากการที่ลีออกมาตำหนิอีสต์วู้ดว่าชอบสร้างหนังเหยียดผิว โดยยกตัวอย่างหนังแฝด 2 เรื่องเกี่ยวกับสงครามโลกครั้งที่ 2 ของอีสต์วู้ด คือ Flags of Our Fathers กับ Letters from มิเชลล์เป็นคนชอบแข่งขันและหัวดื้อ แม้ตอนก่อนสามีจะลงสมัครเป็นประธานาธิบดี เธอก็วุ่นวายกับการเป็นแม่ของลูกสาว 2 คน และประสบความสำเร็จในอาชีพการงาน น้องชายชื่เครก โรบินสันบอกว่า เธอเป็นนักสู้ผู้มุ่งมั่น และเกลียดการยอมแพ้ ไม่ว่าในการช่วยสามีหาเสียงเป็นประธานาธิบดี หรือในการดูแลครอบครัว น้องชายคนนี้เคยให้สัมภาษณ์ New York Times พร้อมรอยยิ้มว่า ทุกคนในบ้านกลัวเธอกันทั้งนั้น และเมื่อนักข่าวถามว่า โอบาม่าผู้เคยติดบุหรี่ได้ใช้แผ่นกรองนิโคตินช่วยในการอดบุหรี่หรือไม่ เขาก็หัวเราะและบอกว่าพี่สาวของเขาช่วยสามีให้อดบุหรี่ได้ชะงัดยิ่งกว่าอุปกรณ์ช่วยอดบุหรี่ชนิดอื่นใด สำหรับผู้หญิงที่ประสบความสำเร็จในอาชีพการงาน และเชื่อมั่นในตัวเองอย่างมิเชลล์ การเป็นสุภาพสตรีหมายเลข 1 อาจเป็นงานที่เธอไม่รู้สึกดีใจนัก เพราะเป็นตำแหน่งที่ต้องอดทนกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์และการถูกแคะคุ้ย ต้องอดกลั้นและระมัดระวังคำพูดอยู่ตลอดเวลา รวมทั้งเวลาอยู่ต่อหน้าสาธารณชน ก็มีความคาดหวังให้สุภาพสตรีหมายเลข 1 เป็นช้างเท้าหลังของท่านประธานาธิบดี แบบกุลสตรียุคโบราณ นักวิเคราะห์ชื่นชมว่า มิเชลล์ต้องใช้ความอุทิศตนและความจงรักภักดีเป็นอย่างมากต่อสามี ถึงได้ฝ่าฟันการเลือกตั้งขั้นต้นอันแสนทรหดและยาวนานถึง 5 เดือนมาได้ เธอเคยบอกผู้สนับสนุนระหว่างหาเสียงว่า เธอคิดว่าสามีเป็นคนพิเศษ ถ้าเธอไม่คิดเช่นนั้น เธอคงจะไม่ช่วยเขาหาเสียง ขณะที่นักวิเคราะห์บอกว่า ซินดี้ แมคเคนก็คงคิดเช่นเดียวกัน...สามีของใครๆก็รักนิ ....อ่านมาถึงตอนนี้ คุณตัดสินใจได้แล้วหรือยังว่าชอบใครมากกว่ากัน
|
| << | มิถุนายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | |||||