พิมพ์หน้านี้
|
การดีเบทรอบที่ 2 จะมีขึ้นในคืนวันอังคารตามเวลาท้องถิ่น ที่มหาวิทยาลัยเบลมอนต์ เมืองแนชวิลล์ รัฐเทนเนสซี่ โดยครั้งนี้จะเป็นการดวลกันแบบที่เรียกว่า Townhall Metting มีการแบ่งเวลาให้ตอบทั้งประเด็นต่างประเทศกับในประเทศ แต่คาดกันว่าประเด็นสำคัญสุดที่คนสนใจถาม น่าจะเป็นเรื่องวิกฤตเศรษฐกิจ กับตลาดการเงินสหรัฐที่กำลัง ปั่นป่วนอยู่ และเป็นประเด็นที่โอบาม่าน่าจะได้เปรียบ เพราะโพลล์ส่วนใหญ่สรุปว่า ชาวอเมริกันเชื่อมั่น แต่ในการดีเบทลักษณะนี้ จะมีการตอบคำถามจากผู้มีสิทธิ์ออกเสียงที่ยังไม่ได้ตัดสินใจด้วย ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่า เป็นรูปแบบที่แมคเคนชอบมากกว่า เพราะเขาคุ้นเคยกับการขึ้นเวทีและมีปฏิสัมพันธ์โดยตรงกับผู้ชม มากกว่าโอบาม่าผู้มีสไตล์ที่ชอบสงวนท่าทีและคิดให้รอบคอบก่อนพูด ในช่วงสองสามสัปดาห์นี้ โอบาม่ามีคะแนนนิยมทิ้งห่างแมคเคนขึ้นเรื่อยๆ ผลสำรวจระดับชาติโดยเฉลี่ยที่รวบรวมโดย realclearpolitics.com แสดงให้เห็นว่า ตอนนี้ โอบาม่ามีคะแนนนิยมนำแมคเคน6.4% เปรียบเทียบกับที่เคยทิ้งห่างแค่ระหว่าง 1-2 เมื่อเดือนสิงหาคม มีแนวโน้มที่เกิดเป็นประจำที่ว่า ในช่วงเดือนสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง ผู้สมัครคนที่ได้คะแนนนนิยมตามหลัง จะใช้กลยุทธโจมตีประเด็นบุคลิกภาพ ซึ่งแมคเคนใช้กลยุทธนี้ และโอบาม่าก็ตอบโต้แบบเดียวกัน เขายังให้สัมภาษณ์วิทยุรายการหนึ่งด้วยว่า เขาไม่ใช่คนแรกที่ออกหมัด แต่จะเป็นคนชกหมัดสุดท้าย เมื่อวานนี้ โอบาม่าฉายหนังความยาว 13 นาที เรื่องความเกี่ยวข้องของแมคเคน กับเรื่องอื้อฉาวกรณีเงินกู้และเงินฝากในช่วงปลายทศวรรษที่ 1980 กับต้น 1990 คือกรณีของ Lincoln Savings and Loan Association แมคเคนเป็น 1 ในวุฒิสมาชิก 5 คนผู้เกี่ยวข้องกับเรืองอื้อฉาวนี้ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในนาม The Keating Five.หรือ " 5 คนของคีตติ้ง" ซึ่งหมายถึงนายชาร์ลส์ คีตติ้ง ผู้บริหารของ Lincoln ผู้เคยร่วมพบปะหารือกับ 5 คนนี้ และเป็นผู้บริจาคเงินสนับสนุนรายใหญ่ของพวกเขาด้วย วุฒิสมาชิกทั้ง 5 คน ถูกกล่าวหาว่าพยายามสกัดการสอบสวนของรัฐบาลกลางต่อนายคีตติ้ง และหนังที่โอบาม่านำมาฉาย แสดงให้เห็นว่า วิลเลี่ยม แบล๊ค ผู้สอบสวนของรัฐบาลกลางเรื่องการฉ้อฉลในวงการธนาคาร ช่วงปี 2527- 2537 ได้กล่าวหาวุฒิสมาชิก 5 คนนี้ว่า กดดันให้เขายุติการสอบสวนนายคีตติ้ง แบล๊คระบุในหนังว่า วุฒิสมาชิกคนหนึ่งบอกว่า ไม่ต้องการให้สอบสวนเพราะคีตติ้งเป็นผู้ให้เงินสนับสนุนพวกเขา ขณะที่ แมคเคนไม่ได้พูดหรือแสดงท่าทีไม่เห็นด้วยกับวุฒิสมาชิกคนนั้น เรื่องนี้จบลงโดยคีตติ้งติดคุกนานกว่า 4 ปีในข้อหาฉ้อฉลและสมรู้ร่วมคิด แมคเคนซึ่งเป็นรีพับลิกันคนเดียวในวุฒิสมาชิกทั้ง 5 คน ถูกวุฒิสภาตำหนิ และเขายอมรับในเวลาต่อมาว่า การพบปะกับคีตติ้งเป็นความผิดพลาด .... ฝ่ายแมคเคนตำหนิว่าโอบาม่า"ใส่ร้าย " พร้อมยืนยันว่าไม่เคยมีข้อสรุปว่าแมคเคนทำพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม นายจอห์น ดาวด์ ผู้เคยเป็นทนายความของแมคเคนในช่วงถูกวุฒิสภาสอบในเรื่องนี้ บอกนักข่าวทางโทรศัพท์ว่า ผลการสอบสวนในตอนนั้นได้ข้อสรุปว่า แมคเคนไม่เคยละเมิดกฏข้อบังคับใดใดของวุฒิสภา หรือละเมิดกฏหมายสหรัฐฯ แมคเคนเพียงตัดสินใจผิดพลาด ที่เข้าเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ทางด้านแมคเคนโจมตีกลับโอบาม่า โดยระบุว่าเขาเป็นอันตราย (dangerous) และเน้นการพบปะเมื่อปี 2538 ระหว่างเอบาม่ากับบิล ไอเยอร์ส สมาชิกหัวรุนแรงของกลุ่มต่อต้านสงครามเวียดนามในช่วงทศวรรษที่ 1960 ในช่วงที่โอบาม่า กำลังเตรียมตัวจะลงสมัครชิงที่นั่งวุฒิสภารัฐอิลลินอยส์เป็นครั้งแรก ซาราห์ เพ-ลิน ผู้ว่าการรัฐอลาสก้า คู่ชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีของแมคเคน บอกกับผู้มาฟังเธอหาเสียงช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ไอเยอร์สคนนี้ เป็น"นักก่อการร้ายท้องถิ่น"(domestic terrorist.) เมื่อปี 2513 ไอเยอร์สเคยช่วยร่วมก่อตั้งกลุ่มหัวรุนแรงชื่อ Weather Underground และเขาเป็นมือโยนระเบิดโจมตีอาคารที่ทำการของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ซึ่งรวมทั้งที่ตึกเพนตากอน กับอาคารรัฐสภาเพื่อประท้วงสงครามเวียดนาม การโจมตีไม่ทำให้มีใครตาย และไอเยอร์สรอดมาได้โดยไม่ติดคุก ปัจจุบัน เขาเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ในนครชิคาโก ถิ่นของโอบาม่า ....ฝ่ายของโอบาม่าบอกว่าไอเยอร์สกับโอบาม่าไม่ใช่เพื่อน และว่าโอบาม่าประณามกลุ่ม Weather Underground พวกเขาโทษว่าเพ-ลินใช้กลยุทธใส่ร้ายป้ายสี โอบาม่าในเรื่องนี้ ขณะที่นักวิเคราะห์บางคนนับนิ้วแล้วบอกว่า โอบาม่าเพิ่งอายุ 8 ขวบในช่วงที่ไอเยอร์สทำเรื่องร้ายๆที่ว่า ฝ่ายของแม๊คเคนยังได้ออกอากาศโฆษณาที่แสดงให้เห็นว่าโอบาม่าไม่สนับสนุนกองทัพสหรัฐด้วย โดยแสดงภาพ โอบาม่าพูดถึงทหารอเมริกันในอาฟกานิสถานว่า "เอาแต่เที่ยวใช้ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศตามหมู่บ้านต่าง" กับ " ฆ่าเด็กๆ "(just air-raiding villages and killing children.) โฆษณาดังกล่าวแพร่ภาพโอบาม่ากำลังพูดว่า " เป็นตัวอันตราย" และ" ไร้ศักดิ์ศรี"ด้วย ขณะที่ฝ่ายของโอบาม่านำภาพและเสียงของโอบาม่ามาเปิดแบบยาว ปรากฎว่าโอบาม่ากำลังพูดเรื่องปัญหาที่เกิดจากการขาดแคลนทหารอเมริกันในอาฟกานิสถาน และผลเสียต่อกองทัพสหรัฐฯ หลังเกิดอุบัติเหตุทิ้งระเบิดใส่พลเรือน นอกจากฝ่ายของแมคเคนกับโอบาม่าจะตำหนิซึ่งกันและกัน ยังมีผู้อื่นกระโดดเข้ามาร่วมวงด้วย เป็นนายทหารนอกราชการชื่อ พลตรีจอห์น ซิงลับ ผู้ก่อตั้งสภาแห่งสหรัฐฯเพื่อโลกเสรี หรือ The U.S. Council for World Freedom เขาคนนี้ออกมาบอกว่าในขณะที่แมคเคนวิจารณ์โอบาม่าว่าเกี่ยวข้องกับพวกนักก่อการร้ายหัวรุนแรงในประเทศเมื่อเกือบ 40 ปีก่อน ตัวแมคเคนก็เคยติดต่อใกล้ชิดกับสภาแห่งสหรัฐฯของเขา ซึ่งให้ความช่วยเหลือพวกกบฎที่พยายามโค่นล้มรัฐบาลฝ่ายซ้ายของนิคารากัว ในช่วงที่เกิดเรืองอื้อฉาวอิหร่าน- คอนทรา ในรัฐบาลสหรัฐฯ สภาแห่งสหรัฐฯเป็นส่วนหนึ่งขององค์การระหว่างประเทศที่เชื่อมสัมพันธ์ ระหว่างอดีตผู้สมรู้ร่วมคิดกับนาซีเยอรมนีและพวกทีมสังหารหัวขวาสุดขั้วในอเมริกากลาง กลุ่มนี้อุทิศตนเพื่อกวาดล้างคอมมิวนิสต์ให้หมดไปจากโลก พลตรีซิงลับบอกนักข่าวว่า แมคเคนเริ่มเกี่ยวข้องกับสภาฯแห่งนี้ ตอนต้นทศวรรษที่ 1980 ช่วงที่เขากำลังเริ่มอาชีพการเมืองในรัฐอริโซน่า แต่แมคเคนเป็นเพียงหนึ่งในผู้สนับสนุน ไม่ใช่สมาชิกผู้มีบทบาทในการดำเนินงานของสภาฯ ซิลับบอกว่าตัวเขารู้จักกับพ่อของแมคเคน ซึ่งเป็นนายทหารยศพลเรือเอกผู้เคยเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดของสหรัฐฯในสงครามเวียดนาม พ่อของแมคเคนเคยมาปรึกษาเขาตอนที่เครื่องบินของแมคเคนถูกยิงตกในสมัยสงครามเวียดนาม ทำให้แมคเคนต้องกลายเป็นเชลยศึกของเวียดนามเหนืออยู่ 5 ปีครึ่ง เขาบอกว่าพ่อของแมคเคนขอคำแนะนำว่าสมควรทำอย่างไร เมื่อลูกชายตกเป็นเชลยศึกเสียเอง ซึ่งเขาได้แนะนำไปว่า ตราบใดที่พ่อของแมคเคนไม่แสดงท่าทีว่าสนใจความเป็นความตายของลูกชายของตัวเอง มากกว่าเชลยศึกคนอื่นๆ ทางเวียดนามเหนือก็คงปฏิบัติกับแมคเคนเหมือนกับเชลยศึกสหรัฐญฯนายอื่นๆ เรื่องอื้อฉาวอิหร่าน-คอนทรา เกิดในสมัยอดีตประธานาธิบดีโรแนลด์ เรแกน โดยมีการเปิดโปงว่า ทำเนียบขาวปกปิดเรื่องการส่งอาวุธให้กบฏคอนทราในนิคารากัว โดยใช้เงินบางส่วนที่ได้จากการลักลอบขายอาวุธให้อิหร่าน ซึ่งผู้รับผิดชอบ คือนาวาโทโอลิเวอร์ นอร์ท ที่ปรึกษาสภาความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งร่วมมือกับสภาแห่งสหรัฐฯของซิงลับในการหาเงินหลายล้านดอลลาร์จากรัฐบาลต่างชาติ ไปให้กบฏคอนทราใช้เพื่อพลาง ในช่วงที่ CIA กำลังพยายามขอให้สภาคองเกรสสหรัฐฯยอมอนุมัติเงินช่วยกบฎคอนทราของสำนักข่าวกรองกลางสหรัฐฯ หรือ CIA หลังจาถูกตัดงบประมาณไปเมื่อปี2527 สมัยที่แมคเคนได้รับเลือกเข้าเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรใหม่ๆในปี 2525 ซึ่งเป็นช่วงที่เขามีชื่อร่วมอยู่ใน แมคเคยเคยพูดก่อนหน้านี้ว่า เขาได้ลาออกจากการเป็นสมาชิกสภาแห่งสหรัฐฯ เมื่อปี2527 และได้ร้องขอในอีก2 ปีต่อมาให้ลบชื่อของเขาออกจากตรงหัวจดหมายของสภาแห่งชาติฯ เขาให้สัมภาษณ์หนังสือพิม์ฉบับหนึ่งในตอนนั้นว่า ไม่รู้ว่าการทำงานของกลุ่มนี้ผิดกฏหมายหรือถูกกฎหมาย แต่เขาไม่อยากเกี่ยวข้องด้วยแล้ว ทั้งท่านนายพลซิงนับและจอยซ์ ดาวนีย์ ผู้รับผิดชอบงานรายวันของทางสภาแห่งสหรัฐฯ ต่างบอกว่าจำไม่ได้ว่า แมคเคนเคยขอลาออกเมื่อปี 2527 หรือ 2529 แต่ก็บอกว่าอาจมีบางคนในสำนักงานของแมคเคนเป็นผู้ติดต่อแทนก็เป็นได้ |
| << | ตุลาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | |||
| 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 |
| 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 |
| 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 |
| 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | |