พิมพ์หน้านี้
|
นักข่าวกับนักมวย หลังจากที่ทำข่าวสำคัญชิ้นหนึ่งลุล่วงไปและส่งเข้าต้นสังกัดเรียบร้อยแล้ว นักข่าวได้เข้าไปนั่งอยู่ ในร้านกาแฟร้านหนึ่งตรงสี่แยกของตัวอำเภอ เพื่อรอรถที่ผ่านมากลับเข้าสู่ตัวจังหวัด ฝั่งตรงข้ามกับร้านกาแฟเป็นวัดใหญ่ ที่นักข่าวสังเกตุเห็นว่ามีผู้คนเข้าออกพลุกพล่าน จึงได้เอ่ย ปากกับคนขายกาแฟอย่างไม่ตั้งใจนัก วัดมีงานอะไรหรือ ไม่ใช่วัดหรอกที่มีงาน คนขายกาแฟว่า ที่ลานกีฬาในวัดต่างหาก วันนี้มีมวย มิน่าเล่า นักข่าวคิด ผู้คนที่เข้าออกวัดเท่าที่เห็นส่วนใหญ่จึงเป็นพวกผู้ชายเกือบทั้งนั้น ไปดูมวย นี่เอง แต่ว่ามวยอะไรล่ะ ชกกันแต่หัววัน นี่ยังไม่ทันเที่ยงเลย มวยเด็ก คนขายกาแฟว่าพลางทำมือประกอบ สูงเท่าโต๊ะตัวนี้มั้ง อายุยังไม่ถึงสิบขวบดี แต่ชก กันสนุกนะ นักข่าวได้รับความรู้ต่อจากคนขายกาแฟว่า ที่อำเภอนี้นับเป็นแหล่งใหญ่สุดของจังหวัดภาคอีสาน ในการสร้างนักมวยเด็กป้อนส่งไปยังจังหวัดต่างๆ ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว เขาว่าฝรั่งมันชอบดู คนขายกาแฟเล่า ฝรั่งบอกว่าดูแล้วสนุกกว่ามวยผู้ใหญ่เยอะเลย เด็กมันชก กันจริงไม่เหยาะแหยะ ไม่เชื่อลองไปดูสิ อ้าว...แล้วเด็กพวกนี้ไม่ไปโรงเรียนหรือ นักข่าวถาม เรียนหนังสือน่ะรึ... คนขายกาแฟย้อนถามก่อนหัวเราะ เรื่องเรียนหนังสือเอาไว้ทีหลังก็ได้ เรื่อง ช่วยบ้านทำมาหากินสำคัญกว่า ต้องทำกินก่อน นักข่าวจากกรุงเทพฯ ย้อนเห็นภาพ เด็กขุดมันอยู่ในไร่ เลี้ยงควายอยู่กลางทุ่ง เด็กแบกแอกไถไปนา เก็บผักหญ้าและหาปลาอยู่ตามหนองน้ำ และแม้แต่เที่ยวเร่ขายของอยู่ตามท่ารถในตลาด ล้วนแต่แรงงาน เด็ก พวกหนุ่มสาวส่วนใหญ่มักจะหายเข้าจังหวัดหรือไม่ก็ไปอยู่โรงงาน แผ่นดินพ่อแม่ดูเหมือนจะถูกค้ำจุนอยู่ด้วยมือเล็กๆ ของลูก เพื่อมิให้ทรุดลงไปกว่านี้ โลกที่ฝันกับ โลกจริงยากที่จะเข้าใกล้กัน สำหรับบุตรของแผ่นดินที่แร้นแค้น แต่กระนั้นโลกของนักมวยเด็กที่แม้ว่า ดูจะหนักหนากว่า หากฝันนั้นก็ยังมี ยังไม่สิ้นเสียทีเดียว ถ้าชกเก่งมีแวว ก็จะได้ต่อยอาชีพบนเวทีใหญ่ โตขึ้นไม่แน่อาจเป็นนักชกเงินล้าน เหมือนกับ ยอดมวยไทยหลายคนที่เป็นลูกบ้านนี้ คนขายกาแฟว่า หรือไม่ก็อาจเป็นเศรษฐีถ้าหันไปชกมวยโอลิมปิก และได้เหรียญทองมา นักข่าวเดินออกจากร้านกาแฟมุ่งไปยังวัดใหญ่ที่อยู่ฝั่งตรงกันข้าม ---------------x---------------------x----------------------x-----------------------x------------------------ นักข่าวเดินตามชายแก่สองคนเข้าไปภายในวัด ที่เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่น่าเกรงขามและสงบ กุฎิ ทุกหลังปิดเงียบ วังเวงอยู่ในสายลมที่ลอยเอาเสียงโห่ร้องจากเวทีมวยมาเข้าหูให้ได้ยินอยู่เป็นระยะๆ นักข่าวรู้สึกแปลกใจที่ไม่เห็นพระสักรูปและแม้แต่เณร นักข่าวเร่งฝีเท้าเมื่อทันสองชายเฒ่าจึงชวนคุย พระหายไปไหนหมด ลุง อ๊อ...ไม่ได้หายไปไหนหรอก ลุงคนหนึ่งหัวเราะ คงไปรวมกันอยู่ที่กุฎิท่านเจ้าอาวาสโน่น ทั้งพระเณรนั่นแหละ เวลามีมวยชก พวกพระเณรชอบแอบไปดู ลุงอีกคนว่าเสียงเบา ท่านเจ้าอาวาสก็เลยสั่งให้พระ เณรทั้งหลายไปรวมกันอยู่ที่นั่น ป้องกันเอาไว้ก่อน ว่างั้น แล้วเวทีมวยทำไมมาตั้งอยู่ในวัดได้ละลุง นักข่าวถาม เอ...ไม่รู้สิเรื่องนี้ แกพอจะรู้มั้ยวะ ลุงที่ถูกถามหันไปถามลุงอีกคน ที่พอจะรู้นะ คือทางการมาขอที่วัดแห่งนี้ เพื่อทำเป็นลานกีฬาของเด็กๆ ท่านเจ้าอาวาสเห็นว่า มันตั้งอยู่สุดท้ายวัด คงจะไม่รบกวนอะไร ท่านก็เลยยกให้ ลุงที่รู้เรื่องอธิบาย แล้วทำไมลานกีฬาจึงกลายมาเป็นเวทีมวยไปได้ล่ะ ลุง ท่านเจ้าอาวาสท่านไม่ว่าอะไรหรือ นักข่าว อยากรู้อีก จะว่าอะไร... ลุงที่ถูกถามว่า มวยมันก็กีฬาเหมือนกันนี่หว่า นักข่าวอึ้ง นักข่าวถามตนเอง ขณะที่เดินไปกับสองลุงมุ่งไปยังเวทีมวยท้ายวัด ว่าในโลกนี้จะมีสิ่งใดบ้างที่ ไม่ได้เป็นกีฬา ถ้าหากว่ากีฬานั้นหมายถึงการต่อสู้ และการแข่งขันกันเพื่อหวังรางวัลอะไรสักอย่างหนึ่ง และในเมื่อความอยู่รอดก็คือรางวัลอย่างหนึ่งของชีวิต ฉะนั้นการดิ้นรนต่อสู้เพื่อความอยู่รอดของชีวิต ก็ต้องนับว่าเป็นเกมกีฬาที่รุนแรง และเต็มไปด้วยความปวดร้าวยิ่ง ก่อนที่จะได้พบกับคำว่าแพ้หรือชนะ นักข่าวได้มาถึงลานกีฬาแล้ว ---------------x---------------------x----------------------x-----------------------x------------------------ ลานกีฬาที่ตั้งอยู่ท้ายสุดของวัดนี้ ไม่ใช่สนามฟุตบอลที่จะได้เห็นเด็กๆ วิ่งไล่ลูกบอลกัน หรือว่าเล่น รถจักรยานผาดโผนแข่งกันอยู่อย่างสนุกสนาน บนเวทีผืนผ้าใบที่มีเชือกขึงล้อมกั้นเป็นสี่เหลี่ยมสี่มุมนั้น ไม่ใช่เรื่องน่าสนุกเลยสำหรับโลกของเด็ก นักข่าวกำลังยืนอยู่ที่ขอบเวทีมวยมุมหนึ่ง ดูนักมวยเด็กวัยแปดเก้าขวบชกกันอย่างดุเดือดเลือด พล่านอยู่บนเวที ในท่ามกลางเสียงตะโกนโห่ร้องของฝูงผู้ใหญ่จำนวนหนึ่ง ลูกหลานวัยเยาว์และไร้เดียงสา ผู้สืบสานตำนานนายขนมต้มแต่โบราณ ต่างใส่หมัดฟันศอกโยนเข่า และประเคนตีนแข้งเข้าใส่กันอย่าง ไม่ออมมือ อย่างนี้นี่เล่าถึงได้ดูสนุก ด้วยวัยเยาว์ไร้เดียงสาที่อาจจะเพิ่งหย่านมแม่มาเมื่อไม่กี่วันนี้ การต่อสู้ซึ่งกันจึงปราศจากเล่ห์ เหลี่ยม และไร้ศิลปะทั้งในการรุกและรับ เมื่อเสียงระฆังดังขึ้น ทั้งคู่ก็ออกจากมุมเข้ายืนซดใส่กันด้วยอาวุธ มวยนานา เท่าที่จะคิดนึกได้ เสียงเนื้อกระทบกัน เสียงกระดูกประสานกัน เลือดเปรอะติดนวม และเปื้อน ร่างกายกัน กับเสียงหอบหายใจน้อยๆ ด้วยความเหนื่อย ดูเหมือนว่าจะมลายหายไปในท่ามกลางเสียง ตะโกนเชียร์ที่อยู่รอบๆ เวที ขณะพักยก ไอ้เปี๊ยกมึงเลิกทำเป็นใจมด และอย่าเอาแต่ถอยได้แล้ว พี่เลี้ยงผู้ใหญ่มุมน้ำเงิน มุมที่นักข่าวยืน อยู่ ตะโกนใส่นักมวยน้อย แล้วอีกอย่าง มึงอย่าหลับตาชก ไอ้เปี๊ยก ที่นักข่าวเห็นดูท่าจะแย่และน่าเป็นห่วง เพราะหน้าโหนกบวมปูด เลือดกลบปาก และตา ข้างหนึ่งกำลังจะปิด นักข่าวนึกถึงไก่ชนที่ถึงแม้ว่าปีกจะยับ หงอนจะหัก ก็ยังไม่ถอยไม่หนี ยังโผเข้าสู้ยิบตา และยังยืนหยัดอยู่ ถึงแม้ว่าเดือยจะสึก แข้งจะกร่อน แต่ก็นั่นแหละเมื่อคนไม่ใช่ไก่ และไอ้เปี๊ยกป้อแป้เต็มที ที่สุดกรรมการก็ทนดูไม่ไหว ไอ้เปี๊ยกจึงต้องถูกจับให้แพ้ไป ผมยังไหว... นักข่าวได้ยินเสียงไอ้เปี๊ยกบอกกรรมการ แต่กรรมการไม่เอาด้วยไล่ไอ้เปี๊ยกให้ลง จากเวที ก่อนที่จะหันไปชูมือให้ ไอ้เปี๊ยก อีกคน ซึ่งอยู่มุมแดงในท่ามกลางเสียงตบมือ ไอ้เปี๊ยกมุมน้ำเงินจึงต้องเดินลงเวทีอย่างเหงาหงอย นักข่าวเหลือบเห็นนักมวยน้อยจากมุมน้ำเงินผู้บอบช้ำค่อยๆ เดินเลี่ยงจากลานกีฬาไปเงียบๆ ทั้ง ด้วยความเห็นใจและอยากรู้อยากเห็น นักข่าวจึงออกตามไป ---------------x---------------------x----------------------x-----------------------x------------------------ เจ้าเปี๊ยกผู้พ่ายแพ้ พร้อมกับหน้าตาที่เขียวช้ำและบวมปูดกำลังเดินไต่หัวคันนากลับบ้าน ขณะที่ นักข่าวดักรออยู่ด้วยความอยากรู้อยากเห็นอันอธิบายไม่ได้ ก่อนหน้านี้นักข่าวได้แอบตามไป เห็นเจ้าเปี๊ยกแวะซื้อข้าวผัดสองห่อที่ตลาดท่ารถ ได้ยินคนขาย ข้าวผัดถามเจ้าเปี๊ยกว่า คราวนี้แพ้หรือชนะ แต่เจ้าเปี๊ยกไม่ยอมตอบ คนขายข้าวผัดเงยหน้าขึ้น เมื่อเห็นหน้าอันบอบช้ำของเจ้าเปี๊ยก จึงได้พูดขึ้นว่า เฮ้อ...กูไม่น่าถาม มึงเลย ไอ้เปี๊ยก ในขณะที่เจ้าเปี๊ยกได้แต่ก้มหน้านิ่ง เมื่อเจ้าเปี๊ยกเดินแกว่งถุงข้าวผัดมาใกล้ นักข่าวทำเป็นแกล้งถาม ไอ้หนู...นั่นหน้าตาไปโดนอะไรมา ชกมวยมาครับ เจ้าเปี๊ยกตอบ แพ้หรือชนะล่ะ... เสมอครับ นักข่าวอึ้ง นักข่าวชินชาและรู้ดีอยู่แล้ว สำหรับโลกที่จะต้องปกปิดความจริงบางอย่างไว้ เพื่อรักษาศักดิ์ศรีของ ชีวิตบ้าง ไม่ว่าผู้ใหญ่หรือเด็กก็มีสิทธิที่จะทำ ก็ยังดีที่เจ้าเปี๊ยกไม่ถึงกับบอกว่าชนะ เสมอกัน...คู่ชกของเราก็คงจะหน้าตาไม่ต่างจากเราสินะตอนนี้ นักข่าวแหย่ เจ้าเปี๊ยกหัวเราะแหะๆ ก่อนถามบ้างว่า นี่น้าจะไปไหนครับ น้ามายืนทำอะไรอยู่แถวนี้ นักข่าวผู้พอจะรู้เรื่องดีบ้างแล้วจากคนขายข้าวผัด จะมาบ้านยายมาน่ะ น้ามีเรื่องอยากจะคุยด้วย นักข่าวว่า ยายมา...ยายผมเองครับ เจ้าเปี๊ยกบอกอย่างยินดี มา...น้าไปบ้านผม ไปหายายด้วยกัน เจ้าเปี๊ยกจูงมือนักข่าวพาเดินไป ระหว่างที่นักข่าวกับนักมวยน้อยเดินไปด้วยกัน ไปชกมวยมานี่ ยายรู้หรือเปล่า รู้ครับ ยายอยากให้ผมเป็นนักมวย ยายอยากจะให้ผมเป็นนักชกโอลิมปิก เจ้าเปี๊ยกหัวเราะ นักข่าวอึ้ง นั่นซื้อข้าวผัดจะไปให้ยายหรือ นักข่าวถาม ครับ ผมได้เงินค่าต่อยมวยมา ผมอยากกินข้าวผัดกุ้ง ก็เลยซื้อมาฝากยายด้วยห่อนึง ยังไม่รู้จะ เคี้ยวไหวรึเปล่า ทั้งยายและผม เจ้าเปี๊ยกกล่าวติดตลก พลางเอามือคลำแก้ม อูย...ปากมันระบมไปหมดแล้ว เรือนหลังย่อมตั้งมองเห็นอยู่ข้างหน้า ---------------x---------------------x----------------------x-----------------------x------------------------ เรือนหลังย่อมมองเห็นตั้งอยู่ข้างท้องนาข้างหน้า จากคำบอกเล่าของคนขายข้าวผัด เจ้าเปี๊ยกกับ ยายอยู่กันลำพังสองคน เพราะทั้งพ่อและแม่หายเข้าจังหวัดไปนานแล้ว เรือนหลังย่อมและโย้เย้ เงียบอยู่ข้างมะขามเฒ่า ทั้งเรือนและต้นไม้คล้ายคร้านที่จะเอ่ยถึงความ หลังอันเก่าแก่ ได้แต่สงบและนิ่งอยู่กับเสียงลมครางอันเศร้าสร้อย เจ้าเปี๊ยกหยุดและหันมาเงยหน้าบอกกับนักข่าวก่อนถึงทางเข้าบ้าน เอ้อ...น้าครับ เมื่อกี้น้าถามว่าผมแพ้หรือชนะใช่มั้ย นักข่าวพยักหน้า ความจริงผมชกเสมอ อย่างที่บอกน้าไปนั่นแหละแต่... เจ้าเปี๊ยกทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยม แต่ถ้ายายถามผม ผมจะต้องบอกว่าชกชนะมานะ...น้าได้ยินแล้วเฉยไว้ก็แล้วกันนะ แล้วกัน ทำไมไม่พูดความจริงกับยายล่ะ ถ้าผมบอกว่าชกแพ้หรือเสมอ ยายจะโกรธผมและอาจจะไม่ยอมกินข้าวผัดที่ผมซื้อมาให้นี่ นักข่าวอึ้ง ...ภาพที่ย้อนมองเห็น คือภาพของลูกหลานวัยเยาว์และไร้เดียงสา ผู้สืบสานตำนานนายขนมต้ม แต่โบราณ ต่างใส่หมัด ฟันศอก โยนเข่า และประเคนตีนแข้งเข้าใส่กันอย่างเมามันไม่ออมมือ ...เสียงเนื้อกระทบกัน เสียงกระดูกประสานกัน เลือดเปรอะติดนวมและเปื้อนร่างกายกันกับเสียง หอบหายใจน้อยๆ ด้วยความเหนื่อย ดูเหมือนว่าจะมลายหายไปในท่ามกลางเสียงตะโกนเชียร์ ที่อยู่รอบๆ เวที และเจ้าเปี๊ยกป้อแป้ ได้แต่ยืนโงนเงนเอาหน้ารับหมัดไปมา... ว่าไง น้า... เสียงเจ้าเปี๊ยกย้ำเตือน ก็ได้... นักข่าวว่าเสียงเครือ นักข่าวจากกรุงเทพฯ ไม่ยอมสบตากับนักมวยน้อย แต่แสร้งมองออกไปยังท้องทุ่งฟ้ากว้าง ทุกอย่าง เท่าที่เห็นล้วนแต่เป็นภาพพร่าเลือน..
17 / 8/48
|
| วาระ๕+++ | ||
ใครเป็นใครดูกันเอาเองครับ |
||
|
View All |
||
| << | กันยายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | ||||||