พิมพ์หน้านี้
|
๓๐ ปี ๑๔ ตุลาฯ / เรื่องไม่สั้น ตอน : โรงหนัง โรงหนังเฉลิมไทยเกิดจากการดำริริเริ่มของนักการเมืองสายทหาร ในสมัยประชา- ธิปไตยยุคต้น ตามประวัติของโรงหนังเริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่ก่อนสงครามโลกครั้งที่ ๒ อย่างมีจุดมุ่งหมายที่จะ ให้เป็นโรงมหรสพระดับมาตรฐานสากลแห่งหนึ่งในเมืองหลวง โรงหนังเปิดตัวครั้งแรกประมาณ ๒๐ ปีเศษ ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ ๑๔ ตุลาฯ ด้วยการแสดงละครเวทีเรื่องแรกชื่อ ราชันย์ผู้พิชิต โรงหนังเฉลิมไทยตั้งอยู่ริมถนนราชดำเนินกลาง ที่เมื่อครั้งหนึ่งเคยเป็นย่านบันเทิง เริงรมย์ ทั้งในทิวาและราตรี มีเสน่ห์หลายอย่างที่ทำให้โรงหนังแห่งนี้ พลุกพล่านด้วยผู้คน โดยไม่เลือกเพศวัย ก็อย่างเช่นว่า ร้านไอติมทันสมัย ที่มีเป็ดใส่หมวกสวมเครื่องแบบทหารเรือ ยืนล่อน้ำลายเด็กเล็กอยู่ในทุกหนทุกแห่ง ร้านเหล้า ร้านอาหารที่แว่ววงไวโอลินขับกล่อมอยู่ที่มุมหนึ่งของระเบียงโรงหนังใต้ซุ้มดอกไม้ เหตุการณ์ของคืนวันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ โรงหนังแห่งนี้ได้กลายเป็นประจักษ์พยาน ที่แจ่มชัด ส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์การไล่ล่า และเข่นฆ่ากันเองระหว่างคนไทยด้วยกัน ร่องรอยหนึ่งนั้น นั่นก็คือ รูกระสุนจากอาวุธสงครามที่เจาะทะลุบานกระจกเข้ามาภายในห้อง อาหารของโรงหนังแห่งนี้ ผมนอนอยู่ในโรงหนัง ได้ยินเสียงปืนดังทั้งคืน... บริกรหนุ่มนายหนึ่ง ประจำร้านอาหาร ของโรงหนังเล่าด้วยสุ้มเสียงสั่นเครือ ยิงกันที่ตรงโน้น...ที่ตึกนครบาลโน่น...มีคนตายเยอะ...ส่วนใหญ่เป็นนักเรียนอาชีวะ เขาชี้มือออก ไปอย่างให้เป็นที่รู้กันว่า ทางถนนราชดำเนินนอก แต่รูนี่... เขาว่าต่อพลางชี้มือมาที่บานกระจกใหญ่ ที่รูโหว่ และรอยร้าว คงมีใครสักคนวิ่งหนีเข้า มาในโรงหนัง และถูกไล่ยิงมา... ผมกับเพื่อนต่างจ้องมองดูรูกระจก ที่แตกทะลุอยู่คล้ายกับรูปดาวฉีก ร่วมกับคนอีกหลายคนที่อยู่ ภายในห้องอาหารนี้ และภายในไม่ช้าก็กลายเป็นกลุ่มคน ที่ต่างมามุงดูกัน ด้วยความตื่นเต้นระทึกใจ มีใครคนหนึ่งในกลุ่มคลั่ง นี่คือประวัติศาสตร์... เขาตะโกน เราจะต้องเก็บรอยลูกปืนของกระจกบานนี้ไว้ เพื่อประจานต่อไป ให้ถึงลูกถึงหลาน ว่าไอ้พวกทรราชย์มันเข่นฆ่าประชาชนยังไง คงจะเป็นไปไม่ได้หรอก... บริกรหนุ่มว่าเสียงเบา ผู้จัดการเค้าสั่งผม ให้เปลี่ยนกระจก ใหม่แล้วละครับ ผมกับเพื่อนเดินออกจากโรงหนังที่ยังคงเงียบเหงา มายืนมองดูถนนที่ว่างโล่งด้วยหัวใจหดหู่ ที่สี่แยกไฟแดงยังคงเกลื่อนไปด้วยเศษกระจกแตก ด้วยเหตุการณ์ร้ายแรงเพิ่งจะผ่านมาหมาดๆ ประวัติศาสตร์ในบางส่วนมีลักษณะที่เปราะบางราวกับแก้วกระจก และง่ายต่อการ ถูกทำลายล้าง ง่ายเหมือนกับโรงหนังเฉลิมไทยที่ได้ถูกรื้อทิ้งไปแล้ว และเหตุการณ์ ๑๔ ตุลาฯ ที่ผ่านมาถึง ๓๐ ปีแล้ว ก็คงไม่ต่างกันนัก เหลือเพียงแค่ภาพมายาที่เลือนรางเต็มทีแล้ว โรงหนังเฉลิมไทยก่อนจะหายไปจากโลก ได้แสดงละครเรื่องสุดท้ายชื่อ พันท้ายนรสิงห์...
8 / 10 /4 มีเรื่องขอความช่วยเหลือครับ ใครทราบวิธีแก้ตรงเรื่องย้อนหลังให้โชว์หัวเรื่องเก่าแทนวันที่บ้างครับ รบกวนช่วยบอกด้วย |
| วาระ๕+++ | ||
ใครเป็นใครดูกันเอาเองครับ |
||
|
View All |
||
| << | กันยายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | ||||||