พิมพ์หน้านี้
|
พระพม่า... ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ อาจารย์สอนวิชาประวัติศาสตร์ที่สำคัญท่านหนึ่งของเมืองไทยได้เขียนถึง ประวัติศาสตร์พม่าเอาไว้นานแล้ว หนังสือของอาจารย์ชาญวิทย์เล่มนี้มีชื่อสั้นๆ ว่า พม่า เน้นหนักไปทางขบวนการต่อสู้ของนักศึกษา พม่า ที่มีมานับตั้งแต่ยุคอังกฤษยังปกครองพม่าอยู่ แต่ที่ผมขอนำมาเล่าต่อวันนี้เป็นบทตอนที่ว่าด้วยพระพม่าโดยเฉพาะ หนังสือเล่มนี้ของอาจารย์ชาญวิทย์กล่าวว่า พระพม่านั้นมีบทบาททางการเมืองมานานแล้ว ตั้งแต่ ครั้งที่อังกฤษเป็นเจ้าอาณานิคมของพม่า พระพม่าถือเป็นก้าวแรกในการต่อสู้ปลดแอกการปกครองจาก อังกฤษในเวลาต่อมา ทั้งนี้เป็นเพราะว่า ครั้งที่อังกฤษเข้ายึดพม่า และปกครองประเทศพม่าเอาไว้ได้ทั้งหมดนั้น อังกฤษ ได้ยกเลิกสถาบันกษัตริย์พม่าไป ซึ่งได้ส่งผลกระทบกระเทือนต่อสถาบันศาสนามาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งพุทธศาสนาในพม่า และพระพม่าล้วนผูกพันอิงอยู่กับสถาบันกษัตริย์ เมื่อสถาบันกษัตริย์ล้มลง พระพม่าก็วังเวงและระส่ำระสายเป็นอย่างยิ่ง การรวมตัวของพระพม่าจึงเป็นความจำเป็น ทั้งเพื่อความอยู่รอดของสถาบันและประเทศพม่า ด้วยเป็นกลุ่มเดียวที่ชาวพม่านับถือเหลืออยู่ในขณะนั้น วัดพม่าคือศูนย์กลางชุมชนชาวพม่า และพระพม่านับเป็นผู้ที่มีบทบาทสูงยิ่งในทางด้านจิตใจ วัฒนธรรม ประเพณีของประชาชนชาวพม่า พระพม่าจึงต้องเป็นผู้นำทางการเมืองของประชาชนชาวพม่า ไปด้วยโดยปริยาย พระพม่าเล่นการเมืองตลอดมาก็ว่าได้ ยิ่งโดยเฉพาะในยามที่บ้านเมืองเป็นวิกฤติ วิธีการของพระพม่าที่กระทำการต่อสู้ประท้วงกับผู้มีอำนาจนั้น มีอยู่หลายรูปแบบ ทั้งวิพากษ์ วิจารณ์ คว่ำบาตร อดอาหาร และเดินขบวนร่วมกับนักศึกษาประชาชน ในประวัติศาสตร์ของพม่า ได้มีพระพม่าที่อดอาหารถึงตายและถูกทางผู้ปกครองของอังกฤษจับ แขวนคอมาแล้ว บทบาทของพระพม่าถือเป็นจุดกำเนิดกระบวนการชาตินิยมเมื่อเริ่มแรกของพม่า อย่างเช่นกลุ่ม ของนายอองซาน (บิดาของนางอองซาน ซูจี) ที่ได้อิทธิพลจากทั้งพุทธศาสนาและขบวนการสมัยใหม่ ซึ่งได้ รวมเอาไว้ทั้งพระสงฆ์และฆราวาส อาจารย์ชาญวิทย์ บอกว่าพระพม่ารูปหนึ่งซึ่งชื่อว่า อูอุตตมะ เป็นผู้พยายามตีความพุทธศาสนา ในรูปใหม่ขึ้นมาในพม่า ที่ถือว่าพุทธศาสนานั้น ต้องสอดคล้องกับการต่อสู้เพื่ออิสระภาพของพม่า และถือว่าคนจะตัดกิเลสได้นั้น จะต้องผ่านขั้นตอนของการมีอิสระเสียก่อน ใครที่สนใจหนังสือเล่มนี้ก็ไปหาอ่านกันต่อเอาเองครับ เพราะการเมืองเรื่องพม่าที่กำลังเป็นอยู่นี้ คงจะไม่จบลงง่าย และการที่พม่ามีพรมแดนยาวเหยียดมากกว่า ๑ พัน ๖ ร้อยกิโลเมตรติดอยู่กับไทย ก็ย่อมส่งผล กระทบต่อไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ครับ |
| วาระ๕+++ | ||
ใครเป็นใครดูกันเอาเองครับ |
||
|
View All |
||
| << | ตุลาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | |
| 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 |
| 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 |
| 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 |
| 28 | 29 | 30 | 31 | |||