• ปัจเจกตน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-06-05
  • จำนวนเรื่อง : 223
  • จำนวนผู้ชม : 48620
  • จำนวนผู้โหวต : 1331
  • ส่ง msg :
แก้วเหล้า

แก้วหนึ่งนงนุช แก้วสองพุทธวาจา แก้วสามเหมือนหมา

View All
<< มีนาคม 2008 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          



วันศุกร์ ที่ 7 มีนาคม 2551
การออกกำลังกายของคนที่เป็นโรคเบาหวาน
Posted by ปัจเจกตน , ผู้อ่าน : 269 , 11:30:21 น.   | หมวดหมู่ : ดูแลสุขภาพและร่างกาย  
พิมพ์หน้านี้


การออกกำลังกาย ของ คนที่เป็นเบาหวาน

        การออกกำลังกายทุกคนทราบดีว่าเป็นผลดีต่อร่างกาย  มีประโยชน์  และคุณค่ามหาศาลต่อร่างกาย  ป้องกันโรคภัยไข้เจ็บได้ เพราะในขณะออกกำลังกายร่างกายจะผลิตฮอร์โมนเอ็นดอร์ฟีน”ยาวิเศษ”ขึ้น ซึ่งจะมีเฉพาะคนออกกำลังกายเท่านั้น

        ระดับน้ำตาลในเลือดเปลี่ยนแปลงไปตาม การใช้ยา การรับประทานอาหาร และการออกกำลังกาย

ผลของการออกกำลังกายต่อโรคเบาหวาน

        เมื่อเริ่มออกกำลังกายระยะแรกร่างกายจะใช้น้ำตาลที่สะสมในกล้ามเนื้อ ระยะต่อมากล้ามเนื้อจะใช้พลังงานจากน้ำตาลในกระแสเลือด เมื่อเราออกกำลังกายสม่ำเสมอระดับน้ำตาลในเลือดจะลดลงสู่เกณฑ์ปกติ ร่างกายสามารถรักษาระดับในเลือดให้คงที่  โดยการกระตุ้นตับให้สร้างและหลั่งกลูโคสทดแทน เพื่อให้ร่างกายเกิดความสมดุลย์และมีผลให้ระดับไขมันในเลือดลดลง การออกกำลังกายทำให้ใช้ฮอร์โมนอื่นๆ เช่น กลูกากอน  อิพินิฟริน มีปริมาณเพิ่มขึ้นเพื่อสลายกลัยโคเจนในตับ และสร้างกลูโคสไปสู่กล้ามเนื้อมากขึ้น ทำให้ไขมันลดลง

การเตรียมตัวก่อนออกกำลังกาย

        ผู้ป่วยประเภทที่ 1 พึ่งอินสุลิน มีระดับอินสุลินต่ำมากหรือไม่มีเลย ก่อนออกกำลังกายควรปรึกษาแพทย์หรือทีมสุขภาพ เพื่อประเมินสภาพเบาหวานและจำเป็นต้องปรับอาหารและเวลาฉีดยาที่เหมาะสมกับเวลาที่ออกกำลังกาย

        ผู้ป่วยที่น้ำหนักเกินหรืออ้วน ไม่จำเป็นต้องมีอาหารเสริม ควรเริ่มออกกำลังกายเบาๆและเพิ่มเวลาขึ้น เมื่อน้ำตาลในเลือดและน้ำหนักตัวลดลง แพทย์จะปรับลดขนาดยาลง

ควรวางแผนก่อนออกกำลังกาย

  1. ควรฉีดยาที่หน้าท้อง เพื่อหลีกเลี่ยงการดูดซึมของยาอย่างรวดเร็ว ในช่วงขณะเวลาออกกำลังกาย
  2. ไม่ออกกำลังกายในช่วงยาออกฤทธิ์สูงสุด ควรออกกำลังกายก่อนฉีดยา มื้อเช้า หรือ เย็น
  3. ตรวจระดับน้ำตาลในเลือดก่อนและหลังการออกกำลัังกายในระยะแรก เพื่อให้ทราบการเปลี่ยนแปลงของตนเองจากการออกกำลัง และเป็นแนวทางการปรับขนาดยา และปริมาณอาหารให้เหมาะสม
  4. ดื่มน้ำให้เพียงพอ ทั้งก่อนและหลัง และ ขณะออกกำลังกาย การขาดน้ำมากเป็นผลให้ระดับน้ำตาลสูง

ท่ากายบริหาร ของผู้ป่วยโรคเบาหวาน

ท่าทางต่างๆเหล่านี้ เป็นการบริหารข้อต่อและกล้ามเนื้อควรเคลื่อนไหวร่างกายช้าๆ

1.ท่าบริหารคอ

1.1 ท่าก้ม เงย แหงน

      -  ก้มหน้า พร้อมหายใจออก

      -  เงยหน้าขึ้นช้าๆและแหงนหน้าขึ้น พร้อมๆกับการสูดลมหายใจเข้าเต็มที่

      -  เคลื่อนศรีษะมาในท่าตั้งตรง พร้อมกับผ่อนลมหายใจออก

1.2 ท่าเอียงคอ ซ้าย – ขวา

1.3 ท่าเหลียวไปด้านข้าง  ซ้าย - ขวา

       -  ท่าบริหารคอนี้ ห้ามผู้ที่มีปัญหากระดูกคอเคลื่อน หรือกระดูกคอบางส่วนกดทับเส้นประสาท

2.ท่าบริหารไหล่และแขน

2.1 ท่ากังหันลม

       -  ยืนกางแขน กางขาให้เท้าทั้งคู่อยู่ในแนวเดียวกันกับใหล่

       -  หมุนแขนเป็นวงกลม พร้อมๆกับสูดลมหายใจเข้าและผ่อนลมหายใจ โดยหมุนแขนตามเข็มนาฬิกา และ หมุนทวนเข็มนาฬิกา สลับกัน

2.2 ท่านกกระพือปีก

       -  ยืนกางขาในลักษณะเดิม

       -  แขนแนบลำตัว

       -  กางแขนขึ้นพร้อมกับ ให้ฝ่ามือประกบกันเหนือศีษะ พยายามเหยียดแขนให้ตรงเท่าที่จะทำได้ พร้อมกับสูดลมหายใจเข้าขณะยกแขนขึ้น

       -  ลดระดับแขนแยกออกจากกัน พร้อมกับผ่อนลมหายใจออกพยายามลดแขนลงแนบตัวช้าๆเสมือนขนนกปลิวตกลงมา

2.3 ท่ากำหมัด

       -  ยืนกางขา ในลักษณะเดิม

       - กางแขนให้อยู่ในระดับไหล่พร้อมทั้งกำหมัดแน่น

       -  คว่ำหมัดลงโดยไม่งอแขนพยายามเกร็งกล้ามเนื้อบริเวณแขนไว้ตลอดเวลา

       -  หงายหมัดขึ้น โดยไม่งอแขนเช่นกัน

หลังจากบริหารท่าที่ 2 ครบทั้ง 3 ท่าแล้ว ท่าจะรู้สึกเมื่อยแขนขอให้ยืนแกว่งแขนไปมาจนหายเมื่อย

วิธีแกว่งแขน

ให้แกว่งมาด้านหน้า 4 ส่วน แกว่งแขนไปด้านหลัง 3 ส่วน อย่าเหวี่ยงแขนสูงมาก อาจทำให้กล้ามเนื้อบริเวณสะบักหลังบาดเจ็บง่าย

 

3.ท่าบริหารเอว

       -  ยืนกางขาในลักษณะเดิม

       -  มือ 2 ข้างท้าวเอว

       -  เอียงตัวลงด้านหลังให้เอวตึง ทำสลับกันซ้าย – ขวา

       -  บิดลำตัวส่วนบนให้หันไปด้านข้างทำสลับกันซ้าย – ขวา

4. ท่าบริหารขา

     ท่าแกว่งลูกตุ้มนาฬิกา

-          ยืนตรงใช้มือจับโต๊ะหรือสิ่งที่ตรึงกับที่ป้องกันลื่นล้ม

-          แกว่งขาไปข้างหลัง ไม่งอเข่า

-          แกว่งขาไปข้างหน้า ไม่งอเข่า พยายามยกขาให้สูงเท่าที่จะทำได้ เกร็งขาแล้วนับ 1 ถึง 10 แล้วเกร็งขาไปด้านหลังโดยไม่ต้องนับ 1 ถึง 10

5. ท่าบริหารน่อง

       -  นั่งบนเก้าอี้

       -  ยกเท้าให้สูงจากพื้นเล็กน้อยเหยียดเท้าตรง

       -  เกร็งปลายนิ้วเท้าให้ชี้เข้าหาตัวเอง  ให้ส้นเท้าชี้ออกไปข้างหน้า เกร็งกล้ามเนื้อที่น่อง นับ 1 – 10

       -  คลายกล้ามเนื้อที่น่อง ทำสลับกัน

6. ท่าบริหารข้อเท้า

       -  นั่งเก้าอี้ เหยียดเท้าตรง  ยกสูงจากพื้นเล็กน้อย

       -  หมุนเฉพาะข้อเท้า ให้ปลายเท้าหมุนเป็นวงกลม ระวังอย่าหมุนเท้าจากหัวเข่า

       -  หมุนปลายเท้าเป็นวงกลม ทวนเข็มนาฬิกาและตามเข็มนาฬิกา ทำทีละข้าง หรือจะหมุนพร้อมกันทั้ง 2 ข้างก็ได้

ท่าบริหารทั้ง 6 ข้อนี้ในระยะแรกของการฝึกฝน ควรทำวันละ 5 ครั้ง เพื่อป้องกันการบาดเจ็บ หริอกล้ามเนื้อปวดล้า หลังจากนั้นเมื่อร่างกายคล่องแคล่วขึ้น จึงกำหนดเวลาการบริหารแต่ละครั้งไม่น้อยกว่า 20 นาที ซึ่งจะมีผลทำให้อินสุลินออกฤทธิ์ได้ดี ระดับน้ำตาลในเลือดลดลงสู่เกณฑ์ปกติ

 

***ขอให้ท่านที่เป็นเบาหวาน จงมีความสุขขึ้น ห่วงใย ***

ขอขอบคุณ

รพ.เมืองสมุทรปากน้ำ

รพ.เมืองสมุทรปู่เจ้าฯ

สถานพยาบาลเมืองสมุทรบางปู

เมืองสมุทรแพรกษาคลินิก................................ไว้ในโอกาสนี้ด้วย

 

 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4
ปัจเจกตน วันที่ : 07/03/2008 เวลา : 20.50 น.
http://www.oknation.net/blog/uthai
รักทุกคนด้วยจิตที่บริสุทธิ์


ขอขอบใจทั้ง 3 ความคิดเห็น
บอกต่อๆกันไปน่ะ สำหรับเพื่อนอาจจะมีญาติเป็นโรคนี้อยู่
แบ่งปันกันไป
ความคิดเห็นที่ 3
ฟ้าใสที่ปลายฟ้า วันที่ : 07/03/2008 เวลา : 12.54 น.
http://www.oknation.net/blog/feasai
พรากมีวันพบ จากมีวันเจอ จากกันยามเป็นได้เห็นน้ำใจ จากกันยามตายได้เห็นน้ำตา

แจ้งข่าวการจากไปของบล็อคเกอร์น้องเดือนค่ะ เชิญที่บ้านฟ้าใสนะคะ
ความคิดเห็นที่ 2
iori วันที่ : 07/03/2008 เวลา : 12.22 น.
http://www.oknation.net/blog/iori

สวัสดีค่ะ
ขอบคุณสำหรับบทความดีๆ
ความคิดเห็นที่ 1
Supawan วันที่ : 07/03/2008 เวลา : 12.04 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

สวัสดีวันศุกร์ค่ะ ...

แวะมาทักทาย .. มาชวนไปทำกิจกรรมด้วยกันที่เกาะกรูดค่ะ

ขอบคุณ สำหรับบทความดีๆ

มีความสุขในวันสุดท้ายของการทำงานประจำสัปดาห์นะคะ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน