• uthaisak
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-11-01
  • จำนวนเรื่อง : 15
  • จำนวนผู้ชม : 4703
  • จำนวนผู้โหวต : 2
  • ส่ง msg :
more
ชมรมคนรักชาติ@ทีโอทีภาคกลาง
"ไม่ยอมรับและไม่วางเฉย"ในสิ่งที่เห็นว่า"ไม่ถูกต้อง"
Permalink : http://www.oknation.net/blog/uthaisak2
วันอังคาร ที่ 13 พฤษภาคม 2551
สกู๊ป-'ไฮไลต์' เอกสารลับ'สุรเกียรติ์' หลักฐานเด็ด คตส.ใช้น็อค'ทักษิณ'สั่งเพิ่มเงินกู้พม่า1พันล.
Posted by uthaisak , ผู้อ่าน : 279 , 16:11:07 น.  
พิมพ์หน้านี้


หมายเหตุ'มติชนออนไลน์'-เป็นส่วนหนึ่งเอกสารลับที่นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประ เทศ ในขณะนั้นทำถึงเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อแจ้งความเห็นประกอบวาระเพื่อพิจารณาในที่ประชุม ครม. เรื่องขอรับการสนับสนุนการให้เงินกู้เพื่อซื้อเครื่องจักรและพัฒนาประเทศแก่รัฐบาลพม่า (ที่ กต 1303/488 ) วงเงิน 4,000 ล้านบาทลงวันที่ 17 พฤษภาคม 2547

เอกสารดังกล่าวหลายเป็นหลักฐานสำคัญที่คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำทีก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ(คตส.)ใช้เป็นหลักฐานว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น เป็นผู้สั่งให้ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าเพิ่มวงเงินกู้แก่กู้ให้พม่าในการพัฒนาระบบโทรคมนาคมอีก 1,000 ล้านบาท(จากเดิมที่มีการเจรจาไว้ 3,000 ล้านบาท)และมีการซื้ออุปกรณ์จากบริษัทชินแซทเทลไลท์บริษัทในเครือชินคอร์ปอเรชั่น ของครอบครัวชินวัตร ทั้งๆที่นายสุรเกียรติ์ไม่เห็นด้วยกับการเพิ่มวงเงินกู้
---------------------------------------------
 1.เมื่อ 13 ตุลาคม 2546 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศพม่าได้มีหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศขอรับวงเงินสินเชื่อ (Credit line) จากไทยมูลค่าไม่น้อยกว่า 3 พันล้านบาท เพื่อซื้อเครื่องจักรและวัสดุก่อสร้างจากไทยสำหรับการก่อสร้างสาธารณูปโภคต่างๆ ในพม่า

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ(นายสุรเกียรติ์)ได้กราบเรียน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี(พ.ต.ท.ทักษิณ)พิจารณาและได้มีบัญชาเห็นชอบให้สินเชื่อแก่พม่าตามที่ฝ่ายพม่าขอโดยให้เป็นเงินบาท (Baht loan) ฝ่ายไทยได้แจ้งฝ่ายพม่าในเรื่องนี้ระหว่างการประชุมสุดยอด ACMECS ที่พุกาม เมื่อ 10-12 พฤศจิกายน 2546 โดยรับจะส่งคณะจาก EXIM Bank ไปเจรจากับพม่าโดยเร็ว

2.เมื่อ 21-23 มกราคม 2547 คณะของ EXIM BanK ได้เดินทางไปหารือในรายละเอียดกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศพม่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังพม่า ธนาคารกลางพม่า และ MFTB ผลการเจรจาสรุปได้ดังนี้ ไทยจะให้เงินกู้เป็นเงินสกุลบาท เพื่อซื้อเครื่องจักรและอุปกรณ์ก่อสร้างจากไทยในอัตราดอกเบี้ยไม่เกินอัตรา prime rate ของธนาคาร (ปัจจุบันเท่ากับร้อยละ 5.75 ต่อปี)

3.ในการหารือระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศพม่า ในช่วงการประชุมระดับรัฐมนตรี BIMST-EC ที่จังหวัดภูเก็ต เมื่อ 7-8 ก.พ. 47 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศพม่าขอให้รัฐบาลไทยช่วยหารือกับ EXIM Bank ให้ลดอัตราดอกเบี้ยหากจำเป็นขอให้รัฐบาลไทยให้เงินสนับสนุน (subsidy) บางส่วน และขอให้ฝ่ายไทยกำหนดจุดประสานงานเพื่อช่วยติดต่อกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง เมื่อฝ่ายพม่าต้องการซื้อสินค้าหรือวัสดุภายใต้โครงการ

นอกจากนี้ฝ่ายพม่าประสงค์จะขอรับสินเชื่อสำหรับโครงการพัฒนาระบบโครคมนาคมของพม่า (วงเงิน 24.05 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) นอกเหนือจาก 3,000 ล้านบาท ที่ได้เจรจากันแล้ว ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ(นายสุรเกียรติ์)แจ้งว่า ขอให้โครงการดังกล่าวอยู่ภายในกรอบสินเชื่อ 3,000 ล้านบาท ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศพม่า จึงได้สอบถามความเป็นไปได้ในการขอขยายวงเงินสินเชื่ออดังกล่าวเป็น 5,000 ล้านบาท

 อย่างไรก็ดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศแจ้งว่า ขอให้ไทยและพม่าเริ่มดำเนินการการให้สินเชื่อ 3,000 ล้านบาทก่อน และให้หารือกันอีกครั้งเกี่ยวกับการขยายวงเงินสินเชื่อในอนาคต

4.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศพม่า ได้มีหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ลงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2547 ติดตามผล การขอขยายวงเงินสินเชื่อและการลดอัตราดอกเบี้ยพร้อมกับแจ้งว่า ฝ่ายพม่าต้องการซื้อยางมะตอย (bitumen) จากไทย จำนวน 100,000  ตัน และวัสดุก่อสร้างอื่นๆ ภายใต้ กรอบวงเงินสินเชื่อดังกล่าว อย่างเร่งด่วนก่อนฤดูมรสุม

5.เมื่อ 2 มีนาคม 2547 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้มีหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศพม่า แจ้งว่า ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีตกลงให้เพิ่มวงเงินสินเชื่อจาก 3,000 ล้านบาทเป็น 4,000 ล้านบาท และจะ subsidize บางส่วนจากอัตราดอกเบี้ยที่ EXIM Bank เสนอ ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้แจ้งให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศพม่าทราบในการหารือระหว่างการประชุม AMM Retreat ที่ฮาลองเบย์ เมื่อ 3 มีนาคม 2547

6.เมื่อ 15 มีนาคม 2547 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้เป็นประธานการประชุมหารือเกี่ยวกับเงื่อนไขของสินเชื่อ โดยมีผู้แทน EXIM Bank ธนาคารกรุงไทย และกระทรวงการคลัง เข้าร่วมซึ่งที่ประชุมเห็นชอบให้ผ่อนปรนเงื่อนไขให้แก่พม่า ได้แก่

1) ลดอัตราดอกเบี้ยเหลือร้อยละ 3 ต่อปี
2) กำหนดเวลาการจ่ายดอกเบี้ยทุกครึ่งปี
3) ฝ่ายพม่าจะจ่ายเงินต้นภายในเวลา 20 ปี แต่สามารถต่อรองกำหนดตารางเวลาการชำระเงินได้
4) กำหนดเวลาปลอดการชำระหนี้ (grace period) การจ่ายเงินต้นเป็นเวลา 2 ปี
5) วงเงินสินเชื่อจะใช้สำหรับซื้อวัสดุและสิ่งของที่มีต้นแหล่งจากประเทศไทย และเมื่อ 19 มีนาคม 2547 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้มีหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศพม่า แจ้งผลการประชุมดังกล่าวให้ทราบแล้ว

7.เมื่อ 26 มีนาคม 2547 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศพม่าได้มีหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศแจ้งว่า นายกรัฐมนตรีพม่าขอให้รัฐบาลไทยพิจารณาขยายเวลา grace period จาก 2 ปี เป็น 5 ปี โดยมอบหมายให้ MFTB เป็นผู้เจรจากับ EXIM Bank ในรายละเอียด และเชิญผู้แทน EXIM Bank เดินทางไปกรุงย่างกุ้งเพื่อเจรจารายละเอียดขั้นสุดท้ายกับฝ่ายพม่าในโอกาสแรก

8.ก่อนหน้านี้ (25 มีนาคม 2547) EXIM Bank ได้ประชุมคณะกรรมการธนาคารฯ แต่ผลการประชุมแตกต่างจากที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศแจ้งพม่า เช่น grace period 2 ปี และการแบ่งเงินกู้ออกเป้น 2 ส่วน (เงินกู้เพื่อซื้อสินค้าทุนจากไทย และเงินกู้เพื่อการว่าจ้างผู้รับเหมาไทย) โดยมีระยะเวลากู้แตกต่างกัน

9.ตามข้อ 10 เมื่อ 23เมษายน 2547 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้มีหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แจ้งเกี่ยวกับ credit line ขอให้กระทรวงการคลังประสานงานกับ Exim Bank เพื่อให้ทราบข้อมูลที่ตรงกัน

10.เมื่อ 21 เมษายน 2547 EXIM Bank ได้มีหนังสือถึง MFTB แจ้งว่า จะเสนอให้คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบเรื่องอัตราดอกเบี้ย และสำหรับเรื่อง grace period 5 ปี นั้น พร้อมจะพิจารณาแต่เห็นว่าการที่มี grace period ระยะยาวเกินไปทำให้เกิดภาระการชำระดอกเบี้ยมากเกินไปโดยใช่เหตุ และทำให้เกิด "crowding out effects" ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการกู้ยืมอื่นๆ ในอนาคต

สถานะสุดท้าย

1.นายสถาพร ชินะจิตร กรรมการผู้จัดการ EXIM Bank ได้เดินทางไปกรุงย่างกุ้ง (25-27 เมษายน 2547) เพื่อหารือกับฝ่ายพม่า โดยได้พบกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผู้ว่าการธนาคารกลางพม่า MFTB และรัฐมนตรีว่าการะรทรวงการต่างประเทศพม่า แต่ยังมีประเด็นที่ยังไม่สามารถตกลงกันได้ในเรื่อง "Thai origin"

2.เมื่อ 27 เมษายน 2547 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศพม่าได้ส่งนายตอง ตุนอธิบดีกรมการเมืองพม่า มาพบกับปลัดกระทรวงการต่างประเทศเพื่อหารือในเรื่องดังกล่าว ซึ่งฝ่ายพม่าแจ้งว่าพม่ามีข้อจำกัดในกาดรำเนินการตามเงื่อนไขของ rule of origin ของ EXIM Bank อย่างไรก็ดี การได้รับวงเงินสินเชื่อนี้มีความสำคัญทางการเมืองแก่พม่ามากเนื่องจากจะช่วยเสริมสถานภาพของ พล.อ.ชิ่น ยุ้น นายกรัฐมนตรีพม่า โดยเฉพาะภายใน SPDC และต่อความสำเร็จของ Roadmap และกระบวนการปรองดองแห่งชาติในพม่า เนื่องจากผู้นำพม่าได้ให้คำมั่นกับชนกลุ่มน้อยว่าจะพัฒนาพื้นที่ชายแดน ซึ่งฝ่ายพม่าจึงขอให้รัฐบาลไทยพิจารณาให้ความยืดหยุ่นด้วย

*********

ที่มา : http://www.matichon.co.th/news_title.php?id=2024


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2
มาลีรัตน์ วันที่ : 13/05/2008 เวลา : 16.54 น.
http://www.oknation.net/blog/maleerat

ช่วงที่เป็น ส.ว.อยู่กรรมาธิการการต่างประเทศ เคยเชิญผู้เกี่ยวข้อง(รมว.และข้าราชการ,ผู้จัดการเอ็กซิมแบงก์) มาให้ข้อมูล แล้วกรรมาธิการก็ทำข้อสรุปแจกสื่อ ไม่ใช่พึ่งมาพูดตอนนี้ เราตรวจสอบมาตั้งแต่ยังเป็นส.ว. และบอกต่อสื่อ ถ้าเอาผิดเขาไม่ได้ หรืออัยการสูงสุดบอกสำนวนไม่พอจะสั่งฟ้องก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรแล้วล่ะ นอกจากบอกให้ทบทวนตัวเองว่าเขาทำอะไรอยู่
ความคิดเห็นที่ 1
Supawan วันที่ : 13/05/2008 เวลา : 16.19 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

ขอบคุณ สำหรับบทความค่ะ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

เทียนแห่งธรรม

เทียนแห่งธรรม : เทียรี่ ลาสเวกัส

View All
<< พฤษภาคม 2008 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31