
พิมพ์หน้านี้
|
หากมองบ้านเมืองย้อนกลับในช่วง 5-6 ปี เป็นช่วงเวลาที่อยู่ในภาวะสุญญากาศ สุญนิยม สุญญากาศ เป็นช่วงเวลาที่ไร้บรรยากาศทางการเมือง ไร้ตัวตนของผู้นำบริหารบ้านเมือง สุญนิยม เป็นช่วงเวลาที่สังคมได้ถูกกลืนกิน ด้วยความเชื่อที่ว่าความเจริญก้าวหน้าจะเกิดขึ้นได้ โดยการทำลายสังคมเดิมให้สูญสิ้นไป ในช่วงเวลาที่ผู้คนตกอยู่ในสภาวะไร้ความแน่นอน
อย่าเห็นเป็นเรื่องปกติ ประวัติศาสตร์ย่อมซ้ำรอย ซ้ำไปซ้ำมา ถ้ายังจำได้ ช่วง พ.ศ. 2543 2544 เป็นยุคโหยหาระบอบประชาธิปไตย ทดลองรัฐธรรมนูญ สังคมเชื่อที่ว่ากระบวนการประชาธิปไตย ทำให้ระบบพรรคการเมืองและนักการเมืองดี พรรคการเมืองที่เข้มแข็งทำให้ประเทศมั่นคง ในสายตาชาวโลก เป็นยุคฟื้นฟูเศรษฐกิจและจิตใจ บนความเชื่อที่ว่าถ้าผู้นำเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ จะสามารถนำพาผู้คนในบ้านเมืองอยู่ดีกินดี นำวิธีการบริหารที่ได้จากความสำเร็จภาคธุรกิจ มาพัฒนาประเทศ จะไม่โกงกิน เพราะมีเงินทองมากพอแล้ว เป็นยุคที่เบื่อการเมือง ระบบพรรคการเมืองและนักการเมืองเก่า ๆ มีแต่พวกพ้อง กลุ่ม ก๊ก กระสือ ไร้อุดมการณ์ ตั้งหน้าตั้งตาทุจริตโกงกิน หาประโยชน์ให้เครือญาติ พรรคไทยรักไทย จึงถือกำเนิดในท้องเรื่อง นโยบายประชานิยม ประชาชนต้องมาก่อน สังคมต้องได้รับการดูแล เพื่อการอยู่ดี กินดี กระบวนการบริหารโปร่งใส คิดใหม่ทำใหม่ มองไปข้างหน้า ระบบราชการต้องได้รับการล้างเลือด รัฐบาล พ.ต.ท. เป็นกระบวนการคัดเลือกตามระบอบประชาธิปไตย ที่ดำรงอยู่ครบวาระ 4 ปี ! แล้วได้อะไร บ้านเมืองได้ผู้นำที่เป็นนักธุรกิจที่ร่ำรวยและประสบ ความสำเร็จพร้อมพรรคพวก บริวาร ลิ่วล้อ จนบัดนี้ยังตามนับเงินไม่หมด ประชาธิปไตยเกิดขึ้นบนความล่มสลายของ ระบบพรรคการเมือง และบนความล่มสลายของ ระบบตรวจสอบทางรัฐสภา เศรษฐกิจได้รับการฟื้นฟู ด้วยโครงการมากมาย เพื่อทุกชนชั้นทุกระดับ โดยเฉพาะกลุ่มชนที่เป็นฐานเสียง ด้วยเพกเกจเอื้ออาทร พรรคการเมืองใหญ่ 2 พรรค ถูกตรวจสอบด้วย กระบวนการยุติธรรม และ 1 ใน 2 ถูกยุบพรรค ระบบราชการได้รับการปฏิรูป แต่ข้าราชการ ระส่ำระส่าย มุ่งกอบโกยผลประโยชน์ ทำตัวไร้ศักดิ์ศรี เพราะไม่มีความมั่นคงในอาชีพ ขณะนี้ พ.ศ.2550 ประวัติศาสตร์หน้าใหม่กำลังจะเกิด บ้านเมือง กลับสู่ยุคโหยหาการเปลี่ยนแปลง อีกครั้ง รัฐธรรมนูญ ใหม่ ที่ผ่านประชามติ กำลังจะนำมาใช้ พรรคการเมือง ที่ยังไร้อุดมการณ์ แม้แต่ชื่อพรรคยังหาไม่ได้ นักการเมือง ที่ยังเป็นกลุ่ม-ก๊วนเดิม ความคิดและ สติปัญญาเดิม ผู้นำรัฐบาล ที่ยังหาผู้ที่เพียบพร้อมด้านปัญญา คุณธรรม จริยธรรม รักชาติบ้านเมือง(รักษาผลประโยชน์ของชาติและ ประชาชน)ไม่ได้ ระบบราชการ ที่ยังปฏิรูปไม่เสร็จ ข้าราชการคงอิงแอบ นักการเมือง เห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง ก่อนจบ ขอยกประเด็นนักการเมืองกับการบริหารราชการ ในมุมมองประธาน คมช.และผบ.ทบ. ที่พูดในรายการทีวีช่องหนึ่ง ด้วยแนวความคิดว่า นักการเมืองที่ได้รับอำนาจ เข้าไปบริหารงานกระทรวงต่าง ๆ ควรเดินตามยุทธศาสตร์ แผนงานของแต่ละกระทรวง ที่กำหนดไว้แล้ว การเปลี่ยนแปลงควรเป็นใน ลักษณะปรับปรุงให้สอดคล้องกับ สภาพแวดล้อมและสถานการณ์ ไม่ใช่ลักษณะคิดใหม่ทำใหม่ ก็เลือกคิด เลือกทำกันไป
|
| << | กันยายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | ||||||