• วนา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : noi_build@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-03-28
  • จำนวนเรื่อง : 87
  • จำนวนผู้ชม : 15643
  • จำนวนผู้โหวต : 56
  • ส่ง msg :
คือไม้ต้นหนึ่ง......ที่ขยายแนวป่า
แสวงหาความจริงจากการสัญจร
Permalink : http://www.oknation.net/blog/vana
วันอาทิตย์ ที่ 13 เมษายน 2551
เงิน.... ทอง...และข้าว
Posted by วนา , ผู้อ่าน : 204 , 00:30:28 น.  
พิมพ์หน้านี้


นิทานเรื่องนี้ เป็นนิทานของชาวเขากลุ่มปกาเก่อญอ นำเสนอโดยกลุ่มเยาวชนปกาเก่อญอ

ข้าพเจ้าได้นิทานเรื่องนี้จากสิ่งพิมพ์ชิ้นเล็ก ๆ ที่เรียกว่า "เด็กบ้านนอก" สารสำหรับเยาวชนภูธร ผู้รักความเป็นธรรม จัดทำโดย เครือขายเยาวชนลุ่มน้ำ เป็นสารเล็ก ๆ ที่น่ารักมาก น้อง ๆ จัดทำกันเองเพื่อเผยแพร่งานออกสู่สายตาคนภายนอก สารที่พวกน้อง ๆ บอกข้าพเจ้าว่า เป็นสื่อสำหรับเด็กบ้านน๊อก...บ้านนอก ที่เนื้อหาภายในมันเข้มข้น ไม่สมกับคำว่าบ้านน๊อก...บ้านนอกเลยแม้แต่นิดเดียว..เอ้า มาฟังนิทานกันดีกว่า

เรื่องมีอยู่ว่า

ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง มีคนรวยอยู่ 3 คน คนหนึ่งรายเงิน คนหนึ่งรวยทอง และคนหนึ่งรวยข้าว ทั้งสามคนต่างก็คิดว่าในบรรดาความร่ำรวย ทั้งสามอย่างนั้น ถือว่าตนร่ำรวยที่สุด และทั้งสามก็มักปะทะคารมคุยเขื่องโขว่าตัวเองเท่านั้นที่รวยที่สุด เป็นอยู่อย่างนี้เสมอ...........

จนในที่สุดวันหนึ่ง ก็มีการท้าปะลองกันขึ้น โดยกำหนดวิธีว่า ทั้งสามจะเดินทางเข้าป่าด้วยกันเป็นเวลาหนึ่งเดือน จะเอาสมบัติอะไรติดตัวไปก็ได้ โดยมีเสบียงอาหารคือเอาข้าวสารไปได้เพียงคนละ 3 ลิตรเท่านั้น และทั้งสามก็ยอมรับในหลักการนี้

เศรษฐีเงิน เอาเงินมาทำเป็นหมวก เศรษฐดีทองก็เอาทองมาทำเป็นหมวก ส่วนเศรษฐีข้าวก็เอาข้าวมาทำเป็นหมวกเหมือนกัน แล้วทั้งสามก็ออกเดินทาง ต่างคนต่างก็ประหยัดข้าวสารกินกันวันละนิดวันละหน่อย แต่เพียงไม่กี่วันเท่านั้น ข้าวสารก็หมดทั้งสามคน แต่ก็ต้องเดินทางต่อไปให้ครบกำหนดเดินทางแบบไม่ได้กินอะไรเลยจนสองวัน ทั้งหมดก็หยุดพักในตอนค่ำ วันนั้นเอง เศรษฐีข้าวก็หยิบหมวกของตัวเองออกมาปิ้งไฟ ข้าวนั้นก็พองขึ้น เศรษฐีข้าวก็กินข้าวของตัวเองอย่างอิ่มอร่อย ส่วนอีกสองคนได้แต่มอง

วันต่อ ๆ มา เมื่อหยุดพัก เศรษฐีข้าวหยิบหมวกมาปิ้งกินวันละหน่อย ซึ่งก็ทำให้มีแรงเดินทุกวัน ส่วนเศรษฐีเงินและเศรษฐีทองนั้นทั้งหิวและหมดเรี่ยวแรง ขอเจรจาซื้อข้าวของเศรษฐีข้าว เศรษฐีข้าวก็ขายให้โดยแลกกับเงินและทองในขนาดเท่ากันกับข้าวแห้งนั้น ทั้งสองก็จำยอมตัดแผ่นเงินแผนทองคำจากหมวกมาซื้อข้าว วันต่อมา พอหิวอีกก็ขอซื้อข้าวอีก แต่คราวนี้เศรษฐีข้าวก็ขายในราคาแพงขึ้น โดยข้าวหนึ่งส่วนมาแลกกับเงินและทองอย่างละสองส่วน ซึ่งเศรษฐีเงินกับเศรษฐีทองก็ต้องยอม และนับวันข้าวก็ยิ่งแพงขึ้นเรื่อย ๆ จนหมวกเงินหมวกทองนั้นกลายเป็นชิ้นส่วน และตกเป็นของเศรษฐีข้าวจนหมด ในที่สุดก็ครบหนึ่งเดือนตามกำหนด หมวกข้าวก็หมดพอดี

ปีนั้นเอง เกิดความไม่สมดุลของดินฟ้าอากาศ ได้ข้าวไม่พอกิน เศรษฐีข้าวก็ขนข้าวหนีไปอยู่หมู่บ้านอื่น โดยข้าวส่วนที่ขนไปไม่หมดก็ขนไปไว้ในถ้ำ ปิดปากถ้ำเหลือช่องไว้เล็กนิดเดียว ส่วนเศรษฐีเงินกับเศรษฐีทองนั้น ซื้อข้าวใครก็ไม่มีขายให้ เพราะในหมู่บ้านต่างก็ได้ข้าวน้อยกันทั้งนั้น ในที่สุดทั้งสองเศรษฐีก็เพียงขอให้นกเขาบินไปคาบข้าวของเศรษฐีข้าวจากในถ้ำมาให้วันละเล็กวันละน้อยพอปะทังชีวิต นกก็พลอยได้กินข้าวไปด้วย

นับแต่นั้นมาทุกปีในไร่ในนาข้าว นกก็เลยได้กินข้าวก่อนคนเสมอ

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า...........................................

ลองมาดูฝีมือกวีศรีเยาวชน กลุ่มเด็กบ้านนอกกันนะคะ เด็กพวกนี้ไม่ธรรมดาเลย

แผ่นดินผืนนี้มีค่า..............ทำนาทำไร่ได้ผล
ทำสวนก็ได้ไม่จน.............อดทนทำไว้ใช้กิน
ในน้ำมีกุ้งปูปลา............... จับหามาได้ทั้งสิ้น
เมืองไทยมีทรัพย์ในดิน..... ได้ยินเสียงนี้มานาน

นึกถึงบุญคุณปู่ย่า........................ช่วยกันรักษากล้าหาญ
พวกเราจึงได้เบิกบาน...................อยู่บ้านเราได้อย่างดี
ต้องฝึกต้องเตรียมไว้................... ลูกลำโดมใหญ่รู้หน้าที่
ช่วยให้เราอยู่นานปี...................... ได้มีความสุขทุกคน

สายน้ำลำโดมใหญ่....................หล่อเลี้ยงใจเพื่อทุกฝัน
ก่อเกิดเป็นตำนาน ....................สืบสร้างสานต่อกันมา
หากแม้นจะไร้สิ้น......................ซึ่งแผ่นดินที่ห่วงหา
เป็นเขื่อนมหึมา...........................ป่าไร้สิ้นดินสูญไป
ธรรมชาติที่อุดม..........................เมฆหมอกลมที่พัดไหว
เป็นเพลงกล่อมพงไพร..................คงร่ำได้ด้วยอาดูร
วิถีคนในถิ่น............................... ที่ทำกินจะสิ้นสูญ
หมดซึ่งสิ่งเกื้อกูล........................ กลับเพิ่มพูนเหตุร้อนใจ
ประเพณีที่ชี้นำ.........................วัฒนธรรมล่มสลาย
คนรวยได้สบาย....................... แต่คนตายคือคนจน
รีดเลือดจากปูน้อย................... ความคิดถ่อยไม่เคยสน
เสียดายเกิดเป็นคน.................. มุ่งเพื่อผลสู่ตนเอง

สุขุมา อรุณจิต : กลุ่มวัชพืช


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2
ธมกร วันที่ : 14/04/2008 เวลา : 07.14 น.
http://www.oknation.net/blog/krugarn

อย่างไรก็ตาม "ครอบครัว คือความหมายที่สำคัญหนึ่งของมนุษย์"
* * *
ในกรุ่นกลิ่นสงกรานต์ บางครุ่นคิดถึงคืนวันอันอบอุ่น แต่โลกของเจ้าตัวเล็ก (จำนวนไม่น้อย) เปลี่ยนไปแล้ว โอ้...
***********************

ปลาเอ๋ยปลาตะเพียน
เคยว่ายเวียนเปลสานเจ้าแก้มใส
ว่ายออกไปนอกเปลเหห่างไกล
วันที่โลกเปลี่ยนไปเปลี่ยนใจปลา
ตะเพียนเงินตะเพียนทองผิดพ้องพักตร์
ไม่รู้จักรู้จ้องแล้วน้องข้า
แต่แบเบาะจ้องจอรอเวลา
ปาปริก้าอบกรอบครอบงำเอย

(ศิวกานท์ ปทุมสูติ, ทุ่งสักอาศรม, ๒๕๔๙)
* * *
ความคิดเห็นที่ 1
Supawan วันที่ : 13/04/2008 เวลา : 07.20 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

สวัสดีวันปีใหม่ไทยค่ะ …

วันสงกรานต์ .. ปีใหม่ไทย .. ไปทำบุญ อุทิศส่วนกุศลให้บรรพบุรุษ ก่อกองทราย .. ขอพรจากผู้ใหญ่

ขอให้มีความสุข มีชีวิตที่เจริญรุ่งเรืองนะคะ ..
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

เมืองโบราณ

เมืองโบราณ บ้านต้าผามอก อ.ลอง จ.แพร่

View All
<< เมษายน 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30