พิมพ์หน้านี้
|
แม้จะเคยเดินทางไปเวียงจันทน์หลายครั้งแล้วก็ตาม แต่การใช้ชีวิตส่วนใหญ่ ฉันยังคงวนเวียนอยู่รอบในเวียงเพียงแค่นั้น จนเมื่อครั้งได้มีโอกาสเป็นลูกศิษย์ติดตามพระ ไปถึงเมืองเวียงจันทน์อีกครั้ง ชีวิตยิ่งเต็มไปด้วยสีสันมากกว่าที่เคยเป็น...ครั้งก่อน ๆหน้านั้น เดินทางเพราะต้องไปทำงาน ความสะดวกสบายจึงมีค่อนข้างมาก ตามกำลังของหน่วยงานต้นสังกัดจะอำนวยได้ ครั้นต้องเป็นลูกศิษย์ติดตามพระ พร้อมเพื่อนพ้องคณะติดตามอีกเกือบ 10 ชีวิต..สัมภาระถูกเตรียมน้อยชิ้นที่สุด...ถุงนอน...(พร้อมที่จะนอนวัด)..กล้องถ่ายรูปคู่ชีพ...และกล้องวีดีโอสำหรับถ่ายทำงานโทรทัศน์...แค่นี้ก็พร้อมแล้ว ตลอดเวลาหลายวันในเวียงจันทน์ ได้ซอกซอนไปตามที่ต่าง ๆ โดยรถตู้ปรับอากาศภายนอก...คือ ไม่เปิดแอร์ เปิดหน้าต่าง สูดฝุ่นของนครเวียงจันทน์กันเต็มปอดทีเดียว และในบ่ายวันหนึ่ง...จุดหมาย คือ เขื่อนน้ำงึม อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศลาว.......ระหว่างเส้นทาง ...เราแวะจอดรถกันเป็นจุด ๆ เพื่อให้ชาวคณะที่อัดแน่นกันเป็นปลากระป๋อง ให้ผ่อนคลายอิริยาบถบ้าง ระหว่างทางก่อนถึงเขื่อน เราผ่านสายน้ำงึมมาเป็นระยะ ๆ แวะเก็บภาพมาตามรายทาง สวยงามมากค่ะ ได้รับทราบจากมัคคุเทศน์จำเป็น เด็กวัยรุ่นที่ช่วยงานอยู่ที่วัดที่เราไปอาศัยพักพิง อาสามาเป็นคณะร่วมติดตามไปด้วย ได้เล่าให้ฉันฟังว่า แหล่งน้ำของประเทศลาว โดยเฉพาะเวียงจันทน์ สายหลักก็มีอยู่สองสายเท่านั้น คือ น้ำงึม และน้ำของ (โขง)
ซึ่งน้ำงึมนี้ ต้นน้ำถูกกักเก็บเป็นอ่างเก็บน้ำใหญ่มาก นอกจากใช้เป็นแหล่งผลิตกระแสไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดแล้ว ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามด้วยค่ะ ภาพที่เห็นนี้เป็นภาพตัวแม่น้ำตอนล่างของเขื่อนค่ะ น้ำเขียวใสทีเดียว ผู้คนยังใช้เป็นเส้นทางสัญจรทางน้ำอีกด้วย
เรือข้ามฟากที่ให้บริการอยู่ในลำน้ำงึม บรรทุกได้ทั้งคนและรถค่ะ
แม่ค้าคนนี้ เพิ่งขึ้นจากเรือข้ามฟากลำเมื่อกี้นี้แหล่ะค่ะ ...ดูรอยยิ้มสิคะ
เราแวะพักระหว่างทางที่เพิงร้านค้าริมน้ำงึมตรงนี้แหล่ะค่ะ
ระหว่างนี้ มีสามเณรกลุ่มหนึ่งขี่จักรยานผ่านมาเพื่อไปเรียนหนังสือภาคบ่าย...พระเณรที่นี่ บวชทั้งที ต้องศึกษาเล่าเรียนค่ะ
ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่งจากกลางเมืองเวียงจันทน์ ในที่สุดเราก็ถึงอ่างเก็บน้ำงึม ที่บริเวณเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้าน้ำงึม...กว้างใหญ่ทีเดียวค่ะ อ่างน้ำงึมแห่งนี้ อยู่ห่างจากนครเวียงจันทน์ประมาณ 90 กิโลเมตร มีลักษณะเป็นทะเลสาบจำลองขนาดใหญ่ที่ขุดขึ้นในปี 1972 หรือ พ.ศ. 2515 เพื่อใช้กักเก็บน้ำในลำน้ำงึม เขื่อนนี้สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ในปริมาณที่มากพอสำหรับใช้ในเขตเวียงจันทน์และยังเหลือส่งออกมาขายให้กับประเทศไทยได้อีกไม่น้อยทีเดียวค่ะ การสร้างเขื่อนแห่งนี้ ต้องเสียพื้นที่ป่าไปทั้งสิ้น 250 ตารางกิโลเมตรเลยทีเดียว คนขับเรือเล่าให้ฉันฟังว่า การสร้างเขื่อนนี้ทำให้ชาวบ้านต้องสูญเสียบ้านเรือนไปหลายร้อยหลังคาเรือนเลยทีเดียวค่ะ
ภายในบึงน้ำงึมมีเกาะเล็กเกาะน้อยกระจายกันอยู่หลายร้อยเกาะ หลังจากพรรคคอมมิวนิสต์ยึดอำนาจได้ในปี 1975 หรือ พ.ศ. 2518 ทางการได้ส่งโสเภณีและอาชญากรในนครเวียงจันทน์ มาอยู่ค่ายกักกันบนเกาะเหล่านี้นานหลายปี ปัจจุบันก็ยังมีเกาะอยู่สองแห่งที่ใช้เป็นที่คุมขังนักโทษ เกาะหนึ่งสำหรับนักโทษหญิงและอีกเกาะหนึ่งสำหรับนักโทษชาย
นอกจากนี้ก็ยังมีเรือให้เช่าออกไปเที่ยวตามเกาะต่าง ๆ เพื่อชมทิวทัศน์อันงดงามรอบ ๆ บริเวณอ่างเก็บน้ำ สนนราคาก็อยู่ที่ประมาณ 800 บาทต่อ 1 ชั่วโมงค่ะ แต่ในความเป็นจริง เป็นได้แค่เพียงโรงแรม ภัตตาคารและบ่อนคาสิโนที่หาความเจริญตา เจริญใจไม่ค่อยได้สักเท่าไหร่ บ่อนนี้เปิดให้เสี่ยงโชคตลอด 24 ชั่วโมง ข้างในมีโต๊ะพนันนานาชนิด เงินเดิมพันนั้นใช้เงินบาท เพราะลูกค้าที่มาเล่นส่วนใหญ่เป็นคนไทย ที่เหลือเป็นคนจีนและคนเวียดนาม ส่วนคนลาวนั้น มีกฎหมายห้ามเล่นการพนันอย่างเด็ดขาด...(ทำได้อย่างไร...เป็นเรื่องน่าคิด) เรื่องและภาพโดย : วนา ไว้มาต่อตอน 2 เรื่องราวระหว่างทางขากลับจากเขื่อนน้ำงึมค่ะ
นอกจากความงามทางธรรมชาติแล้ว ที่อ่างเก็บน้ำงึมแห่งนี้ ยังเคยคิดจะมีโครงการรีสอร์ทริมทะเลสาบ พร้อมบ่อนคาสิโนที่ริมเขื่อน ซึ่งเป็นโครงการร่วมทุนของกลุ่มนักธุรกิจชาวมาเลเซีย ที่มีมูลค่ามากถึง 200 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยตั้งเป้าว่าจะต้องมีทั้งเครื่องร่อน เรือสำราญ ตลาดลอยน้ำ พิพิธภัณฑ์ สนามกอล์ฟ ฯลฯ
|
| พุทธสถานสุโขทัย | ||
สุโขทัย..........ความรุ่งเรืองแห่งอดีตกาล |
||
|
View All |
||
| เต็มใจให้ | ||
พี่จุ้ย (ศุ บุญเลี้ยง) อัลบั้มจากเพื่อนถึงเพื่อน |
||
|
View All |
||
| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |