พิมพ์หน้านี้
|
บันทึกส่วนตั๊ว ส่วนตัว บันทึกไว้เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2551 ตัวละคร . พี่แป๋ว : เพื่อนร่วมงานที่นั่งทำงานห้องเดียวกัน มีฉากกั้นห้อง กั้นเราทั้งสองให้ออกห่างจากกัน พี่แป๋วมีหน้าที่เปิดแอร์ เพราะนั่งอยู่ใกล้สวิตช์แอร์ ส่วนฉัน มีหน้าที่เปิดไฟ เพราะนั่งอยู่ใกล้สวิตช์ไฟ...แม้จะอยู่ห้องเดียวกัน แต่วัน ๆ เราแทบจะไม่เคยคุยกันเลย . เจ : เพื่อนร่วมงาน เจ้าของโครงการอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมแบบมีชีวิต จ.แพร่ โครงการฯที่เป็นสายใยความผูกพันที่เหนียวแน่นของพวกเราและเพื่อนพ้องพี่น้องชาวแพร่ . พี่พยอม : มือวางอันดับหนึ่งของศาลาแก้ววรรณา เรือนหม้อห้อมย้อมธรรมชาติ "หม้อห้อม" ที่พี่ยอมรัก ยิ่งกว่าลูก ดูแลยิ่งกว่าไข่ในหิน และหวงแหนสุดชีวิต . เปรี้ยง : เพื่อนร่วมงานสถาปนิกหนุ่มหน้าไม่ใส แต่หัวใจแสนจะอ่อนโยน . พี่ติ๋ว : โชเฟอร์สารพัดประโยชน์ของพวกเรา . พี่ไกร : เจ้าของแก้ววรรณา (ภิกษุในเรือนฆราวาส) . ป้าสน : 1 ในสองทหารเสือของพี่ไกร มือทอผ้า และทำกับข้าวพื้นเมืองได้ ชั้นหนึ่งจริง ๆ เจอป้าสนทีไร น้ำหนักขึ้นทุ้กที . ศาลาแก้ววรรณา : เรือนไทยแบบล้านนา ศาลาโปร่งโล่ง ที่ที่พวกเรายึดเพื่อเหยียดยาว ยึดเพื่อรื้อค้น พักพิงยามเหนื่อยล้า ค้นหา..ยามหิวโหย..และเสียทรัพย์ยามหลงใหล...อาณาจักรย้อมห้อมจากธรรมชาติล้วน ๆ . บ้านหนังสือ : ฐานปฏิบัติการของพวกเรา...บ้าน...ที่ซุกหัวนอน...ห้องเรียน...ออฟฟิศ...ห้องประชุม...และ????? .................. ฮ้าวววววววววววววววว...เสียงหาวอันน่าชังของฉัน ยังคงติดพันต่อเนื่อง..แหม!! ก็มันยังง่วงนี่นา ฉันเพิ่งจะฟื้นตื่นนิทรา จากใต้โต๊ะทำงานเมื่อประมาณ เก้าโมงนี่เอง ด้วยเสียงรองเท้าส้นสูงของพี่แป๋ว ฮ่า!ฮ่า! ไม่งั้นฉันคงจะยังไม่ตื่นเป็นแน่ . ขนาดมาถึงสถานีสามเสนเมื่อใกล้จะเจ็ดโมงแล้วนะเนี่ย..เหตุเพราะรถไฟเสียเวลาไปซะสองชั่วโมง แต่ฉันก็ยังหลับนาน หลับลึก แถมฝันร้ายอีกต่างหาก สงสัยโดนผีอำแหง ๆ . ภารกิจที่แพร่เที่ยวนี้ ทีมงานของพวกเรากะว่า อากาศคงจะร้อนแน่ ๆ (โดยเอาอุณหภูมิกรุงเทพฯ ณ ขณะนั้นเป็นตัววัด) แต่ละคนจึงมิได้ตระเตรียมชุดวินเทอร์เซ็ทกันไปเลย พูดให้หรูไปยังงั้นเอง ความจริงก็คือเราไม่ได้ตระเตรียมอุปกรณ์กันหนาวกันไปเลยสักคนเดียว..เช้าวันที่เราเดินทางถึงสถานีเด่นชัย อากาศช่วงเช้ามืดเย็นจัด แต่เราก็ยังคงเดาว่าเป็นเพราะเครื่องปรับอากาศในรถไฟทำงานดีเกินไปนั่นเอง ..ยังไงก็แล้วแต่ เราก็ยังลุ้นพี่ติ๋ว(คนขับรถ) ว่าจะแต่งตัวเช่นไร มารับพวกเรากันน้อ..(พี่ติ๋วเป็นตัววัดอุณหภูมิของแพร่...ซะงั้น) . เมื่อล้อเหล็กเริ่มชะลอตัว พวกเราก็พบว่า มีหมอกหนารอเราอยู่...เพื่อนบางคนบ่นว่า นี่มันแม่ฮ่องสอนชัด ชัด ...เอ!!! นี่มันแพร่หรือแม่ฮ่องสอนกันแน่หว่า... นั่นไง!! พี่ติ๋วยืนโบกไม้โบกมืออยู่กับรถตู้คู่ใจที่นำมารับเรา ฮันแน่!! พี่ติ๋วใส่เสื้อกันหนาว(หลอกเรารึเปล่า) พวกเราต่างมองหน้ากัน เอาละสิ... . และเมื่อลงจากรถ เราก็พบว่า ไม่มีเหตุผลใดที่พี่ติ๋วจะต้องแกล้งใส่เสื้อกันหนาวมาอำเราก็อากาศมันออกจะเย็นเยือกซะขนาดนั้น...เฮ้อ!! ขณะที่กรุงเทพฯร้อน ถึงขึ้นร้อนตับแตก บวกฝนตกอีกต่างหาก แต่แพร่ก็ยังคงความหนาวเย็นต้อนรับพวกเราทุกครั้งที่ไปทำงานทุกทีซีน่า . สิ่งที่ต้อนรับการมาของพวกเราครั้งนี้ คือ ข่าวท่อประปาที่บ้านหนังสือ เคหสถานที่ซุกหัวนอนของพวกเรามีอันเป็นไป ทำให้น้ำไม่ไหล ไม่สามารถให้บริการพวกเราได้ ..ความจริงจะว่าไปแล้ว พวกเราก็ไม่ค่อยเดือดร้อนเท่าไหร่เรื่องอาบน้ำ . ตามประสาพวกช่างคิด...(คิดแต่เรื่องไม่เป็นเรื่อง) พวกเรารีบหาทางออก "จะเช็คอินโรงแรมบ้างละ" จะโน่น จะนี่ บ้างล่ะ คิดกันไปต่าง ๆ นานา... แต่สุดท้ายข้อสรุปไปจบที่ศาลาแก้ววรรณา..เราจึงแวะกินข้าวเช้ากันที่ตลาดประตูชัย..ร้านโจ๊กเจ้าประจำ ..อิ่มหมีพีพันกันแล้วก็มุ่งหน้าไปแก้ววรรณาเพื่อแวะพักอาบน้ำ รอเวลาพี่ติ๋วของพวกเราไปซ่อมท่อประปาให้เรียบร้อย ระหว่างนี้เราก็เอกเขนกกันบ้าง สีซอ (ให้ใครฟังไม่รู้กันบ้าง) เป่าขลุ่ย ตีฉิ่งฉับ กรับ โทน ไปเรื่อย ตามประสาพวกมีดนตรีในหัวใจ . พวกที่ว่างก็ทะยอยกันไปอาบน้ำ พวกที่ไม่อาบน้ำ ก็ปฏิบัติตนเป็นหัวขโมย รื้อค้นตู้เก็บผ้าหม้อห้อมต่าง ๆ ของแก้ววรรณา สินค้าที่ป้าสน พี่ไกร และพี่ยอม ต่างเก็บซ่อน ยิ่งหวง พวกเรายิ่งสนุกสนาน รื้อกันรกไปหมด...เฮ้อ (สงสารป้าสนจัง) . สถิติความเร็วการอาบน้ำของที่นี่ถือว่าทำได้ดีเยี่ยม คือรวดเร็วผิดปกติ ทำลายสถิติใด ๆ ที่เคยทำไว้จนหมดสิ้น ...นั่นเพราะอุณหภูมิความเย็นของน้ำที่นี่เย็นมาก ถึงเย็นจัด ยังกับหยิบน้ำจากตู้เย็นมาราดตัวกันยังไงยังงั้น ...แต่ละคนจึงทำเวลากันได้ดีเกินคาด . พี่พยอมคนย้อมผ้า ถามฉันว่าได้ปฏิบัติตามกฎของการอาบน้ำที่นี่หรือเปล่า ฉันถามว่ากฎอะไร พี่ยอมบอกว่า กฎของที่นี่ต้องเปิดหน้าต่างอาบน้ำ(ทุกคน ไม่มีข้อยกเว้น) โอ้...พี่ยอมจ๋า...สงสารผู้ที่ผ่านไปผ่านมาด้วยเถิด..อย่าให้เขาต้องเสียขวัญเมื่อต้องเดินผ่านมาแถวนี้เลย . ห้องน้ำที่นี่มีทั้งชั้นล่างและชั้นบน แต่ส่วนอาบน้ำจะเป็นชั้นบน ซึ่งเป็นเรือนไม้ ข้างฝาตีด้วยไม้หยาบ ๆ ติดหน้าต่างแบบบานเปิดโล่งออกไปได้ทั้งสองด้าน . เจเล่าว่า เมื่อก่อนแถวนี้จะมีต้นไม้หนาทึบ พอบังสายตาคนได้สบาย ๆ ก็สามารถจะเปิดหน้าต่างได้โดยใช้ต้นไม้เป็นม่านกำบังสายตา แต่ตอนนี้มีถนนตัดผ่านทางจึงโล่งเตียน...การแสวงหาสัจธรรมของมนุษย์ ด้วยการแก้ผ้าอาบน้ำแล้วเปิดหน้าต่างโล่งออกไป คนอาจจะยังรับไม่ได้นะคะพี่ยอมขา...คงต้องค่อย ๆ ปรับกันไปล่ะเน้อ!! . ตอนแรกเจเล่าว่า ระหว่างที่อาบน้ำอยู่ ก็เปิดหน้าต่างอาบนั่นล่ะนะ เพราะรู้กฎที่นี่ดีกว่าคนอื่น ๆ แต่สักพักก็มีชายผู้หนึ่งขี่จักรยานผ่านมา เจจึงต้องรีบปิดหน้าต่างทันควัน ..สุดท้ายแล้วพวกเราทั้งหมดก็พร้อมใจกันแหกกฎแก้ววรรณาไม่ยอมเปิดหน้าต่างอาบน้ำให้ผู้คนเสียขวัญกันต่อไป... . เมื่อฉันอาบน้ำเสร็จ(ทำสถิติดี ถึง ดีมาก ๆ) ก็เรียกหนุ่มเปรี้ยงมาอาบเป็นรายต่อไป..กำลังยืนทัศนาเงาตัวเองเพลิน ๆ ก็ได้ยินเสียงเปรี้ยง ซึ่งพึ่งจะเดินบ่ายหน้าไปยังห้องน้ำ ส่งเสียงร้อง..จ๊าก..อย่างเสียขวัญ ฉันตกใจโผล่หน้าไปดู เห็นน้องวิ่งออกมาจากห้องน้ำ หน้าตาเลิ่กลั่ก บ่งบอกความตกใจสุดขีด..."พี่ ทำไมน้ำมันเย็นอย่างนี้หล่ะ"..โถ!! นึกว่าอะไร..ใจก็นึกว่าน้องจะถอดใจไม่อาบน้ำซะแล้ว...แต่สุดท้ายเปรี้ยงก็ใจถึงกว่าที่ฉันคิดเอาไว้... บันทึกไว้ด้วยรอยยิ้ม : วนา |
| พุทธสถานสุโขทัย | ||
สุโขทัย..........ความรุ่งเรืองแห่งอดีตกาล |
||
|
View All |
||
| เต็มใจให้ | ||
พี่จุ้ย (ศุ บุญเลี้ยง) อัลบั้มจากเพื่อนถึงเพื่อน |
||
|
View All |
||
| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |