พิมพ์หน้านี้
|
เมื่อวันอังคารที่ 23 พฤษภาคม 2549 ได้เกิดอุทกภัยร้ายแรงในเขตพื้นที่เทศบาลตำบลช่อแฮ อ.เมืองแพร่ อันมีสาเหตุมาจากสถานการณ์ภาวะร่องความกดอากาศต่ำ ทำให้ปริมาณฝนตกหนักทั่วไป และทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากดินโคลนถล่ม ในลำห้วยแม่สาย ลำห้วยแม่ก๋อน เข้าท่วมพื้นที่บริเวณกว้างในคืนวันที่ 22 พฤษภาคม 2549 ณ บ้านนาตอง ซึ่งเป็นพื้นที่บนภูเขา ในเวลาประมาณ 02.00 น. ของวันอังคารที่ 23 พฤษภาคม 2549 น้ำจากบนภูเขาได้ไหลบ่ามาถึงพื้นที่ด่านล่าง ทำให้หมู่บ้านด้านล่างได้รับความเสียหายจากดิน โคลน เศษไม้ต่าง ๆ ที่ไหลมาทับถมบ้านเรือนราษฎรจนได้รับความเสียหาย.... ข้าพเจ้าได้ไปเยือนพื้นที่แห่งนี้ครั้งแรก เมื่อเดือนมิถุนายน 2550....1 ปีหลังจากเหตุการณ์ข้างบนผ่านพ้นไป...ร่องรอยความเสียหายยังมีให้เห็นอยู่ทั่วไป...
จากอุทกภัยดังที่กล่าวไว้ข้างต้น ก็ส่งผลให้ทางขาด ทำให้บ้านนาตองถูกตัดขาดจากภายนอกไประยะหนึ่งค่ะ จนกระทั่งเมื่อสองวันที่ผ่านมา ข้าพเจ้าก็ยังพบว่า ทางเส้นนั้นยังซ่อมไม่เสร็จเลยค่ะ
น้ำป่าไหลหลากที่ร้ายแรง ส่งผลให้เส้นทางน้ำบ้านนาตองเปลี่ยนไปเลยค่ะ
บ้านที่เหลือรอดจากอุทกภัย ก็จะเป็นบ้านที่ปลูกอยู่บนเนินสูงชันค่ะ อย่างหลังนี้ เป็น หนึ่งในไม่กี่หลังที่เหลือรอดจากการพัดพาของน้ำ
ครั้งนั้น...พวกเราไปเยือนนาตอง ด้วย 2 เหตุผล ??? เหตุผลที่ 1 เราจะไปดูเต่าปูลูกัน....เพราะทราบมาว่า พื้นที่แห่งนั้น มีคำขวัญว่า " มะแขว่นลือชื่อ . เลื่องลือถ้ำงาม . นามบ้านนาตอง . ถิ่นของปูลู . ที่อยู่ปลามัน . สุขสันต์เมี่ยงอม....ที่เหลือจำไม่ได้แล้วค่ะ ^_^
เหตุผลที่ 2 เราจะไปดูถ้ำงามที่...เลื่องลือ...ลือว่าอย่างไรนั้น เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังต่อไปค่ะ...
ขอเล่าเหตุผลที่ 1 ก่อนนะคะ...พื้นที่แห่งนี้ ได้ชื่อว่าเป็นพื้นที่อนุรักษ์เต่าปูลู เต่าหางยาวหายาก ที่นับวันจะสูญหายไปแล้ว...ก่อนหน้านั้นเต่าปูลูที่มีมากมายในพื้นที่แห่งนี้ และคงเป็นสินค้าสำคัญ...ถึงขนาด วัดเล็ก ๆ ที่มีอยู่แห่งเดียวในหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาลึกขนาดนี้ มีข้อความเขียนไว้ที่เชิงบันไดก่อนขึ้นวัดว่า บันไดแห่งนี้ สร้างขึ้นด้วยชีวิตของเต่าปูลู เมื่อแรกอ่าน ข้าพเจ้ารู้สึกตกใจ...คิดว่า บันไดนี้ ทำจากกระดองเต่าปูลู...แต่สอบความไปมาก็ทราบว่า บันไดแห่งนี้ สร้างจากเงินที่ได้จากการขายเต่าปูลู....ไม่อยากจินตนาการต่อไปหรอกค่ะ ว่ากี่ชีวิตของเต่าปูลู ถึงจะได้บันไดแห่งนี้มา....
ต่อจากการดูเต่า....เราก็ไปดูถ้ำ เราต้องใช้เวลาจากถนนหน้าหมู่บ้าน เดินเข้าไปในป่าที่เป็นที่ตั้งของถ้ำที่ว่า...ประมาณ 15 นาที เส้นทางรกชัฏ เต็มไปด้วยต้นไม้สองข้างทาง
เราเดินลึกเข้าไปในป่า ซึ่งค่อนข้างโปร่ง เพราะส่วนใหญ่ ชาวบ้านถางไว้เพื่อปลูกพืช....พืชเศรษฐกิจของที่นี่ คือ เมี่ยง ค่ะ หน้าตาต้นเมี่ยง ดังรูปข้างล่างนี่แหล่ะค่ะ
เราต้องเดินผ่านป่าไผ่เข้าไป ขึ้นเนินย่อม ๆ ซึ่งเรียกเหงื่อได้พอสมควร ข้าพเจ้าหาอุบายพักขาด้วยการหยุดถ่ายรูป ทิวทัศน์สองข้างทาง....เดือนที่เราไปเป็นหน้าฝน ดินจึงค่อนข้างนิ่ม ป่าจึงเขียวชอุ่มด้วยฉ่ำฝน ใบไม้หนาครึ้ม และอากาศเย็นสบาย
ก่อนขึ้นถ้ำนี่สิคะ...เราต้องกลายร่างจากสัตว์ชนิดเดียวที่เดินสองเท้า...เป็นเหมือนสัตว์อีกหลายชนิดที่เดินด้วยสี่เท้า...เพราะทางขึ้นเป็นทางดินค่อนข้างชันและลื่น จึงต้องใช้มือและเท้าช่วยกันพาลำตัวขึ้นไปอย่างเต็มที่...กว่าจะถึงปากถ้ำ เล่นเอาหอบไปเหมือนกัน
ครั้งนั้น...ข้าพเจ้าได้ของฝากติดตัวมาจนบัดนี้ผ่านไปแล้ว 1 ปี...ร่องรอยของฝากเหล่านั้นยังติดอยู่บนเรือนกาย หลังจากที่กลับจากเข้าป่าไปครั้งนั้น...ผ่านไป 1 สัปดาห์ ข้าพเจ้าเริ่มคันที่ขา แล้วพบว่า มีตุ่มแดง ๆ มากมายขึ้นที่ขา ส่วนที่พ้นกางเกงออกมา ที่ทำให้ข้าพเจ้าคันและเกาเป็นลิง....แพทย์ดูแผลแล้วถามว่า ที่บ้านเลี้ยงสัตว์เลี้ยงประเภทใดบ้าง...ข้าพเจ้าบอกว่าไม่มี....หมอบอกว่า คุณโดนเห็บกัด
ทำให้ข้าพเจ้าไม่แน่ใจว่า มันเป็นผลมาจากการไปบุกป่าครั้งนั้น ด้วยกางเกงขาสามส่วนหรือเปล่า???...แต่เมื่อสองวันที่ผ่านมา ข้าพเจ้าได้ไปเยือนนาตองเป็นครั้งที่ 2 พร้อมแผลเป็นที่ยังไม่ค่อยจางหาย...ผู้เชี่ยวชาญท่านหนึ่งบอกว่า ข้าพเจ้าคงโดน เห็บถ้ำ กัด และพิษของมันแรงมาก จะทำให้เป็นแผลอย่างน้อย ถึง 7 สะเก็ดด้วยกัน...เลยถึงบางอ้อ!! ด้วยว่าแผลของข้าพเจ้านั้น...หายแล้วเป็นอีก หายแล้วเป็นอีก อยู่นั่นแล้ว....และไม่แน่ใจว่า มันครบ 7 สะเก็ดรึยัง แต่ที่รู้ ๆ คือ มันผ่านมาแล้ว 1 ปีเต็ม มันยังแสบ ๆ คัน ๆ อยู่เลย!!!
สองข้างทาง ที่อุดมไปด้วยเห็บถ้ำ ข้าพเจ้าได้เห็นเจ้าสัตว์หน้าตาไม่รับแขกแบบนี้ด้วยเหมือนกัน
หรือ แมลงหน้าตาน่ารักแบบนี้
ถ้ำที่ว่านี้...เพื่อนของเราคนหนึ่งในคณะเล่าว่า...เคยมาดูเมื่อสองปีมาแล้ว และพบโครงกระดูกมนุษย์ รวมถึงร่องรอยอารยธรรมของมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์บนถ้ำแห่งนี้...แต่ครั้งนี้ที่เรามากัน กลับไม่พบสิ่งใดเลย นอกจากขี้ค้างคาว พื้นที่บางส่วนในถ้ำ ถูกเทด้วยปูนซีเมนต์ และมีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ภายในคูหา......เอ แล้วสิ่งที่ว่ามันหายไปอยู่ที่ไหนกันหมด...???
จะเล่าให้ฟังต่อไปตอนหน้าค่ะ
เรื่องและภาพโดย : วนา ขอขอบคุณทุกท่านที่แวะชมค่ะ
|
| แมลงปอ | ||
บนบ่าของคุณ....มีแมลงปอไหม???? |
||
|
View All |
||
| เมืองโบราณ | ||
เมืองโบราณ บ้านต้าผามอก อ.ลอง จ.แพร่ |
||
|
View All |
||
| << | มิถุนายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | |||||