พิมพ์หน้านี้
|
งานประเพณีขึ้นเดือนเก้า...... พระนอนเจ้าที่รวมใจ๋ ลวดลายตุงสลุงน้ำงาม..... มะขามแก้วของฝากมีชื่อ เลื่องลือไกลบอกไฟดอก บ้านพระนอน....!!! คำขวัญข้างต้นที่นำมากล่าว เป็นคำขวัญของบ้านพระนอน คือชื่อชุมชน ๆ หนึ่งใน จ.แพร่ ต้องถือว่า พวกเรา โชคดี งานนี้ได้มาชมอย่างไม่คาดฝัน และถือว่าเป็นบุญตาที่ได้เห็น เพราะ...เกิดมาก็เพิ่งเคยเห็น
หลังจากกลับจากภารกิจที่บ้านนาตอง....เราต่างเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า และอยากจะนอนพักผ่อน....กันมาก บางคนตาปรือ จะหลับมิหลับแหล่กันแล้ว
แต่เพราะจำเป็นต้องผ่านเส้นทางบ้านพระนอน...เราจึงพบกันว่า วัดพระนอนวันนี้ มีงานเทศกาล แวะเข้าไปดูนิดหน่อย แต่หากไม่ติดใจที่จะมาเที่ยวชม...ด้วยความเหน็ดเหนื่อยมีมากกว่า....
หากแต่ว่า เมื่อเดินเข้าไปเที่ยวชม คร่าว ๆ เจ้าของถิ่น เล่าให้ฟังว่า คืนนี้มีประกวด บอกไฟดอก ข้าพเจ้าถามว่า เป็นแบบไหน เหมือนดอกไม้ไฟหรือเปล่า...เจ้าของถิ่นไม่เล่ามาก แต่อยากให้พวกเราได้มาดู
สองทุ่มกว่าแล้ว...เรานั่งทำงานกันอยู่ที่บ้าน ไม่มีใครมีทีท่าว่าจะออกไปเที่ยวงานวัด...ใจจริงลึก ๆ แล้ว ข้าพเจ้าอยากไปดู แต่หากต้องไปคนเดียว ก็คร้านที่จะไป เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น...พี่ไกร โทรมาถามว่า พวกเราไม่ไปดูประกวด บอกไฟดอก กันหรอกเหรอ...ใจข้าพเจ้าคิดว่า หน้าตาน่าจะเหมือน การประกวดบั้งไฟ ยังนึกเสียวอยู่เลยว่า พื้นที่วัดพระนอนนั้นคับแคบ จะปลอดภัยแค่ไหนเชียว...หากเกิดอุบัติเหตุขึ้น พี่ไกรบอกว่า ไม่มีกล้องถ่ายรูป แต่อยากจะเก็บภาพถ่ายเอาไว้ เพราะเป็นประเพณีที่สูญหายไปช่วงชีวิตหนึ่ง และเพิ่งจะรื้อฟื้นกลับมาเมื่อปีสองปีที่ผ่านมานี้เอง.....ประเพณีนี้หายไปกว่า ๕๐ ปีทีเดียวค่ะ พี่ไกร ขอร้องให้ข้าพเจ้าไปถ่ายรูปให้หน่อย เพราะพี่ไกรไม่มีกล้อง...พวกเรารับปากทันที เอาก็เอา ไหน ๆ ก็ไม่ได้มีให้ดูง่าย ๆ นะ ไปดูกันเสียหน่อยเป็นไร...กำไรชีวิต...เรื่องนอน ยังไงคืนนี้ต้องได้นอนแน่!!! เราเดินเท้ากันไปจากบ้านถึงวัดพระนอน ใช้เวลาประมาณ ๑๕ นาที งานเริ่มไปบ้างแล้ว แต่การจุด บอกไฟดอก ยังไม่เริ่ม......
ขอเล่าเรื่อง บอกไฟดอก วัดพระนอนสักนิดนะคะ.... งานประเพณีนี้ เขาเรียกว่า งานบุญขึ้นพระนอน ถือเอาวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๗ ใต้ เดือน ๙ เหนือ (หมายความว่า เดือนนี้ นับทางจันทรคติทางภาคกลาง เรียกว่า เดือน ๗ ทางประเพณีล้านนา นับเป็นเดือนที่ ๙ แล้ว) ซึ่งเป็นประเพณีไหว้พระนอน วัดในเวียงของ จ. แพร่ นับได้ทั้งหมด ๙ วัด จะมี ๔ วัดที่มีพระประธานลักษณะพิเศษ คือ นั่ง นอน ยืน และเดิน วัดพระนอน ก็เป็น ๑ ใน ๔ วัดสำคัญที่กล่าวไว้....แฝงนัยยะ สัจจะ บางอย่างเอาไว้ ...!!!
คุณลุงอนันต์...อายุกว่า ๗๐ ปี เล่าให้ข้าพเจ้าฟังว่า งานประกวด บอกไฟดอก นี้ มีเฉพาะที่วัดพระนอนเท่านั้น เมื่อก่อนนี้ จะมีแบบอื่นด้วย อย่างเช่น ช้างร้อง คือดอกไม้ไฟประเภทเสียง ผู้ทำจะทำเลียนเสียงให้เหมือนเสียงช้างร้อง เลยเรียกว่า ช้างร้อง ลุงนันต์บอกว่า ปัจจุบันช้างร้องสูญหายไปแล้ว ไม่มีใครทำเป็น ตอนนี้คงเหลือ บอกไฟดอก ซึ่งก็เพิ่งรื้อฟื้น หลังจากสูญหายไปอย่างน้อยก็ช่วงชีวิตหนึ่งของลุงนันต์ทีเดียว (ประมาณ ๕๐ ปี)
ลุงนันต์บอกว่า ประเพณีงานบุญขึ้นพระนอนนี้ เป็นประเพณีโบร่ำโบราณ สมัยก่อนจะจัดวันเดียว คือ วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๙ (เหนือ) ปัจจุบัน งานจะเริ่ม ตั้งแต่ ๑๓ค่ำ ๑๔ ค่ำ และวันที่ ๑๕ ค่ำ จะมีประเพณีตักบาตรตอนเที่ยงคืน ที่วัดสระบ่อแก้ว ซึ่งเป็นวัดสำคัญอีกวัดหนึ่งด้วย นอกจากนี้ จะมีวัดทีเป็นพันธมิตรร่วมกัน ชาวบ้านจะรวมตัวกันนำผ้าป่าไปร่วมบุญด้วย ภาพบอกไฟดอก ในมุมต่าง ๆ ค่ะ น่าตื่นตาตื่นใจมากเลยค่ะ มาดูส่วนผสมของ บอกไฟดอก กันหน่อยนะคะ ส่วนประกอบหลัก ๆ ได้แก่ ดินปะสิว เศษเหล็ก (ขุยเหล็ก) ตัวนี้จะเป็นตัวเร่งความสูง ความแรง ของไฟ ตัวกระบอก ใช้ไม้ไผ่สีสุก ลำใหญ่มาก ๆ เส้นผ่าศูนย์กลางน่าจะประมาณ ๕-๖ นิ้วนั่นเลยหล่ะค่ะ เกณฑ์การตัดสิน ก็จะวัดกันตรงที่ : ใหญ่, สูง, สม่ำเสมอ, นาน, ควัน(มากหรือน้อย) กรรมการตัดสินแต่ละคน จะมีไม้ยาวขนาดไม้บรรทัด สำหรับวัดความสูงและความกว้าง สมัยโบราณ คนที่มีคาถาอาคม มักจะนิยมลองของด้วยการเข้าไปรำอยู่ใต้ร่มไฟพะเนียง เด็ก ๆ แถวนั้นเล่าว่า....ปีที่แล้ว ประกายไฟจากบอกไฟ ติดยอดมะพร้าวไฟลุกไหม้ ทำให้ต้นมะพร้าวตาย อีกทั้งต้นไม้อื่น ๆ ก็เฉาตายไปหลายต้นเหมือนกัน
ฟังเรื่องบอกไฟดอกกันไปแล้ว.......... วนา เองก็มีเรื่องให้ตื่นเต้นเหมียนกัน เมื่อเริ่มจุด....ไม่เคยเห็น....ไม่เคยรู้มาก่อนว่าขนาดของไฟ...(ขนาดไหน) เลยเข้าไปเกาะติดสถานการณ์ ถ่ายรูปเสียใกล้ ในระยะประชิด คิดว่า อย่างมากก็คงสูงไม่เกิน ๒ เมตร ตามที่เคยเห็นในกรุงเทพฯ บ้านเฮา (อย่างภาพนี้ เพิ่งเริ่มจุด)
สองสามวินาทีแรก มันก็สูงประมาณ ๒ เมตร แต่เอ ทำไมไฟมันทวีความบ้าคลั่งขึ้นเรื่อย ๆ ๆ เริ่มสูงเลยหัว ก็เลยวิ่งหนีออกห่างมาอีกประมาณ ๒ เมตร แหงนหน้ามองขึ้นไปบนฟ้า ลูกไฟยังคลุ้มคลังอยู่เหนือศีรษะ เลยวิ่งหนีห่างออกไปอีก ๓ เมตร แหงนหน้าขึ้นเพื่อจะถ่ายรูป...ตายละหว่า ทำไมไฟมันยังสูงท่วมหัว และยังไม่พ้นรัศมีของลูกไฟที่มันสามารถจะตกใส่หัวได้อยู่ตลอดเวลา... (พอเต็มที่แล้วไฟมันก็ขนาดเท่านี้ค่ะ)
และตกลงมาเป็นแบบนี้
ทีนี้...ลักษณะการวิ่งจึงคล้ายการวิ่งหนีตายจากระเบิด....ไปหยุดหอบ แฮ่ก ๆ อยู่แถว ๆ หน้าประตูโบสถ์ บริเวณนั้น มีเต็นท์ผ้าใบคุ้มหัวอยู่ เลยรอดพ้นจากการถูกลูกไฟตกใส่หัว....โอ้พระพุทธเ้จ้า ทำไมไฟมันสูงใหญ่บ้าคลั่งขนาดนั้น...หันไปมองคนอื่น มีใครวิ่งหนีตายอย่างเราบ้าง ปรากฏว่า พวกรู้งาน เขาก็จะยืนดูกันใต้เต็นท์ที่ทางวัดกางบริการไว้ให้..............หน้าแตกเลยเรา ^_^!!!
คืนวันนั้น มีผู้ส่งเข้าประกวดทั้งหมด ๒๔ บอก จุดครั้งละ ๓ บอกค่ะ ดูภาพตามไปเลยค่ะ............. เตรียมฝัง.....บอก บรรยากาศผู้เฝ้ารอชม...... เมื่อจุดไปแล้ว ๓ ดอก จะต้องขุดเอาบอกที่จุดแล้วขึ้นมา
แล้วฝังบอกใหม่ลงไป...... คณะกรรมการ.......
ขนาดมอดแล้ว ความร้อนแรงยังทำให้เปลวไฟลุกโพลงขนาดนี้เลยค่ะ
สนามนี้ เป็นเสมือนสนามประลองของเด็ก ๆ เขาเหมือนกันนะคะ หลาย ๆ คน รวมกลุ่มกันส่ง "บอกไฟดอก"เข้าแข่งขันเหมือนกัน
ขอจบเรื่องราวของ ประเพณีขึ้นพระนอน ชม "บอกไฟดอก" เมืองแพร่ พอตื่นตาตื่นใจนะคะ
มีความสุข ... ทุกรอยเท้า...ที่ก้าวเดิน!!! จบเรื่องราว ๑ วัน อันแสนคุ้มค่า
เรื่องและภาพ โดย วนา ขอขอบคุณทุกท่านที่แวะชมค่ะ
|
| แมลงปอ | ||
บนบ่าของคุณ....มีแมลงปอไหม???? |
||
|
View All |
||
| เมืองโบราณ | ||
เมืองโบราณ บ้านต้าผามอก อ.ลอง จ.แพร่ |
||
|
View All |
||
| << | มิถุนายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | |||||