พิมพ์หน้านี้
|
นิมิตเครื่องหมายของบาปของอกุศล การเห็นสัตว์ที่เราเคยฆ่า การเห็นทรัพย์ที่เราเคยลักขโมยมา หรือเห็นสถานที่ที่จะไปเกิดในทุคติภูมิ เห็นสัตว์นรก เห็นเปรต เห็นสัตว์เดรัจฉาน เห็นตัวเราแหวกว่ายอยู่ในสายธารา เป็นมัจฉาตัวน้อยๆอย่างนี้ต้องไปเกิดเป็นปลาไปเป็นเดรัจฉาน หรือเห็นตัวเราไปเกิดเป็นนกบินอยู่ในอากาศ คิดว่าดีเหมือนกัน สวยดี ก็เป็นทุคติภูมิเหมือนกัน เห็นตัวเราไปเกิดอยู่ในทุคติภูมิเป็นสัตว์อยู่ในทุคติภูมิ หรือเห็นภพภูมิของอบายสัตว์ ตายแล้วท่านบอกว่ากรรมจะนำไปเกิดในอบายภูมิ พอเจ้าของกรรมได้ระลึกถึงนิมิตของอกุศลกรรม ระลึกถึงอกุศลกรรมหรือระลึกถึงสถานที่ที่อกุศลกรรมจะส่งผลไปให้เกิด จิตของผู้นั้นก็ไม่ผ่องใส จิตเศร้าหมอง จิตขุ่นมัว จิตหวาดกลัว จิตหวั่นวิตก สะดุ้งหวาดผวาอยู่ตลอดเวลา เห็นแต่คนรูปร่างอัปลักษณ์มาฉุดกระชากลากตัวเราไป มาทำร้าย ทำให้หวาดกลัวอยู่ตลอด จิตก็เศร้าหมอง ตายแล้วก็ไปสู่ทุคติทันที เจริญสติแล้วจะได้ประโยชน์อย่างไร คราวนี้มาเจริญสติแล้วจะได้รับประโยชน์อย่างไร เพราะเวลาใกล้จะตายจะเป็นไปตามกรรม สำหรับบุคคลที่อกุศลมีโอกาสส่งผล จิตไม่ผ่องใสในเวลาใกล้จะตาย ถ้าเราชำนาญในการดูจิต เราเคยฝึกจิตมาจนเข้าใจจิตของตัวเองจะสามารถพลิกจิตได้ มีสติ ฝึกดูจิตที่กำลังขุ่นมัว เปลี่ยนจิตจากเศร้าหมองให้กลับกลายเป็นผ่องใสได้ ในขณะใกล้ตาย อกุศลกรรมจะส่งผล จิตของเราก็ขุ่นมัวเศร้าหมอง บุคคลที่ชำนาญในการกำหนดจิตจะระลึกถึงจิตที่เศร้าหมองจิตที่ไม่ผ่องใส เมื่อจิตไม่ผ่องใสด้วยอำนาจของอกุศลที่จะส่งผล เรามีสติระลึกถึงจิตที่ไม่ผ่องใสได้ จิตจะกลับกลายเป็นกุศล เพราะตัวสตินั้นเป็นกุศล กุศลเกิดขึ้นแล้วคราวนี้ กุศลที่เกิดขึ้นในเวลาใกล้ตายสามารถห้ามอกุศลกรรมนั้นได้ มีกำลังสามารถห้ามอกุศลกรรมที่กำลังจะส่งผลให้ไม่มีโอกาสส่งผลได้ เพราะขณะนั้นจิตครั้งสุดท้ายกลายเป็นกุศลเสียแล้ว กลายเป็นผ่องใส อกุศลจึงหมดไป ในเมื่อจิตผ่องใส ตายแล้วก็ต้องไปสุคติ เป็นการปรับจิตจากความเศร้าหมองมาเป็นผ่องใสด้วยสติ ต้องฝึกจนชำนาญ จึงจะระลึกได้ ไม่ชำนาญระลึกไม่ได้ ฝึกตายก่อนตายคือฝึกอย่างนี้ ฝึกดูจิตที่กำลังขุ่นมัว สติที่ระลึกถึงจิตที่ขุ่นมัวเกิดกับกุศลเป็นกุศล เป็นการเปลี่ยนอกุศล ให้เป็นกุศล เป็นการปรับจิตที่เป็นอกุศลให้เป็นกุศล ตรงจุดนี้ไม่ใช่การสำนึกผิด แต่เป็นการระลึกได้ เป็นการปรับจิต เปลี่ยนจิตใหม่ เป็นการเปลี่ยนจิตที่กำลังเศร้าหมองให้กลายเป็นผ่องใส อดีตกรรมตามมาส่งผลได้ไหม อกุศลที่ทำให้จิตเศร้าหมองซึ่งจะทำหน้าที่ส่งผลถูกตัดรอนด้วยอำนาจของกุศลกรรมที่เกิดขึ้นในมรณาสันกาล คือ กุศลที่เกิดจากการตาย ดูจิตที่เศร้าหมองนั้นเป็นตัวห้ามไม่ให้อกุศลส่งผล อกุศลกรรมที่จะส่งผลในขณะนั้นถูกห้ามเสียแล้ว ถูกสกัดถูกห้าม อกุศลชนิดนั้นเลยไม่มีโอกาส ส่งผล กุศลที่เกิดขึ้นในขณะใกล้ตายทำให้จิตผ่องใส จิตเป็นกุศล สติเกิดกับกุศลจิตและกุศลเกิดขึ้นในขณะใกล้ตายนี้ ท่านเรียกว่า กุศลเกิดขึ้นในมรณาสันกาล เวลาใกล้ตายนั้นไม่มีกำลังในการส่งผลให้ไปเกิดใหม่ ภูมิใหม่ ตัวกุศลนั้นไม่มีกำลังที่จะส่งผล เพียงแต่ห้ามอกุศลหยุดส่งผล และทำหน้าที่ช่วยอุดหนุนให้กุศลที่ยังไม่มีโอกาสส่งผล ได้มีโอกาสส่งผล เมื่อเขาไม่มีอำนาจในการส่งผล เขาจะสนับสนุนกุศลกรรมที่เคยกระทำมาแล้วในอดีต กุศลมีเยอะแยะไปหมดที่เราเคยทำมาทั้งในอดีตชาติ และปัจจุบันชาตินี้ แต่กุศลเหล่านั้น เป็นกุศลชนิดที่ยังไม่มีโอกาสส่งผล กุศลที่เกิดในเวลาใกล้ตายเขาจะเปิดโอกาสให้กุศลที่ยังไม่มีโอกาสส่งผล ได้มีโอกาสส่งผล แล้วส่งผลไปสู่สุคติภูมิ การเจริญสติจึงช่วยประคับประคองจิตของเราให้ผ่องใสแล้วไม่ต้องไปเกิดในอบายภูมิ ปิดกั้น หนีอบายภูมิได้ แต่ถ้าประมาทกำหนดไม่ได้ กำหนดไม่ทัน ก็ต้องไปเกิดในอบายภูมิ เพราะฉะนั้น บุคคลที่ฉลาดในจิตของตัวเองเท่านั้นก็จะได้เปรียบฉลาดในการเจริญสติ ฉลาดในการกำหนดความรู้สึก ฝึกตายก่อนตายแล้วต้องฝึกอย่างนี้ ที่บอกว่าฝึกตายก่อนตาย คือฝึกระลึก ฝึกรู้สึก ฝึกสังเกตจิตของตัวเองให้ได้ |
| กฐินสามัคคี ณ.วัดอินทรสุคนธาราม | ||
หลั่งไหลด้วยใจศรัทธา.. |
||
|
View All |
||
| << | มีนาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||