วันศุกร์ ที่ 31 สิงหาคม 2550
คู่มือการพูดแบบสร้างมิตร พิชิตใจคู่สนทนา (5)
Posted by
วสิทธ์
,
ผู้อ่าน : 55
, 09:39:11 น.
พิมพ์หน้านี้
|
บทที่ 2 การรู้จักคุย . ศิลปะที่สำคัญอย่างหนึ่งของชีวิตคือ การที่รู้จักสนทนากับผู้อื่นอย่างมีรสชาติ ศิลปะของการสนทนาเมื่อแรกเจอและการรู้จักพูดคุยอย่างสนุกสนาน เป็นเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งของการมีชีวิตอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข หลาย ๆ คนเป็นคนมีน้ำใจที่ดีเยี่ยม แต่ขาดทักษะในการสนทนาจึงทำให้ต้องกลายเป็นคนน่าเบื่อในสังคม
อย่างไรก็ตาม การสนทนาที่ดีสามารถฝึกฝนได้โดยการใช้คำพูดแบบนีโอต่าง ๆ เหล่านี้ที่จะทำให้ช่องว่างระหว่างผู้พูดและผู้ฟังลดน้อยลง จนเกิดความเป็นพวกเดียวกันมากขึ้น คำพูดแบบนีโอในบทนี้ จะเริ่มจากการแนะนำตัวเองและการสนทนาที่ทำให้ผู้ฟังรู้สึกว่าตัวเองมีความสำคัญ น่าสนใจ พูดง่าย ๆ ก็คือ การสนทนาที่ดีจะต้องให้ความสำคัญแก่ผู้ร่วมสนทนา ไม่ใช่ตัวเรา
เมื่อต้องแนะนำตัวเป็นครั้งแรก สวัสดีครับ ผมชื่อวสิทธ์ครับ.... คุณชื่ออะไรครับ หรือแบบฝรั่งหน่อยก็เป็น ผมวสิทธ์ครับ คุณ...........
. ลิซ่าค่ะ... ยินดีที่ได้รู้จักครับ
เราต้องให้ความสำคัญแก่คู่สนทนาของเราเป็นอย่างมาก เพราะเป็นหลักจิตวิทยาพื้นฐานที่คนทุกคนให้ความสำคัญกับชื่อของตัวเอง และชื่นชอบที่จะให้คนอื่นรู้จักชื่อของเรา ดังนั้นเราจะต้องพยายามจำชื่อสนทนาของเราให้ได้ พยายามใช้ชื่อนั้นตลอดการสนทนา มีการพูดหลาย ๆ วิธีที่จะทำให้เราจำชื่อคู่สนทนาของเราได้แม่นยำขึ้น เช่น ผมฟังไม่ชัดชื่อของคุณอะไรนะครับ ช่วยบอกชื่อของคุณอีกครั้งได้ไหมครับ กรุณาสะกดชื่อของคุณให้ฟังหน่อยได้ไหมครับ ชื่อนี้เพราะดีแปลว่าอะไรนะครับ ชื่อนี้มาจากภาษาสันสกฤตใช่ไหมครับ และถ้าจะให้สุภาพยิ่งขึ้น กรณี 3 ประโยคข้างต้นอาจจะมีคำว่า ขอโทษครับ/ค่ะ นำก่อนก็จะให้อารมณ์เป็นมิตรขึ้นเป็นกอง ตามสไตล์ฝรั่งที่มักพูดว่า Sorry
.. หรือ Excuse Me
เป็นต้น
ทักทายด้วยคำพูดที่ให้ความรู้สึกด้านบวก และพยายามเป็นผู้เริ่มต้นทักทายถามสาระทุกข์สุขดิบก่อน สวัสดีครับ คุณ..... สุขสบายดีครับ สวัสดีครับ คุณ .... ดูสดใสจังเลยครับ สวัสดีครับ โอ้โหพี่..... สวยจังครับ
ตอบคำทักทายของผู้อื่นด้วยคำพูดที่ให้ความรู้สึกด้านบวกด้วยความกระตือรือล้น แทนที่จะตอบด้วยคำพูดที่เฉยเมย หรือคำพูดด้านลบ เช่น เซ็ง ก็ยังงั้นยังงั้น เหมือนเดิม แย่มาก ไม่มีอะไรใหม่ เหมือนเคย คำพูดเหล่านี้ได้แก่ เยี่ยมจริง ๆ ครับ แจ๋ว สบายมากครับ สุขสบายมากเลยครับ ผมมีความสุขมากเลยครับ ยิ่งได้พบคุณผมยิ่งมีความสุขมากเลยครับ
ในระหว่างการสนทนา แสดงความกระตือรือล้น ความสนใจในคำพูดของผู้อื่นด้วยการมองตาผู้พูด พยักหน้า ใช้คำพูดสั้น ๆ แสดงว่าเราสนใจฟังอยู่ เช่น อือ, ครับ, ต่อไปครับ ซึ่งเป็นการแสดงออกเหล่านี้จะช่วยให้คู่สนทนาของเราอยากพูดมากขึ้นอื่น ๆ ได้แก่ น่าสนใจจังเลยครับ บอกผมต่อไปอีกหน่อยซิครับ ผมเห็นด้วยครับ ผมไม่เคยฟังมาก่อนเลย น่าสนใจจริง ๆ ครับ ผมไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อนเลยครับ เป็นความคิดที่เยี่ยมจริง ๆ ครับ เล่าอีกครับ
ฟังอย่างตั้งใจพร้อมกับพูดสนับสนุน เยี่ยมจริง ๆ ว้าว คุณคงภูมิใจในผลงานนี้มากเลยครับ ผมภูมิใจในตัวคุณครับ คุณคงชอบเรื่องนี้มากนะครับ
ให้ความสนใจคู่สนทนาของเราโดยการตั้งคำถามเกี่ยวกับคู่สนทนาของเรามาก ๆ โดยพูดเกี่ยวกับตัวเราเองให้น้อยเอาไว้) คุณมาจากจังหวัดอะไรครับ คุณจบมาจากที่ไหนครับ คุณเริ่มธุรกิจของคุณมาได้นานแล้วหรือครับ คุณสนุกกับการทำงานของคุณไหมครับ คุณคิดอย่างไรเกี่ยวกับเรื่อง.....? คุณรู้สึกอย่างไรเมื่อ.....? งานอดิเรกของคุณคืออะไรครับ ? คุณมักใช้เวลาว่างทำอะไรครับ
ระหว่างการสนทนาควรให้โอกาสคู่สนทนาของเราได้แสดงความคิดเห็น ในความคิดเห็นของคุณ คุณว่า ..... คุณมีความคิดเห็นอย่างไรในเรื่องนี้ครับ คุณมีความคิดเห็นอะไรที่แตกต่างไปจากนี้ไหมครับ? เชิญคุณแสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่เลยครับ
พยายามหลีกเลี่ยงการจับผิดผู้อื่น หรือการใช้คำพูดที่แสดงว่าเรารู้ดีกว่าผู้อื่น หรือคำพูดที่แสดงว่าความคิดเห็นของเราถูกแต่ความคิดเห็นของคู่สนทนาของเราผิด ถ้าจำเป็นที่จะต้องแก้ไขข้อมูลของคู่สนทนา พยายามพุดอย่างสุภาพที่สุด พยายามหลีกเลี่ยงคำพูดที่ทำให้คู่สนทนาของเราเสียหน้า เช่น สิ่งที่คุณพูดมาผิดทั้งหมดเลย ผมมีข้อมูลอยู่ในมือ ไม่จริง ไม่ถูกต้อง ผมว่าความคิดเห็นของคุณแย่มาก
เราควรใช้คำพูดที่สุภาพ และไม่กระทบกระเทือนใจคู่สนทนาของเรามาก เช่น ผมคิดว่าขนาดที่คุณบอกมาคลาดเคลื่อนไปเล็กน้อยนะครับ ใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากเลยครับ ในความเป็นจริงแล้ว .... ในความเข้าใจของผม คิดว่า..... ที่คุณพูดมาถูกหมดเลยครับ ยกเว้นเรื่อง........
เมื่อเราต้องพูดถึงบุคคลที่สามควรใช้คำพูดที่สุภาพ ควรให้ความเคารพเหมือน ๆ กับว่าบุคคลนั้นอยู่ในวงสนทนา เช่น ผมทราบดีว่าคุณพ่อของคุณท่าน (แทนที่จะใช้คำว่า เค้าหรือแก) เป็นคนที่ดีมากจริง ๆ ครับ คุณ (แทนที่จะใช้คำว่า ไอ้ หรือ พรเทพเฉย ๆ) พรเทพเป็นคนที่น่าเคารพมาก เด็ก ๆ ที่ผมเลี้ยงมาเค้า (แทนที่จะใช้คำว่า มัน) เป็นคนเรียบร้อยมาก
พยายามพูดด้านบวกกับความคิดเห็นของผู้อื่น แม้ว่าเราอาจจะไม่เห็นด้วยทั้งหมด อาจจะใช้คำถามเพื่อให้คู่สนทนาของเราให้ข้อมูลหรือรายละเอียดมากขึ้น ไม่ควรใช้คำพูดที่ดูถูกความคิดเห็นของผู้อื่น เช่น เป็นความคิดที่งี่เง่ามาก คุณคิดอย่างงี้ได้อย่างไร เป็นเรื่องตลกที่สุดที่ผมเคยได้ยินมา เป็นความคิดที่เด็ก ๆ มาก ฯลฯ คำถามที่เราอาจจะใช้ เช่น อะไรทำให้คุณสรุปแบบนี้ครับ เป็นไปได้ไหมครับที่คนอื่นเขาจะมองในแง่มุมอื่น คุณคิดว่าสิ่งที่คุณจะลงมือทำนี้จะรุนแรงไปไหมครับ?
พยายามอ่านหนังสือพิมพ์หรือนิตยสารต่าง ๆ อยู่เสมอ เพื่อที่เราจะมีเรื่องทันสมัยคุยกับผู้อื่น วันนี้ผมอ่านหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ คอลัมน์..... ในนิตยสาร....ได้ลงข่าว....คุณได้อ่านไหมครับ?
มีคำถามสำเร็จรูปที่ใช้พูดคุยได้ในหลาย ๆ โอกาสสำรองไว้ใช้ในกรณีการสนทนาติดขัด ถ้าคุณต้องไปอยู่ต่างประเทศ คุณจะเลือกอยู่ประเทศไหน? ถ้าคุณถูกลอตเตอรี่รางวัลที่หนึ่ง คุณจะเอาเงินไปทำอะไร? หนังสือประเภทอะไรที่คุณชอบอ่านมากที่สุด? ใครคือนักร้องคนโปรดของคุณ? อาหารอะไรที่คุณชอบรับประทานเป็นพิเศษ? คุณชอบทำงานแบบไหนมากที่สุด?
เมื่อไรก็ตามที่คู่สนทนาของเราดูไม่เข้าใจหรือสับสนในสิ่งที่เราพูด เราควรจะถามเพื่อที่เราจะได้มีโอกาสอธิบายให้ชัดเจนยิ่งขึ้น คุณได้ยินผมพูดชัดเจนไหมครับ? เรายังเข้าใจกันอยู่ไหมครับ? ให้ผมยกตัวอย่างประกอบด้วยดีไหมครับ?
ก่อนจะเลิกการสนทนาเราควรจะแสดงความรู้สึกดี ๆ ให้คู่สนทนาทราบ ผมคงจะต้องคิดถึงเรื่องที่เราได้คุยกันในวันนี้อีกแน่เลยครับ ผมยินดีที่มีโอกาสได้รู้จักและได้คุยกับคุณครับ สนุกจริง ๆ ครับ เราคงจะมีโอกาสได้คุยกันอีกนะครับ ขอให้คุณโชคดีนะครับ
. . (โปรดติดตาม บทที่ 3 พูดในรูปแบบพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือ เร็ว ๆ นี้ครับ)
|