• วสิทธ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : vasit888@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-22
  • จำนวนเรื่อง : 46
  • จำนวนผู้ชม : 8032
  • จำนวนผู้โหวต : 339
  • ส่ง msg :
Study & Learn
==> All about Study and Learn of Life.
Permalink : http://www.oknation.net/blog/vasit
วันพุธ ที่ 9 มกราคม 2551
อาชีพครูที่ผมยังคงเทิดทูน (แต่มักถูกประนาม)
Posted by วสิทธ์ , ผู้อ่าน : 242 , 19:30:58 น.  
พิมพ์หน้านี้


          ได้อ่านบทความเรื่องการรวมหนี้ครู แล้วสำนักข่าวหลายช่องต่างแสดงทัศนะว่า ทำไมครูไม่ใช้ชีวิตอย่างพอเพียง ทำไมใช้จ่ายเกินตัว

          อ่านแล้วก็ค้าน ๆ ในที แล้วก็ไปพบบทความหนึ่งเข้า ผมชอบความเห็นของเจ้าของบทความซึ่งเป็นครูครับ (http://www.seal2thai.org/kru/kru022.htm)
          เจ้าของบทความเน้นว่า "การวิจารณ์ครูนั้น ต้องวิจารณ์โดยควรมองภูมิหลังของอาชีพนี้ด้วย"  เจ้าของบทความพูดในฐานะที่เป็นข้าราชการครูครบ 2 ปี โดยเล่ารายละเอียดในอาชีพของตนว่า
  "ปัจจุบันก็ไม่เห็นจะมีรายได้เหลือเก็บมาสักเท่าไรเลย หลายคนที่ประนามว่า ครูไม่รู้จักการพอเพียง คุณรู้หรือไม่ว่า การเริ่มตนอาชีพครูมีเงินเดือนตอบแทนเพียง 7,630 บาท (ตอนนี้อาจปรับเป็น 7,820 บาท) มันคงเปรียบกับอาชีพอื่น ๆ ที่เงินเดือนเริ่มที่ หมื่นกว่าบาทขึ้นไม่ได้หรอกครับ...

          ...ครู เป็นอาชีพที่หลายคนยกย่องให้เกียรติ แต่ก็มีอีกหลายคนที่กล่าวว่า เป็นอาชีพสุดท้ายที่จะเลือก หากเลือกได้ เพราะครูทั้งจน ทั้งทำงานหนัก และเงินเดือนน้อย ผมเองก็เคยคิดแบบนั้น เพราะตอนเด็ก ๆ  ได้มองเห็นการถูกกลั่นแกล้งจากผู้บริหาร ทำงานหนัก รู้หรือไม่ ครูเป็นอาชีพที่ไม่เคยได้ไปร่วมงานวันพ่อ และวันแม่ของลูกเลย เพราะครูต้องมาจัดงานให้ลูกศิษย์ ซึ่งก็รักเหมือนลูกคนที่ 2 ของครูเช่นเดียวกัน ผมก็เป็นหนึ่งในจำนานหลายๆคนที่พ่อแม่ประกอบอาชีพครู วันแม่ แต่ละปี ก็ไม่เคยได้ก้มกราบแม่ที่หน้าเสาธงเหมือนคนอื่น ๆ เลย"

          เจ้าของบทความระบุถึงการลงทุนในวิชาชีพครูว่า เริ่มตั้งแต่เรียน ต้องเลือกเข้าคณะครุศาสตร์ หรือศึกษาศาสตร์ ต้องระวังการแต่งกาย ระวังการแสดงออก และเมื่ออยู่ชั้นปี 3 หรือ ปี 4 ต้องมีการฝึกประสบการณ์ โดยแบ่งออกเป็น 3 ระยะ คือ
        1. การสังเกตและมีส่วนร่วม ต้องแบ่งเวลาวันไหนมีเรียนน้อย จะต้องไปนั่งที่โรงเรียนใดก็ได้ ที่อาจารย์อนุญาต อย่างน้อยอาทิตย์ละ 6 - 9 ชม. ต้องมีการทำงานให้กับทางครูหรือโรงเรียน ซึ่งตรงนี้ไม่มีเบี้ยเลี้ยงหรือเงินตอบแทน ค้องออกเงินเอง
        2. การทดลองสอน ต้องทำการสอนจริง 12 ชม. หรือมากกว่า จัดเตรียมแผนการสอน จัดเตรียมสื่อ อุปกรณ์เองทุกอย่าง -  และแน่นอนไม่มีเบี้ยเลี้ยง เงินตอบแทน ต้องออกเงินเองอีกเหมือนกัน
        3. การฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูเต็มรูปแบบ แบ่งออกไปฝึกสอนจริง 5 เดือน หรือ 1 เทอม ปัจจุบันปรับเป็น 1 ปี หรือ 3 ภาคเรียน (สาขาวิชาอื่น ๆ ฝึกเป็นชั่วโมง อย่างมากไม่เกิน 3 เดือน)  และอีกแน่นอน ไม่มีเบี้ยเลี้ยง และเงินตอบแทน ต้องออกเงินเอง

          อ่านแล้วมีความเห็นเป็นอย่างไรครับ หลายท่านที่ไม่เคยสัมผัสเส้นทางก่อนที่จะมาเป็นครูนั้น อาจจะมองไม่ออกว่า มันมากหรือน้อย เพราะไม่มีภาพให้นึกย้อนหรือวิเคราะห์เป็นความคิดได้  แต่สำหรับคนที่อยู่ในวงการการศึกษาแล้ว มันมากครับ และกระจุกกระจิก ผมเองเป็นเคยบรรณาธิการนิตยสาร "วงการครู" มานาน สัมผัสความรู้สึกตรงนี้ได้ ซึ่งเห็นพ้องกับเจ้าของบทความครับที่ว่า อาชีพนักศึกษาคณะครุศาสตร์หรือศึกษาศาสตร์ มีแต่ต้องออกเงินเพื่อสร้างสื่อ เพื่อเขียนแผน ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ทุกอย่างออกเองหมด
          เจ้าของบทความแสดงความเห็นเปรียบเทียบเรื่องการฝึกงานว่า สาขาวิชาอื่นฝึกงานเพียง 3 เดือน แล้วส่วนใหญ่ได้เบี้ยเลี้ยงหรือเงินตอบแทนบ้าง อีกทั้งไม่ต้องควักกระเป๋าซื้ออุปกรณ์ในการฝึกงาน และเมื่อได้ก้าวสู่อาชีพครูแล้ว ครูที่บรรจุใหม่จะต้องอยู่ในระหว่างทดลองปฏิบัติราชการอย่างเข้ม 2 ปี โดยได้รับตำแหน่ง "ครูผู้ช่วย" ในขณะที่หน่วยงานอื่น ๆ ทดลองเพียง 6 เดือน
 "เพราะเขา (กระทรวงศึกษาธิการ) เชื่อว่า จะสามารถประเมินศักยภาพ คุณภาพของครูผู้ช่วย ถ้าเป็นตัวตนของเขาจริง ระยะเวลา 2 ปี หรือตลอดไป เขาก็จะทำตัวดังเดิม คุณภาพการสอนพัฒนาขึ้น แต่ระยะเวลา 2 ปีนี้ จะต้องอยู่ในโอวาท ทำทุกอย่างด้วยความเกรงใจ ออกความคิดเห็นต่อผู้ใหญ่ก็ต้องคอยระวัง เขาให้ค้ำหระกันอะไรก็ต้องค้ำ เพราะถ้าไม่ทำตาม อาจถูกประเมินให้ตกได้ นั้นหมายถึง ต้องคืนเงินเดือนทั้งหมดให้กับหลวง เมื่อมีการรายงานข้อมูลต่าง ๆ พวกที่แก่วัดก็จะโยนงานมาให้ครูผู้ช่วย อ้างว่า เด็กกว่า สมองดีกว่า เก่งคอมพ์มากกว่า สารพัดที่จะอ้าง แต่เมื่อถึงเวลาพิจารณาเงินเดือน ต่างก็บอกว่า เด็กมันยังไม่มีภาระยังไม่ต้องให้ โถ เงินเดือนครูผู้ช่วนขึ้นเทอมละร้อยกว่าบาท ยังไม่ยอมให้ขั้นอีก"

  * * * * * * * * *

          คุณผู้อ่านครับ ความข้างต้นคือข้อเท็จจริงนะครับ ซึ่งผมเอง สัมภาษณ์ครูมาก็มาก แต่ยังไม่ได้นำเสนอเรื่องเรื่องปัญหาอะไรต่าง ๆ มากนัก เนื่องจากพื้นที่นิตยสารมีจำกัด แต่พออ่านเนื้อหาข้างบนก็อึ้งไปเหมือนกัน ถือว่า โหดสำหรับเด็กใหม่เหมือนกัน
          และเจ้าของบทความยังแสดงความเห็นซึ่งผมก็อึ้งไปอีกเหมือนกันว่า
  "เรื่องที่นักข่าวหรือคนอื่นบางคนบางช่องที่กล่าวว่า ทำไมครูไม่ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง ผมถามจริง ๆ  ใครบ้างอยากจะให้ตัวเองติดลบ ใครบ้างจะไม่อยากมีบ้าน ไม่อยากมีรถ ผมถามนะว่า เงินเดือน 7,820 บาท ต้องขึ้นรถเมล์ 2 ต่อ ประมาณวันละ 100 บาท ค่าเช่าหออีก 2,300 ค่าน้ำมันรถอีก ไหนจะค่ากิน ค่าซื้ออุปกรณ์ทำสื่อการสอน ค่าเดินทางที่ต้องจ่ายเพิ่มเมื่อมีคำสั่งให้ไปราชการ โดยได้ค่ารถที่เบิกได้ 100บาท แต่ค่ารถจริง ๆ 170 บาท ผมถามหน่อยว่า ทุกวันนี้ ครูพอเพียงหรือยัง แถมยังไม่สามารถหารายได้เพิ่มจากงานอื่น ๆ ได้ เพราะถูกกล่าวหาว่าเบียดบังเวลาราชการ เช่น เปิดเว็บไซต์ขายของ โดยใช้เวลาส่งของคือวันเสาร์ แต่เวลาโทรศัพท์มาถามราคา หรือเงื่อนไขการจัดส่ง เขาก็ต้องโทรมาตอนวันปกติ ซึ่งอาจไปเจอตอนประชุมบ้าง ไปเจอตอนพักบ้าง คนอื่นที่เขาอิจฉาก็จะบอกว่า เบียดบังราชการ หรือแม้กระทั้งการสอนพิเศษ ซึ่งจริง ๆ แล้วผมก็ไม่สนับสนุนหรอกครับ แต่มันก็เป็นการตัดสินใจของนักเรียนเอง อันนี้โทษครูฝ่ายเดียวก็ไม่ถุก อย่างไรก็ตาม ก็มีครูบางคนสอนในห้องให้เร็วที่สุด แต่เพิ่มรายละเอียดและเคล็ดลับให้กับนักเรียนที่เรียนพิเศษ โชคดีที่ครุประเภทนี้มีเพียงส่วนน้อย น้อยมากในสังคมครู เพราะเชื่อว่าครูทุกคนล้วนมีจรรยาบรรณครูทั้งนั้น ในขณะเดียวกันเมื่อเปรียบเทียบกับอาชีพนักข่าว ท่านสามารถหารายได้เสริมจากการเขียนบทความ จากการถ่ายรูป หรือทำธุรกิจส่วนตัวอื่น ๆ ได้ ดังนั้น คำว่า "พอเพียง" ของนักข่าวอาจต่างไป เทียบกับคำว่า "ราคาข้าวที่เป็นธรรม" ชาวนากับพ่อค้าโรงสี ย่อมมองต่างกันฉันนั้น

          เจ้าของบทความยังกล่าวถึงพ่อของเขาว่า "เพิ่งถูกเจ้าหน้าที่ธนาคารออมสินคนหนึ่งต่อว่า  ทำไมไม่ให้ลูกคุณเลี้ยงตัวเองได้ก่อน แล้วจึงค่อยให้เรียนปริญญาโท ทำงานเองก่อน แบบนี้คุณก็เป็นหนี้จนตาย เกษียณราชการแล้วก็ยังเป็นหนี้อีก โดยเจ้าของบทความให้เหตุผลว่า ในบทความว่า "ที่ตัดสินใจเรียนปริญญาโท ก็เพราะเป็นการลงทุนเพื่ออนาคต ผมเป็นข้าราชการ บรรจุเมื่อตอนอายุ 23 ปี 4 เดือน สอบได้ลำดับที่ 2 ของสาขาวิทยาศาสตร์ เพราะมีความรู้ของปริญญาโทเข้ามาเกี่ยวข้อง และในอนาคต จะต้องก้าวไปให้ไกลกว่าการเป็นครูบ้านนอก การเรียนปริญญาโท เป็นการเปิดมุมมองให้กว้างขึ้น เป็นการสร้างองค์ความรู้ในอาชีพที่ลึกขึ้น และจะเป็นการก้าวแบบฉับไว  ในขณะที่คนรุ่นเก่ามีหน้าที่เพียงสอนประสบการณ์และเกร็ดความรู้ให้เท่านั้น.…

          ....ผมคงไม่ถือโทษโกรธเจ้าหน้าที่ธนาคารออมสินคนนั้น เพราะเขาเองไม่ได้มามองตรงจุดที่เรายืนอยู่ ไม่ต้องมาสอน ไม่ต้องมาทำหน้าที่พิเศษ ปีใหม่ก็ต้องมาอยู่ที่โรงเรียน จัดงานหาเงินเข้าโรงเรียน ไม่ต้องเดินทางไปประชุม อบรม วันเสาร์ - อาทิตยื (เพราะข้างบนมีนโยบายให้ครูอบรมได้เพียง เสาร์ - อาทิตย์) และส่วนใหญ่ คนที่โดนอบรมก็คนเดิม 1 ปี อบรมกว่าร้อยชั่วโมง เงินที่เบิกได้ก็ไม่พอ ชีวิตครูจึงเข้าใจคำว่าพอเพียงว่า กินข้าวให้น้อย ลดกับข้าวจาก 2 อย่างให้เหลือ 1 อย่าง เดินทางบรรถเมล์วันละ 4 ชม. ก็ต้องทำ เพราะถ้าขืนไปถอยรถมา เดี๋ยวเงินเดือนไม่พอ อาชีพอื่น ๆ เขายิ่งดูถูกครูอยู่ บ้านก็อย่าเพิ่งซื้อ ครั้นจะไปอยู่บ้านพักครูก็ลำบาก มีบ้านพัก 3 หลัง แต่มีครู 14 คน โชคดีที่ผมยังไม่เคยไปกู้อะไรใครมา"

       * * * * * *

          และทั้งหมดคือข้อเท็จจริงครับ ผมเชื่อในฐานะคนคลุกคลีกับวงการศึกษามานาน แม้ไม่ได้เป็นครู ซึ่งขอจบด้วยข้อความของเจ้าของบทความที่ว่า
          "แม้สังคมจะประนามอย่างไร เราก็ทำหน้าที่ของเราอย่างสุดความสามารถ เพราะเราคือข้าราชการ ผู้ทำงานใต้ฝ่าละอองทุลีพระบาท คือคนของพระราชา"
          "ผมรักพระเจ้าอยู่หัว เพราะพระองค์ท่านได้มอบพระบรมราโชวาชเกี่ยวกับครูและการศึกษาไว้มาก ผมสัญญาว่า ผมจะทำงานเพื่อแผ่นดินของพระองค์ท่าน"
          "ผมจะแสวงหาความก้าวหน้าให้กับตนเอง เพื่อสร้างโอกาสในการพัฒนาการศึกษาให้กับสังคมวงกว้าง ไม่จมปรักกับความล้าหลัง"

          ไงครับ คนที่วิพากษ์วิจารณ์ครูไว้ อ่านถึงตรงนี้ อยากถามว่า คุณทำอะไรเพื่อในหลวงอย่างไรครับ...

ปล. อ่านบทความของเจ้าของบทความที่ผมนำมาอ้างอิงนี้ได้ที่ www.seal2thai.org/kru/kru022.htm


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6
วสิทธ์ วันที่ : 09/02/2008 เวลา : 02.59 น.
http://www.oknation.net/blog/vasit

มีโอกาสทำแน่นอนครับ
ผมถือว่า เป็นการทำดีถวายในหลวงด้วยครับ
ในฐานะที่เราเป็นข้าขอแผ่นดิน ต้องทดแทนคุณของแผ่นดินครับ (ขอยืมคำป๋าเปรมมาใช้นะขอรับ)
ความคิดเห็นที่ 5
seal วันที่ : 20/01/2008 เวลา : 15.37 น.
http://www.oknation.net/blog/seal2thai
ทางเดียวที่คนเลวจะได้รับชัยชนะ คือการที่คนดีนิ่งเฉย

ขอบพระคุณครับ ที่เห็นด้วย

ขอบพระคุณครับ ที่รักครู

ผมดีใจ ที่ผมคิดไม่ผิด ที่เป็นสมาชิกวารสาร วงการครู เพราะเรา มีหัวใจดวงเดียวกันครับ คือ มอบแสงสว่างทางปัญญา เพราะมีพวกท่าน โลกทัศน์ผมจึงเปิดกว้าง

ผมยังรอการกลับมาของ วงการครูนะครับ
โปรดติดตามข้อเขียนด้วยนะครับ
http://www.seal2thai.org
ความคิดเห็นที่ 4
evil วันที่ : 11/01/2008 เวลา : 22.29 น.
http://www.oknation.net/blog/krarook

ไม่อยากออกความเห็น...เดี๋ยวจะว่าวิพากษ์วิจารณ์
ที่เขียนมานั้น...คนอยู่ในวงการก็ต้องเขียนอย่างนี้
แต่ข้อเท็จจริงมีมากกว่านี้...มีตัวอย่างให้ดูมากมาย

ครูที่ดีก็มีมากนะครับ...
ครูที่มีหนี้สินเพราะความจำเป็นก็มี....

แต่ครูที่มีหนี้สินเพราะความทะเยอทะยานอยากได้...มีเยอะมาก...

ถ้ากระทรวงศึกษาฯ...จะมีการชลอหนี้...หรือลดหนี้...หรือปลดหนี้...แยกแยะให้ดีนะครับ....

ครู...บ่นว่ามีหนี้มาก...ไม่พอใช้พอกิน...สนใจกันจัง

ทีลูกจ้างบ่นบ้าง...เงียบทุกที...
ความคิดเห็นที่ 3
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 11/01/2008 เวลา : 22.04 น.
http://www.oknation.net/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 

แวะมาเยี่ยมเยียน ทักทาย และทำความรู้จักค่ะ

ข้อมูลดีมากค่ะ ...
ความคิดเห็นที่ 2
วสิทธ์ วันที่ : 09/01/2008 เวลา : 23.28 น.
http://www.oknation.net/blog/vasit

รักครูได้ แต่อย่าให้ครูหลงรักซะล่ะครับ...........เหอะ ๆ ล้อเล่นครับ
ความคิดเห็นที่ 1
ไทอุบล วันที่ : 09/01/2008 เวลา : 19.47 น.
http://www.oknation.net/blog/sasicha

รักครู
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มกราคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31