|
และแล้ว การจะก่อสร้างโรงไฟฟ้าที่ จ.ระยอง ของ ไออาร์พีซี ก็ได้ข้อยุติ เมื่อผู้บริหาร ไออาร์พีซี ยืนยันไม่ยื่นซองประกวดราคาโรงไฟฟ้า วันที่ 19 ต.ค. นี้ แล้วขอร๊าบบพี่น้อง
นายปิติ ยิ้มประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากการที่บริษัทฯ ได้เข้าซื้อซองประกวดราคาการก่อสร้างโรงไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ (ไอพีพี) พร้อมกับบริษัทเอกชนรายอื่นเมื่อวันที่ 29 มิถุนายนที่ผ่านมา และมีกำหนดยื่นซองประกวดราคาในวันที่ 19 ตุลาคมนี้ แต่เมื่อสร้างความไม่สบายใจต่อประชาชนในจังหวัดระยองนั้น ไออาร์พีซีรู้สึกกังวลต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงได้หารือร่วมกับผู้เกี่ยวข้อง มีความเห็นตรงกัน และตกลงร่วมกันว่า ไออาร์พีซี จะไม่ร่วมยื่นซองประกวดราคาในวันที่ 19 ตุลาคมนี้แน่นอน และขอยืนยันว่าจะยังคงยืนหยัดดำรงเจตนารมณ์ตามปณิธาน "เรารักระยอง" ต่อไป แถมด้วยยาหอมขวดใหญ่ ว่า บริษัทฯ จะมุ่งดำเนินงานเพื่อสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้ประเทศชาติ จะดูแลรักษาแผ่นดินระยองร่วมกับพี่น้องชาวระยอง ให้เป็นสมบัติของชาวระยองและลูกหลานสืบไป แต่ก็ทิ้งท้ายให้หวาดเสียวว่า "ระหว่างนี้ คงจะต้องศึกษาโครงการโรงไฟฟ้าต่อไป"
แต่รัฐมนตรีพลังงาน ย้ำชัด เดินหน้าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ยืนยันว่า รัฐบาลมีนโยบายชัดเจนที่จะเตรียมการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ต่อไป โดยมีกำหนดไว้ในแผนระยะยาวแล้ว ซึ่งคาดว่าการเตรียมการจะใช้เวลา 7 ปี ก่อนที่มีตัดสินใจก่อสร้างขั้นสุดท้ายโดยรัฐบาลในสมัยนั้น เพราะถ้าไม่เตรียมการไว้ ก็จะไม่สามารถคิดเริ่มทำได้
สำหรับสิ่งที่รัฐบาลต้องเตรียมการ เช่น การเตรียมการเรื่องกฎระเบียบ การตั้งองค์กรกำกับดูแล การกำหนดมาตรฐานความปลอดภัย การเตรียมบุคลากร การกำหนดสถานที่ก่อสร้าง และการสร้างความยอมรับจากประชาชน ขณะที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอยู่ระหว่างการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดทำร่างพ.ร.บ.พลังงาน นิวเคลียร์ พ.ศ... แต่ถ้าในอนาคต มีทางเลือกที่ดีกว่าการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ เช่น การผลิตพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ที่ถูกลง หรือมีเทคโนโลยีผลิตไฟฟ้าที่ดีกว่าผลิตไฟฟ้าจากนิวเคลียร์ รัฐบาลสมัยนั้นอาจตัดสินใจที่จะไม่สร้างโรงไฟฟ้านิวเครียร์ก็ได้ แต่ก็ต้องพิจารณาให้รอบคอบ และสามารถตอบคำถามได้ว่า เหตุใดจึงไม่สร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์
โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ เชื่อว่า เพียงคิด คนก็คงจะออกมาต่อต้านเสียยิ่งกว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินเป็นแน่ ผลพวงผลกระทบมันเคยมีให้เห็นอยู่แล้ว ทุกครั้งที่พูดถึงโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ชื่อของ "เชอร์โนบิล" โรงไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์เพื่อผลิตไฟฟ้า ซึ่งปัจจุบันอยู่ในอาณาเขตของประเทศยูเครน ก็จะถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นตัวอย่างทุกครั้งไป
โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ "เชอร์โนบิล" หน่วยที่ 4 เกิดระเบิดขึ้น เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2529 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทันที 30 คน ในจำนวนนี้เกือบทั้งหมดเนื่องมาจากการได้รับสารกัมมันตรังสีความแรงสูงในเวลาเฉียบพลัน ผลของการเกิดอุบัติเหตุครั้งนั้นยังส่งผลกระทบอีกเนิ่นนานต่อประชาชนที่อาศัยอยู่ในอาณาบริเวณโดยรอบ รวมไปถึงประเทศเพื่อนบ้านอีกหลายประเทศ
เชอร์โนบิลหมายเลข 4 ซึ่งเกิดอุบัติเหตุถูกถม กลบด้วยโบรอนโดโลไมท์ ทราย ดินและตะกั่ว จากเฮลิคอปเตอร์ เพื่อปิดกั้นสารรังสีที่ฟุ้งกระจายออกมา แต่บางส่วนก็แพร่ไปยัง เบลารุส รัสเซีย รวมไปถึงประเทศกลุ่มสแกนดิเนเวียน และยุโรป สารที่สำคัญได้แก่ ไอโอดีน-131 และซีเซียม-137 ซึ่งเป็นสารที่มีครึ่งอายุสั้น แต่มีความแรงของรังสีสูง หลังจากนั้นมีการอพยพประชาชนที่อาศัยอยู่โดยรวบ ในจำนวนนี้มีบางส่วนค่อย ๆ อพยพกลับมาอาศัยอยู่ที่เดิมในเวลาต่อมา หลังเหตุการณ์ตรวจสอบพบว่า มีรังสีปริมาณมากแผ่ออกสู่ภายนอก เพราะไม่มีอาคารคลุมปฏิกรณ์ ความรุนแรงของเหตุกาณณ์เทียบเท่าระดับ 7 ซึ่งเป็นระดับที่รุนแรงที่สุด มีผู้เสียชีวิต 31 ราย บาดเจ็บ 203 ราย
ขณะที่ผลการสอบสวนในเวลาต่อมา สรุปออกมาว่า อุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เกิดจากความบกพร่องในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ควบคุมเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่ขาดการฝึกอบรมอย่างเพียงพอ สืบเนื่องจากปั๊มน้ำเครื่องหนึ่งหยุดทำงาน ส่งผลให้กังหันไอน้ำปั่นกระแสไฟฟ้าหยุดการทำงานทันที ทำให้เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์หยุดการทำงานอัตโนมัติ แต่เจ้าหน้าที่ตัดสินใจผิดพลาดโดยการตัดระบบควบคุมการจ่ายน้ำอัตโนมัติให้เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ด้วยตนเอง ทำให้ขาดน้ำหล่อเย็น กระทั่งเกิดความร้อนสะสมอิ่มตัว จนเกิดการหลอมละลาย กราไฟท์เกิดการลุกไหม้ และเกิดการระเบิดของไอน้ำอย่างรุนแรง ดันทะลุหม้อปฏิกรณ์ และอาคารปฏิกรณ์ ทำให้กัมมันตรังสีกระจายและส่งผลเสียหายในวงกว้าง
 โรงไฟฟ้าหน่วยที่ 4 ถูกปิดถาวรด้วยคอนกรีต ป้องกันการแผ่รังสี
ปัจจุบัน โรงไฟฟ้าเชอร์โนบิลหน่วยที่ 4 ถูกปิดอย่างถาวร ด้วยคอนกรีตเพื่อป้องกันอันตรายจากรังสี โดยมีเพียงหน่วยที่ 3 ที่เดินเครื่องผลิตไฟฟ้า มีพนักงานปฏิบัติงานเกือบหกพันคน ซึ่งได้รับการดูแลสุขภาพตามมาตรฐานสากลของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ซึ่งประเทศยูเครนอาศัยพลังงานหลักจากน้ำมัน ก๊าซ และนิวเคลียร์ซึ่งมีสัดส่วนถึง 45% ในอนาคตมีโครงการพัฒนาการใช้พลังนิวเคลียร์อย่างครบวงจร ที่มาของข้อมูล : http://www.world-nuclear.org/info/chernobyl/info7.htm กองวิศวกรนิวเคลียร์ - EGat NSTKC (Nuclear Science & Technology Knowledge Center) เปิดเผยว่า หลังจากเหตุระเบิดที่เชอร์โนบิล ในปี 2529 จนถึงปัจจุบันมีการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ เพิ่มขึ้นอีก 69 โรง เพราะประเทศที่สร้างเพิ่มนั้น เข้าใจสาเหตุของอุบัติเหตุ ที่เชอร์โนบิลและมั่นใจ ในเทคโนโลยีความปลอดภัย มาตรการประกันคุณภาพ และความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์
ปัจจุบันมีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทั่วโลก ไม่ต่ำกว่า 440 เครื่อง โดยสหรัฐอเมริกา มีมากที่สุด 110 เครื่อง ฝรั่งเศส 57 และญี่ปุ่น 53 เครื่อง ทัศนะส่วนตัว : โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ โรงไฟฟ้าถ่านหิน ก็คล้ายกับการก่อสร้างเขื่อน แม้จะมีผลกระทบอย่างยิ่งต่อสิ่งแวดล้อม และชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน โดยเฉพาะโรงไฟฟ้านิวเคลียร์อาจจะมีผลกระทบร้ายแรงกว่าเพื่อน แต่ก็ไม่อาจจะปฏิเสธได้ถึงประโยชน์ของสิ่งเหล่านี้เช่นกัน หากเพียงสิ่งเหล่านี้จะต้องอยู่ถูกที่และถูกเวลา และสิ่งสำคัญคือการจัดการที่มีประสิทธิภาพ และเหมาะสม สนองตอบประชาชน มิใช่ทำเพื่อสนองนายทุน ว่าแต่รัฐบาลจะมีอะไรมาการันตี ?
|