• vickie
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : vickie_007@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2006-12-25
  • จำนวนเรื่อง : 157
  • จำนวนผู้ชม : 81533
  • จำนวนผู้โหวต : 332
  • ส่ง msg :
vickie
If you are the park, I will trek in you.
Permalink : http://www.oknation.net/blog/vickie
วันอาทิตย์ ที่ 9 กันยายน 2550
= หนานระฟ้า ผาเหยียบเมฆ = ในวันลมแรง(จัด)
Posted by vickie , ผู้อ่าน : 1124 , 22:25:04 น.   | หมวดหมู่ : ตะลอนฝัน  
พิมพ์หน้านี้


 

วันแม่ปีนี้ หมุนไปหมุนมา กะว่าจะไปแบกเป้เดินตากฝน ที่อช.ขุนสถาน จ.น่าน ดินแดน ที่นักเดินป่ายังเข้าถึงไม่มากนัก แต่ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ว่า ช่วงนี้คงไม่ให้ขึ้น เพราะฝนตกหนักบนยอดดอย อันตรายมาก ... แถมรถทัวร์ไป จ.น่านก็เต็มหมด ต้องไปสแตนด์บาย แต่ป๋มก็ยังจะไป
"จะไปรถอะไร น่านไกลจะตาย ขับไม่ไหวหรอก"
"ก็ถ้าไม่มีรถทัวร์ เดี๋ยวโบกไปแล้วกัน คราวก่อนเพื่อนโบกไปถึงน่านตั้งแต่ตี 5"

คำตอบแบบนี้เอง ทำเอาเพื่อนป๋มชักหวาด ๆ ว่ามันเอาแน่ ก็โธ่ ป๋มไม่ได้แบกเป้เข้ามามาร่วม 4 เดือน ขืนคราวนี้ไม่ได้ไปอีก แบตเตอรี่ในตัวที่ใกล้อ่อนแรง อาจจะถึงขั้นหมดแรงเลยก็ได้
อีกอย่างป๋มแบกเป้มาทิ้งไว้ออฟฟิซตั้งแต่วันก่อนเดินทาง

"เขาหลวง" ชื่อนี้ผุดขึ้นมาในสมอง คิดถึง คิดถึงเขาหลวง งั้นไปนครศรีธรรมราชดีกว่า อย่างน้อยก็ไม่ต้องห่วงว่าจะไม่มีรถไป เยอะคร๊าบบบ ป.1 ไม่มีก็เลื่อนชั้นไป ป.2 ส่วน v.i.p.หน่ะเร๊อะ ช่วงเทศกาลแบบนี้ ถ้าไม่ได้จองก็อย่าหวังเลย


แล้วระหว่างทาง ป๋มก็รีบโทรหา "ทาร์ซานบอย" เพื่อนนำทางขึ้นเขาหลวง นครฯ แบบด่วนจี๋ "วันแม่มีทริปขึ้นเขาหลวงป่าวหน่ะ"   "มี... จะไปเหรอ"  
"อืมดิ" ง่ายๆ สั้นๆ แม้จะรู้ว่าในทริปนั้น นอกจาก "บอย"คนนำทางแล้ว ป๋มไม่รู้จักใครเลย เอิ๊ก

ตื่นเต้น ตื่นเต้น เจอเพื่อนใหม่ ๆ ท๊างงน๊าน แต่คุยไปคุยมา อย่างน้อย 2 คนก็เคยรู้จักป๋มผ่านเรื่องราวในบอร์ด ของ Trekkingthai.com  ขำ ขำ ป๋มได้เพื่อนใหม่ที่น่ารักเสมอ ผ่านบอร์ดของ TKT ฮาร์ดคอร์ของคนเดินป่า 


เป้าหมายวันแรก น้ำตกอ้ายเขียว -หนานระฟ้า

จากขนส่ง เราออกเดินทางไป อ.พรหมคีรี เพื่อจัดเแจงสัมภาระ เตรียมเสบียง ทักทายเจ้าของบ้านตัวน้อย  ก่อนที่รถจะไปส่งเราที่ทำการฯ หน่วย น้ำตกอ้ายเขียว ที่เราจะขึ้นเป้เดินเท้าเข้าป่าใหญ่กันเสียที อืมมม คราวก่อนป๋มมาแล้ว ก็ไปนอนดูดาวที่ลานกวาดไทร ซะตั้ง 2 คืน  แต่คราวนี้เค้าบอกว่า นั่นหน่ะแค่ที่พักกินข้าวเที่ยง ต้องเดินต่ออีกเท่าตัว เพื่อไปนอนที่หนานระฟ้า .... ตายแน่ตรู ...นึกในใจด้วย พูดดังๆ ด้วย (ก็ไม่ได้เดินป่าตั้ง 4 เดือน แถมระหว่างนี้ไม่มีเวลาออกกำลังกายอีกตะหาก)



แอ่งน้ำสุดท้ายก่อนขึ้นเขา

10 โมงกว่าๆ เราขึ้นเป้ เดินข้ามธารน้ำตก ไต่ระดับทางชันน้อยๆ วอล์มอัพ ไปตามสวนสมรม (สวนผลไม้ผสม) เดินไปหอบไป อาศัยว่าหยุดถ่ายรูปไปเรื่อย แล้วป๋มก็เดินรั้งท้ายกับพี่น้อย พี่ลูกหาบใจดี เห็นป๋มเหนื่อยแกก็เหนื่อยเป็นเพื่อน แถมจะช่วยแบ่งสัมภาระจากป๋มไปอีก  แต่จะแบ่งไปได้ไง ของพี่แกก็หนักจะแย่แล้ว


 
ลานกวาดไทร ทอดยาวลงมาจากด้านบนนู๊น

(น่าเสียดายที่กล้องป๋มมีเกเร ภาพช่วงนี้หายไป 15 รูป จนช็อตสิงห์โตแน่ะ)
ไต่ทางชันขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งลัดเลาะถึงทางลงด้านล่าง จึงได้เจอลานหินกว้างๆ กับสไลด์เดอร์ที่ดูจะน้ำน้อยไปหน่อย  แต่นั่นคือที่พักถึง 2 คืนของป๋มและผองเพื่อน เมื่อคราวไปเยือนปีก่อนหน้า แต่สำหรับคราวนี้ เป็นเพียงที่พักกินข้าวมื้อเที่ยง หากแต่มุมคุ้นเคยของป๋มยังคงเป็นแอ่งน้ำจากุชชี่ให้นั่งแช่ได้เป็นอย่างดี

หลังอิ่มหนำสำราญ เราก็เดินทางกันต่อ  มุ่งหน้าไปยังจุดหมายปลาย ที่พักคืนนี้ "หนานระฟ้า"



ลานแสงจันทร์

จากลานไทรกวาด เราตัดขึ้นทางชันอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้ ชัน ๆ ๆ แต่ได้ยินทาร์ซานบอย บอกว่า"ยังสู้พรุ่งนี้ไม่ได้" .... ไม่เป็นไร เราเดินตามกลุ่มข้างหน้าไปห่างๆ "ทิ้งระยะเท่าเดิมเนอะพี่เนอะ"  ไม่คิดเปล่า เราหันไปพยักเพยิดกับพี่น้อยหาแนวร่วมด้วย เพราะเราจะได้เดินไป ถ่ายรูปไป ระหว่างทางเรายังได้เจอธารน้ำ ใส ๆ ให้เอาตัวลงไปนอนแช่ แล้วยังลานหินกว้างๆ ชื่อ"ลานแสงจันทร์"  มีหินก้อนมหึมา ประดิษฐานอยู่(คล้ายกับตรงน้ำตกหนานไม้ไผ่บนเส้นทางภูผาเมฆ(เขาล่อน) ส่วนหนึ่งของเทือกเขาบรรทัด แต่ที่นั่นจะมีน้ำล้อมรอบ ไม่เป็นลานหินแห้งๆ แบบที่นี่



ลิ้นมังกรสีส้ม

จากลานแสงจันทร์ เราต้องเดินทางก้อนหิน เพื่อตัดข้ามไปอีกฝั่ง นั่นเจอลิ้นมังกรออกดอกสีส้มตั้ง 3 ดอก เราก็เลยหยุดถ่ายรูปซะหน่อย ก่อนจะไปทะลักทุเล เดินข้ามก้อนหิน เพื่อตัดไปอีกฝั่ง  ดีที่ได้น้อง ช่วยดึงมือ ม่ายงั้น ขาสั้นๆ ของป๋มอาจจะก้าวพลาด ......

  
                     เรียงคิว..... ดอกเดียวแต่คุ้มค่า หายเหนื่อยเลย                            


สิงห์โตอาจารย์เต็ม

ผ่านลานหินเราไต่ขึ้นทางชัน(อีกแล้ว) เราเดินตามหลังไปห่างๆ กับพี่น้อย ก่อนจะโผล่ไปจะเอ๋ กับสิงห์โต  ใช่แล้ว กล้วยไม้สิงห์โตอาจารย์เต็ม ที่ทำเอาดีอกดีใจ เรียงคิวถ่ายรูปกันไม่ยั้ง เจอดอกเดียวก็ชื่นใจ หายเหนื่อย (หุหุ ..ก็ได้พักถ่ายรูปตั้งนาน) ก่อนจะไต่ลานหินไปกันต่อ


 

ไปได้ไม่ไกล เพราะมีมุมให้เล่นน้ำคลายร้อน เราเลยวางเป้ไปนั่งให้น้ำตกเล็ก ๆ หล่นใส่หัว สบายดีจัง แถมข้างๆ ยังมีกอดอกไม้สีชมพูของเทียนดอย เยอะแยะไปหมด บรรยากาศดีสุดๆ แต่โอ้เอ้ได้ไม่นาน ก็ต้องไต่ขึ้นทางชันข้างๆ น้ำตกเล็กๆ ไปกันต่อ ทางชันขึ้นเรื่อยๆ แต่ดีตรงที่ทางขึ้นเขาหลวง เต็มไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ ให้เราได้อาศัยผ่อนแรง ด้วยการเกาะดึงตัวขึ้นพร้อมกันเป้อันหนักอึ้งบนหลัง ทริปหนัก ทริปสบาย ไป 3 วัน 5 วัน หรือแค่ 2 วัน ของในเป้มันก็ไม่ต่างกัน แถมหนักเหมือนกันอีก...ฮา

เดินไป มองสูง มองต่ำ เหงื่อตกแล้วตกอีก ค่อยถึงทางไต่ลง ได้ยินเสียงปอแนถึก เรียกอยู่ด้านล่าง "เจ้มาดู "เอื้องวิลาสินี"  เนี่ยะพี่เพชรบอกว่า ไม่ค่อยได้เห็นดอกมันหรอกนะ"
"อืมม เจ้ากล้วยไม้ดินต้นเล็กๆ จนไม่คิดว่ามันจะเป็นกล้วยไม้ซะด้วยซ้ำไป" 
ดีจัง ได้ความรู้เพิ่มมาอีกนี๊สสสส

     
 

หลังรอ ปอแนถึกถ่ายรูปเสร็จ เราก็เดินไปกันต่อ คราวนี้ไม่ไกลเท่าไหร่ก็โผล่ออกมาเจอกันธารน้ำตก ที่ทอดยาว ขึ้นไปเรื่อย ๆ สุดสายตาของเรา  แน่แล้วววว... หนานระฟ้า เป้าหมายของเราคืนนี้  




"เย้...ถึงซะที" เรานึกในใจ จะได้มีเวลาวางเป้ ถ่ายรูป ดอกเทียน สายน้ำ โอ้เอ้ไปเรื่อยๆ ขณะที่คนอื่นๆ เค้าไปวางเป้กันหมดแล้ว  นี่แหล่ะสไตล์โพ้ม เดินเรื่อยๆ เหนื่อยก็ถึง เอ้ย เหนื่อยก็พัก ....


  


หลังจากไต่ทางขึ้นไปด้านบนน้ำตก โอววว มันช่างสุดบรรยายซะจริงๆ ลานหินกว้าง ๆ กับธารน้ำใสๆ ที่ไหลมาจากน้ำตกใหญ่ ลัดเลาะตกมาตามชั้นเตี้ยๆ แอ่งเล็ก ๆ ก่อนจะตกลงสู่เบื้องล่าง เป็นธารน้ำที่เราเดินสวนทางขึ้นมา 

ถึงที่พัก เราจัดแจงสำรวจเนื้อตัว ไม่มีทากเกาะเป็นใช้ได้ ก่อนจะลงไปสำรวจ นั่งเล่น นอนเล่นในแอ่งน้ำใสๆ ดูผู้นำทริปกับลูกหาบ ช่วยกันหุงข้าว ทำกับข้าว ขณะที่เพื่อนคนอื่นๆ ลัดเลาะขึ้นไปถ่ายรูปน้ำตกใหญ่ แต่เราอยากนั่งแช่ในสายน้ำที่ไหลเอื่อยๆ สบายๆ ปล่อยอารมณ์เงียบๆ กลางป่าใหญ่ ๆ ซะมากกว่า "ช่างเหมือนโลกทั้งโลก เป็นของเราคนเดียว"


มองย้อนไปด้านล่างของน้ำตกที่เราลัดเลาะขึ้นมา 

อยู่อย่างนี้ได้เป็นวันๆ ก็ไม่เบื่อ (แต่มันไม่มีจะกินนี่ดิ เรื่องใหญ่) พักใหญ่ๆ เราก็ค่อยไปหาทำเลผูกเปล มองไปมองมาเจอมุมดี มีหินก้อนใหญ่บังลม แถมเป็นกำบังตอนเราเปลี่ยนเสื้อผ้าได้อีก....เจ๋ง เสียแต่ต้องเดินข้ามน้ำไปนอนนี่ดิ แถมตอนกลางคืน ...เฮ้อ....ไกลชาวบ้านอีกแล้วเหรอเนี่ยะ ตอนแรกก็ร่ำ ๆ จะหอบถุงนอนมานอนปลาทูกับน้องๆ แต่ไม่ดีกว่าอุตส่าห์กาง  แถมกว่าจะไปลงเปล เราก็ตั้งวงคุยกันไปตั้งค่อนดึก



  หลังคาฟ้านั่นแหล่ะ...ที่นอนของป๋ม

ผิดคาด เมื่อคืน ลมยังลอดเข้ามาข้างก้อนหินใหญ่ได้อีก แต่ก็ไม่ถึงกับหนาว แค่เย็นๆ ๆ จนไม่อยากดึงตัวเองออกมาจากถุงนอน แต่กลิ่นกาแฟกรุ่น ๆ ลอยมาปลุกเราถึงเปล จนต้องลงมาจัดการกับเจ้ากลิ่นหอมกรุ่นนี่ซะ 1 แก้ว ก่อนจะไปนั่งเอ้อระเหยริมหน้าผา คั่วเม็ดมะม่วงหิมพานต์ พร้อมๆ กับเป็นนางแบบที่ไม่บอบบาง ไปในตัว  (แต่อย่าดูรูปเลยนะฮับ แด๋วตกใจ 5 5 5)





ก่อนจะแบกกล้องลัดเลาะขึ้นไปถ่ายรูปน้ำตกใหญ่  รู้สึกว่าน้ำจะน้อยไปหน่อย แต่ก็แจ่มเอาการเชียว  ดูร่มรื่น ร่มเย็น  นี่แห่ะหนา น้ำตกสวยๆ บริสุทธิ์ น้ำรสชาติหวานลิ้น มักอยู่กลางป่าใหญ่

 
      

 หนานระฟ้า  มุมนี้น้ำไม่มาก(ถ่ายไกล)


 เหมือนต้นเอนอ้า


ดอกเทียน รายทางริมน้ำตก 

หลังใช้เวลาถ่ายรูปนานโข นั่งโอ้เอ้ริมน้ำตก เราก็กลับมาที่แคมป์ เก็บเปล แพ็กของ เปลี่ยนชุดเก่งเตรียมเดินทางชันต่อ

 
 
กิจกรรมยามเช้า ซ่อมเสื้อผ้า  หุงหาอาหาร 

เป้าหมายวันที่ 2 ยอดฝามี-ผาเหยียบเมฆ
หลังมื้อเช้า เราก็เก็บข้าวของ เริ่มออกเดินทางกันอีกครั้ง วันนี้  ทาร์ซานบอยว่า เดินไต่ระห่ำ อกติดผา หลังติดเหว กันเลยเชียว  อืมมมม ... ดีที่มีต้นไม้ให้เกาะเยอะ แล้วก็ปิดบังความหน้าหวาดเสียวไปด้วยในตัว ....จำความรู้สึกได้ดีว่าเรารักต้นไม้ขนาดไหน  ก็ขนาดที่เรากอดมันได้หมด รักกระทั่งรากไม้ที่โผล่พ้นดินออกมาให้ยึดเกาโหนตัวเองขึ้นไปได้นั่นแหล่ะ

 
 ความสวยงาม มักอยู่ตามรายทาง

แล้วก็เช่นเคย ที่เราขอเดินปิดท้าย ด้วยอยากเดินเรื่อยๆ เหนื่อยๆ มากกว่าเร่งรีบ แล้วก็ไปข้ามธารน้ำตกเล็กๆ ไปอีกด้านหนึ่ง ขึ้นเนิน ลงเนิน จนไปตะลึง ตึง ตึง กับธารน้ำเล็กๆ แต่ก้อนหิน ท่อนไม้ เต็มไปด้วยมอส เขียวๆ ครึ้มๆ จนเราไม่อยากเดินไปไหนต่อ


เราเลยโอ้เอ้เช่นเคย 5 5 5  ให้คนอื่นเดินไปกัน เราก็ถ่ายรูปไล่ไปเรื่อยๆ ก่อนจะต้องเดินลัดเลาะไต่ก้อนหินที่แสนไม่ชอบ แล้วยังต้องระวังไม่วางเท้าไปบนมอสนุ่มๆ ไต่เลาะขึ้นไปสูงเอาการก่อนจะตัดขึ้นยอดเขากันอีกครั้ง ช่วงนี้ น้องธร มาเดินด้วย

โอววว คราวนี้ทางชันแบบ unlimited เชียว เราเลยอาศัยจังหวะเดิมส่วนตัว เดิน 5 พัก 10 คือ เดิน 5 ก้าว พัก 10 นาที  ฮาา า า  เย้ยยยย ไม่ใช่ พัก 10 วิ.เอง เพราะถ้าพักนานก็เหนื่อยอยู่ดี แถมต้องมาสตาร์ทเครื่องกันใหม่อีก 

สร้อยไข่มุก ระหว่างทางสวยงามเชียว ดอกกำลังบาน ทั้งสีชมพู และสีขาว เราก็เลยขอเสียเวลาถ่ายรูปไปเรื่อยๆ  ก้มหน้าก็เจอขนุนดิน เงยหน้าก็เจอเอื้องพยัพหมอก แต่ดันอยู่สูง เลนส์ป๋มถ่ายไปก็เสียของ เลยไม่หยุดเสียเวลา ลุ้นถ่ายสร้อยไข่มุกดีกว่า แล้วยังยอดอ่อนสีแดงๆ ของบีโกเนียอีก  เดินไป ถ่ายรูปไป จนความหิวมาเยือน คราวนี้ เลยต้องเร่งสปีดหน่อย แต่เรา 3 คนก็เดินหลงเทรลไปหน่อย เลยต้องมุดทางรก ๆ เพื่อลงไปจุดที่เป็นแอ่งน้ำกับเสียงเพื่อนๆ ด้านล่าง 


แล้วจุดนี้ก็เป็นจุดกินข้าวเที่ยง ที่ทำแบบง่ายๆ ยำปลากระป๋อง บีโกเนีย กับปลาทอดกรอบ แล้วก็กับข้าวที่ทำไว้เมื่อเช้า (จริงๆ ก็ที่กินเหลือนั่นแหล่ะ  555) แล้วก็เป็นแอ่งน้ำสุดท้าย ที่เราต้องตุนน้ำดื่ม กับน้ำใช้บางส่วนขึ้นไปด้วย เพราะที่พักคืนนี้ไม่มีแหล่งน้ำ



เกกันพอประมาณ เราเริ่มขึ้นเป้กันต่อ ตัดขึ้นเขาอีกฝั่ง ที่ดูท่า น่าจะเป็นเส้นทางเกือบจะสุดท้ายก่อนทะลุสู่หน้าผาแล้ว แต่กว่าจะผ่านไปถึงจุดนั้น เราต้องฝ่าฟันกับทางรก ๆ จากเดิน 2 เท้า ก็เปลี่ยนเป็น 4 เท้า คลานไป มุดไป เห่ะ ๆ มันทรมานสิ้นดี ก็โผล่ทะลุไปสู่หน้าผานั่นแหล่ะ สายลม สายหมอกที่ปะทะหน้าเราจังๆ ลบความเหนื่อยความร้อนไปได้โข




เพื่อนๆ แอ็คชั่น ก่อนขึ้นเป้ หลังเจอแต่หมอก ๆ ๆ ๆ กับลมแรงจัดๆ จนแทบจะปลิว


ใบอ่อนของบัวแฉก เหมือนผีเสื้อจัง

เจอดงบัวแฉก พืชโบราณ ที่ยืนหยัดบนเขาสูง ป่าสูงในภาคใต้ยังมีให้เห็นแบบสมบูรณ์ๆ
เยอะเอาการ

เพื่อนๆ ขึ้นเป้ไปแล้ว แต่เราขออยู่ต่ออีกหน่อย ด้วยหวังว่า ขุนเขาจะอวดโฉม พ้นสายหมอกให้เราได้ถ่ายรูปบ้าง แม้ละอองหมอกจะค่อนข้างจัด แล้วคำอธิษฐานในใจก็เป็นจริง เมื่อลมแรงๆ หอบสายหมอกพ้นทางไปได้หน่อย ให้เราได้เก็บภาพทั้งเนินลมฝน หุบเขา และอีกด้าน "ยอดฝามี" ยอดสูงสุดของเทรลนี้ สูง 1,600 ม.รทก. 


 
ยอดสูงสุด 1600 ม.รทก.


  

ขอลมจัดๆ อีกสักหลายๆ รอบ ให้เมฆหมอกข้ามสันเขาได้ ขอเก็บภาพความยิ่งใหญ่ของขุนเขาอีกสักรอบเถิ๊ดดด เพี้ยง !!!!   เรายืนรอจังหวะถ่ายรูปไป ลุ้นไป จนน้องลูกหาบ ขำขำ .....เห็นมั๊ยยย เจ้าพ่อเขาหลวงใจดีจะตายไป ส่งลมแรงจัด จัด พัดมา จนเราเกือบปลิว จนต้องนั่งยองๆ แต่ก็ได้ถ่ายรูปสมใจ 5 5 5 5 




ขุนเขาอลังการ จนไม่อยากจะไปไหน

เมฆดำ ดำ มาอีกแล้ว เผ่นเถอะเรา  เราหยุดถ่ายรูปเสียนาน จนเกือบลืม ถ้าน้องไม่เตือนให้เดินต่อ เดี๋ยวทิ้งระยะห่างเกินไป  ไปก็ไป ด้วยความเสียดาย ที่ไม่ทันได้ถ่ายรูปตัวเองกับขุนเขาไว้สักกะรูป มัวแต่ถ่ายคนอื่น .... สงสัยเค้าอยากให้เราไปอีกเป็นแน่

จุดนี้เราต้องเดินลัดเลาะ ตัดไปขึ้นยอดสูงสุด ระหว่างทางทำเอาเราเดินช้าไปอีก ด้วยกอบีโกเนียดอกสีส้ม ใบสวยๆ จนขอแวะถ่ายรูปอยู่ร่ำไป แถมป่าช่วงนี้ เริ่มเข้าเขตป่าโบราณ ต้นไม้เริ่มใส่เสื้อกันหนาว กอมอสหนานุ่มปกคลุมลำต้น มองไปทางไหน เจอแต่สีเขียวๆ เย็นใจ

 


ระหว่างทางขึ้นยอด 1,600 ม. ยังเจอกับทางลื่นๆ ที่กลุ่มก่อนหน้ากลัวเราเดินสะดุด เลยปราบซะเตียนไปหลายช่วง เราเลยต้องแปลงกายเป็นไอ้แมงมุมกันอีกรอบ เดินเลาะ เกาะ กอด ต้นขึ้นขึ้นข้างๆ ทางเดินลื่นๆ ยังไม่ทันถึงยอด 1,600 ดี ฝนก็เริ่มโปรยปรายลงมา ก่อนจะตกหนักอย่างไม่ลืมหูลืมตา เหมือนรู้ว่าเราอยากเล่นน้ำ แต่บนยอดเขาจะหาน้ำได้ที่ไหนถ้าไม่ใช่จากฟ้า... แย่หน่อยอีตรงที่คราวนี้ดันลืมเอาผ้าคลุมเป้ไป ยังดีที่ป๋มติดรองถุงพลาสติกใหญ่ๆ ในเป้ไปก่อนชั้นหนึ่ง อย่างน้อยเสื้อผ้าใส่นอน + ถุงนอนไม่เปียกก็สบายแล้ว 

ปกติฝนไม่ตกก็เดินยากอยู่แล้ว พอเจอฝน คราวนี้เราเล่นจับกบกัน ยอด 1,600 ไม่ต้องแวะก็ได้ ภาพคราวก่อนยังจำติดตา ตัดลงไปผาเหยียบเมฆเลยดีกว่า กับทางดิ่งๆ ชันๆ ลมแรงๆ เดินๆ ๆ  แต่พอฝนซา ป๋มก็อยากถ่ายรูปอีกนั่นแหล่ะ ...

จนโผล่ไปถึงสันเขาแคบๆ ต้นไม้แคระ ดงบัวแฉกใบใหญ่  นี่เราเข้าใกล้เข้าไปทุกที เลยไม่ต้องรีบร้อนเดินแล้ว ก็เลยถือโอกาสถ่ายรูปนานหน่อย ก็เพราะต้องรอจังหวะ กว่าที่สายหมอกระลอกใหญ่ ระลอกแล้ว ระลอกเล่าจะผ่านพ้นไป
 

สุดท้ายก็ได้ภาพเพื่อนๆ เริงร่าอยู่บนสันเขาแคบๆ ที่พักค่ำคืนนี้ แต่หน้านี้ เป็นหน้าลม ที่ลมแรงจัดๆ เป็นอันว่าหมดสิทธิ์กางเต้นท์ หรือผูกเปลกันบนนี้แน่นอน เพราะขนาดยืนยังแทบจะเซล้มตอนที่ลมกระโชกเข้ามา....สุดท้ายเลยต้องนอนปลาทู อยู่ริมหน้าผา ตรงที่กินข้าวเย็นแทน

อากาศบนนี้ นอกจากลมแรงจัดแล้ว ยังเย็นมาก ๆ ดีนะที่รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าโรยแป้งให้สบายตัว  
มื้อค่ำนี้อร่อยเหมือนเคย แถมได้แกงหน่อไม้ใส่สะตอ รสชาติเด็ดขาด กินแล้วก็คิดถึงแกงไตปลาของจ่าดอน แห่ง อช.ใต้ร่มเย็น นั่นก็อร่อยมาก ๆ มาถิ่นใต้ก็ต้องอาหารแนวนี้ เด็ดขาด  เด็ดขาด

หนังท้องตึง หนังตาเริ่มหย่อน ที่นั่งก็แคบๆ ประมาณอย่าเผลอ ไม่งั้นลื่นไถลลงไปรอที่ตีนเขาชัวร์ (ถ้าไม่ค้างอยู่ตามยอดไม้) เราเลยเข้านอนกันไว

หลับเมื่อไหร่ไม่รู้ มารู้ตัวอีกทีก็ฟ้าสาง แสงส้มๆ ลอดใต้ฟรายชีทเข้ามา จนเราต้องเด้งตัวเอง คว้ากระเป๋ากล้อง ปีนขึ้นไปบนสันเขา ท่ามกลางลมแรงๆ จนต้องนั่งถ่ายรูปตลอด รอจังหวะลมพัดหมอกหลบไป แต่เมฆก้อนใหญ่ๆ ก็เยอะ จนบดบังดวงอาทิตย์กลมๆ ยอมแค่ให้ปล่อยแสงลอดออกมาได้บางส่วนเท่านั้นเอง


วันนี้ผาเหยียบเมฆลมแรงจัด ๆ เลยขอถ่ายรูปอยู่ด้านบนดีกว่า

เช้านี้เรามีเวลาพักผ่อน เดินเล่น ทั้งๆ  ที่ไม่มีที่จะเดิน เลยได้แต่ปีนขึ้นไปถ่ายรูปวิวขุนเขาเก็บไว้ในกล่องความทรงจำเล็กๆ เพราะสายๆนี้ เราคงต้องจากไปแล้ว  แต่ผาเหยียบเมฆ ณ วันนี้ กลับไม่มีใครอยากลงไปแอ็กชั่นให้ถ่ายรูป ด้วยลมที่กระโชกแรงมากๆ นั่นเอง

หลังชักภาพเป็นที่ระลึก เราก็เดินทางกันต่อ คราวนี้ลัดเลาะไปตอนริมผาอย่างแท้จริง ซึ่งป๋มเคยไปเมื่อ 5 ปีก่อนยังไง คราวนี้มันก็ยังเป็นอย่างนั้น เพียงแต่เดินย้อนเส้นทางกันในช่วงจากผาเหยียบเมฆ ไปลงที่บ้านวังลุง
เส้นทางแถบนี้ ต้องเดินระวังเพราะพลาด ก็อาจจะไม่มีโอกาสแก้ตัวอีก โดยเฉพาะน้องชายคนหนึ่ง ดันกลัวความสูงเอามากๆ ช่วงขาลงมาที่พักเมื่อเย็นวานก็เห็นบอกว่า ใช้ล้ออะไหล่ช่วย ...นั่งถัดลงมา

คราวนี้ก็ไม่เป็นไร ค่อยๆ ลัดเลาะช้า ๆ ยังไงก็ถึงเหมือนกัน ส่วนตัวป๋มวันนี้ไม่ขอถ่ายรูปหล่ะ เพราะกล่าวจะหยิบกล้องเก็บกล้อง ก็ต้องวางเป้อีก แล้วที่สำคัญ ไม่อยากหยุดนาน ก็เพราะทากชุมมากๆ วันนี้เดินไปเดินมา ป๋มเลยเดินเกาะกลุ่มแรกไปเรื่อย แต่ไม่รู้เดินยังไง หลงเทรลเฉย หลุดไปคนละแยก ของเนินเขา ยังดีมีพี่พัฒน์เดินตามมาด้วย 
"คุณวิกกี้ มาถูกทางป่าวเนี่ยะ" พี่พัฒน์ถามเพราะไม่เห็นคนนำทาง แถมเทรลมันก็ดูจะฉีกแนวไปคนละด้านกับที่ลง (โถ ก็คุณพรี่พัฒน์มาตั้งหลายรอบแล้วนิ)
"แต่มันก็มีเทรลนะพี่ เนี่ยะวิกกี้ก็เดินตามเทรลมาเรื่อยๆ แต่รู้สึกจะไม่มีรอยเท้าแล้วนะ"   ว่าแล้วเรา 2 คนก็ช่วยกันกู่  แต่คำตอบก็คือ เงียบเชียบ

พี่พัฒน์ว่า มันต้องตัดออกซ้าย  อ้าว ซ้ายก็ซ้าย เราก็เดินตัดไปเพื่อให้ขึ้นเนินด้านซ้ายมือ เลาะทางรก ๆ ไปไกลเอาการ ก็เจอเทรล ฮี่ๆ ๆ คราวนี้ถูกทาง แต่เดินไปเดินมา ก็ชักจะ งงๆ กันอีกรอบ เจอลูกไม้สวยๆ แต่ท่าทางกินไม่ได้
พี่พัฒน์บอกว่า "ไม่เป็นไร ผมมีมาม่า ยังไงก็ไม่อดตาย"
"ไม่เป็นไร วิกกี้มีพี่พัฒน์" 5 5 5  เราว่าขึ้นมาบ้าง

คุยไปเดินไป ตามเทรลเล็ก ๆ เท่าที่เราเจอรอยเท้า แต่พี่พัฒน์หน่ะจำธารน้ำเล็กๆ ได้ บอกถ้าข้ามธารน้ำก็ใช่ ปรากฎว่าข้ามไปได้ไม่นาน ก็เจอน้องธร เดินมาตาม " โธ่ ใครว่าพี่วิกกี้เกาะรอยเก่งเนี่ยะ"
"ก็แกะรอยไง  ถึงเดินออกมาได้ (พร้อมกับนึกในใจก็แกะรอยตามพี่พัฒน์ออกมานี่ไง)" 5 5 5 5  

อ่ะเจอเพื่อนๆ แล้ว เราก็ไปกันต่อ ป๋มขอเดินก่อนตามเคย 5 5 5 ไม่เข็ด...จนถึงลานหินกว้างๆ กับมุมน้ำตกเล็ก ๆ เราไม่พูดพล่ามทำเพลง วางเป้ได้ ก็เดินไปวักน้ำล้างหน้าล้างตา  ขณะที่น้องพรกับปอแนถึก รีบเช็กทาก เพราะไม่ได้ใส่ถุงกันทาก มันเลยเจาะถุงเข้าไปจุ๊บซะหลายจุ๊บ ดูรูปก็แล้วกันเยอะขนาดไหน ... นี่แหล่ะสาเหตุที่ป๋มไม่ขอหยุดถ่ายรูป (ตอนรีไซส์รูปนี่ก็หลับหูหลับตาทำ ไม่ได้เจิมชื่อเลย...ถ่ายโดย ปอแนถึก คร๊าบบบ)

   

หลังรอเพื่อนๆ เดินมากันทัน เราก็ไปกันต่อ จุดหมายน้ำตกด้านล่าง แวะกินข้าวเที่ยง ก่อนเดินออกจากป่า ถึงจุดหมายเท่านั้นแหล่ะ ป๋มขอถอดรองเท้าเช็กทาก เสร็จ ก็ลงนอนแช่น้ำก่อนเลย  โอ๊ยยยย ร้อนจนเครื่องจะฮีทแล้ววว



นอนมองฟ้าสวยๆ ไปเรื่อย เมฆระยอดไม้  สวยจริงๆ ... ใครว่าเมฆที่ไหนก็เหมือนกัน แต่เราว่าไม่เหมือนเสียหน่อย อยู่ที่ไหน ป่าไหน ก็มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง

มื้อเที่ยงนี้ เรากินข้าวกันง่ายๆ เช่นเคย เพื่อความสะดวก แล้วจะได้มีเวลาพักเยอะๆ ก่อนจะต้องเดิน ๆ ๆ ๆ กันต่อไป เพื่อให้ออกถึงชายป่าให้เร็วที่สุด เพื่อจะได้เตรียมตัว อาบน้ำอาบท่า เปลี่ยนเสื้อผ้า เดินทางกลับ เพราะจองรถไว้เที่ยว 17.00 น. แล้วเราก็ใช้เวลาราวชั่วโมง ก็โผล่ออกมาถึงสวนสมรมเสียที กับเท้าที่เริ่มบอบช้ำเพราะตอนจิกเดินลงเขานั่นแหล่ะ หุหุหุ  ปิดทริปนี้กับริ้วรอยกิ่งไม้และหนามหวายขีดข่วน 2 แขน กับเล็บเท้าที่เสียไป 2-3 เล็บ(อีกแล้ว)


รอยริ้ว แขนเกี่ยว ขวากหนาม
สองเท้า ก้าวตามความฝัน
ลัดเลาะ ไปในไพรวัลย์
ด้นดั้น ผันผิน สู่พงพีฯ

"เขาหลวง" ป่านี้ลึกลับ สวยงาม น่าหลงใหล พันธุ์ไม้สารพัด เฟิร์นที่ป๋มชอบก็เยอะแยะไปหมด โดยเฉพาะเฟิร์นสีฟ้า (blue fern) หรือร้านขายต้นไม้เรียก "เฟิร์นปีกแมลงทับ" แต่ชาวบ้านเค้าเรียกหญ้ารังไก่ เจอเป็นกอใหญ่ ๆ ชายป่า หรือจะเฟิร์นนาคราชใบละเอียด-ใบหยาบ, เฟิร์นพญานาคราช ที่ว่ากันว่ารากของมันกันสัตว์มีเขี้ยว และสุดยอดก็เฟิร์นต้น "มหาสะดำ" หรือ "หัสดำ"(ตามหนังสือของ อ.จารุพันธุ์ ทองแถม) ที่ร่มใบสวยงาม 

และขอบคุณ เพื่อนร่วมทางทุกคนที่ช่วยแต่งเติมให้ทริปสวยงาม  

 

การเดินป่าอยู่ที่มุมมอง ความสวยงามบ้างว่ามักอยู่ยอดๆ แต่ส่วนตัวมองว่า ความสวยงามอยู่ตามรายทางที่สองเท้าก้าวผ่าน ถ้าเรารู้และสนใจเรื่องอะไรสักอย่าง เช่นต้นไม้ ดอกไม้ กล้วยไม้ เฟิร์น ... การเดินป่าก็จะสนุกและได้ความรู้ยิ่งขึ้น 

ดูภาพเพิ่มเติมได้ที่ Gallery นะฮับ
http://www.oknation.net/blog/vickie/gallery/9928

อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 52
hooknoi วันที่ : 18/09/2007 เวลา : 21.31 น.
http://www.oknation.net/blog/hooknoi

ตามมาเก็บรายละเอียด วิกกี้เดินสลับทางกับที่ผมเดิน แต่ก็พักอยู่ที่เดียวกันครับ ยังจำได้ว่าถึงจะเหนื่อยแสนเหนื่อยยังไง พอได้นั่งดูวิวสวยๆท่ามกลางบรรยากาศพระอาทิตย์ขึ้น ความเหนื่อยมันหายไปเป็นปลิดทิ้งเลย
ความคิดเห็นที่ 51
vickie วันที่ : 17/09/2007 เวลา : 06.57 น.
http://www.oknation.net/blog/vickie
 เด็ดดอกไม้  สะเทือนถึงดวงดาว 

@ คุณ Yai_nid คร๊า แพ็กเป้รอๆ ไว้ก่อนก็ได้นาฮับ แด๋วนี้ป๋มไม่ค่อยได้plan ไปไหนสักเท่าไหร่ แบบมีเวลาปุ๊บ ก็ไปเลย เพราะแพลนล่วงหน้าทีไร เสียหมาทุ๊กที
ปล. คิดถึงกระเจียวซับลังกา +รองเท้านารีเหลืองปราจีน

@ คุณ visitor ... หุหุหุ ต้องลองไปยืนดูนาฮับ แล้วจะรู้ว่าน้องพายุอ๊ะป่าว คิก ๆ ๆ ขนาดป๋มรากฐานมั่นคง ยังยืนไม่ไหว .... เหตุเพราะมันเป็นลมกระโชกหน้าผา ต้นไม้แถวนั้นมีแต่ต้นไม้แคระ

@คุณกวิศุภา ... ด้วยความยินดีฮับ แต่ป๋มชอบชื่อกลุ่ม"เขียนข้าว"จัง

@ คุณ Hooknoi เวลคัม เวลคัม .... กลับมาแล้วรีบๆ เขียนเรื่อง โพสต์รูปสวยๆ ให้ดูอีกนะฮับ ป๋มจะตามไปดู

ความคิดเห็นที่ 50
hooknoi วันที่ : 16/09/2007 เวลา : 22.45 น.
http://www.oknation.net/blog/hooknoi

เพิ่งกลับมาขอรับ เข้ามาทักทายก่อนเดี๋ยวจากลับมาอ่านอีกที
แต่เห็นรูปที่น้ำตก ผมก็ไปนั่งดูน้ำตกตรงปลายต้นไม้นั่นเหมือนกันเลย
ความคิดเห็นที่ 49
กวิศุภา วันที่ : 15/09/2007 เวลา : 19.48 น.
http://www.oknation.net/blog/khienkhao
เขียนข้าว : จุลสารออนไลน์บน Blog รายสะดวก : กลุ่มเขียนข้าวkhienkhao@googlegroups.com

ไปเที่ยวด้วยคนสิคร้า
ความคิดเห็นที่ 48
visitor วันที่ : 14/09/2007 เวลา : 23.36 น.
http://www.oknation.net/blog/visitor

เห็นมั๊ยยย เจ้าพ่อเขาหลวงใจดีจะตายไป ส่งลมแรงจัด
จัด พัดมา จนเราเกือบปลิว จนต้องนั่งยองๆ แต่ก็ได้ถ่ายรูปสมใจ 5 5 5 5
*****************************
สงสัยลมที่เจ้าพ่อส่งมา คงน้องๆ พายุมั้งคะ คุณ vickie เลยเกือบจะปลิว อิ อิ

ความคิดเห็นที่ 47
Yai_Nid วันที่ : 14/09/2007 เวลา : 13.59 น.
http://www.oknation.net/blog/YaiNid
เที่ยว Melbourne..ที่นี่  Love U..OK?..รักนะ..ได้มั้ยล่ะhttp://www.oknation.net/blog/konlangkow

vickie วันที่ : 11/09/2007 เวลา : 23.55 น.
http://www.oknation.net/blog/vickie
เด็ดดอกไม้ สะเทือนถึงดวงดาว



ตามมาเที่ยวฮ่องกงฮ่า(5)

หุหุหุ ... คุณYai-nid มีหลานเป็นซุปเปอร์เกิร์ล ซะแว้วววว แบกลูกโลก (สีเหมือนดาวพฤหัส) ไหวซะโต๊ยยย
วันก่อนพี่Big โทรมา จำได้บ่
ว่างๆ หาที่เที่ยวกันใหม่ คิดถึงมั่ก ๆ ขอร๊าบบบ

คุณ..vickie ..
...>>..เรียกเจ้าตัวเล็กว่าเจ้าตัวแสบอ่ะน่ะ...สุดยอดเจงๆๆๆ..:ซนสุดๆ
...ยังจำคุณพี่ Big ได้จ้า...คงจะสบายดีนะคะ
...ทั่นก็...รีบหาโปรแกรมมาให้ว่อง.. แต่อย่าหลายวันนะเจ๊ สนใจหนีเที่ยวป่า อ่ะดิ..
.....คิดถึงทั่นเช่นกันมั่กๆๆๆ..ส่งจุ๊บๆๆๆ มาให้นะ


ความคิดเห็นที่ 46
vickie วันที่ : 13/09/2007 เวลา : 12.05 น.
http://www.oknation.net/blog/vickie
 เด็ดดอกไม้  สะเทือนถึงดวงดาว 

@ คุณ Romeoza หวังว่าเต็มอิ่มนะคร๊าบบบบ กับเมฆ หมอก

@ คุณอิศรา ขอบคุณคร๊าบบบบ

@ ลุงเอก ... ธ่อ นึกว่าคิดถึงป๋ม 5 5 5 ไปดิฮับบบ ร๊าบรองเส้นนี้ถูกใจ ป๋มว่าไปหยุดแค่หนานระฟ้าก็ชื่นใจแล้วคร๊าบบบบ ลานหินน้ำใสๆ น่าไปนอนแช่น้ำเล่นมากๆ เลยฮับ

ความคิดเห็นที่ 45
ลุงเอก วันที่ : 13/09/2007 เวลา : 08.13 น.
http://www.oknation.net/blog/WidelyLife
ท่องเที่ยวไป...ด้วยใจอนุรักษ์และรู้คุณค่า

คิดถึงเขาหลวง ... คิดถึงเจ้าบอยด้วยอ่ะเจ๊

ว่าง ๆ เจ๊พาป๋มไปบ้างนะ
รูปสวยครับ ป๋มไม่ได้เดินป่าใต้นานหลายปีแระ
อยากไปเดินอีกจัง...
ความคิดเห็นที่ 44
อิศรา วันที่ : 12/09/2007 เวลา : 23.47 น.
http://www.oknation.net/blog/phakri

ธรรมชาติสวยดีค่ะ
ความคิดเห็นที่ 43
Romeoza วันที่ : 12/09/2007 เวลา : 14.06 น.
http://www.oknation.net/blog/romeoza

มาชมผาเหยียบเมฆ คว้าหมอกครับ
ความคิดเห็นที่ 42
vickie วันที่ : 12/09/2007 เวลา : 13.52 น.
http://www.oknation.net/blog/vickie
 เด็ดดอกไม้  สะเทือนถึงดวงดาว 

@ คุณใต้ร่มเย็น ป๋มก็ดีใจ ที่มีคุณมต้ร่มเย็น ร่วมเดินทางไปด้วย แม้จะทางตัวอักษรก็ตาม ว่าแต่เห็นชื่อคุณแล้ว ป๋มนึกถึง อช.ใต้ร่มเย็นจัง คราวหน้าจะนำบางเทรลที่ไปเดินที่นั่นมาเล่าสู่กันฟังฮับ
ความคิดเห็นที่ 41
ใต้ร่มเย็น วันที่ : 12/09/2007 เวลา : 00.10 น.
http://www.oknation.net/blog/wichit
มนุษย์โลกทุกคนมีสัญชาติเดียว คือ "สัญชาติโลก"...Albert Einstein (1879-1955)

...สวยทุกภาพเลยท่าน..

อ่านแล้วเหมือนได้ร่วมทางครับ
ความคิดเห็นที่ 40
vickie วันที่ : 12/09/2007 เวลา : 00.01 น.
http://www.oknation.net/blog/vickie
 เด็ดดอกไม้  สะเทือนถึงดวงดาว 

@ คุณจันทร์วารี เชียงดาวสวยคร๊าบบบบ ทะเลมหอก แสงอุ่นๆ ยามเย็น ดอกไม้งามๆ (แต่ป๋มไม่แน่ใจเดือน พย.จะมีดอกอะไรบ้าง) น่าจะได้เห็นเทียนนกแก้ว แล้วก็พวกดอกไม้ดินบางชนิด
ไปแล้วจะหลงรักเชียงดาวค่ะ ... วิกกี้เองยังไม่เคยไปหน้าหนาวเลยอ่ะฮับ
ความคิดเห็นที่ 39
จันทร์วารี วันที่ : 11/09/2007 เวลา : 21.20 น.
http://www.oknation.net/blog/waranin
คือ..จันทร์วารี  : สวัสดี.. ม่านหมอกและหยาดน้ำค้าง/กลุ่มเขียนข้าว

สุดยอดเลยค่ะ

เขียนสนุกอ่านเพลิน

สถานที่น่าไปมากแต่คงเดินไม่ไหวแน่ ๆ

ชอบเดินป่าเหมือนกันค่ะ แต่เดินได้แค่ทางใกล้ ๆ ไม่ไกลมาก และก็ไม่ได้เดินมาหลายปีแล้วด้วย
เดือน พย.นี้เพื่อนชวนไปดอยเชียงดาวยังลังเลอยู่ แต่เห็นคุณ vickie ไปเที่ยวมา ไฟเริ่มลุก อยากไปมั่ง

แต่ยอมแพ้ทากนี่แหล่ะค่ะ อึ๋ยยยย...กัวกัว
ความคิดเห็นที่ 38
vickie วันที่ : 11/09/2007 เวลา : 21.02 น.
http://www.oknation.net/blog/vickie
 เด็ดดอกไม้  สะเทือนถึงดวงดาว 

@ คุณ paedophile ขอบคุณคร๊าบ บ บ

@ คุณ amalit1990 เรื่องเพลงเลือกภาพได้ถูกใจฮับ...ส่วนคอนเสิร์ต ป่าคนดนตรี อดไปอ่ะฮับ ติดงาน เสียดายเหมือนกัน งานรวมศิลปินจริงๆ แต่ป๋มอยากให้เค้าเน้นไม่ทำลายป่า รักษาป่า มากกว่าปลูกป่าจัง

@ คุณ กู่ ขอบคุณค่ะ อุตส่าห์แวะมาเยี่ยมจากเขาเหมน
ป่าใต้ มักใกล้เคียงกันนะฮับ ยอดเขาเจอลมแรงจัดๆ ยิ่งที่ไปหน้าลมนี่ ตอนถ่ายรูปบางทียังต้องนั่งยองๆ ป๋มไปที่นี่มาเมื่อ 5 ปีก่อน ไปคราวนี้ สภาพมันก็ไม่ต่างไปจากเดิม ดีใจ ๆ ที่ป่ายังคงเดิม

@ คุณผีเสื้อพเนจร .... มุมสุดยอดของผาเหยียบเมฆ ยังมีอีกจุดนะฮับ เป็นชะง่อนหิน ยื่นออกไปในอากาศ ไปยืนตรงนั้นจะเหมือนได้ยืนอยู่บนเมฆจริงๆ เสียแต่ที่ไปกันคราวนี้ ไม่มีใครคิดจะทำ เพราะอาจจะยืนได้แค่ครั้งเดียว เนื่องจากลมแรงจัดมากๆ

@ คุณ Feng_shui ป๋มก็ชอบใบอ่อนบัวแฉก มันน่ารักดี เสียดายที่ไม่เจอใบเล็กกว่านี้ จะมีไรขนด้วย
ความคิดเห็นที่ 37
feng_shui วันที่ : 11/09/2007 เวลา : 19.55 น.
http://www.oknation.net/blog/buzz
feng_shui

ว้าว ชอบมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ถึงมากที่สุดคร๊าบป๋ม
ชอบใบอ่อนของบัวแฉก เหมือนผีเสื้อจัง
ชอบ ไป หมด อ๊ะ
latout ภาพและเรื่องก็ดี แจ่มจรัสมากๆๆๆๆๆ
ความคิดเห็นที่ 36
ผีเสื้อพเนจร วันที่ : 11/09/2007 เวลา : 19.50 น.
http://www.oknation.net/blog/ontheway

มันสุดยอดตรงที่ ยืน อยู่ บนยอดเขา นั่น แล
น่าไปเที่ยวอ่ะ
ความคิดเห็นที่ 35
กู่ วันที่ : 11/09/2007 เวลา : 19.40 น.
http://www.oknation.net/blog/shadowy
 เตือนใจ ให้เตือนตน เกิดเป็นคน ไม่ง่ายดาย

วิกกี้ ถ่ายรูปได้สวยมากค่ะ
เก็บรายละเอียดมาเล่าได้จนเห็นเส้นทางชัดเจน

รูปถ่ายบริเวณยอด โดยเฉพาะช่วงที่เป็นเส้นทางเดินแคบๆ
และยอดสุดที่ต้นไม้เอนลู่ลม เหมือนยอดเขาเหมนเลยค่ะ

แต่ดูสภาพแล้วต้องลุยกว่าเขาเหมนเยอะเชียว
ความคิดเห็นที่ 34
amalit1990 วันที่ : 11/09/2007 เวลา : 19.40 น.
http://www.oknation.net/blog/amalit1990
ศานติ เพื่อ แสวงหา

วิกกี้ สุดยอดอะ ผมดูรูปแล้วยังไม่ได้คิดอะไรมาก
เพราะรูปคิดว่าจะหาให้ตรงกับเพลง
พอดีใส่เพลง last Horizon ของ Brian May ไง
ก้เลยเอารุปนี้ สุดยอดครับสุดยอด

ปล. งานคอนเสิร์ต ReTree ป่าคนดนตรี วิกกี้ไปมะครับ
ผมกะว่าจะไปดู อาซัน มาโนช ซะหน่อย
ความคิดเห็นที่ 33
paedophile วันที่ : 11/09/2007 เวลา : 19.33 น.
http://www.oknation.net/blog/paedophiel
ขับเคลื่อนอารมณ์ให้ตรงร่องน้ำ หากประมาทอาจทำให้สำนึกถูกเฉี่ยวชนจนสติปัญญาเกยตื้น


Good one .


ความคิดเห็นที่ 32
vickie วันที่ : 11/09/2007 เวลา : 19.01 น.
http://www.oknation.net/blog/vickie
 เด็ดดอกไม้  สะเทือนถึงดวงดาว 

@ คุณ Goojoe ... ขอบคุณฮับ ที่มาเยี่ยมชม แต่เที่ยวป่าแล้วไม่เจอทาก มันเหมือนขาดอะไรไปก็ไม่รู้ ทั้งๆ ที่ป๋มโคตรจะขยะแขยงมันเลย จนป่านนี้ก็ยังไม่กล้าจับ อย่างมากก็ใช้ไม้เขี่ย ฮี่ๆ ลองเปลี่ยนแต่จะเที่ยวป่า หรือทะเล ป๋มว่าสำคัญที่มิตรภาพ และความสวยงามรายทางด้วยนะฮับ

@ ลุงต้าลี่ ขอบคุณคร๊าบบบบ เมื่อไหร่จะไปลุยด้วยกันอ่ะฮับบบ

@ คุณ Musiclover เขาหลวงสวยจริงๆ แหล่ะขอรับ

@ คุณ Misterstobs เขาหลวงมีหลายยอดให้เลือกสรร ขอรับ สวยๆ ทั้งนั้น ยิ่งตอนนี้ เดี๋ยวป๋มลงเบอร์โทรติดต่อคนนำทางให้ด้วยดีกว่า เผื่อใครอยากไป

@ นายหัวไทร ปีนี้ ป๋มมีโอกาสไปไหนๆ น้อยที่สุดเลยอ่ะฮับ ว่าแต่นายหัวไทรเที่ยวแบบป๋มจะเดินไหวเร๊อออ

@ คุณ Blue Hill ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมชมคร๊าบบบ ... ไม่คิดไม่ฝันเหมือนกันว่าจะเจอสิงห์โตอาจารย์เต็ม เพราะมักจะเกิดมันในเดือน พค. แล้วก็มักอยู่บนต้นไม้ใหญ่ ที่สูง ขนาดต้องปีนถ่ายรูปกันเชียวแหล่ะ
ปีนี้ถือว่า โชคดี ที่มาจะเอ๋กันในมุมสายตาเลยฮับ แถมขึ้นบนก้อนหินใหญ่เสียอีก
ส่วนพี่เพชรที่พูดถึง ก็ใช่ขอับคนเดียวกับที่พี่รู้จักอ่ะฮับ
เค้าใช้ชื่อแม็คไกเวอร์ ในบอร์ด TWS ของเว็บ TKT
ความคิดเห็นที่ 31
BlueHill วันที่ : 11/09/2007 เวลา : 17.19 น.
http://www.oknation.net/blog/charlee
ฟ้าคราม ป่าเขียว กาแฟหอมกรุ่น

คุณ Vickie เล่าเรื่องได้สนุกสมกับเป็นนักเดินทางจริง ๆ ครับ ภาพสิงห์โตอาจารย์เต็ม ชอบมากครับ ไม่ใช่จะได้เห็นกันง่าย ๆ นะครับในป่าเนี่ย

คุณเพชรที่พูดถึงนี่ ใช่คุณเพชร ผู้เชี่ยวชาญ(กล้วย)ไม้ป่าหรือไม่ครับ

ความคิดเห็นที่ 30
นายหัวไทร วันที่ : 11/09/2007 เวลา : 15.54 น.
http://www.oknation.net/blog/naiman

น่าอิจฉา เดี๋ยวไปโน่น เดี๋ยวไปนี่
แล้วเมื่อไหร่เราจะได้ไปกะเขาบ้างเนี่ย

ความคิดเห็นที่ 29
misterstobs วันที่ : 11/09/2007 เวลา : 14.54 น.
http://www.oknation.net/blog/misterstobs

สุดยอดคับ ขอบมากเลย เที่ยวแบบนี้
อยากไป
ความคิดเห็นที่ 28
musiclover วันที่ : 11/09/2007 เวลา : 14.33 น.
http://www.oknation.net/blog/musiclover
Musiclover's พื้นที่เล็กๆในใจคุณ

สวยจริงๆเลยค่ะ เห็นแล้วอยากไปมั่งจัง ^^
ความคิดเห็นที่ 27
ลุงต้าลี่ วันที่ : 11/09/2007 เวลา : 14.02 น.
http://www.oknation.net/blog/loongdali

บุกบั่น สรรหามาฝาก เห็นแล้วสวย อยากลุยด้วย