เช้านี้ ขับรถไป แวะไป สบายใจไทยแลนด์ บางช่วงก็รถหนาแน่น แถมช่วงลำปางเข้าลำพูน ก็เจอถนนโลกพระจันทร์ และแน่นอน รถช้าๆ อย่างป๋มมันก็ต้องอยู่ในหลุมพระจันทร์ฝั่งซ้าย ราว ๆ เที่ยงถึงได้ไปถึง มช. จุดนัดพบเพื่อนอีกกลุ่มหนึ่งที่มารู้ว่าเค้าจะไปขุนช่างเคี่ยนเช่นกัน วันนี้รถติดมาก ตั้งแต่สี่แยกจากไฮเวย์ เลี้ยวเข้าเส้นทางขึ้นดอยสุเทพ ระยะทางไม่ไกลไปกว่า 1 กม. จากสี่แยกถึง มช. ป๋มใช้เวลาไปร่วม 20 นาที แล้วตรงวัดพระธาตุดอยสุเทพจะขนาดไหนเนี่ยะ เฮ้อ...อากาศก็เย็นซะเหงื่อตก
อ้อยอิ่งรอเพื่อนๆ อยู่ใน มช. เพื่อขึ้นดอยสุเทพด้วยกัน อ้อ...เกือบลืมบอกไป เส้นทางไปขุนช่างเคี่ยน ก็ขึ้นทางเดียวกับดอยสุเทพนั่นแหล่ะฮับ แต่ว่าจะเลยวัดพระธาตุดอยสุเทพไป ผ่านพระตำหนักภูพิงค์ฯ ผ่านดอยปุย จะมีป้ายบอกทางแยกไปบ้านม้งขุนช่างเคี่ยน เส้นทางช่วงนี้แคบขาดใจ ไม่จำเป็นไม่อยากสวนทางกลับใครเล๊ยย...ให้ตาย
ราว 4 โมงครึ่งเกือบ 5 โมงเย็น เราถึงเริ่มเคลื่อนพลขึ้นดอยสุเทพ โชคดีที่เค้ายังไม่ปิด และก็โชคดีที่ไม่ต้องไปเจอกับรถติด ๆ ๆ ตรงช่วงสุเทพมากนัก เพราะรถขาลงดอยฯติดเป็นแถว ป๋มเริ่มกรี๊ดกร๊าดกับดอกไม้สีชมพูข้างทาง ที่มีให้เห็นประปราย
"เฮ้ยแป๊ก จับพวงมาลัยให้หน่อยดิ เค้าอยากถ่ายรูป" ด้วยอารมณ์ละไม เลยเอ่ยปากออกไป แต่ไม่ทำจริงร๊อกกก
"เฮ้ยยย เจ้จะบร้าเหรอ แค่นี้ก็เสียวจะแย่อยู่แล้ว" 5 5 5 5
ไปได้ไม่นานก็ต้องเจอกับรถติด ๆ อีกนิดหน่อย ตรงทางชันๆ ก่อนถึงลานจอดรถ หน้าพระธาตุดอยสุเทพฯ โอววว ทำเอารถป๋มเสียจังหวะแรงส่ง แถมไปทำให้รถตู้ที่ตามมา เกิดเสียจังหวะไปด้วย พอเสียว "บอกแล้ว นั่งรถป๋มอ่ะ ไม่แต่งงานก็เสียวด๊าย" เอิ๊ก ๆ

Blossom-Way ไปจิบกาแฟที่บ้านม้ง
ดูซิ ! พญาเสือโคร่งเริ่มมีใบเขียวๆ แซมแล้ว เสียดายที่เราเลยช่วงพีคๆ ของมันมาแล้ว แต่ก็ยังดีที่ดอกยังแน่นไม่ร่วงโรยไปซะเกือบหมด ตื่นเต้นกับดอกไม้ไปได้ไม่นาน ก็ต้องตื่นเต้นกับทางแคบๆ สู่ "บ้านม้งขุนช่างเคี่ยน" เป้าหมายของเราคืนนี้ นอนที่ลานกางเตนท์ดอยปุย ระหว่างทางรู้เพิ่มอีกว่า "น้องเอ็ม (M-77)" เพื่อนบล็อกเกอร์ ที่หะแรกจะไปแม่จอนหลวงด้วยกัน ดันมาที่นี่ด้วย แหล๋มเลย เพราะป๋มเตรียมน้ำขาวมาเทสด้วย ยี่ห้อนี้ยังไม่เคยชิม ได้แต่รับประกันว่าสัญชาติ Russian แท้ๆ
ถึงลานกางเตนท์ ปรากฏว่า ลานจอดรถเกือบเต็ม เหลือไหล่ทางแคบๆ ซึ่งเจ้าหน้าที่ยอมให้รถเล็กๆ ของป๋มมุดลงไปจอดได้ เพราะคงไม่เกะกะใคร เพื่อนที่มาก่อนลงไปกางเตนท์ด้านล่างตรงจุดชมวิวพอดี ... แจ่มคร๊า แต่กว่าจะขนของเดินลงไปถึงก็....หอบคร๊า
"ปีที่แล้ว คนก็เริ่มมาเยอะแล้วนะ แต่ปีนี้เยอะกว่ามาก แต่เมื่อ 3 ปีที่แล้วซิ แทบจะไม่มีคนเลย" เจ้าหน้าที่ ที่เดินมาเปิดไฟ ตรงรถป๋มจอดพอดี เล่าให้ฟัง
"แล้วทำไมพี่ไม่บอกป๋มหล่ะ ป๋มจะได้มาเมื่อ 3 ปีก่อน"
ทั้งเพื่อนป๋มและเจ้าหน้าที่มองหน้า แต่เจ้าหน้าที่ดูจะทำหน้างงๆ กว่า พุดธ่อ ไม่รู้จักแล้วจะให้ไปบอกแมวที่ไหนหล่ะ เอิ๊กๆ
ดีนะที่ป๋มตัดสินใจมาซะปีนี้เลย เพราะคาดว่าปีหน้า ขุนช่างเคี่ยนคงเป็นที่รู้จัก แล้วก็จะกลายเป็นมหาชนตามมา เพราะที่นี่ รถเก๋งธรรมดาก็ขึ้นได้ขอรับ ไม่เหมือนที่ขุนแม่ยะ ที่รถเก๋งกับรถตู้หมดสิทธิ์ (รอฟังเรื่องราวตอนหน้านะฮับ)
"เจ้ กางเตนท์ตรงไหน" น้องเอ็มที่มาถึงก่อนถามขึ้น
"น้องเอ็มกางเสร็จแล้วนิ เจ้ก็นอนตรงนั้นแหล่ะ" 5 5 5 ชุบมือเปิบ

ที่ตั้งเต้นท์อยู่ใต้ต้นพญาเสือโคร่งพอดี โอววว ดอกไม้สีชมพูหวานๆ ๆ ช่างได้ใจ แถมอยู่ติดกับศาลาชมวิว ที่พอตกค่ำ ก็เห็นดาวดินระยิบระยับสวยงาม สังเกตุกลางภาพ จะเห็นต้นคริสต์มาสขนาดยักษ์ หรือมันเป็นเจดีย์ ที่ประดับไฟไม่รู้ (ลองใช้แว่นขยายส่องดูนะ) เราเถียงกันฮาฮา จนได้ข้อสรุปว่าพรุ่งนี้ขับรถลงไปดู จำพิกัดไว้นะ 5 5 5
"จะบ้าเหรอ ไปดูแล้วบอกด้วยหล่ะ" (กล้องลุงเอก จะเห็นชัดแจ่มฮับ ด้วยว่ามันเป็นเลนส์ขาวอวบ ส่วนกล้องป๋มมันแค่ 18-70
หลังอาทิตย์ตก อากาศที่นี่ก็เย็นวูบลงเลยเหมือนกัน เรานั่งคุยสัพเพเหระ ตามประสาที่ไม่ได้เจอกันนาน(มั้ง) จนค่อนดึก คืนนี้นอนอย่างสบายใจ เพราะคงไม่ต้องแหกขี้ตาตื่นมาถ่ายพระอาทิตย์ขึ้น

หลับไปเพลินๆ ก็ต้องสะดุ้งตื่นด้วยเสียงใครบางคน "พระอาทิตย์ขึ้นแล้ว เห็นด้วย สวยดี"
ป๋มรอดซิบเปิดหน้าต่างเตนท์ดู เออแฮะ มองเห็นด้วย ว่าแล้วก็คว้ากล้อง เดินงัวเงียไปที่ศาลาจุดชมวิว ขาตั้งกลองก็ไม่ได้เอาไป 5 5 5

มุมมองจากเตนท์ ไปศาลาชมวิว ... หลังถ่ายรูปกันพักใหญ่ ป๋มก็มาต้มน้ำชงกาแฟ ไมโล จิบกัน เช้านี้เดี๋ยวไปซื้อที่ร้านอาหารของอุทยานกันดีกว่า เสียดายที่ไม่รู้ก่อน ม่ายงั้นเมื่อคืนไม่ต้องทำ ไม่ต้องเตรียมอะไรมามาก ร้านอาหารที่นี่ตบแต่งดูสะอาดตา บรรยากาศโดยรอบเช้านี้ สดชื่น แม้ผู้คนจะดูหนาตา

มุมเงยจากหน้าเตนท์
สายๆ ราว 8 โมงกว่าหน่อย ผู้คนส่วนใหญ่เก็บเต้นท์กันแล้ว ท่าทางเค้าพร้อมจะเดินทางต่อไปที่ไหนสักแห่ง เงยหน้าดูท้องฟ้า ... วันนี้ฟ้าใส สวย แสงสะท้อนยอดพญาเสือโคร่ง จนอดใจไม่ไหว ต้องขอเก็บพญาเสือโคร่งลงกล้องซะหน่อย จิบกาแฟไป หามุมถ่ายรูปไป เพื่อนป่มบอก วันนี้จะไปนอนเคาท์ดาวน์ที่ขุนแม่ยะ ชักชวนกันเก็บข้าวของ ป๋มเองขี้เกียจขับรถซะแล้ว แถมเห็นเค้าเก็บเตนท์ไปกันหมด ก็แอบดีใจ
"เจ้ เดี๋ยวบ่ายๆ หน่อยเค้าก็มากันเพียบแหล่ะ" เพื่อนป๋มช่างไม่ให้กำลังใจกันเลย
"เจ้ ลองไปดูที่ขุนแม่ยะดิ สวยนะ มีมุมถ่ายรูปเยอะดี"
"เฮ้ย รถป๋มมันจะเข้าไหวเหรอ" ป๋มไม่รู้เส้นทางนัก รู้แต่ว่า ทางเข้าขุนแม่ยะ ต้องเป็นระดับกระบะ พวกรถเก๋ง รถตู้หมดสิทธิ์
"เข้าได้ ไปไกรเกรียง(ท้ายห้วยขาแข้ง) ได้ ที่นี่ก็สบาย ไม่ต้อง4WD ก็ไหว"

แล้วที่สุด ป่มก็ตกลงปลงใจ เก็บข้าวของ ไปนอนที่ขุนแม่ยะ ด้วยดีกว่า อย่างน้อยมีเพื่อนจิบยามดึก นับถอยหลังเข้าปีใหม่ด้วยกัน แต่ก่อนอื่น ต้องแวะเข้าไปดูถนนสายสีชมพูที่ใฝ่ฝันไว้ก่อน

ระหว่างเก็บเตนท์ ป๋มก็มีแขก(ซาลามานเดอร์) มาเยือน ด้วยความตื่นเต้น ถ่ายไหวซะงั้น ส่วนรูปที่ชัดก็มุมไม่สวย ตอนแรกกลัวมันหนีไปซะก่อน แต่ที่ไหนได้ ดันจะมุดเตนท์ป๋มซะนี่ ต้องจับไปทิ้งโค่นต้นไม้ใหญ่ ก่อนที่มันจะถูกเหยียบตาย เพราะความที่สีมันกลมกลืนกับสีพื้นซะเจงๆ

อีบีเดียม ดอกกล้วยไม้ดินพันธุ์ต่างประเทศ ที่ออกดอกงามสพรั่ง อยู่หน้าที่ทำการฯ
หลังแวะทักทาย ขอโบรชัวร์-รายละเอียดเสร็จ เราก็เริ่มออกเดินทางกันอีกรอบ คราวนี้เลี้ยวขวาลงไปตามเส้นทางชันๆ แคบๆ มุ่งหน้าสู่ร้านกาแฟบ้านม้ง ซึ่งป๋มสังเกตุเห็นว่า มีรถหลายคันทีเดียว ที่เค้ากลับออกไปเลย อาจจะนึกว่ามีพญาเสือโคร่งแค่ตรงที่เรากางเตนท์นอนเท่านั้นกระมัง ยังแอบคุยกับเพื่อนเลยว่า สงสัยเค้าไม่รู้แน่ๆ เลยว่า ข้างในหน่ะสวยงามอลังการขนาดไหน ......
ไม่เชื่อลองตามป๋มมาดูนะฮับ


เริ่มมีใบสีเขียวๆ แซม แถมโชคไม่เข้าข้างป๋ม เพราะไม่นานก็มีเมฆเข้าปกคลุม จนฟ้าใสใส ของป๋มหายวับไปกับตา

รอจังหวะ กว่าฟ้าจะเปิดให้ถ่ายรูปได้บ้าง ก็โธ่ ดอกไม้สีชมพู ตัดกับฟ้าแจ่มๆ หน่ะ ยังไงก็สวยกว่า ตัดกับฟ้ามัวๆ หรือขาวๆ เยอะนาฮับ ถึงตอนนี้ทั้งถนนก็เป็นของเราไปโดยปริยาย เพราะนานๆ จะมีรถแล่นเข้ามาคันหนึ่ง

ไปกันอีกหน่อยนะฮับ จากช่วงนี้ เราเดินเลาะถ่ายรูปไปตามถนนเรื่อยๆ เส้นทางช่วงท้ายเริ่มเป็นทางลูกรัง แต่ รถเก๋งยังสามารถขอร๊าบบบบ

ชมพูฟ้า ประเขียว ริมเขาใหญ่
เฉิดไฉไล ดอกไม้บาน กลางลมหนาว
พญาเสือโคร่ง เบิกบาน ออกดอกพราว
เรียกหนุ่ม-สาว ออกมาชม ดอยชมพู



บ้านพักที่มีอยู่ไม่มากนัก แต่ก็มีลานกางเตนท์กว้างขวาง
ถึงแล้วคร๊าบ บ บ บ ร้านกาแฟบ้านม้งขุนช่างเคี่ยน เราไปถึงนี่ไม่สั่งแค่กาแฟ มีไส้กรอกพันหมี่ทอด ลูกชิ้นปิ้งที่ใส่ถุงไว้ ถูกหยิบมาชิมถุงแล้วถุงเล่า แล้วตบท้ายด้วยข้าวเกรียบ ขนาดไม่หิวนะเนี่ยะ อืมมม กาแฟร้อน ๆ อากาศเย็นสบาย อร่อยดีนะขอรับ แถมด้านแวดล้อมไปด้วยพญาเสือโคร่งที่กำลังออกดอก ยิ่งได้บรรยากาศ

มุมมองจากร้านกาแฟ ลงไปในหุบ เจ้าต้นสีชมพูโดดเด่น จนป๋มหมายมาดไว้ว่า คราวหน้าคงไม่พลาดที่จะมากางเตนท์ตรงนั้นแน่นอน


หลังนั่งจิบกาแฟ นั่งทอดอารมณ์ได้พักหนึ่ง สายตาเริ่มสอดส่ายหามุมถ่ายรูปกันอีกครั้ง ต้นสีชมพูโดดเด่นต้นเดียวในไร่กาแฟด้านล่าง ดูจะท้าทายให้ต้องก้าวไปหา ว่าแล้วไม่รอช้า เราก็เดินเลาะไหล่ทาง ใต้ต้นสีชมพู ที่ปลูกเป็นแนวริมไหล่ทาง

มองย้อนกลับไป เห็นร้านกาแฟอยู่เป้นฉากหน้า โอบล้อมด้วยต้นพญาเสือโคร่งด้านหลัง ที่ดูเป็นภูเขาสีชมพูเลยนะฮับ .. ดูดิ

บ้านหลังน้อยที่เห็นในมุมภาพ ในวันที่ป๋มไป มีคนจองไว้แล้ว ดูจะเป็นบ้านไม้ที่ลงตัวทีเดียว มีห้องครัวแยกกับห้องนอน แล้วยังมีเครื่องต้มน้ำ หม้อหุงข้าวอีก สุดยอด ๆ อยู่ในโอบล้อมของพญาเสือโคร่ง ด้านล่างเป็นต้นกาแฟ กำลังออกลูกเชียว

มุมมองจากลานด้านล่าง มองยังไง บ้านหลังนั้นก็น่านอน น่านั่งจิบกาแฟที่ระเบียง มองวิวไกลๆ อยู่ดี


ลูกกาแฟ ป๋มเคยชิมลูกสุก ๆ สีแดงๆ นั่นแหล่ะฮับ เนื้อหวานดี แต่เม็ด อย่าเผลอไปกัดนะฮับบ ฟันอาจจะหักได้ เพราะมันแข็งโคตรๆ

เส้นทางสีชมพู ที่เห็นจากมุมร้านกาแฟ ทำให้ต้องออกเดินสำรวจเสียหน่อย


มุมไกลๆ จากไร่กาแฟด้านล่าง พุ่มเขียวๆ เตี้ยๆ นั่นแหล่ะคร๊าบบบ ต้นกาแฟ
เอ..แล้วต้นคอฟฟี่เมท อยู่ไหนหว่า

ต้นสีขาวๆ ที่เห็นนั่น เป็นต้นท้อ กำลังออกดอกเต็มต้น แล้วก็มีลูกเล็ก ๆ ออกมาแล้ว ตรงนี้เป็นลานเขียวขจี ที่ป๋มเล็งไว้แล้วว่า จะต้องมากางเตนท์ตรงนี้ให้ได้ เพราะเลยไปด้านล่างมีมุมธารน้ำไหลเอื่อยๆ ด้วย เห็นแล้วเสียดาย ที่ทำไมถึงไม่มานอนที่นี่ ตั้งแต่เมื่อคืนนี้(นะ)

ดอกท้อบานสพรั่ง

ถนนที่จากมา พร้อมสัญญาในใจ ป๋มจะต้องกลับไปอีกแน่ๆ แต่เมื่อไหร่...ไม่บอก... แต่ตอนนี้ป๋มขอเดินทางต่อไปขุนแม่ยะ ก่อนนะขอร๊าบบบ

ดูภาพเพิ่มเติมได้ ใน Photo Gallery นะฮับ ...ปี๊ดปิ๊วววว
ข้อมูลเพิ่มเติมขอรับ
ดอยสุเทพ เดิมชื่อว่า ดอยอ้อยช้าง ครอบคลุมพื้นที่ ต.โป่งยาง ต.แม่ริม ต.แม่สา ต.คอนแก้ว อ.แม่ริม ต.บ้านปง ต.หนองตวาย อ.หางดง และ ต.ช้างเผือก ต.แม่เหียะ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ประกาศจัดตั้งให้เป็น "อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย" เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2524 และในปี 2525 มีการขยายขอบเขตอุทยานฯ ครอบคลุมบริเวณน้ำตกแม่สา น้ำตกตาดหมอก-วังฮาง น้ำตกตาดหมอกฟ้า และ พื้นที่ป่าต้นน้ำลำธาร โดยรอบของน้ำตกทั้งสามแห่งในพื้นที่ ต.สบเปิง อ.แม่แตง และ ต.แม่แรม ต.โป่งแยง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เนื้อที่ 62,500 ไร่ รวมเนื้อที่ทั้งสิ้น 163,162.50 ไร่ หรือประมาณ 262.50 ตารางกิโลเมตร
ลักษณะภูมิประเทศ
สภาพพื้นที่โดยทั่วไปเป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อนของเทือกเขาผีปันน้ำตอนบนยอดเขาที่สำคัญดอย สุเทพ ดอยปุย และดอยบวกห้า มีดอยปุยเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดคือ 1,658 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ยอดเขาเหล่านี้จึงเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่สำคัญของแม่น้ำปิง ได้แก่ ห้วยแก้ว ห้วยช่างเคี่ยน และห้วยแม่เหียะ เป็นต้น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแหล่งต้นน้ำลำธารที่ไหลลงสู่แม่น้ำปิง

ด้วยรัก...วันดอกไม้บาน ต้นปี 2551