พิมพ์หน้านี้
|
เขาผู้นี้เป็นคนหนึ่งใน list ที่วิกกี้กำลังรวบรวม อดีตผู้นำประเทศ ที่พ้นตำแหน่ง พร้อมข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริต คอรัปชั่นมโหฬาร บางคนถูกดำเนินคดี ขึ้นโรงขึ้นศาล...สุดท้ายได้รับอภัยโทษ เช่น อดีตประธานาธิบดี โจเซฟ เอสตราดร้า ของฟิลิปปินส์ แต่สำหรับ อดีตประนาธิบดีซูฮาร์โต้ หลังพ้นตำแหน่ง สุขภาพร่างกาย ออด ๆ แอด ๆ (แต่ไม่ใช่โรคบ้านหมุนนะขอรับ) กลายเป็นข้ออ้างที่ไม่ต้องไปขึ้นศาลอยู่บ่อยครํ้ง และบ่อยครั้งที่ต้องไปไต่สวนกันถึงที่พำนักของเขาเลยทีเดียว
จะว่าไป ตลอด 3 สัปดาห์หลังปีใหม่ อดีตประธานาธิบดีซูฮาร์โต้ มีปัญหาด้านระบบหัวใจ ไต และปอด ถูกหามเข้าโรงพยาบาล และมีอาการทรงๆ ทรุดๆ บางครั้งเข้าขั้นตรีฑูต จนครอบครัวถอดใจ แต่เขาก็มีแรงฮึด บวกกับฝีมือของคณะแพทย์ ที่ยืดชีวิตเขาให้ยืนยาว การถึงแก่อสัญกรรม ของซูฮาร์โต้ คงไม่ทำให้ชาวอินโดนีเซียนับร้อยล้านคน ลืมความเจ็บปวดที่เคยได้รับในสมัยที่เขาดำรงตำแหน่งเป็นผู้นำประเทศ ตลอด 32 ปีของการอยู่ในอำนาจได้ง่ายๆ 32 ปี ของการอยู่ในอำนาจ ซูฮาร์โต ก้าวขึ้นเป็นประธานาธิบดีคนที่ 2 ของอินโดนีเซีย (รักษาการ) ในวันที่ 12 มีนาคม 2510 ด้วยการยึดอำนาจจากอดีตประธานาธิบดีซูการ์โน ก่อนจะเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ ในเดือนมีนาคม 2511 แต่สุดท้ายก็ถูกบีบให้ออกจากตำแหน่ง ประเทศเผชิญวิกฤติเศรษฐกิจใหญ่หลวง มีการเดินขบวน ชุมนุมประท้วง และวันที่ 21 พฤษภาคม 2541 เป็นวันเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลใหม่ จากพรรคโกลข่าร์ โดย ยูซูฟ ฮาร์บีบี ที่ขึ้นเป็นประธานาธิบดีแทน
ปฏิเสธไม่ได้ว่า ช่วงที่เขาอยู่ในตำแหน่ง เศรษฐกิจของอินโดนีเซียเฟื่องฟูขึ้น อุตสาหกรรมของประเทศเติบโตขึ้น แต่ขณะเดียวกัน มันก็นำเขาไปสู่การหลงอำนาจ และนำไปสู่การตายของสมาชิกคอมมิวนิสต์อินโดนีเซียนับล้านคน อย่างมีเงื่อนงำ การละเมิดกฎหมายในการจัดการกับพรรคคอมมิวนิสต์ และชนกลุ่มน้อยเชื้อสายจีน ประเทศปกครองด้วยกฎเหล็ก สื่อมวลชนถูกปิดกั้น เสรีภาพการเคลื่อนไหวของนักศึกษาถูกจำกัด และหนักที่สุด เห็นจะเป็นเรื่องของการทุจริต คอรัปชั่นมโหฬาร ในช่วงทศวรรษที่ 1990 ซูฮาร์โต แต่งงานกับสิตี้ ฮาร์ตินาห์ ซึ่งเป็นสตรีสูงศักดิ์ มีลูกด้วยกัน 6 คน
และลูก ๆ ทั้ง 6 คนนี้แหล่ะ ที่รับสืบทอดกิจการที่เป็นรัฐวิสาหกิจ ที่ถ่ายโอนจากรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นระบบพลังงาน-ปิโตรเลียม (เหมือน ปตท. ของเราที่แปรรูปเป็นของเอกชน) หรือระบบคมนาคมของประเทศ ระบบการเงิน ฯลฯ โดย สิตี ลูกสาวคนโต กับทอมมี่ ลูกชายคนเล็ก (ลูกคนที่5) ดูจะมีบทบาทเข้ามา พัวพันกับกิจการของชาติมากกว่าเพื่อน ในเดือนพฤษภาคม 2542 นิตยสาร ไทม์เอเชีย รายงานประเมินทรัพย์สินของครอบครัวซูฮาร์โต ถึง 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในรูปของเงินสด หุ้น สังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อัญมณี และงานศิลปะทั้งหลาย และในจำนวนนี้เป็นเงินที่ฝากในธนาคารออสเตรีย ถึง 9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ 29 พฤษภาคม 2543 ซูฮาร์โต ถูกควบคุมตัวในบ้านพัก ขณะที่ทางการเริ่มการสอบสวนการคอรปชั่น ก่อนจะมีข่าวต่อมาว่า เขายักยอกเงินบริจาคของรัฐบาล 571 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไปใส่ในกองทุนของเขาเอง และใช้ในการลงทุนของสมาชิกในครอบครัว และแน่นอน เขาใช้ปัญหาสุขภาพเป็นข้ออ้าง ที่ไม่ต้องไปศาล ที่ไม่ต้องรับการไต่สวนมาตลอด กระทั่งว่า เป็นโรคร้ายเกี่ยวกับสมอง ตามข้อมูลของคณะกรรมการโปร่งใสระหว่างประเทศระบุว่า ซูฮาร์โต ยักยอกทรัพย์ไปมากกว่า 15,000- 35,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในระหว่าง 32 ปีของการอยู่ในอำนาจ เรียกได้ว่ามากกว่าที่ผู้นำคนไหนๆ กระทำการในประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์ ที่ตอนนี้ เขาคงต้องไปใช้โทษทันต์ในอีกโลกหนึ่ง กรรมกำลังตามทันสมาชิกในครอบครัว
ขณะที่ โปโบซูทัดโจ ลูกพี่ลูกน้องของซูฮาร์โต้ ถูกตัดสินจำคุก 4 ปี ในข้อหาคอรัปชั่น ทำให้รัฐบาลอินโดนีเซีย เสียหาย 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่เขาต่อสู้คดี จนศาลลดโทษเหลือจำคุก 2 ปี ส่วนหนึ่งเพราะเรื่องอื้อฉาวของคณะผู้พิพากษาที่มีพฤติกรรมเป็นมาเฟีย กระทั่ง 4 กันยายน 2550 เพิ่งจะเริ่มต้นการพิจารณาคดี หลัง อธิบดีอัยการไกล่เกลี่ยขั้นตอนการดำเนินคดีระหว่าง อัยการกับทนายความของซูฮาร์โต สำเร็จ แต่ ... อดีตประธานาธิบดีซูฮาร์โต หมดโอกาสที่จะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองเสียแล้ว |
| โมโกจู | ||
เดินทางไกลเพื่อหินเรือใบ |
||
|
View All |
||
| เปรโต๊ะลอซู ภาค 3 | ||
ไปจับหมอกกันมั้ย |
||
|
View All |
||
| << | มกราคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||