พิมพ์หน้านี้
|
นับตั้งแต่วิกกี้ คุยเรื่อง"เหี้ย" (สัตว์เลื้อยคลานชนิดหนึ่ง) กับ น.สพ.อลงกรณ์ มหรรณพ ไปเมื่อ 5 มิถุนายน 2550 เกี่ยวกับจำนวนประชากร"เหี้ย" ที่เพิ่มสูงขึ้น แต่เหี้ยถือเป็นสัตว์อนุรักษ์ชนิดหนึ่ง
มาคราวนี้ กลับมีเรื่องพิลึกจาก กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดย นายสามารถ สุมโนจิตราภรณ์ ผู้อำนวยการกองอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานฯ บอกว่า ขณะนี้กำลังหารือกัน ระหว่างกองคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่า ตามอนุสัญญาไซเตส เรื่องการสนับสนุนให้เพาะเหี้ยเชิงพานิชย์ได้ แต่ต้องมีการแก้กฎกระทรวงฯก่อน เพราะขณะนี้อนุญาตให้เพาะเลี้ยงสัตว์ได้เพียง 59 ชนิดเท่านั้น ซึ่งเหี้ยยังถือว่าอยู่ในบัญชี 2 ขณะเดียวกันก็กำลังศึกษาความเป็นไปได้ในการส่งเสริมเพาะเลี้ยงเหี้ย โดยกำลังเชิญทีมนักวิชาการด้านสัตว์ เลื้อยคลานจากองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) ช่วยสำรวจประชากร รวมทั้งศึกษาพฤติกรรมของเหี้ยอย่างละเอียด เพื่อใช้เป็นข้อมูลดำเนินการ นายธัญญา จั่นอาจ นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญเรื่องสัตว์เลื้อยคลาน อพวช.กล่าวว่า มีความเป็นไปได้ที่ปริมาณตัวเหี้ยใน กทม.ลดลง ในบางพื้นที่แต่ภาพรวมแล้วยังมีปริมาณมากอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกาะลอยในสวนสัตว์ดุสิต มีจำนวนค่อนข้างมาก เนื่องจาก สัตว์พวกนี้ไม่ค่อยมีศัตรู และมีอาหารเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจากการติดตามข้อมูลจากพื้นที่ต่างๆ พบว่าพื้นที่ ที่มีเหี้ยหนาแน่น คือ กทม. สมุทรปราการ สมุทรสาคร พื้นที่ชายทะเล นายธัญญา บอกด้วยว่า ขณะนี้กำลังพิสูจน์กันว่า เหี้ยเป็นสัตว์ที่มีพิษในตัวเองหรือไม่ เพราะแต่เดิมเชื่อกันว่าทั้งตัวเหี้ย และตะกวดเป็นสัตว์ที่กินอาหารเน่าเสีย ทำให้น้ำลายมีปริมาณแบคทีเรียค่อนข้างมาก หากไปกัดใครเข้าจะทำให้แผลติดเชื้ออักเสบรุนแรง แต่อีกสมมุติฐานหนึ่ง คือสามารถสร้างพิษที่บริเวณต่อมน้ำลายมันเองได้ อย่างไรก็ตาม โอกาสที่สัตว์พวกนี้จะทำร้ายคนมีน้อยมาก แล้วข้อสงสัยอีกประการหนึ่ง ทำไมต้องมาย้าย"เหี้ย" เอาไปปล่อยเกาะกันตอนนี้ เพราะเคยพูดกันมาตั้งครึ่งปีแล้ว หรือว่า รอ ....... ล๊อตใหม่ |