พิมพ์หน้านี้
|
ทริปผกผัน หลังนัดแนะเพื่อนๆ ว่าเราจะกลับไปเก็บเส้นทางดอยอ้นใหม่อีกรอบ ขอเอาแบบเต็มพิกัด เส้นทางเดินที่น่าสนแล้วก็น้ำตกตามคำล่ำลือของ "พี่สอง" ที่เราไปเจอเมื่อคราวไปเยือนวันปิยะ'50 แค่เอ่ยปาก เพื่อนก็รวมตัวกันครบ 10 ในเร็ววัน แม้จะมีการสับขาหลอก ด้วยภาระหน้าที่ของแต่ละคน กระทั่งวันเดินทาง เพื่อนๆ 10 คนพร้อม รถตู้พร้อม แต่เส้นทางยังไม่ค่อยพร้อม ไปได้ข้อสรุปบรนรถตู้ว่า เราไม่ไปดอยอ้น ไม่ไปดอยหัวแม่ยาน แต่จะเป็นดอยจิกจ้อง เก็บให้ครบยอด เพราะก่อนนี้ มีทริป"สีม่วง" ใน TKT ไปขึ้นยอด 1700 แต่เราจะเดินให้ถึงยอด 1988 ม.รทก. สรุปทริปนี้ สมาชิก 10 คน นำโดยดำเกิง, พี่ 511, ลุงจุ่น, ลุงเอก, เก๋น้อย, สีฟ้า,พี่น้อง, ต้นTA(เดี๋ยวนี้เป็น True แล้วดิ) , จู100 โล(หมายถึงเดินถึกระยะทาง 100 กม.นะ) และป๋มเองvickie ราว 4 ทุ่ม คืนวันพฤหัสบดีที่ 29 พย. 2550 ล้อหมุนจากจุดนัดพบ"บิ๊กซีสะพานควาย" รถตู้commuter โดยพี่สมนึก พาเราตะลอนเดินทางพร้อม"เมล์นรกหมวยยกล้อ" ศุกร์ 30 พย.50 เช้าบรื๋ออ ที่สามแยกแม่มาลัย ก็อากาศมันหนาวเย็นจริงๆ แต่ก็ทนหนาวไปล้างหน้าล้างตา อืมมม หมอกตอนเช้าในทุ่งสวยดีจัง สักพักเจ้าไข่แดงใบโตๆ ก็โผล่ขึ้นมาทักทาย แต่สายเสียแล้ว รถตู้ออกตัวซะก่อน พี่สมนึกก็ยังมีใจถามไถ่จะให้จอดรถมั๊ย แต่เราว่ากันว่า ไม่เป็นไรพี่ เดี๋ยวไปดูใสเหน่งๆ บนยอดดอยแล้วกัน ฮา...หารู้ชะตากรรมไม่ แวะจิบกาแฟ - ซื้อเสบียงที่ตลาดแม่มาลัย เสร็จเราก็มุ่งหน้าไปปายกันทันที ถึงนู่นก็ปาเข้าไปเกือบ 11 โมง เอาหล่ะหว่า วนรถหาร้านข้าวซอยหน้าโรงพยาบาล ท่าจะยังไม่เปิด เราเลยไปกินส้มตำหน้าอำเภอกัน เป้นลูกค้ากลุ่มแรกของร้านอย่างไม่น่าเชื่อ
ตุนเสบียงลงท้องเสร็จ โอวววว... เป็นลูกค้ารายแรกของร้าน"สัมตำหน้าอำเภอ" เลยเชียว แวะคุยกับเจ้าหน้าที่+จิบกาแฟ ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวหน่อย แล้วรถตู้ก็พาเราออกเดินทางอีกครั้ง เป้าหมายที่"บ้านป่ายาง" อยู่เลยวัดน้ำฮู - หมู่บ้านสันติชน (ยูนนาน) เลยทางแยกเข้าน้ำตกหมอแปง ไปทางแยกขวา เราเริ่มจอดถามทางไปเรื่อยๆ ก็ถนนมันหลายแยกจนจะงง จนผ่านไปถึงโรงเรียนราษฎร์ประชานุเคราะห์ 22 โอ้โหโรงเรียนใหญ่โตมาก ถือโอกาสถามน้องๆ ที่อยู่หน้าโรงเรียนซะเลย ได้ความว่าไม่ไกลแล้ว เลี้ยวซ้ายไปตามถนน อีกหน่อย แล้วในที่สุด เราก็ไปถึงบ้านป่ายางจนได้ เป็นหมู่บ้านชาวเขา เผ่ามูเซอ (ลาหู่) เราเลยจอดรถกะเข้าหาผู้ใหญ่บ้าน แต่ความปากไว ก็ถามพี่ชายคนที่ออกมาดู เผื่อได้คนนำทางและลูกหาบขึ้นดอยจิกจ้อง
แล้วเราก็เริ่มต้นเดินทาง เกือบจะ15.00 น. ไปตามถนนในหมู่บ้าน ตัดออกไปผ่านไร่กระเทียมที่กำลังลงมือปลูกกันอยู่ หลังเก็บเกี่ยวผลผลิตไปบ้างแล้วในบางแปลง ก่อนจะลัดเลาะเข้าราวป่า แดดร้อนมาก ๆ จนไม่อยากหยุดถ่ายรูป แต่ไหนๆ ก็ไหนๆ ซะหน่อย พอเข้าราวป่า ก็เริ่มไต่ทางชันกันเชียว ป๋มงี้หอบแฮ่ก แต่ขำขำ พี่ 511 มาบ่นให้ฟัง "ตอนเดินออกจากหมู่บ้าน มีหนุ่มๆ มันพูดว่า ลุงจะเดินไหวเรอะ โห ได้ยินหมดแรงเลย" 5 5 5 พวกเราขำกันกร๊ากก ก็พี่ 511 แกเดินเก่งจะตาย แถมยังเชี่ยวชาญเรื่องการดูแผนที่ ดูเส้นทาง เรียกว่า ชำนาญการโดยไม่ต้องพึ่งเทคโนโลยีเลยเชียว แถมยังเป็นครูฝึกโรยตัวให้เพื่อนๆ ป๋มตั้งหลายคน ทั้งๆ ที่พี่แกกลัวความสูง....ฮา
จากนั้นไปเราเลยแซวแกไปตลอดเส้นทาง ลุ๊งงง ลุง เดินไหวป่าว ขำขำกันไป จนไปยืนอยู่กลางป่าใหญ่ ต้นไม้สูงๆ เจอขนอุยของนกในรายทาง ทราบความจาก" พี่น้อง...นักดูนก" ว่ามันเป็นลูกนกโพระดก ถูกเหยี่ยวจิกกินมากกว่า เฮ้อ...โล่งอก ถ้าเป็นวัฏจักรของมัน ดีกว่าถูกล่าโดยมนุษย์
พักเหนื่อยพอประมาณ เราก็เดินกันต่อ คราวนี้ป๋มเดินตามหลังบ้าง พร้อมกับงัดกล้องออกมา ก็วิวป่าใหญ่มันดูร่มรื่น สวยจัง เลยอยากเก็บมาฝากใครต่อใคร สายตาเริ่มเสาะแสวงหาตามต้นไม้สูงๆ อืมมม ป่านี่กล้วยไม้เยอะ ไม่แพ้ที่ดอยอ้นเลยแฮะ
"ยอดร่ม - จิกจ้อง" ผาหินสูงๆ ปรากฎในสายตาทำให้เรามีกำลังใจอีกโข ขนาดคุยกันว่า วันนี้น่าจะเดินถึงยอด ... แต่ยังไม่ทันถึงยอด เราก็จอดถ่ายรูปเป็นระยะๆ โดยเฉพาะเมื่อขึ้นไปถึงบนสันเขา ป่าสน กับวิวในหุบเบื้องหน้า ทำเอาเราเสียเวลาไปพอควร ก็มัวแต่ถ่ายรูปกันอยู่นั่น
เพื่อนๆ เริ่มไต่ทางชันกันขึ้นไปแล้ว แต่เรา 3 คน มีวิกกี้, ลุงจุ่น และเจ้าจู100 โล เอ้อระเหย ถ่ายรูปกล้วยไม้ ด้วยความตื่นเต้น
สิงโตรวงข้าว เกาะอยู่บนใต้ไม้ใหญ่ข้างทาง ชนิดที่เราไม่ต้องปีนถ่ายให้เหมื่อย แต่ก็ต้องเมื่อยขา เมื่อต้องคอยยันตัวเอง ไม่ให้ไถลลื่นตกข้างเหวไปซะก่อน 5 5 5 เพราะถึงจะอยู่เตี้ยแต่ก็ริมเขาซะขนานนั้น
เสียเวลาไปอีกยก แถมวิวข้างทางก็สวย ซึ่งจริงๆ ป๋มชอบถ่ายรูปวิวมากกว่าดอกไม้เยอะฮับ 5 5 5 ไม่เคยถ่ายดอกไม้ได้สวยเสียที เรียกว่าเดินกันไม่กี่ก้าวก็หยุดถ่ายรูปที จนถึงรั้วกั้น อืมม ท่าจะกั้นวัวกั้นควาย ไม่เป็นไร...เราข้ามได้
"อย่ามาอำ ถึงที่พักแล้วดิ ได้กลิ่นควันไฟนะฟุ้ย" เราว่าไป แต่พอขึ้นไปแล้ว ก็ขอถ่ายรูปซะหน่อย ง่า.... ควาย ... ควายป่า ....ทำไงดี ลุงจุ่นป๋มกลัวควายยยย พี่น้องยังไม่ยอมออกจากต้นไม้ "มันเดินตามน่ะ ดูดิปากมันยังมีต้นหญ้าติดมุมปากอยู่เลย"
ถึงตรงนี้ ไต่ทางชันอีกแล้ว คราวนี้ชันจนเหนื่อยตั้งกะยังไม่ก้าวเท้า ก็เพราะเพิ่งพ้นควายมา ป๋มเลาะไปตามเทรลข้างเขา เพราะมันจะค่อยๆ ชันขึ้น เสียแต่ดินร่วนมาก ต้องรีบก้าว ก่อนจะตัดขึ้นเนินอีกครั้ง ป่าตรงนี้ ต้นไม้เยอะจนร่มรื่น ได้ยินเสียงน้ำตกแว่วมา นั่นไง เห็นธารน้ำแล้ว ที่ไหนได้ เดินลงเนินไปได้ไม่เท่าไร ก็ได้ยินเสียงแปลกๆ โอว ว ว ควาย อีกแล้ว กลัวควายไม่พอ แต่ต้องไปไล่ควายแย่งที่มันนี่ดิ ป๋มขอเดินกลางๆ นะ ทางกันชัน เหนื่อยก็เหนื่อย เพราะมันต้องปีนขึ้น แถมเจอควายมาดักดูหน้าคนอยู่ข้างทางอีก ส่วนตัวข้างหน้าก็ถูกลูกหาบเอาไม้ไล่ไปแล้ว
จับจองที่พักเสร็จ ก็ลงมือทำกับข้าว บ้างก็เปลี่ยนเสื้อผ้า ด้วยอากาศที่เย็นลงทุกที มื้อค่ำนี้ไม่ต้องทำมาก เพราะข้าวเหนียว ไก่ย่าง หมูทอด ปลาทอด ที่ว่าจะซื้อมากินกลางวันระหว่างเดิน ยังอยู่ครบ ป๋มต้มแกงจืดอีก 1 หม้อไว้ซดน้ำร้อนๆ ทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย ฟ้ามืดไปแล้ว เราล้อมวงกินข้าวกัน หลังจากแบ่งกับข้าวส่วนหนึ่งให้ลูกหาบ แต่ก็ให้นึกแปลกใจ ที่คราวนี้ลูกหาบไม่เห็นเตรียมที่หลับที่นอนของตัวเองเหมือนกับที่เคยเจอๆ มา เค้าได้แต่นั่งคุยกันอยู่ข้างกองไฟ ลูกหาบคนหนึ่งชื่อ "จะอึ๋ม" ตอนได้ยินชื่อทีแรก ป๋มเผลอถามน้องเค้าไปว่า "แล้วเมื่อไหร่อึ๋มซะทีหล่ะ" 5 5 5 ม่ายช่าย เค้าเรียกกันงี้ ส่วนอีกคนชื่อ"จะแก"
กินข้าวเสร็จ ป๋มค่อยขยับไปเปลี่ยนเสื้อผ้า พร้อมกับเสียงแว่วๆ ที่ดูจะเริ่มมีปัญหาจากลูกหาบเสียแล้ว เพราะทั้ง 2 คน ทำท่าจะกลับบ้าน พี่ 511 พยายามชักชวนยังไงก็ไม่ยอมท่าเดียว (ส่วนหนึ่งเค้าดูว่าเราพอจะรู้เส้นทางด้วย คงไม่หลงแน่ๆ) สารพัดเสียงต่อรองพูดคุยชักชวน รอดเข้าหู สุดท้ายก็ลองไปคุยดูบ้าง หลังจากเห็นว่าเวลาผ่านไปนานโข "จะกลับกันเหรอ อยากรู้จริงๆ ทำไมถึงจะกลับหล่ะ"
ป๋มสะดุ้งตื่นกลางดึก .... นอกจากเพราะอากาศเย็นแล้ว ยังได้ยินเสียงเดิน แล้วก็เสียงลูกหาบร้องเหมือนไล่อะไรสักอย่าง ป๋มเลยว่า สงสัยควายเข้ามา ไม่ใช่ว่าพอตื่นเช้า พวกมันมานอนล้อมเราไว้เป็นเชลยมันนะ ..... รอติดตามตอนต่อไปนะฮับ ตอนปะทะสิงโต หมายเหตุ นอนปลาทู** คือการนอนกราวน์ชีท กับพื้น แบบนอนนเรียงๆ กัน มันคล้ายกับปลาทูในเข่งอ่ะ ถ้าเข่งใหญ่ปลาไม่กี่ตัวก็นอนขยับแข้งขยับขาสบาย ถ้าเข่งเล็ก ปลาทูก็เบียดๆกันในเข่ง อาจจะถึงขั้นต้องหักคอแบบปลาทูแม่กลองก็มี แล้วถ้าจะพลิกตัวที ก็ต้องเขยิบพลิกกันทั้งเข่ง ฮา ![]() "หนาดทอง" ดอกหญ้าในป่าใหญ่ |