พิมพ์หน้านี้
|
ป่าเมืองไทย ลดน้อยลงทุกที .... เป็นคำที่วิกกี้ฟังคนพร่ำบ่น ให้ฟังทั้งทางตรง และทางอ้อม หลายครั้งที่ได้มีโอกาสขึ้นไปยืนบนเขาสูง ตะเข็บชายแดนไทย-พม่า ให้สะท้อนใจจริงๆ ว่า ป่าฝั่งนู๊น ทำไมรกทึบไปด้วยยอดไม้ใหญ่ ส่งให้ลอนเขา ดูสวยงาม ขณะที่ป่าฝั่งนี้ ช่างดูแห้งแล้ง และที่สุด มีเพียงต้นหญ้าที่ขึ้นท้าแดดลม บนยอดเกือบจะสูงสุดของ ปิตุ๊โกร หรือดอยมะม่วงสามหมื่น ตะเข็บชายแดน ที่ตัดขึ้นจากหมู่บ้านกะเหรี่ยง ชายแดนด้าน อ.อุ้มผาง จ.ตาก ที่วิกกี้ได้มีโอกาสขึ้นไป มีหลายมุมที่ช่วยยืนยันคำพูดข้างต้นได้ดีนัก หรือแม้แต่เมื่อครั้งที่ขึ้นยอดภูสอยดาว บนจุดชมวิวสูงสุด (อยู่เลยมุมที่พัก และลานดอกหงอนนาค เข้าไปเกือบชายแดนลาวนะ) "เจ้มองไปนะ ฝั่งที่ต้นไม้เยอะๆ หน่ะ มีหมอกปกคลุมนั่น ไม่ใช่ฝั่งเรา" น้องคนหนึ่งบอกพร้อมกับชี้มือให้ดู มาเมื่อวานนี้ ป๋มได้รับโทรศัพท์จากพี่นักเดินป่าด้วยกัน ซึ่งแน่นอนเค้ารู้ดีว่า ป๋มทนไม่ได้แน่ที่จะไม่บอกต่อ ถ้าเห็นว่า ป่าของป๋มกำลังถูกทำลาย ถูกย่ำยี ให้เศร้าใจ กับภาพที่ปรากฎ เป็นภาพถ่ายทางอากาศ บริเวณแถบนี้ เรียก "ป่าเขายา" อยู่ในพื้นที่ อ.คุระบุรี จ.พังงา เป็นเขตรอยต่อกับผืนป่าเขาสก
ป๋มนำเรื่องนี้มาเปิดเผย ไม่ได้หวังให้เจ้าหน้าที่ถูกลงโทษลงทัณฑ์ หากแต่ต้องการให้เจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยตรวจสอบ และแก้ปัญหาโดยด่วน ก่อนที่จะไม่เหลือให้แก้ ซึ่งป๋มเองก็ไม่แน่ใจว่า ป่าแถบนี้ ขึ้นอยู่กับหน่วยงานใด อาจจะเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า หรือว่า อุทยานแห่งชาติ หรืออาจจะเป็นป่าสงวนแห่งชาติ จากการตรวจสอบพิกัด จาก GPS ได้บอกตำแหน่งเป้าหมายอย่างชัดเจน (จากอากาศไม่มีร่มไม้ทึบบังสัญญาณดาวเทียมเป็นแน่) 1
.446483E-1008093N
"ทุกวันนี้ ผมต้องพกปืนติดตัวตลอดเลย" นี่เป็นเพียงเรื่องราวเสี้ยวหนึ่งที่ป๋มได้รับรู้จากปากเจ้าหน้าที่ แต่ขณะเดียวกัน ในมุมคนนอก มักมองว่า ป่าไม่ใช่ของเจ้าหน้าที่ ทำไมต้องมาห้ามนั่นห้ามนี่ กรณีนี้ไม่เว้นกระทั่งนักท่องเที่ยวเดินป่าแบบพวกป๋ม หากแต่ความเข้าใจและมุมมองต่างกันไป เพื่อนที่รู้จักบางคนบ่นอย่างขัดใจ เมื่อเจ้าหน้าที่ห้ามเข้าพื้นที่ป่าลึก ซึ่งบางพื้นที่เปราะบางมากๆ อย่างเช่นพื้นที่ต้นน้ำ หรือแหล่งสัตว์ป่าที่ต้องอนุรักษ์ จนเคยเป็นกรณีถกเถียงกันอย่างกว้างขวางในเว็ปนักเดินป่ามาแล้วว่า "ป่าเป็นของใคร" พวกที่พูดปาวปาวว่า ป่าเป็นของทุกคน พอเอาเข้าจริง ไม่เห็นออกมาช่วยกันปกป้องผืนป่าของตัวเองกันเลย กลับไปโบ้ยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ แต่พอเจ้าหน้าที่ทำตามหน้าที่ เรื่องข้อห้าม ข้อจำกัดในการเข้าผืนป่า กลับถูกด่า ว่า "ป่าของกรู กรูจ้างเมิงมาดูแล" มาถึงวันนี้ อย่ามัวแต่มานั่งเถียงกันเลยคร๊าบว่า "ป่าเป็นของใคร" แต่ ณ วันนี้ ทุกคนควรร่วมมือกัน ในการตรวจสอบ ติดตาม และช่วยกันดูแลไม่ให้ใครมากระทำย่ำยีกับแหล่งพลังงาน และปอดธรรมชาติ แหล่งดูดซับก๊าซเรือนกระจก และแน่นอนแหล่งพักพิงของสัตว์ป่า นกธรรมชาติ และชาวบ้านที่พึ่งพิงอยู่กับป่าแบบดั้งเดิม ที่ไม่ใช่กระทำเพื่อนายทุนบางกลุ่ม อย่ารอจนถึงวันที่ธรรมชาติตามเช็กบิล เพราะความสูญเสียที่เกิดขึ้น มักใหญ่หลวงเกินกว่าที่คาด ... เสมอ ปล. หากต้องการข้อมูลและภาพใหญ่ ก็ติดต่อกันหลังไมค์ได้ขอรับ |