พิมพ์หน้านี้
|
ต่อเนื่องจากภาคแรก หลังแรมรอนผ่านรูหิน เมื่อวาน อ่ะ...ใครยังไม่ได้อ่าน ก็คลิกไปอ่านก่อนได้นะคร๊าบ เพื่อความต่อเนื่อง วันนี้เป็นวันที่ 3 ของการเดินป่าระยะเกือบยาว 5 วัน 4 คืน เป้าหมายเราจะไปเขาสอยดาว ดูนกเงือก กินข้าวเที่ยง แล้วบ่ายเดินขึ้นพรหมโลก จะว่าไป ป๋มแอบคาดหวังในใจว่า ถึงตจะไม่ได้ไปหลักไก่ต่อ พะโต๊ะ แต่มาเขาสหลวงช่วงนี้ น่าจะได้เจอดาราประจำถิ่นเขาหลวง กับเค้าซิน๊า
เราทั้ง 12 คน ยังคงเดินไต่ขึ้น ไต่ขึ้นเรื่อยๆ บางช่วงก็ 4WD บางช่วงก็ 5WD ตามแต่จังหวะช่วงสั้นช่วงยาวของแต่ละคน เลยกอบีโกเนียยักษ์ เราก็ยังตั้งหน้าตั้งตาไต่ขึ้น กระทั่งไปหยุดอยู่หน้ากอ ช้องนางคลี่ ที่ไม่สูงมากนัก ป๋มอาศัยจังหวะนี้พักหอบ ขี้เกียจวางเป้ถ่ายรูปเหมือนเคย เอาน่า..ข้างบนน่าจะยังมีให้เห็นอีกน่า ปลอบใจตัวเองเมื่อเห็นคนอื่นถ่ายกับพรึ่บพรั่บ ...แต่ก็ไม่ผิดหวัง หลังจากไต่ทางชัน ชนิดที่ว่า ชันชิบ แถมบางช่วงแทบจะสุดปลายทีนของขาสั้นๆของป๋ม ต้องอาศัยแรงโหนต้นไม้ดึงตัวเองขึ้นไป แล้วก็เจอ"ช้องนางคลี่" กอไม่ใหญ่ ทอดตัวอยู่บนกิ่งไม้ข้างทาง เลยได้มุมใหม่ๆ ที่ไม่ใช่ระย้าลงมาจากกิ่งไม้ ไต่ทางชันไปได้ระดับหนึ่ง หัวหน้าทริปดูแผนที่ ดูเส้นทาง เป็นอันว่า ถ้าเราไปขึ้นยอดสอยดาว เราอาจจะกลับไปพรหมโลกไม่ทัน เพราะงั้น เป้าหมายถัดไป หน้าผากมังกร ชายป่าดิบแห่งยอดพรหมโลก ...อ้าว... เอาไงก็เอากัน
บีโกเนีย พืชคลุมดินเล็ก ๆ ที่หลายคนอาจจะมองข้าม หากแต่ป๋มหลงใหลมันจัง ลองคลิกlink ดูนะฮับ http://www.oknation.net/blog/vickie/2007/02/13/entry-1 แล้วจะรู้ว่า บีโกเนีย น่ารักแค่ไหน จุ๊ ...จุ๊... อ่านเอนทรี่นี้จบก่อนก็ได้ ค่อยคลิก หลังถ่ายรูปเสร็จป๋มก็นั่งพักเหนื่อย รอเพื่อนๆ เดินขึ้นก่อน แล้วป๋มค่อยปิดท้าย จังหวะนี้ แดดเริ่มแผดเผาเป็นระยะ เพราะเริ่มไต่ขึ้นข้างๆ เขา ที่มีต้นไม้สูงไม่มากนัก ก่อนที่เราจะไปสะดุดหยุดถ่ายรูปกันอีกครั้ง เมื่อเมฆหมอกที่บดบังยอดเขาสูงฝั่งตรงข้าม เริ่มสลาย อวดยอดสูงของ 1835 ม.รทก.ที่อยู่ลิบๆ ให้ได้เห็น
เฮ้อ ยอดพรหมโลกด้านนี้ มันชันแบบนี้นี่เอง ถึงไม่มีใครจะขึ้นมา บางจุดชัน แล้วยังไม่มีที่ยึดเกาะ เสี่ยงกันหล่ะว๊า ขออย่าให้ดินลื่นเป็นใช้ได้ เราพยายามต้นแรงโน้มถ่วงของโลก ดึงตัวเองขึ้นไปเรื่อยๆ โดยอาศัยรากไม้ ที่โผล่บางส่วนพ้นดินขึ้นมา เกาะดึงตัวเองขึ้นไป กระทั่งขึ้นไปบนสันแห้งๆ ก็ได้ยินเสียงเพื่อน บอกให้รอดมาเลย ๆ ๆ
หลังจากวางเป้ได้ เราก็ยึดมุมใครมุมมัน ถ่ายภาพชนิดที่ไม่ต้องรอคิว เพราะมีมากมายหลายต้น อยู่ที่จะมุดดงเข้าไปถ่าย หรือจะรอเก็บภาพตามข้างเทรลเดิน และในความรู้สึกของป๋มที่ไม่ใช่เซียนกล้วยไม้ มองว่ามันมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไปเล็กน้อย ไม่รู้จะต่างสายพันธุ์กันด้วยหรือเปล่า อย่างรูปข้างบนก็สีเหลืองเข้มปลายมน
เราถ่ายรูปกันไม่รู้เบื่อ ลืมเหนื่อย ลืมหิว ทั้งที่ตอนนั้นเวลาผ่านไปจะเข้าบ่ายโมงแล้ว แต่ทั้งหมดก็ยังค่อยๆ คืบคลานผ่านชายป่าช่วงนี้ไป เงยหน้าไปทางไหน ก็เจอพัดเหลือง แล้วก็อดไม่ได้ที่จะต้องถ่าย แม้มันจะดูหน้าตาคล้ายๆ กันก็เถอะน่า
ถ่ายรูปอยู่เป็นนานสองนาน จนกระทั่งเพื่อนๆ เค้าไปกันหมดแล้ว ป๋มก็ยังก้มๆ เงยๆ ดูนู่นดูนี่ จนพี่สาคร มาเรียก อ้าวไปค่ะพี่ ไป... ป่มลัดเลาะออกมาตามทางที่ได้ยินเสียงพี่สาครเรียก แล้วก็หลุดออกมาตรงพื้นโล่งๆ ที่ดูจะเป็นป่าไผ่ที่แห้งล้มตาย ส่วนเพื่อนๆ เหรอ เห็นไปยืนตัวกระจิ๋ว ชี้มือชี้ไม้ ชิมวิวอยู่บนหน้าผากมังกรบนยอดพรหมโลก กันนู่นแล้ว โอ้โหเหะ...เดินไวกันจริงๆ
ป๋มสปีดให้พ้นช่วงสันโล่งๆ ที่แดดเปรี้ยง จนผ่านเข้าชายป่าขึ้นยอดพรหมโลก กอบีโกเนียเยอะไปหมด จนอดไม่ได้ที่จะต้องถ่ายรูปอีก
และแม้แต่ในป่าโบราณ ก็ยังเจอสิงโตพัดเหลืองออกดอกแข่งกัน จนผมแทบจะตาลาย เห็นอะไรก็กลายเป็นสิงโตพัดเหลืองไปซะแล้ว
หลังกินข้าวเที่ยงเสร็จ เราเริ่มต้นเดินกันต่อ เป้าหมายคือที่ตั้งแคมป์ ซึ่งยอดหรมโลกจะกำหนดจุดพักอยู่ที่เดียว ซึ่งก็คือ ฝั่งตรงข้ามของป่าโบราณแห่งนี้ ถ้าเดินเร็วหน่อยก็ใช้เวลาชั่วโมงครึ่ง หรือถ้าโอ้เอ้อย่างป๋มก็เคยทำเวลาถึง 4 ชั่วโมงเหมือนกัน เพราะมัวแต่เดินไป ถ่ายรูปไป ด้วยรู้ว่าจุดหมายอยู่ไม่ห่างนัก
จากที่ออกเดินนำ เดินไปเดินมา ก็กลายเป็นว่าไปอยู่หลังอีกแล้ว เกาะกลุ่มกะพี่คิดกับเจ้าป้อม เดินสบายๆ พร้อมจะวางเป้ เพื่อถ่ายรูปครั้งละนานๆ
เมื่อไม่ได้ถ่ายบนต้นไม้ ก็ถ่ายตามพื้นดินบ้าง บีโกเนียใบกำมะหยี่ มีเยอะแยะมากมาย กว่าที่เรา 3 คนจะไปถึงจุดที่พักตั้งแคมป์ ก็ช้ากว่าคนอื่นโข เค้าจับจองกางเปลกันเสร็จสรรพ สาวๆ ก็ไปอาบน้ำกันแล้ว ป๋มก็เลยจัดการวางค่ายกลดักทางชาวบ้านเค้าซะเลย ก่อนจะเก็บข้าวของ ไปอาบน้ำซะที เฮ้อ จำได้แค่ว่า ไปอาบน้ำที ขากลับมาก็อาบเหงื่อต่างน้ำ 555 เพราะมันค่อนข้างไกล แล้วก็ชันเอาการ
หลังกลับมาร่วมพลช่วยกันทำกับข่าว เลยได้ความว่า เจอไส้เดือนตัวเบ้อเร่อ เพื่อนๆ เอารูปมาพรีวิวดูกัน "โห ..เนี่ยะมันตัวใหญ่กว่าที่ทุ่งขี้เดือน แห่งสันเย็นอีกนะ
ส่วนดำเกิงอวดรองเท้าที่เพิ่งซื้อในตลาดท่าศาลา ต่อราคาแม่ค้าอีก เย้ยยย... มะช่าย
ค่ำคืนนี้ เรานั่งกินข้าวด้วยกันอย่างเอร็ดอร่อย ดูจะคุ้มค่ากับการเดินทางเมื่อได้เจอหัวใจพรหมโลก แถมด้วยการเดินทางที่ไม่ยากเย็นอะไรนัก แล้วยังไม่วายแซวผู้นำทริป "โหพี่...พรหมโลกเค้าเดินกันวันเดียวก็ถึงยอดแล้ว นี่เราเดินกันตั้ง 3 วัน ฮา" เดิน 5 วัน 4 คืน เราขึ้นกันยอดเดียวเหรอเนี่ยะนะ ได้ไง ก็แหม ยอด 1835 ม. ตัดทิ้งไปแล้ว เพราะหลุดเทรลมาไกล ขืนเดินกลับไป คงไม่ทันเป็นแน่กับเวลาที่เหลืออยู่
เพื่อนๆ ติดตามดู Trail สานฝันในตอนต่อไปนะขอร๊าบ ... ตะลอนฝัน บนสันสวย เทือกเขาหลวง นครฯ http://www.oknation.net/blog/vickie/2008/04/30/entry-2 |