พิมพ์หน้านี้
|
ความเดิมตอนที่แล้ว : เดินขึ้นภูกระดึง กับระยะทาง 5.5 กม แล้วยังต้องเดินทางราบอีก 3.7 กม. จากหลังแป ถึง ศูนย์บริการนักท่องเที่ยววังกวาง ไปนั่งจับเจ่ารอสัมภาระ ที่มาหลังฝนตกหนัก http://www.oknation.net/blog/vickie/2008/06/02/entry-1
เมื่อคืนหลับสบาย ตื่นจนสายพร้อมกับแสงตะวันสาดส่อง ...มาภูกระดึงทีไร ไม่เคยตื่นทันไปดูตะวันขึ้นที่ผานกแอ่นกับเค้าซะที 5 5 5 5 ก็ธ่อ ป๋มขี้เกียจตื่น แต่ไม่เท่ากับขี้เกียจตั้ง 2 กม. เพื่อไปดูอาทิตย์ขึ้น หลังจากดูโปสการ์ดที่วางขายแล้ว ป๋มก็ตัดใจได้ นอนตื่นสายดีกว่า ...หุหุหุ เช้านี้โอ้เอ้ได้ไม่นาน เพราะนัดหมายเข้าป่าปิด 8 โมงเช้า รีบล้างหน้าล้างตา เปลี่ยนเสื้อผ้า ก่อนไปกินข้าว แล้วก็ตระเตรียมเสบียงมื้อเที่ยง วันนี้ พวกเราดังแล้วแยกวง ป๋มเข้าป่าปิดกับเพื่อนอีก 2 คน ส่วนอีก 4 คน ไปเดินเล่นถ่ายรูปตามผาต่างๆ
แต่มีเหรอที่เราจะได้เข้าป่าปิดกัน 3 คน ทีมเราไปกันทั้งหมด 10 คน เพราะไปรวมกับน้องอีก 2 กลุ่ม พอเจอหน้ากัน ต่างก็ร้อง "อ้าว" ก็ขึ้นสองแถวมาด้วยกันนินา
"ป่าปิดภูกระดึง" พื้นที่โซนในที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าได้ในช่วงฤดูร้อน ระหว่างเดือนเมษายน - พฤษภาคม จากนั้นก็จะปิดพร้อมกับการปิดให้ให้นักท่องเที่ยวขึ้นภูกระดึง พื้นที่ป่าปิดส่วนใหญ่เป็นทุ่งหญ้า มีแนวหินใหญ่เหมือนเป็นสันเขื่อนกันดินถล่ม ตามขอบเขา 2 ฝั่ง ที่ได้ชื่อว่า "กำแพงเมืองจีน" มีน้ำตกขึ้นชื่อคือ "น้ำตกหงษ์ทอง" กับ "น้ำตกขุนพอง" ที่มีต้นเมเปิ้ลใหญ่ แผ่กิ่งก้านอยู่หน้าน้ำตก
อ้อมหลังองค์พระไปไม่ไกล ก็ข้ามน้ำตกธารสวรรค์ ป๋มอดไม่ได้ที่จะหยุดถ่ายรูป วันนี้ก็งัดกล้องตัวเดิมนั่นแหล่ะมาใช้ แต่คงต้องเปิดไว้ตลอดเวลา พร้อมไม่งั้นฟังเสียงเฟืองมันครืดคลาดแล้วใจหาย ... คราวนี้น้ำน้อยกว่าที่เคยไปเมื่อคราวก่อนมากทีเดียว เดินข้ามสบายๆ
ว่าแต่หยุดถ่ายรูปนิดเดียว คนอื่นเดินหายไปแล้ว "หุหุ ... เค้าไม่ถ่ายรูประหว่างทางเดินกันเลยเหรอ" ป๋มได้แต่คิดในใจ อ้าวนั่นเจ้าโก หยุดถ่ายรูปทิวสนอยู่ข้างหน้าเหมือนกัน ลงท้ายเรา 2 คนก็เดินตามหลังไปห่างๆ ดีกว่า
เดินไป ถ่ายรูปไปกับเส้นทางคุ้นเคย สองปีผ่านไป เส้นทางป่าปิดก็ยังคงเดิม รายทางที่สองเท้าก้าวผ่าน มีทั้งกระดุมเงิน หม้อข้าวหม้อแกงลิง กับดอกอะรูมิไร้ ทั้งสีเหลือง และสีชมพู
ชอบที่สุด วันนี้ฟ้าแจ่มใสสีฟ๊าฟ้า มีเมฆเป็นริ้วขาวๆผาดผ่าน ทำให้เรา 2 คน เดินไปได้อย่างช้า ช้า .... ช้า
ดอกหญ้าที่ชื่นชอบ กับสายลมพัดโบก จำได้ว่า 2 ปีก่อนก็ถ่ายรูปมุมเนี่ยะ แต่ฟ้าคนละอารมณ์เลยเชียว
วันนี้ขอถ่ายภาพท้องฟ้า ท้องฟ้า และท้องฟ้า เยอะๆ นะฮับ ก็ป่าปิดภูกระดึงหน่ะ ระหว่างเส้นทางก็ดูจะเป็นทุ่งหญ้าซะเป็นส่วนใหญ่ แล้ววันนี้ฟ้าก็เป็นใจซะด้วย
ป๋มถ่ายรูป ไป จินตนาการไป ผ่านทุ่งหญ้า กับแดดร้อนๆ ในบางช่วงที่พอกลับถึงบ้านก็กลายเป็นเหลนท่านเปาเลย แถมหน้าลอกอีกต่างหาก
เราเดินโอ้เอ้กว่าเพื่อนๆ แต่ยังไงก็ไปเจอกันที่ก้อนหินใหญ่ นู่นไง ....เพื่อนๆ เหลือตัวจี๊ดเดียว แนวต้นไม้ริมเขา
น้ำตกผาน้ำผ่าวันนี้ก็ชัดเจน โรยตัวสูงอยู่ฝั่งกำแพงเมืองจีนด้านบน ซึ่งเราไม่ผ่านไป หากเพราะเราจะเลาะลงด้านล่างไปน้ำตกหงษ์ทอง
หลังถ่ายรูป เริงร่า บนหินก้อนใหญ่พักหนึ่ง เราก็ไต่ลงด้านล่างข้างก้อนหิน โอววว ลงไปด้านล่างนั่นแหล่ะ ถึงได้เห็นว่า ก้อนหินที่เราไปยืนอยู่เมื่อครู่ ทำไมดูอลัง ขนาดนี้
อ้อมหินใหญ่ เริ่มไต่ระดับลง อุอุอุ คราวก่อนไม่ได้มาทางนี้ เพราะฝนหนัก น้ำเยอะ ข้ามน้ำไม่ได้ เลยอด แต่คราวนี้ไม่พลาด ไต่ระดับลงเรื่อยๆ พร้อมกับเสียงน้ำสะท้อนขึ้นมา อ่า...คงใกล้ถึงแล้ว
"เดินระวังกันนะ วันก่อนนักท่องเที่ยวลื่นตกน้ำ กล้องเจ๊งเลย" ป๋มได้ยินเจ้าหน้าที่พูดขึ้นมา อ้อ... น้องฟ้า ที่เดินมากลุ่มเดียวกันก็บอก
แต่ไอ้ตอนข้ามน้ำนี่ดิ ทำเอาหวาดเสียว แต่มากันตั้งหลายคน ก็ช่วยกันจับ ช่วยกันจูง ผ่านไปนั่งพักเหนื่อยกันอีกฝั่งได้ไม่ยากจนเกินไปนัก
เราออกเดินกันต่อ เป้าหมายน้ำตกขุนพอง ที่พักกินข้าวเที่ยงของเรา ช่วงนี้น้องหลายคนเดินลื่นๆ ไป ซึ่งก็ไม่เกินความสามารถ เดินขึ้นเดินลง แต่ดูจะขึ้นเป็นส่วนใหญ่ อ้อมเขาไปอีกด้านหนึ่ง พอโผล่เท่านั้นแหล่ะ เราก็ไปเจอ .... โอว ว ว ว **** เจออะไร ... อยากรู้แล้วใช่ม๊า ... คลิกไปอ่านต่อได้เลยฮับ |