พิมพ์หน้านี้
|
เพิ่งปิดโทรทัศน์ทีรายงานข่าวว่าหมูราคากำลังจะขึ้นเพราะอาหารหมูแพง ... วันก่อนพี่สาวบอกว่ากินข้าวให้ระวังอย่าให้เหลือ ที่เหลือก็เก็บใส่ตู้เย็นไว้แล้วเอามาอุ่นกินได้อีกวันหลัง ถามว่าทำไม ... พี่ผมตอบว่า ตอนนี้ข้าวราคาขึ้นไปกระสอบละ 500 บาทแล้ว เพราะจีนมากว้านซื้อข้าวไปหมด ข้าวในประเทศเหลือน้อย ราคาก็เลยขึ้น อืม..ผมก็ไม่ได้ถามต่อนะครับว่า ไอ้ราคาที่ขึ้นนะชาวนารวยขึ้นหรือพ่อค้าคนกลางรวยขึ้น แต่ไปถามแม่ค้าข้าวแกงที่ซื้อกันประจำว่าข้าวขึ้นราคามั้ย แกก็บอกว่าขึ้นสิ ผมก็บอกข้อมูลไป พอดีของแกไม่ได้ซื้อเป็นกระสอบน่ะครับ ทีนี้พอแกคิดไปเรื่อยแกเลยบอกว่า โห...นี่เท่ากับราคาที่แกซื้อนี่ ถ้าคิดเป็นกระสอบมันแพงขึ้นตั้ง 800 บาทแน่ะ... เราแกล้งโง่กันหรือเปล่า...อันนี้เป็นคำที่น่ารักครับ เวลาที่ผมเห็นเจ้ากระทรวงพาณิชย์ออกมาบอกว่าต้องมีมาตรการโน้นนี่เพื่อแก้ไขปัญหา พร้อมกับบอกว่าใครฉวยโอกาสขึ้นราคาจะจัดการเด็ดขาด..แล้วเป็นไงล่ะครับ มีใครจัดการได้บ้าง แต่ผมก็พยายามเชื่อนะครับ จนวันนี้เลยคิดว่าเรามายอมรับความจริงกันดีกว่า ความจริงที่ว่าคงต้องค่อยว่ากันไปนะครับ สมมุติว่า ชาวนารวยขึ้นจริงๆจากราคาข้าวที่ขึ้น ชาวนาส่วนใหญ่ก็เป็นหนี้ค่าปุ๋ยกันอยู่แล้ว ก็ต้องเอาเงินไปใช้ให้เถ้าแกร้านขายปุ๋ย บางคนเป็นหนี้การพนัน ติดเหล้าก็ต้องเอาเงินไปใช้หนี้เหล่านั้น ราคาข้าวที่ขึ้นมาก็ไม่ตกไปถึงชาวนาที่จะทำให้ความเป็นอยู่ดีขึ้น เวลาเราดูชาวนาในต่างประเทศ เรามักจะบอกว่า ทำไมชาวนาชาวสวนเขาดูดีจัง ดูร่ำรวยนะ แต่ความจริงเกษตรกรทุกประเทศเจอปัญหาเหมือนกันหมด สุดท้ายรัฐบาลก็ต้องเข้ามาช่วยอุ้ม ทำให้ราคาพืชผลไม่เป็นราคาที่ควรจะเป็น มีประเทศเดียวในโลกมั้งที่รัฐบาลไม่ต้องเข้ามาแทรกแซงราคาพืชผลการเกษรตร ก็ที่นิวซีแลนด์ เพราะที่นั่นเกษตรกรเขามีความรู้ที่จะส่งลูกๆไปเรียนหนังสือ และเรียนเกี่ยวกับด้านเกษตร จบกลับมาก็มาทำงานฟาร์มต่อจากพ่อ แม่ ผลก็คือเกษตรกรรุ่นที่ 2 มีความรู้มากขึ้น เขารู้ว่าอะไรควรใช้ไม่ควรใช้ อย่างปุ๋ย ก็รู้ว่าควรใช้เมื่อไหร่ถึงจะดีในปริมาณที่เหมาะสม ไม่เหมือนบ้านเรา นี่ถ้าขุดดินออกไปทั้งหมดแล้วใช้ปุ๋ยปลูกแทนคงจะทำกันไปแล้ว ที่นิวซีแลนด์เกษตรกรเขารวมกลุ่มกันได้ แล้วจัดการราคาสินค้าของพวกเขาเอง จนรัฐบาลไม่ต้องเข้ามาแทรกแซง ปัญหาที่เราก็รู้คือ ไม่มีใครอยากลำบากครับ พ่อแม่สมัยก่อนก็จะบอกว่า ส่งลูกเรียนสูงๆจบมาจะได้ไม่ลำบากเหมือนพ่อแม่ นั่นคือพ่อแม่อาจจะขายก๋วยเตี๋ยว ทำนา ทำไร่ พอลูกๆจบหมดเราเลยไม่มีร้านก๋วยเตี๋ยวอร่อยๆ ชาวนา ชาวไร่ก็ขายที่ดินไร่นาหมดเพราะไม่มีใครทำ คนที่ยังทำนาต่อก็คือคนที่ไม่มีทางเลือกจริงๆ ดังนั้น ความรู้ด้านการเพาะปลูกที่ควรรู้ก็ไม่รู้ ยังใช้ปุ๋ยกันต่อไป นี่ไงครับ ปัญหามันก็เดินทางมาถึงปลายทาง คือ เราต้องจ่ายบางสิ่งแทนบางอย่างที่เราไม่ได้ทำ ก็จะมีอะไรล่ะครับที่ต้องจ่าย ถ้าไม่ใช่เงิน ผมไม่ได้เรียกร้องให้ใครมาจัดการกับปัญหานี้ ไม่มีใครทำได้ใน 4 ปีแน่นอนครับ เพราะมันเกี่ยวกับเงื่อนไขแนวความคิด Concept การใช้ชีวิตของคนไทย มันเปลี่ยนยากจะตาย แต่เราก็ต้องเปลี่ยนครับ ไม่ใช่แกล้งโง่ให้นักการเมืองหลอกเล่นไปวันๆ ทั้งที่ไม่มีใครแก้ปัญหาของแพงได้ เพราะต้นทุนมันแพง เพียงแต่คุณ คนไทยด้วยกันเวลาของแพงต้องช่วยกันนะ พ่อค้าแม่ค้าที่หวังฟันกำไรเละ ก็อย่าขึ้นราคาให้มันโหดนักเลย เพลาๆกันบ้านเถอะ คุณกอบโกยกันมามากแล้วนะ ส่วนเราคนกิน ก็ต้องกินต่อไป เมื่อวานครูแหลมบอกว่า ป้าเขียว..แม่บ้านที่โรงเรียนมีแนวความคิดว่าต้องปลูกผักปลูกพืชกินกันเองแล้ว ให้ครูแป๋มไปหาเมล็ดพันธ์กันมา ... ผมว่าไอเดียนี้ก็ดีนะ บรรพบุรุษเราทำกันมานานแล้วไอ้รั้วกินได้นี่ เมื่อก่อนตำลึง ขี้เหล็ก ยอดมะขาม ของพวกนี้เขาเดินเก็บกันทั้งนั้นแหละครับ แม่ค้าไม่ค่อยได้ขายกันหรอก ต่อมาเราอยากให้บ้านเราสวยอย่างบ้านฝรั่งที่ปลูกดอกไม้กันเยอะๆ ก็เลยเปลี่ยนมาเอาพวกนี้ออกไป แล้วหันไปซื้อผักเหล่านี้ในตลาดแทน เห็นมั้ยครับว่า เมื่อเราไม่ทำบางอย่าง เราก็ต้องจ่ายเป็นบางสิ่งออกไป..ก็เงินอีกนั่นแหละ...ครับ
|
| ข้าวไทยทำไมแพง | ||
คนไทยผลิตข้าวได้เอง แต่ต้องกินข้าวแพงกว่าคนอื่น |
||
|
View All |
||