พิมพ์หน้านี้
|
ช่วงที่ผ่านมา บ้านเรามีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย มากจนผมคิดอะไรไม่ค่อยออก จนมีเพื่อนชาว Blog เข้ามาบอกว่า "แหม..ชักจะอืดๆไปนะบล็อกนี้" ผมเลยกลับมานั่งดูบล็อกย้อนหลัง และพบว่า "โห...นี่ผ่านมา ๓ สัปดาห์แล้วที่คนโง่ปั่นจักรยานไม่ได้โพสเรื่องใหม่ๆเข้ามาเลย..." ครับ..การเดินทางค้นหาบ้านที่ทำขนมฝรั่งกุฎีจีนในครั้งนี้ เราก็จะได้เห็นและรับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับขนมฝรั่งที่สืบทอดกันมาถึง ๕ ชั่วอายุคนกันแล้ว และแน่นอนครับว่า ต้นตระกูล ของท่านที่ทำก็ต้องเป็น ฝรั่งโปรตุเกส นั่นแหละ
ถ้าพูดถึงฝีมือการทำขนมแล้วล่ะก็ ผมนึกถึง ท้าวทองกีบม้า ครับ ... ท่านคือภรรยาของขุนนางฝรั่งเศสที่ยิ่งใหญ่เหลือเกินในสมัยสมเด็จพระยารายณ์มหาราช คือ คอนสแตนติน ฟอลคอน หรือ เจ้าพระยาวิไชยเยนทร์ ท่านผู้นี้เป็นผู้ที่ทูลให้สมเด็จพระนารายณ์ทรงสร้างป้อมปราการขึ้นระหว่างสองฟากฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาที่บางกอก และอยู่เหลือมาจนปัจจุบัน คือ ป้อมวิไชยประสิทธิ์ ในกองทัพเรือ เมื่อสิ้นสมเด็จพระยารายณ์และสามีของท่าน คือ ท่านฟอลคอน ซึ่งถูกสังหารในคราวพระเพทราชายึดอำนาจและปราบดาภิเษกขึ้นเป็นกษัตริย์อยุธยา ท้าวทองกีบม้าผู้ภรรยา ต้องตกระกำลำบากทั้งถูกจับถูกขังในคอกม้า เมื่อหนีออกมาได้ก็หอบลูกหนีมาแถวบางกอกมาขอความช่วยเหลือจากทหารฝรั่งเศส แต่กลับถูกจับขังซ้ำสองที่ป้อมวิไชยประสิทธิ์ โดยเพื่อนทหารฝรั่งเศสของสามี ถูกขังอยู่บนป้อมที่ครั้งหนึ่งสามีของนางเป็นผู้ริเริ่มให้ก่อสร้างด้วยซ้ำ ถึงแม้ว่าท้าวทองกีบม้าจะตกระกำลำบากปานใด แต่ด้วยฝีมือการทำขนมที่เลื่องลือไปทั่วพระนคร ทำให้แม้ท่านจะถูกสั่งคุมขังในสถานที่ต่างๆ แต่ท่านก็ยังต้องมีหน้าที่ทำขนมส่งเข้าไปถวายเจ้านายในวังอยู่ตลอด ด้วยความเลื่องลือของฝีมือการทำขนมของท่าน ในบั้นท้ายชีวิตท้าวทองกีบม้าจึงได้กลับเข้าสู่วังหลวงอีกครั้ง ด้วยฝีมือการทำขนมอันสุดแสนจะเลิศล้ำของท่านนั่นเอง เข้าใจว่าฝีมือการทำขนมของท่าน ผมเชื่อว่าลูกหลานเชื้อสายของท่านก็ยังคงหลงเหลือสืบเชื้อสายมาจนถึงสมัยกรุงธนบุรี กรุงเทพฯจนปัจจุบัน... ขนมฝรั่งกุฎีจีน ก็คือขนมที่ฝรั่งที่โปรตุเกสทำสืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่นนับถึงวันนี้ประมาณได้ ๕ รุ่น หรือ ๒๐๐ ปีกว่าๆแล้ว
วันนี้..ลูกหลานคงไม่มีเค้าโครงฝรั่งให้เราเห็นได้เด่นชัดนัก แต่ผมก็รู้สึกขนลุกทุกครั้งที่คิดว่า คนซึ่งหน้าตาเป็นไทยๆ แต่พอนับย้อนขึ้นไปเขามีบรรพบุรุษฟากหนึ่งเป็นฝรั่ง!!! โป้ง .. ชายผู้ที่สืบทอดการทำขนมฝรั่งกุฎีจีนมาจากเชื้อสายทางคุณตา ได้เล่าให้ฟังว่า ความจริงขนมชนิดนี้มีทำมาตั้งแต่สมัยอยุธยากันแล้ว พอฝรั่งโปรตุเกสเข้ามาสยาม ก็เอาวิธีการทำขนมพวกนี้เข้ามาด้วย และชาติโปรตุเกสน่าจะเป็นชาติที่ทำขนมได้อร่อยเหลือเกินในสายตาของโป้ง และยิ่งอร่อยขึ้นเมื่อเกิดการผสมผสานเข้ากับวิธีการทำขนมแบบไทยๆ
ทุกวันนี้ สถานฑูตโปรตุเกสยังส่งการ์ดเชิญมาถึงโป้งและครอบครัวทุกวันชาติโปรตุเกส และนั่นทำให้เขาได้ลิ้มรสชาติอาหารโปรตุเกสฝีมือแท้ๆของชาติบรรพบุรุษของเขา แม้วันนี้ คนรุ่นใหม่จะมีขนมฝรั่งหน้าตาดีๆราคาแพงๆทานกันอย่างอร่อยล้ำ แต่ในอีกซอกหลืบหนึ่งของบางกอก ยังมีกลุ่มคนเล็กๆ อย่างน้อยก็อีกสองตระกูล คือตระกูลยายเป้าและตระกูลธนูสิงห์ (ของโป้ง) ที่ยังคงสืบต่อการทำขนมที่มีอายุสืบต่อกันมายาวนานกว่า ๒๐๐ ปีแล้ว "เราไม่ได้กินแค่ขนม แต่ เรากินฝาบ้าน เรากินประวัติศาสตร์ของครอบครัวเขาเข้าไปด้วย...." ครูแหลมพูดหลังจากกลืนขนมที่ทำสืบต่อกันมากว่า ๒๐๐ ปี...
" คลิก play เพื่อเริ่มดู ![]() ครั้งต่อไป... "คนโง่ปั่นจักรยาน" จะพาทุกท่านไปพบกับ โบสถ์ซางตาครู้ส ... ที่ครั้งหนึ่งสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง เมื่อกองทัพสัมพันธมิตร นำเครื่องบินมาทิ้งระเบิดหวังถล่มบางกอกให้ย่อยยับ วันนั้น..ชาวบ้านฝั่งท่าเตียนมองเห็น "พระแม่มารี" ทรงยืนถือผ้าเช็ดหน้าอยู่เหนือโบสถ์โบสถ์แห่งนี้ และระเบิดพลาดเป้าหมายไปหมดแทบทุกลูก.... โปรดติดตาม
*ชมรายการย้อนหลัง http://www.oknation.net/blog/visa
|
| ข้าวไทยทำไมแพง | ||
คนไทยผลิตข้าวได้เอง แต่ต้องกินข้าวแพงกว่าคนอื่น |
||
|
View All |
||
| << | กรกฎาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||