พิมพ์หน้านี้
|
ก็ผ่านไปอีกปีแล้วนะครับสำหรับชีวิตคนเรา....อะไรที่ดีงาม ก็ขอให้ยังคงอยู่ในใจในกายในความคิดอันอุดมสมบูรณ์ อะไรที่ร้ายกาจและเป็นโลภะ โทะ โมหะ ก็ให้ทิ้งไปกับปีหมูป่าเขี้ยวตันละกัน....อย่าเก็บเอาไว้เผาผลาญทำลายตัวเอง . เริ่มเรื่องก็เมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ผมปรึกษากับเพื่อน ๆ ว่า ปีนี้จะไปพักผ่อนวันปีใหม่ที่ไหนกันดี ทำท่าว่าจะไปต่างประเทศแถวยุโรป สวิสเซอร์แลนด์ ก็มีตังค์ไม่พอ (แล้วจะดูทำไมเนี่ย) กระวนกระวายหลายวัน เพราะอยากพาเจ้าตัวน้อย"ศุภศรุต" ไปเที่ยวเล่นบ้าง พาไปนอนนับดาวบนฟ้าเป็นจังหวะ Countdown กันตามประสาเพื่อนฝูง (คนหนึ่งเป็นพ่อ คนหนึ่งเป็นลูก แต่เป็นเพื่อนกัน) . ตัดสินใจไม่ได้สักกะที เพราะมีปัญหาเรื่องงบประมาณ ก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น นั่นพี่ชายของเราเอง เพื่อน(พ่อ)ของอัศจรรย์และปาฏิหาริย์ ฝาแฝดอินเทรนด์ ....พี่ชายของศุภศรุต . ปรึกษากันว่าจะไปไหนกันดี ขอแบบประหยัด เพราะปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจฝืดเคืองพอดูช่วยแนะนำหน่อย ...ไปกันหมดเลย หลายครับครัวที่ดองญาติกันฝั่งพี่ชาย ...เอาแบบตั้งแคมป์นะ...ทำอาหารเองบ้างบางมื้อ .....เอาที่ที่มีที่เที่ยวเยอะ ๆ สวย ๆ .......เอาให้ประทับใจ...จะเอาแม่แฟนอายุมากไปด้วย....จะเอาแม่เราไปด้วย.... . เงื่อนไขที่บอกก็เยอะ แถมยังบอกว่า จะชวนพี่สาวของแฟน เจ้าของร้าน "อร่อยแน่นอน" ชื่อดังย่านพระราม 9 ไปด้วย เอาลูกเอาหลานไปกันให้หมด ...ให้ผมจัดโปรแกรมให้หน่อย และผมต้องไปด้วยนะ . มันคงรับกันพอดี เรียกว่า"เข้าทาง" กับแผนการตั้งแคมป์ หรือ Camping แล้วค่อยตะลอนไปเที่ยวรอบ ๆ แถว ๆ ที่ตั้งแคมป์นั้นในช่วงปีใหม่ อีกทั้งมี Sponsorship จึงนึกออกอย่างรวดเร็ว ด้วยปีที่แล้วผมเป็นกรรมการยุทธศาสตร์ท่องเที่ยวของจังหวัดราชบุรี หากนึกถึงป่าเขาที่หนาวเย็น ไอหมอกที่ขาวสะอาด และป่าไม้ที่มีลำธารน้ำใสเย็นไหลอยู่ตลอดปี ก็คงจะต้องเป็น "อำเภอสวนผึ้ง" จังหวัดราชบุรี จะเหมาะสมที่สุด . และผมก็อยากไป เพราะใกล้บ้านที่สุด ... .
. หลายคนคงเคยไปแล้ว หลายคนก็คงไม่เคยไป ผมจึงโทรจองที่พักกับคุณโต้ง ( 0810165004) เจ้าของ ไร่อุษาวดี รีสอร์ท ที่พักและแหล่งท่องเที่ยวอันมีชื่อเสียงของอำเภอสวนผึ้ง คุณโต้งเป็นคนน่ารักครับ เป็นประธานชมรมธุรกิจท่องเที่ยวสวนผึ้ง ใครสนใจจะไปพักผ่อนโทรไปตามเบอร์นี้ได้เลย . ที่พักเต็ม ครับ เต็มมาสามเดือนแล้ว แต่ถ้าเป็นคืนเดียวในที่ 29 ก็ว่างหนึ่งห้อง ส่วนหลังจากวันนั้นไม่ว่าแล้วครับ ผมมาช้าไปสามเดือนหรือนี่ !!! . เอาอย่างไงดี....งั้นเราก็กางเต้นท์กันทั้งหมดดีกว่าไหมผมสรุปกับพี่ชาย" และจองห้องหนึ่งห้องสำหรับคุณแม่แฟนของพี่ชายและแม่ของเรา" . ส่วนเด็ก ๆ กว่า 8 คน อายุตั้งแต่ 3 เดือนยัน 13 ปี ก็จับนอนเต็นท์กันล่ะกัน เอาบรรยากาศ . เอาผ้านวมมารองพื้น ผ้าห่มหนา ๆ หมอน มาให้ครบคน และเตรียมเสื้อหนาวและยาด้วย เพราะอากาศที่นั่นจะหนาว . ไม่เห็นหนาวเลย กรุงเทพ ฯ ร้อนจะตาย พี่ชายและน้องสาวผมต่างตั้งข้อสงสัย . เอาเหอะ หนาวแน่นอน ทุกปีใหม่อากาศจะกลับมาหนาว ยิ่งเราต้องขึ้นไปบนยอดเขากระโจมตามโปรแกรมเช้าวันที่ 30 ด้วยแล้ว ต้องเตรียมไปให้พร้อม เพราะเด็ก ๆ จะหนาว . ที่อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี มียอดเขาที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลกว่า 1,000 เมตร เรียกว่า เขากระโจม ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ติดชิดกับชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในเขตจังหวัดราชบุรี และเป็นที่ตั้งของฐานตำรวจตระเวนชายแดน เพราะเขาลูกถัดไป จะเป็นที่ตั้งค่ายทหารประเทศเพื่อนบ้านขนาดใหญ่ครับ เห็นว่ามีกำลังพลตั้ง 500 นายประจำการอยู่ครับ . ครอบครัวของเราจึงออกเดินทางไปสู่จุดหมาย "ไร่อุษาวดี" ในวันที่ 29 ธันวาคม 2550 ผมรับหน้าที่ดูแลเรื่องน้ำ เตาแก๊สปิกนิก ถ้วยชามและอาหารว่าง แพ็คบรรทุกหลังรถกระบะเป็นที่เรียบร้อย . สวนผึ้งเปลี่ยนแปลงไปมากครับ โดยเฉพาะที่ดินที่มีราคาสูงขึ้น ยกตัวอย่างที่ดินของ ซินารี รีสอร์ท (หลายคนคงรู้จัก เป็นบูทีก รีสอร์ทสไตล์ บ้านดินเมดิเตอริเนี่ยนสีขาว ตกแต่งภายในเป็นอเมริกันคันทรี) ตอนซื้อมาครั้งแรกเมื่อ 7 ปีที่แล้ว ประมาณไร่ละ 60,000 บาท ปัจจุบันขึ้นเป็นสองแสนบาทแล้ว .
. เข้าสวนผึ้งก็เหมือนได้กลับมาที่ที่คุ้นเคย ทั้ง ๆ ที่ก็ไม่ได้มาบ่อย แต่คงเป็นเพราะตอนที่เป็นกรรมการท่องเที่ยวของจังหวัดอยู่นั้น ผมพยายามผลักดันให้สวนผึ้งเป็นพื้นที่การท่องเที่ยวเชิงนิเวศขนาดใหญ่ - มีป่าหนาวและหุบเขาที่ไหนบ้างใกล้กรุงเทพ ฯ ขนาดนี้ - จะหากุหลาบเมืองหนาว ระยะทางแค่ไม่ถึง 200 กิโลเมตร ฯ - จะดูทะเลหมอก ระยะทางไปถึง 200 กิโลเมตร จากกรุงเทพ ฯ - จะเที่ยวแบบ Off Road หรือจะมาพบโครงการ Taxi Off Road ขึ้นยอดเขาสูง ตามโครงการที่ผมวางไว้ ก็ต้องที่นี่ - ที่พักสไตล์หรู เดินทางสะดวก ไม่ถึงสามชั่วโมงดีจากกรุงเทพ ฯ ทั้งซีนารี นากายา และอ้อมกอดขุนเขา ที่มี บูทีก รีสอร์ทคอยต้อนรับท่าน อีกทั้งที่กางเต็นท์ ตั้งแคมป์แบบ Soft Adventures ริม "ลำธารภาชี" ลำธารเล็ก ๆ ที่เด็ก ๆ ลงเล่นได้ .
. ภาพ ดารันต์รีสอร์ท ตอนประชุมกรรมการยุทธศาสตร์ท่องเที่ยวจังหวัด ที่นี่มีห้องสัมนาขนาดใหญ่ บรรยากาศหุบเขาครับ . ที่สำคัญ หลายคนคงไม่รู้ว่า โครงการสำคัญในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศของจังหวัดราชบุรี คือการเปิดด่านตะโกปิดทอง เชื่อมถนนหลวงเอเชียจากสวนผึ้งและสุพรรณบุรี ออกไปสู่ประเทศพม่า ใครจะรู้บ้างว่า อีกเพียง 170 กิโลเมตรจากชายแดน ก็จะไปถึงทะเลอันดามันหรืออ่าวเบงกอล .
. ภาพ ทรัพย์คณารีสอร์ท ใกล้ตัวอำเภอสวนผึ้ง ในช่วงหน้าน้ำมีเรือคายัคและการล่องแก่งลำน้ำภาชีบริการครับ . ที่นั่น มีหมู่เกาะแบบพีพีและชายหาดที่สวยงาม ดิบ ๆ และเป็นธรรมชาติมากมาย รวมทั้งอาหารทะเลนานาชนิด !!! . ผมฝันตามโครงการไปว่า หากเราเปิดด่านและพัฒนาถนน (ในเงื่อนไขของประเทศพม่าด้วยนะครับ) ได้แล้ว เราก็จะสามารถไปเที่ยวอันดามันได้แบบ เช้าไป เย็นกลับ หรือจะพักเที่ยวเกาะแก่งทะเลมรกตอันดามัน ทานอาหารทะเลที่แปลกตาและมีมากมายหลากชนิด . ฝันของผมเป็นโครงการของรัฐบาลไทยครับ อีกประมาณ 5 10 นี้ ทุกอย่างก็น่าจะลงตัวแล้ว (ที่ดินแถบนี้กำลังแพงขึ้น รีบหาซื้อนะครับ) . กลับมาที่โปรแกรมการ "ท่องเที่ยววันฟ้าใหม่" ของผมกันก่อน . ผมเริ่มเดินทางจากบ้านโป่ง บ้านของศุภศรุต ไปทางจังหวัดราชบุรี แวะซื้ออาหาร น้ำ น้ำแข็งใส่ถัง และของใช้จำเป็นสำหรับคน 20 คน 2 คืน . มาถึงตัวเมืองราชบุรีก็บ่ายมากแล้ว เข้าแยกสวนผึ้งตรงใกล้กับเขาแก่นจันทน์หรือแยกเขาวัง ตามเส้นทางหลวง 3208 ตรงไปยังสวนผึ้งโดยไม่ผ่านจอมบึงครับ หากไปเส้นจอมบึงก็จะต้องผ่าน ถ้ำจอมพล และถ้ำเขาบิน แหล่งท่องเที่ยวประเภทถ้ำที่มีชื่อเสียงของจังหวัดราชบุรีครับ . เผลอแผล็บเดียวก็มาถึงสวนผึ้ง ระยะทางเพียงประมาณ 60 กิโลเมตร ผ่านตัวอำเภอสวนผึ้งที่มีโรงพยาบาลสวนผึ้งอยู่ทางซ้ายมือ ก็ให้คิดถึงเรื่องราวระทึกขวัญเมื่อหลายปีที่แล้ว ที่มีการจับตัวประกันของกองกำลังกระเหรี่ยงก็อดอามีร์ และจบลงด้วยโศกนาฏกรรมสังหารหมู่ผู้ก่อการทั้งหลาย เป็นข่าวสะเทือนใจ !!! . ต่อจากสาวนผึ้งไปตามถนนที่ผ่านวกวนไปในหุบเขาน้อยใหญ่ของเทือกเขาตะนาวศรี ระหว่างทางก็ได้เห็นบ้านพักรีสอร์ทขนาดใหญ่อยู่ทางขวามือ มีชื่อว่า บ้านอ้อมกอดขุนเขา เป็นบ้านพักสไตล์บูทีก รีสอร์ท แบบบ้านดินเมดิเตอริเนียน คล้ายกับที่ซีนารีอันโด่งดัง .
.
. ถามไปมาจึงรู้ว่า ที่นี่เขาเป็นน้าของเจ้าของซีนารี มาลงทุนทำธุรกิจบ้านพักในเขตสวนผึ้ง เพราะเชื่อว่าในอีกไม่นาน เขตนี้จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยม เพราะมีทั้งธรรมชาติ ป่า ชายแดน ภูเขา หมอก บ่อน้ำร้อนและกลุ่มชาติพันธุ์กระเหรี่ยง เป็นเสน่ห์ที่คล้าย ๆ กับเมืองเหนือและเมืองใต้ แต่อยู่ห่างจากกรุงเทพ ฯ เพียง 180 กิโลเมตร .
. ผมมาถึงจุดหมาย ไร่อุษาวดีรีสอร์ท ซึ่งห่างจากสวนผึ้ง 27 กิโลเมตร ก็เย็นมากแล้ว จึงรีบจัดแจงกางเต็นท์ที่พัก และดูแลพื้นที่ให้กับครอบครัวอื่น ๆ ที่มาด้วย เพราะหลายคนก็ไม่ชำนาญ เช่นการหันหน้า การหันทิศในการนอนการจัดหน้าบ้าน การจัดที่นอน.... . จัดแจงเสร็จก็เริ่มมืด ฉุกละหุกกันบ้าง ตามธรรมเนียมชาวแค้มป์แบบ Family หากมันมืดมากแล้ว ก็จะให้หยุดกิจกรรมต่าง ๆ ค่อยทำต่อพรุ่งนี้เช้า เพราะเรามีเด็ก ๆ ต้องดูแล . เต็นท์ของศุภศรุตกางเรียบร้อยแล้วครับ เจ้าตัวเล็กเข้าไปวิ่งเล่นกับพี่ ๆ บนที่นอนอย่างสนุกสนาน !!! . อาหารเย็นวันนั้น เราฝากท้องไว้กับร้านอาหารของไร่อุษาวดีครับ บรรยากาศหนาว ๆ เด็ก ๆ ก็มาออกกำลังกันด้วยการเต้นตามเพลงเพื่อชีวิต ที่มาบรรเลงสดขับกล่อมอยู่บนลานอาหารท่ามกลางบรรยากาศขุนเขา . เสียดายที่ปีนี้ เห็ดญี่ปุ่นมีน้อย ใครมีโอกาส ไปเที่ยวสวนผึ้ง เห็ดญี่ปุ่นเป็นสุดยอดเมนูอาหารของที่นี่ อย่างลืมสั่งมาทานนะครับ ข้าวหน้าเห็ดญี่ปุ่น . จบจากอาหาร ผมไล่สมาชิกครอบครัวของญาติและเด็ก ๆ ทั้งหลาย เข้านอน เพราะพรุ่งนี้เช้า เราต้องออกเดินทางกันตั้งแต่ตีห้าครึ่ง เพื่อไปเที่ยวบนยอดเขากระโจมกัน . ไร่อุษาวดี เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของอำเภอสวนผึ้ง เป็นแหล่งปลูกดอกกุหลาบเมืองหนาวขนาดใหญ่ เป็นที่รู้จักกันดีของนักท่องเที่ยวครับ คุณโต้งเจ้าของ เป็นเหมือนแหล่งข้อมูลสารสนเทศการท่องเที่ยวของเขตธรรมชาติที่นี่ ใครอยากกิน อยากเที่ยว หรืออยากเดินป่า ใครอยากเที่ยวแบบไหน ก็ต้องมาถามคุณโต้งนี่แหละดีที่สุด . ผมตื่นตอนตีสี่เพราะนอนไม่ค่อยหลับ ออกมาข้างนอกเต็นท์ก็หนาว น้ำค้างก็ลงมาก ผมเริ่มต้มน้ำสำหรับใช้ชงนมและหากใครทนหนาวไม่ได้ก็จะได้หาอะไรอุ่น ๆ ที่เตรียมไว้ดื่มแก้หนาวกัน . ท้องฟ้าและดาวสวยแจ่มใส ที่ตั้งแค้มป์ของไร่อุษาวดีเป็นที่โล่ง แต่อากาศหนาวไปหน่อย หลายคนก็เลยนอนไม่หลับ ผิดที่ผิดทางกัน ผิดอากาศ . จนรถ Off Road รับจ้าง เดินทางมารับเรา คันหนึ่งคิดราคา 1,500 บาทครับ นั่งได้ประมาณ 10 คน ผมจ้างไว้สองคัน ในรถจะมีเตาปิกนิก กาน้ำและน้ำ 1 คูลเลอร์บรรทุกขึ้นไปพร้อมกับเรา . ผมจึงเตรียมอาหาร ทั้งโจ๊กและบะหมี่แบบสำเร็จรูป ชา กาแฟ โอวัลติน และนมให้กับทุกคน . กว่าจะลุกกันขึ้นมาได้ ก็ใช้เวลาอีกเล็กน้อย ศุภศรุตตื่นมาก็ยิ้มหวานเพราะนอนเต็มอิ่ม ตื่นมาก็ฉี่ข้างหน้าเต้นท์ทันที แปลกนะ เด็ก ๆ ชอบถีบผ้าห่มออก ในขณะที่เราหนาวจะตายอยู่แล้ว ก็เลยพาลนอนไม่ค่อยหลับ . คณะของเราไม่ใช่คณะเดียว มีอีกหลายคันหลายคณะ ที่ขึ้นไปพร้อม ๆ กันในช่วงเช้านี้ ทุกคนหวังตรงกันว่าจะได้เห็น "ทะเลหมอก" กันในยามเช้านี้ . ทางรถก็สะดวกขึ้น มีการตัดถนนขึ้นไปบนยอดเข้ากระโจมประมาณ 3 กิโลเมตร และมีข่าวว่าต้องหยุดสร้างลงแค่ตรงนี้ เพราะมีคำสั่งจากเบื้องสูง ซึ่งห่วงใยเกี่ยวกับผลกระทบของการตัดถนนขึ้นไปบนยอดเขา จะเป็นการทำลายการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และกิจกรรมของผู้คนในท้องถิ่น . ผมเห็นด้วยเลยครับ !!! . ระยะทางก็ไม่ไกล แต่ทางขึ้นสุดสนุก ทางชันมากและถนนเป็นร่องดิน คงต้องใช้ 4wd เท่านั้น บางช่วงก็ผ่านลำธาร รถหายไปครึ่งคัน ...น่าตื่นเต้นดีครับ .
. .
.
.
.
. ขึ้นมาเกือบถึงยอด ดูท่าทางวันนี้คงผิดหวัง หมอกไม่หนาอย่างที่คิดหวังไว้ ปีใหม่นี้คงไม่เห็นทะเลหมอกแห่งขุนเขาตะนาวศรีเป็นแน่แล้ว . บนยอดเขา มีรถกระบะ 4WD จำนวนมากขึ้นมาตั้งเต็นท์บนยอดเขากระโจมอยู่ก่อนหน้า เมื่อคืนแล้ว และก็คงผิดหวังไปตาม ๆ กัน . แต่ก็ไม่เป็นไร อากาศหนาวและหมอกน้อย ๆ ในฝั่งพม่า ก็ยังพอช่วยให้เราสร้างภาพของทะเลหมอกในจินตนาการได้ไม่น้อย . อากาศหนาวพอควร ศุภศรุตถึงกับเป็นหวัด แต่ก็วิ่งเล่นไปบนยอดเขาอย่างสนุกสนาน .
.
. หมาบนยอดเขานี่ น่ารักทุกตัว คงเพราะคุ้นเคยกับนักตั้งแค้มป์ที่ขึ้นมาปักหลักกินนอน คงมีอาหารเหลือกิน จนกลายเป็นสุนัขเชื่องไป เพราะเชื่องนี่แหละเลยอ้วนทุกตัว .
. หลังจากชื่นชมยอดเขากระโจม ในวันที่ไม่มีหมอก ผมบอกแก้เกี้ยวไปกับทุกคนว่า แสดงว่าปีนี้ ชีวิตของเราจะสดใส ไร้เมฆหมอก เป็นนิมิตหมายที่ดี เราก็เดินกลับมาที่รถ และก็ทานอาหารเช้าร่วมกัน อย่างทุลักทุเล แต่ก็สนุกสนาน .
.
. เช้าวันฟ้าใหม่ผ่านไปวันแรก อากาศหนาวกำลังสบาย เราลงจากยอดเขากระโจมมามาสู่พื้นราบ .
. วันแรกนี้เราออกเดินทางไปเที่ยวที่ใกล้ ๆ กันก่อน ผมจึงเลือกไปทานอาหารกลางวันที่ "ภโวทัย รีสอร์ต" ใกล้ ๆ กับตัวอำเภอสวนผึ้ง ที่นี่อาหารอร่อย มีที่พักริมลำธารภาชี มีพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านอันเป็นที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อแห่งหนึ่งของอำเภอสวนผึ้งครับ . ระหว่างรออาหาร ซึ่งจะนานมากเพราะเป็นช่วงเทศกาล คนงานน้อย คนเข้ามาใช้บริการมาก ผมจึงพาศุภศรุตไปเดินเล่นในลำธารน้ำใส .
. ด้วยเพราะผมคงมาพักที่นี่บ่อยครั้ง จึงรู้สึกคุ้นเคย ลำธารภาชีที่นี่ตื้น น้ำใสเย็น เด็ก ๆ จะชอบกันมากครับ . เผลอแผล็บเดียว ศุภศรุตก็แปลงร่าง !!! .
. หัวเราะร่าเริงในลำธาร แต่ไม่ได้ตั้งใจมาเล่นน้ำ ตั้งใจมาทานอาหารชมบรรยากาศ เที่ยวพิพิธภัณฑ์เลยไม่ได้เตรียมชุด แต่ก็อยากเล่นนี่นา .
. จากภโวทัย รีสอร์ต คณะของพี่ชายและญาติ ๆ เริ่มเหนื่อยเพราะต้องตื่นแต่เช้ากัน จึงขอกลับไปนอนที่พักก่อน ผมจึงขับรถไปเที่ยวต่อที่ แก่งส้มแมว กะว่าจะดูเฉย ๆ เพราะเวลาก็บ่ายมากแล้วครับ . ขับรถมาจากภโวทัยกว่า 25 กิโลเมตร ก็จะมาถึง "ศูนย์ศึกษาพรรณไม้ป่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์" แก่งส้มแมวเป็นแก่งโขดหินกลางลำน้ำภาชี เป็นตำหนักที่ประทับชั่วคราวของสมเด็จ ฯ และเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ได้รับความนิยมมาก ฝั่งตรงข้ามเป็นรั้วของเขตอนุรักษ์สัตว์ป่า ที่มีเก้ง กวางและนกยูงตัวเป็น ๆ ออกมาเดินอวดโฉมกันให้เห็นจะจะ .
. วันนี้ก็เลยกลายเป็นว่าเป็นการขับรถมาสำรวจความน่าเที่ยวให้กลุ่มญาติก่อน พรุ่งนี้ค่อยชวนมาล่ะกัน เพราะน้ำเย็นไหลเซาะไปมาตามแก่งมากพอ ยังไม่แล้ง น่าเที่ยวมากครับ . คืนที่สองนี้ เราก็ทำอาหารในแค้มป์กันพอควร เช่นทอดไข่ มาม่าคัพ นั่นก็เพราะมีข้าวกล่องที่สั่งมาจากข้างนอกตั้งแต่ช่วงเย็นเป็นอาหารหลักอยู่แล้ว . มาตั้งแค้มป์ในรีสอร์ทก็อย่างนี้แหละ ไม่ใช่ตั้งในอุทยานแห่งชาติ กลางป่าจริง ๆ แบบนั้นลำบากจะตาย !!! . หลายคนก็หลับตาลง เพราะเริ่มจะคุ้นเคยกับพื้นที่ คนก็เข้ามามากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งบ้านพักของรีสอร์ทเองก็เต็ม ลานกางเต็นท์ก็เริ่มไม่มีมุมสวย ๆ เหลือแล้วครับ . คืนวันที่ 30 นี้ ดาวยังสวยเช่นเดิม ศุภศรุตหลับสบายอีกแล้ว !!! . เช้าวันที่สาม ตื่นนอนมาตอนเจ็ดโมงเช้า ผมก็รีบต้มน้ำ สำหรับเครื่องดื่ม ลวกไข่ และช่วยทำอาหารให้กับเด็ก ๆ ทั้งหลายก่อน ส่วนผู้ใหญ่ค่อยหากินกันเอง . วันที่ 31 นี้ ผมกำหนดโปรแกรม ไปเที่ยวที่แก่งส้มแมวกันก่อนครับ เอาเด็ก ๆ ทั้งหลายไปเล่นน้ำเย็นในแก่งใหญ่กัน . หากใครสนใจมาเที่ยวแก่งส้มแมว ที่นี่ก็มีการจัดพื้นที่บริการตั้งเต็นท์ไว้ให้ ส่วนบ้านพักมี 2 3 หลัง ก็คงเป็นเฉพาะข้าราชการเท่านั้นครับ ไม่ได้เปิดให้คนภายนอก แต่ก็เป็นบ้านพักที่ไม่ค่อยเป็นส่วนตัว เพราะตั้งอยู่ตรงทางเดินผ่านจากที่จอดรถไปที่ตัวแก่งหน้าตำหนักรับรองสมเด็จ ฯ .
. ที่แก่งส้มแมวนี้มีร้านอาหารไว้คอยบริการหลายร้าน โดยเฉพาะไก่ย่าง น้ำตกและลาบของที่นี่ สมาชิกยังเอ่ยปากว่า อร่อยที่ซู๊ด..... .
.
. . จากแก่งส้มแมวตอนบ่ายโมง ก็ยกโขยงลัดเลาะไปเที่ยว "ธารน้ำร้อนบ่อคลึง" เป็นธารน้ำร้อนหนึ่งในสองแห่งของจังหวัดราชบุรี ถือเป็นแหล่งน้ำแร่ น้ำร้อน ที่ใกล้กรุงเทพฯ มากที่สุดแล้วครับ . บ่อน้ำร้อนของประเทศไทยจะวางตัวจากแนวเหนือใต้ ตามเทือกเขาตะนาวศรี จากแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ไปจรดระนองครับ ส่วนที่จมไปในทะเล ก็จะกลายเป็นบ่อน้ำร้อนใต้ทะเล ที่เราพบเป็นภูเขาตะกอนอยู่ที่จังหวัดพังงาไงครับ เห็นออกข่าวใหญ่โตว่าค้นพบใหม่ จริง ๆ ก็คือรอยเลื่อนของเปลือกโลกที่มีน้ำซึมลงไปในระดับพอเหมาะพอดี แล้วก็ดันตัวขึ้นมาตามแรงอัดของความร้อนนั่นเอง . ที่บ่อคลึง เป็นแหล่งน้ำแร่ น้ำร้อน ที่มีคุณภาพของแร่ธาตุพอเหมาะสมจากการศึกษาวิจัยของกรมทรัพยากรธรณี คุณประโยชน์ก็คือ ดื่มบ้างก็ช่วยเสริมแร่ธาตุที่ขาดหายไปของร่างกาย แต่ดื่มมากไปก็ไม่ดีนะครับ มันจะสะสมในร่างกาย อาจเกินอันตรายได้ . แหล่งท่องเที่ยวนี้ยังมีปัญหา ผู้ครอบครองหรือเจ้าของที่ดิน โดนกรมป่าไม้ฟ้องร้องยึดคืนบ่อน้ำร้อน เพราะอ้างตามกฎหมายว่า เป็นสมบัติสาธารณะ เป็นสมบัติแผ่นดิน ฝ่ายที่ครอบครองในรุ่นลูกก็ไม่ยอม เพราะอ้างว่าบิดามารดาได้มาค้นพบแหล่งน้ำร้อน และพัฒนาที่ดินที่นี่จนเป็นแหล่งน้ำแร่ที่มีชื่อเสียงมาเป็นเวลานานแล้ว . ความขัดแย้งมีทุกที่ครับ หากเราเข้าใจ ก็อย่าทำตัวไปผสมโรงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง โดยไม่มีข้อมูลข้อเท็จจริง เพราะถึงแม้จะถูกต้อง แต่บางครั้งก็ไม่ถูกใจ บางครั้งเรื่องที่เราเห็นว่าถูกต้อง ก็เป็นเรื่องที่ผิดกฎเกณฑ์ กฎหมาย การพยายามเอาชนะคะคานด้วยคำพูด และจิตวิทยามวลชน หาเสียงหาพวก ก็คือการพยายามโฆษณาชวนเชื่อ . สุดท้าย เรื่องราวของความขัดแย้งก็จะดำเนินต่อไป หากเราทุกคนขาด "ความจริงใจ" ที่จะอยู่ร่วมกันในสังคมใหญ่ . บ่อคลึงก็เป็นตัวอย่างของความขัดแย้ง ที่อยู่ในกระบวนการศาลยุติธรรม หากกรมป่าไม้ชนะและได้คืนไป ผลประโยชน์ย่อมกลับมาสู่สาธารณะ (หรือเปล่า?) หรือหากผู้ครอบครองทรัพยากรธรรมชาติโดยอ้างว่าค้นพบ และครอบครองมานาน หาผลประโยชน์กับทรัพยากรของแผ่นดินนั้น โดยนำรายได้และผลประโยชน์ตอบสนองให้กับพวกพ้องและวงศ์ตระกูลของตนเอง จะถือว่ามีสิทธิเป็นเจ้าของทรัพยากรธรรมชาตินั้นหรือเปล่า ? . ต่างคนก็ต่างใจ .....ความขัดแย้งมีทุกหนทุกแห่งครับ หากยังมี "มนุษย์" อยู่บนโลกนี้ !!! . ที่บ่อคลึง นอกจากจะมีบ่อเปิดสำหรับคนทั่วไป ก็ยังมีบ่อปิดแบบ สปา ซาวน่า เป็นบ่อน้ำวน แบบสระว่ายน้ำขนาดไม่ใหญ่นัก .
. คณะครอบครัวและญาติ ๆ ของศุภศรุต ต่างชอบใจ ที่มีบ่อน้ำร้อน น้ำแร่ให้มานั่งแช่กันในกลางขุนเขา . คนมาเที่ยวที่นี่มีจำนวนมากก็จริง โดยเฉพาะในช่วงเทศกาล แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่ลงเล่นน้ำครับ เพราะน้ำมันร้อน บ่อเปิด จะรับน้ำจากธรรมชาติตามลำธารน้ำร้านที่มีต้อนกำเนิดผุดขึ้นมาจากเชิงเขา ไหลลงมาประมาณ 200 เมตรลงมาที่บ่อพักที่มีการจัดแต่งไว้สำหรับให้นักท่องเที่ยวที่สนใจลงแช่ ราคาก็คนละ 10 บาท แต่ก่อนหน้าหลายปีที่แล้วนั้น....แช่ฟรีนะครับ . ราคาค่าแช่บ่อน้ำร้อนแบบอาคารปิด ผู้ใหญ่ 50 บาท เด็กโต 30 บาท เด็กเล็ก 10 บาท Baby ฟรี ครับ . ศุภศรุตกับพี่อัศจรรย์และพี่ปาฏิหาริย์ ก็เปลี่ยนชุดลงแช่น้ำร้อนกับเขาด้วย แรก ๆ ก็ทำเป็นบ่นกันว่าร้อน ไม่ยอมลง ซักพัก ก็เห็นเล่นน้ำกันสนุกสนาน แต่พอเจอน้ำร้อนที่ไหลลงมาตามท่อ ร้อนมากกว่าปกติ ก็โวยวายตามประสาเด็ก ๆ . .
.
. การแช่น้ำแร่น้ำร้อนเป็นวัฒนธรรมของชาวญี่ปุ่น เพราะมีประโยชน์ ช่วยขับอนุมูลอิสระที่เป็นตัวต้นเหตุของโรครายต่าง ๆ ด้วยการระบายออกทางรูขุนขนทั้งตัว ในขณะที่การออกกำลังกายจะระบายออกได้น้อยกว่า . ในระหว่างการแช่น้ำแร่ ร่างกายจะสูญเสียน้ำมาก และจะรู้สึกมึนหัว จึงมักมีบริการเครื่องดื่มเย็น ๆ และผลไม้หรือของว่างที่มีประโยชน์ในสถานประกอบการ "ออนเซน" แต่ที่นี่ไม่มีนะครับ ผมต้องแนะนำให้หลายคนดื่มน้ำ กลัวจะเป็นลมกันไปซะก่อน . ประโยชน์ของบ่อคลึงสำหรับผมก็คือ เป็นที่ "อาบน้ำ" ครับ เพราะตอนอยู่ที่แค้มป์ที่ไร่อุษาวดีรีสอร์ท น้ำของที่นั่นมาจากลำธารบนภูเขา น้ำเย็นสนิท ไม่อยากอาบน้ำเลย จึงดองเค็มดองเปรี้ยวไว้ อาบแบบรวดเร็ว และก็มารวบยอดอาบน้ำอุ่นที่สระน้ำนี้ เขามีบริการอาคารห้องอาบน้ำ ห้องน้ำและห้องแต่งตัวให้ใช้ได้ ผมก็เลยใช้จนคุ้ม ยิ่งศุภศรุตตัวงี้หอมเชียว . คืนนั้นเราก็นับดาวฉลอง Countdown ด้วยการจุดดอกไม้ไฟ กลุ่มเต็นท์ข้าง ๆ ก็ไชโยโห่หิ้ว และการร่ำสุรา ดีดกีตาร์ ส่งเสียงกันเป็นที่สนุกสนานค่ำคืนสู่ "วันฟ้าใหม่" นั้น . ส่วนกลุ่มผม ก็เป็น ไฮนาเก้น ไวน์แดง โกลเรเบอร์ คอหมูย่าง โบโลน่า ออสตาปุส และอาหารเหลา รวมทั้งส้มตำสูตรอร่อย มาประกอบอาหารด้วยเตาไฟฟ้า . ก็แม่ครัวใหญ่ของร้าน "อร่อยแน่นอน" พระราม 9 มาเองนี่ ก็เลยได้ลาภปากอร่อย ๆ ฉลองวันสุดท้ายของปีกัน !!! . ถึงเวลา 00.00 น. ผมก็แอบเข้าไปในเต็นท์ ไปหอมศุภศรุตที่หลับสนิทอยู่ เสียหลายฟอดใหญ่ และบอกว่า สวัสดีวันปีใหม่ ขอให้หนู.....มีความสุขตลอดไปนะครับ . เสียดายที่การเค้าท์ดาวน์ ดึกเกินไป เด็ก ๆ ก็ทนไม่ไหว เพราะทั้งเที่ยวทั้งเล่นน้ำเย็นที่แก่งส้มแมว แล้วมาเล่นน้ำร้อนที่บ่อคลึงกันจนหมดแรง หลายคนออกอาการง่วงและป่วน ก็เล่นต้องจับไปนอนกันทั้งหมดตั้งแต่หัวค่ำ . เช้าวันฟ้าใหม่ วันที่ 1 มกราคม 2551 ผมตื่นขึ้นมา นอนรอให้ศุภศรุตเปิดตา แล้วก็กล่าวคำว่า สวัสดีปีใหม่ มีความสุขมาก ๆ นะ ศุภศรุตก็ยิ้มหวาน เป็นยิ้มแรกของปีนี้ เป็นยิ้มเล็ก ๆ ที่เห็นมาบ่อยครั้ง แต่ก็เป็นยิ้มที่ทำให้ผมมีความสุขมากที่สุดในชีวิตครับ . วันนี้ เป็นวันสบาย ๆ ถึงไม่เห็น "ทะเลหมอก" บนเขากระโจม แต่ก็ได้เห็น "ครอบครัว" พี่น้องและลูกหลานมาแค้มป์ปิ้งพร้อมหน้ากันเป็นครั้งแรก และจะมีครั้งต่อ ๆ ไป เพราะผมชอบชีวิตสไตล์นี้ .
.
. ยามเช้าวันนี้ ก็เลยพาเจ้าตัวเล็ก ไปเดินเล่นกันแบบสบาย ๆ ชมสวนกุหลาบของไร่อุษาวดี และพาเดินกันขึ้นไปสุดที่น้ำตก "ผาเตย" น้ำตกธรรมชาติที่อยู่ในรีสอร์ท แหล่งน้ำสำหรับให้บริการในที่พัก .
.
. ช่วงบ่าย คณะครอบครัวของเราก็ตัดสินใจไปเที่ยวอาบน้ำแร่กันอีกครั้ง ด้วยเพราะเมื่อคืนครอบครัวญาติทางแฟนพี่ชายที่มาสมทบ ต่างก็ชอบแช่น้ำแร่ธรรมชาติกันมาก จนไปอีกในเย็นเมื่อวานและวันนี้ก็จะไปแช่อีก . หลังจากสัมผัสไอหนาว หมอกขาว และป่าเขียว ท่องเที่ยวสวนผึ้งวันฟ้าใหม่กันแล้ว ครอบครัวของศุภศรุตและญาติ ๆ ก็แยกย้ายกันเดินทางกลับบ้านใครบ้านมัน . . หาก Blogger ท่านใดสนใจจะไปเที่ยวพักผ่อนที่สวนผึ้ง เพื่อสัมผัส วันไอหนาว หมอกขาวและป่าเขียว ก็ขอแนะนำนะครับ ใกล้ ประหยัด และมีแหล่งท่องเที่ยวมากมายให้ท่านได้สัมผัส . ที่พักก็หลากหลายรูปแบบ ....แต่คงต้องใช้รถยนต์ส่วนตัว เพราะจะสะดวกกว่ามากครับ . . ช่วงนี้จนถึงปลายกุมภาพันธ์ สวนผึ้ง ยัง Work อยู่นะครับ ชมรมท่องเที่ยวสีชมพู OKNation สนใจอะป่าว !!! . ปล. . สำหรับท่านที่ต้องการข้อมูลที่พัก โปรแกรมขึ้นเขากระโจม โทรหาคุณโต้ง ไร่อุษาวดี รีสอร์ท ได้เลยครับ บอกว่าผมแนะนำ หุหุ (รับรองแพงกว่าเดิม) . เบอร์โทรของ ซีนารี รีสอร์ท คุณพล 089202100 หากใครสนใจ การพักผ่อนแบบบูทีก รีสอร์ท ในกลุ่มของซีนารี อ้อมกอดขุนเขา และนากายา กลุ่มนี้เขาเป็นเพื่อนเป็นญาติกัน เหมาะสำหรับการไปเที่ยวแบบหวาน ๆ ฮันนีมูน หรือเที่ยวแบบเป็นส่วนตั้วส่วนตัว ไม่อยากให้ปาปารัสซี่หาเจอ ก็โทรไปปรึกษาได้เลยครับ บอกว่าผมแนะนำอีกก็ได้ หุหุ . . . . สวัสดีปีใหม่ ปีหนูสามัคคี .....ทุกท่าน ครับ !!! . . เพลงเพื่อใช้ประกอบ Blog มิได้ใช้เพื่อการค้า สนใจโปรดสนับสนุนสินค้ามีลิขสิทธิ์ . |