• ศุภศรุต
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : jeabvoranai@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-28
  • จำนวนเรื่อง : 94
  • จำนวนผู้ชม : 118964
  • จำนวนผู้โหวต : 570
  • ส่ง msg :
วรณัย
เรื่องราวทางมานุษยวิทยา ประวัติศาสตร์ โบราณคดี สหวิทยาการและมุม Gossip
Permalink : http://www.oknation.net/blog/voranai
วันพฤหัสบดี ที่ 31 มกราคม 2551
เที่ยวโหมโรง น้องหนูก็โอเค “ปราสาทเขาน้อยสีชมพู” ที่เราจะไม่ได้แวะไป !!!
Posted by ศุภศรุต , ผู้อ่าน : 837 , 17:35:33 น.   | หมวดหมู่ : โบราณคดีนอกกรอบ   นักมานุษยวิทยาอิสระ   ประวัติศาสตร์โหด มัน ฮา   ตะลอนทัวร์  
พิมพ์หน้านี้


        ในเดือนหน้า วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2551 พวกเรา Blogger หลาย ๆ คน จากหลาย ๆ สังคมและมุมโลก  “จากคนละน้ำ คนละผืน เรามายืนมองดาวเดียวกัน จากคนละฝัน คนละหวัง เรามารวมตัวกันที่นี่”  ที่โรงเรียนเล็ก ๆ แห่งหนึ่งของอำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว กับนักเรียนตัวน้อยชั้นอนุบาลถึงประถมหก จำนวน 215 คน อีกทั้งคุณครู ผู้ปกครองและพวกเรารวมเป็น 500 คน !!!

.

         มันเป็นการเดินทางครั้งใหญ่ร่วมกันครั้งแรก ของกลุ่มคนที่ไม่เคยรู้จักมักจี่กัน คนที่เราไม่เคยพบเห็นหน้า คนที่เราไม่คุ้นเคยในโลกแห่งความเป็นจริง !!! 

.

         แต่ทุกคนกลับเป็นคนที่เรากำลังคิดถึง เป็นคนที่เราเชื่อใจและกำลังสานความร่วมมือ จากความสัมพันธ์ในภาพตัวอักษร ท่วงทำนองเพลง ภาพและศิลปะและมุขกระจายที่แต่ละคนนำมาเสนอ สร้างขึ้นเป็นความห่วงใยและคิดถึงกัน ผ่าน Blog เล็ก ๆ ที่ยิ่งใหญ่ในวงการข่าวสารในโลกเสมือน  OKNation

.

         จากโลกเสมือน ที่กำลังมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง ที่เรากำลังร่วมมือร่วมใจกันสร้างกิจกรรม  “ครอบครัวโอเค แลกเปลี่ยนแบ่งบัน เพื่อน้อง” หรือ “น้องหนูก็...โอเค” ขึ้น

.

          ด้วยเป็นส่วนหนึ่งของ OKNation และกิจกรรม ผมอาสาดูแลและเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม ก็อดไม่ได้ที่จะสรรหาเรื่องราวที่เกี่ยวข้อง ที่โฉบเฉี่ยวใกล้เคียง มาประกอบการตัดสินใจร่วมกิจกรรมของท่านที่ยังลังเล ร่วม “โหมโรง” (Overture) กิจกรรมดี ๆ ของพวกเราครับ

.

           จึงรับอาสาพาเพื่อนชาว Blogger ไปเที่ยวชมโบราณสถานสำคัญ ที่มีชื่อเสียงมากมายของจังหวัดสระแก้วอีกแห่งหนึ่ง เพราะเป็น “ปราสาทบนยอดเขา” ในแนวคิดคติความเชื่อโบราณแบบเดียวกับ “ปราสาทเขาพระวิหาร” ที่กำลังเป็นที่สนใจของผู้คน แต่ปราสาทบนยอดเขาของสระแก้วหลังนี้มีอายุเก่าแก่กว่ามาก

.

.

ภาพ ปราสาทประธานเขาน้อย ก่อนการบูรณะ

.

        เสียดาย !!! ผมได้ปรึกษาหารือเรื่อง “เวลา” กับท่านประธานมะอึกแล้ว จึงคิดกันว่า “พวกเราคงจะไม่แวะที่นี่”  เพราะเรามีที่ที่น่าสนใจกว่า นั่นคือ “ปราสาทหินสดกก๊อกธม”  ที่จะมีเรื่องราวมากมายให้พูดถึงยามเมื่อเราไปเยือน เป็นปราสาทใหญ่ที่สุดในเขตภาคตะวันออก อีกทั้งยังเป็นปราสาทที่มีความลึกลับและปริศนา ซ่อนเร้นรวมไปถึง “มนตร์ดำ” 

.

        หากพูดถึงความสำคัญ ปราสาทสดกก๊อกธมมีความสำคัญในการศึกษาประวัติศาสตร์โบราณคดีของเขมรโบราณมากที่สุดในบรรดาปราสาทเขมรทั้งหมดที่เหลืออยู่ในโลกเลยครับ และยังเกี่ยวข้องกับปัญหาเส้นกั้นพรมแดนที่ผู้คนโง่เขลาต่างใช้ความรู้สึกชาตินิยม โหมไฟความเกลียดชังในประเทศกัมพูชา 2 – 3 ครั้งในอดีต

          เราตัดสินใจว่า เราอยากเชิญชวนท่านไปเที่ยวชมปราสาทสดกก็อกธม มากกว่าปราสาทเขาน้อยสีชมพู ด้วยเพราะเวลาที่มีอยู่อย่างจำกัด และเราจะต้องเผื่อเวลาให้เพื่อน Blogger ได้ใช้ในช่วง Shopping เที่ยวตลาดโรงเกลือและชายแดนเขมรโดยมุ๊กกี้สุดหล่อ ที่จะนำท่านไป "ละลายทรัพย์" !!!

.

            ดังนั้น ผมจึงขอ “โหมโรง” ด้วยเรื่องราวของปราสาทเขาน้อยสีชมพู ที่เราจะไม่ได้ไปชมกันในวันนั้นใน Entry นี้ โดยผมได้ใช้บทความของอาจารย์วิสุทธิ์ ภิญโญวานิชกะ ที่ท่านได้พิมพ์เผยแพร่ใน สยามรัฐรายวัน วันที่  17  กุมภาพันธ์ 2541 มาเป็นเนื้อหาสำคัญในการพาเที่ยวโหมโรง “น้องหนูก็โอเค” ด้วยครับ

.

            "ปราสาทเขาน้อยสีชมพู" ตั้งอยู่บนยอดเขาหินปูนขนาดเล็ก เรียกว่า “เขาน้อย”  ในเขตหมู่  1  ตำบลคลองน้ำใส  อำเภออรัญประเทศ  ห่างจากตัวสระแก้ว 10 กว่ากิโลเมตร ใกล้เขตชายแดนไทย – กัมพูชา เป็นปราสาทสามหลัง เรียงไปตามแนวทิศเหนือ - ใต้ ปราสาททั้งสามหลังหันหน้าไปทางทิศตะวันออก

.

.

ภาพ บันไดทางขึ้นเขาน้อย

.

            ปราสาทเขาน้อย เป็นปราสาท “อิฐ” สร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 12 จากรูปแบบศิลปะที่ศึกษาจากทับหลัง เสาประดับกรอบประตูและลวดลายบนหน้าบันบ่งบอกว่า ปราสาทหลังดังกล่าวน่าจะสร้างขึ้นครั้งแรกในศิลปะแบบ "สมโบร์ไพรกุก" และ “ไพรกเมง”  

.

 

.

        ผมเชื่อว่า ปราสาทองค์นี้สร้างขึ้นสามครั้ง ครั้งแรกในพุทธศตวรรษที่ 11 สร้างเป็นปราสาทหลังเดียว และในยุคต่อมาอีกประมาณ 100 ปี จึงสร้างขึ้นเป็นสามหลัง ในลัทธิไศวะนิกาย หลังกลางมีความหมายถึงพระศิวะ เป็นที่ประดิษฐาน “ศิวลึงค์” หลักซ้ายของประธาน เป็นปรางค์ “ศักติ” หรือปราสาทพลังเบื้องหลัง อันได้แก่พระแม่อุมา จึงมีการค้นพบรูปพระนางมหิสาสุรทิณี 8 กร คือ เจ้า "แม่ทุรคาปางปราบอสูรควาย" ในช่วงการขุดค้น และอีกหลังหนึ่งแทนความหมายของ “พระอาจารย์” ของผู้สถาปนาปราสาท ซึ่งส่วนใหญ่นิยมถือคติ "พระคณปติ หรือ พระคเนศ"

.

.

        หลังจากนั้นปราสาทเขาน้อยก็คงอยู่ในสภาพทรุดโทรม จึงมีการซ่อมแซมบูรณะในราวพุทธศตวรรษที่ 14 ในสมัยศิลปะแบบกุเลน - พะโค อีกครั้ง จากหลักฐานเสาประดับกรอบประตูที่เปลี่ยนมาเป็นรูป 8 เหลี่ยม ซึ่งในยุคก่อนหน้านิยมทำเป็นเสากลม และน่าจะมีการแกะสลักอิฐหน้าบันเป็นโกลนแล้วปั้นปูนปั้นประดับทั่วเรือนปราสาทที่นิยมทำกันในยุคนี้ (แต่ปัจจุบันปูนปั้นดังกล่าวหลุดหายไปแทบทั้งหมดแล้ว)

.

.

        ปราสาทสองหลังทางทิศเหนือและใต้ ถูกรื้อลงโดยเจตนา เพื่อให้เหลือปราสาทประธานเพียงหลังเดียวในยุคพุทธศตวรรษที่ 16 ตามคติความเชื่อที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้ปกครองพื้นที่แห่งนี้ของเขมรโบราณ น่าจะเกี่ยวข้องกับปราสาทสดกก๊อกธม เพราะที่นั่นก็สร้างเป็นปรางค์เดี่ยว อันหมายถึงอำนาจสูงสุดแห่งพระศิวะเพียงพระองค์เดียว (เรียกว่าไม่สนใจเรื่องของพลังสตรีอีกแล้ว)

.

.

ภาพ ทางขึ้นชั้นสอง ที่สร้างขึ้นใหม่โดยองค์กรปกครองท้องถิ่น

.

        หลังจากการล่มสลายของวัฒนธรรมเขมรโบราณ ปราสาทเขาน้อยก็จมอยู่ภายใต้กองดินและถูกทิ้งร้างในป่าเขาน้อยยาวนานกว่า 800 ปี

.

         จนเมื่อทศวรรษที่ 2500 จึงมีการค้นพบปราสาทอีกครั้งบนยอดเขาน้อย ในสภาพถูกดินทับถม และมีร่องรอยการลักลอบขุดหารูปประติมากรรมไปทั่วเนินดินที่ทับถมอยู่

.

.

ภาพ เมื่อขึ้นไปถึงชั้นบนสุดของเขา จะเห็นหมู่ปราสาทอยู่ทางซ้ายมือแต่ไกล

.

        จนเมื่อปี 2531 มีการลักลอบขโมยทับหลังและรูปนางมหิงสาสุรทิณีจากปราสาทไป แต่ก็เป็นที่โชคดีว่า เราสามารถติดตามรูปเคารพและทับหลังคืนมาได้ทันทีทันใด แต่ที่หายไปก่อนในยุคหน้านั้น ยังคงเป็นความลับดำมืดต่อไป !!!

.

.

ภาพ อัฒจันทร์รูปปีกกา หินตะกอน-ชนวน ทางขึ้นปราสาทประธาน

.

          หลังจากการขุดแต่งและบูรณะปราสาทเขาน้อยสีชมพูในปี 2531 – 32 กรมศิลปากรจึงตัดสินใจนำทับหลังศิลปะเก่าแก่ของปราสาทเขาน้อยสีชมพูทั้งหมด ไปเก็บรักษาและจัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติปราจีนบุรี จนถึงปัจจุบัน

.

.

ภาพ ทับหลังสมโบร์ไพกุกที่พบในขณะทำการขุดค้นทางโบราณดคีเมื่อปี 2531

.

.

          แต่ก็มีความขัดแย้ง จากนักประวัติศาสตร์และผู้ไม่เห็นด้วย ที่ต้องการให้ทับหลังเหล่านั้นกลับคืนสู่ปราสาทเขาน้อย โดยให้องค์การปกครองท้องถิ่นที่เข้มแข็งขึ้นในปัจจุบันเป็นผู้ดูแล ซึ่งก็ยังเป็นข้อขัดแย้งทั้งในเรื่องกฎหมายโบราณวัตถุที่ไม่เอื้ออำนาย และจิตวิญญาณของปราสาทที่หายไป จากมุมมองของผู้คนที่สนับสนุนให้นำทับหลังที่งดงามเหล่านั้น “กลับบ้าน”

.

.

ภาพ ปราสาทประธานหลังการบูรณะ

.

          ดังเช่น "บทความ" นี้ครับ ที่ผมเองก็ได้เดินทางไปพร้อมกับอาจารย์วิสุทธิ์ ผู้เขียนบทความนี้ กลับไปที่ปราสาทเขาน้อยด้วยกันอีกครั้ง เมื่อเดือนที่แล้ว บทความของอาจารย์ว่าอย่างไร อ่านดูนะครับ

.

.

         “ความกระตือรือร้นแต่แรกที่จะไปดูปราสาทเขาน้อยก็เลยหมดไป  เพราะปราสาทดังกล่าว  คงไม่หลงเหลือวิญญาณที่แท้จริงให้ได้ชื่นชมอีกต่อไปแล้ว”

.

.

ปราสาทเขาน้อย : ตัวอย่างการทำร้ายโบราณสถาน

.                

        ทับหลังของปราสาทเขาน้อยที่จัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติปราจีนบุรีนั้น  มีทั้งหมด 5 ชิ้น บางชิ้นสีเขียว บางชิ้นสีขาวแต่ละชิ้นมีความงามสะดุดตาสะดุดใจ ผู้หลงใหลในศิลปะร่วมแบบเขมรในประเทศไทยเป็นอย่างยิ่ง  จะขอกล่าวรายละเอียดของทับหลังทั้ง 5 ชิ้น แต่พอสังเขป  ดังนี้

.

.

        ทับหลังหมายเลข  1 เป็นทับหลังประตูทางเข้าปราสาทองค์กลาง แกะสลักด้วยหินทรายเดิมยังติดอยู่เหนือกรอบประตูทุกทางเข้าปราสาท แต่เมื่อปี พ.ศ.  2531  ได้ถูกลักลอบถอดออกไป  แต่หน่วยศิลปากรที่  5  ได้ติดตามเอากลับคืนมาได้เมื่อวันที่  19  สิงหาคม  2531  ในสภาพแตกหักออกเป็นสองท่อน  ทับหลังชิ้นนี้  แกะสลักเป็นรูปมกรมีคนขี่  มกรคายมาลัยออกมาเป็นวงโค้งรูปปีกกาต่อเนื่องเป็นท่อนเดียวกัน  บนท่อนพวงมาลัย  แกะสลักเป็นพวงดอกได้รูปไข่  3  พวง  ใต้ท่อนพวงมาลัย  แกะสลักเป็นพวงมาลัยและพวงอุบะขอบด้านบนแกะสลักเป็นพวงดอกไม้รูปไข่วางตามแนวนอนลวดลายของทับหลังมีลักษณะคล้ายกับทับหลังของศิลปะเขมรแบบสมโบร์ไพรกุก  มีอายุราว  ..  1150 – 1200

.

        ส่วนทับหลังอีก  4  ชิ้น  พบที่ปราสาทองค์ด้านทิศเหนือในขณะขุดแต่ง  เมื่อปี  2531 – 2532  ได้แก่

.

.

ภาพ ปราสาทหลังทางทิศเหนือ

.

        ทับหลังหมายเลข  2  พบบริเวณทางเข้าปราสาทด้านทิศตะวันออกเป็นทับหลังแกะสลักด้วยหินทรายเนื้อละเอียดสีเขียวเป็นภาพบุคคลนั่งประคองอัญชลีอยู่บนแท่นที่ส่วนปลายของทับหลังทั้งสองข้าง  ตรงกลางเป็นท่อนพวงมาลัยที่ปลายทำเป็นลายใบไม้โค้งเข้าหากัน  บนท่อนพวงมาลัยแกะสลักเป็นพวงดอกไม้รูปไข่  3  พวง  ใต้ท่อนพวงมาลัยแกะสลักเป็นพวงมาลัยและพวงอุบะลวดลายของทับหลังมีลักษณะคล้ายคลึงกับทับหลังของศิลปะเขมรแบบไพรกเม็ง  มีอายุราว  ..  1180 – 1250

.

         ทับหลังหมายเลข  3  พบบริเวณประตูหลอกด้านทิศใต้แกะสลักด้วยหินทรายเนื้อหยาบสีขาว  เป็นภาพมกรมีคนขี่  ยื่นบนแท่น  มกรคายท่อนพวงมาลัยออกมาเป็นวงโค้งรูปปีกกาต่อเนื่องเป็นท่อนเดียวกัน  บนท่อนพวงมาลัยแกะสลักเป็นพวงดอกไม้  3  พวงใต้ท่อนพวงมาลัยแกะสลักเป็นพวงมาลัยและพวงอุบะ  ลวดลายของทับหลังมีลักษณะคล้ายคลึงกับทับหลังของศิลปะเขมรแบบสมโบร์ไพรกุก

.

.

.

        ทับหลังหมายเลข  4  พบที่บริเวณประตูหลอกด้านทิศตะวันตกแกะสลักด้วยหินทรายเนื้อละเอียดสีเขียว  เป็นรูปสิงห์ยืนบนแท่นที่ส่วนปลายของทับหลังทั้งสองข้าง  ตรงกลางเป็นลายท่อนพวงมาลัยที่ทำปลายเป็นวงโค้งเข้าหากัน  บนท่อนพวงมาลัย  แกะสลักเป็นพวงดอกไม้รูปไข่  5  พวง  ใต้ท่อนพวงมาลัยแกะสลักเป็นพวงมาลัยสลับพวงอุบะ  ลวดลายของทับหลังมีลักษณะคล้ายคลึงกับทับหลังของศิลปะเขมรแบบไพรกเม็ง

.

        ทับหลังหมายเลข  5  พบที่บริเวณประตูหลอก  ด้านทิศเหนือแกะสลักด้วยหินทรายเนื้อหยาบสีค่อนข้างขาว  เป็นภาพมกร  มีคนขี่ยืนบนแท่นที่ส่วนปลายของทับหลังทั้งสองข้าง  มกรคายท่อนพวงมาลัยแกะสลักเป็นพวงดอกไม้รูปไข่  3  พวง  ใต้ท่อนพวงมาลัยแกะสลักเป็นพวงมาลัยสลับพวงอุบะ  ลวดลายของทับหลังมีลักษณะคล้ายคลึงกับทับหลังของศิลปะเขมรแบบสมโบร์ไพรกุก

.

        ทับหลังแต่ละชิ้นล้วนเป็นทับหลังที่น่าสนใจศึกษาแทบทั้งสิ้นเพราะเป็นทับหลังสมัยก่อนเมืองพระนคร  ที่พบในประเทศไทย  ซึ่งมีอายุเก่าแก่ถึงพุทธศตวรรษที่  12 – 14

.

         ความจริงที่พวกเราไปพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติปราจีนบุรีนั้นเพราะสงสัยกันว่า ทับหลังจากปราสาทเขาน้อย โดยเฉพาะทับหลังหมายเลข 4 น่าจะมีมากกว่า 1 ชิ้น  เพราะภาพถ่ายจากหนังสือและภาพโปสการ์ด  มีลักษณะแตกต่างกัน  พวกเราคิดว่า  ภาพดังกล่าวไม่น่าจะถ่ายมาจากโบราณวัตถุชิ้นเดียวกัน  ก็เลยต้องไปดูและเมื่อไปถึง  ก็ไม่ต้องพิสูจน์อะไร  เพราะทราบจากเจ้าหน้าที่ว่าทับหลังจากปราสาทเขาน้อยนั้น  ได้มีการจำลองโดยวิธีถอดพิมพ์จากของจริงไว้หลายชุด  และเท่าที่ทราบ มี 4 ชุด  แต่ละชุดเก็บไว้ตามที่ต่าง    ดังนี้

.

        ชุดที่  1  เป็นทับหลังที่เชื่อกันว่าเป็นของจริง  เก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติปราจีนบุรี สำนักงานศิลปากรที่ 5

.

        ชุดที่  2  เป็นทับหลังจำลอง  ติดตั้งแทนของจริงไว้ที่ปราสาทเขาน้อย  .  สระแก้ว

.

.

         ชุดที่  3  เป็นทับหลังจำลองเก็บไว้ที่เมืองศรีมโหสถ .โคกปีบ .ปราจีนบุรี

.

        ชุดที่  4  เป็นทับหลังจำลอง  มี 3 ชิ้น  ไม่ครบชุด  เป็นทับหลังหมายเลข  2  จำนวน 2 ชิ้น  และทับหลังหมายเลข  4  จำนวน 1 ชิ้น  พิงไว้ข้างฝาบ้านพัก  ที่สำนักงานโบราณคดีที่ 5 ปราจีนบุรี

.

.

       ข้อมูลนี้ช๊อคผมมากครับ !!! ตื้อไปหมด งุนงง สับสน คิดไม่ออก ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงต้องจำลองทับหลังกันเป็นจำนวนมากถึงขนาดนั้นและทำไมต้องนำทับหลังจำลอง(ของปลอม) ไปติดตั้งแทนของจริง เสียความรู้สึกหมด มันเป็นการทำร้ายโบราณสถาน เปรียบเสมือนการที่เราตั้งใจจะไปชมสิ่งของอันล้ำค่า และอุตสาห์ดั้งด้นไปจนถึงที่ แต่ปรากฏว่า สิ่งที่ได้เห็นนั้นเป็นเพียงของปลอม 

.

.

        จึงเกิดความรู้สึกว่าถ้าจะดูของปลอมก็ไม่จำเป็นต้องใช้ความพยายามถึงขนาดนั้น ดูที่ไหนก็ได้ ดังนั้นความกระตือรือร้นแต่แรกที่จะไปดูปราสาทเขาน้อยก็เลยหมดไป  เพราะปราสาทดังกล่าว คงไม่หลงเหลือจิตวิญญาณที่แท้จริงให้ได้ชื่นชมอีกต่อไปแล้ว !!!

หมายเหตุ  เมื่อเดือนที่แล้ว  ผมไปอุทยานแห่งชาติศรีเทพ ได้ไปชมอาคารนิทรรศการที่จัดแสดงโบราณวัตถุที่พบที่นั่น มีจัดแสดงไว้มีทั้งหมด 5 ชิ้น  ล้วนจำลองขึ้นใหม่ด้วย “พลาสติก” แทบทั้งสิ้น 

.

        ......“ นี่มันอะไรกันครับ” !!!

.

. 

ภาพ ปราสาททางทิศเหนือ จะเห็นทับหลัง "จำลอง" วางอยู่หน้าปราสาท

.

        ถึงเพื่อน Blogger  OK จะไม่ได้ไปเยือน “เขาน้อยสีชมพู” ในวันที่ 23 นี้ ก็เชื่อว่า ข้อมูลและเรื่องราวมากมายในมุมมองของนักมานุษยวิทยาชื่อ "ศุภศรุต" ใน Entry นี้ ก็คงเติมเต็มส่วนที่จะขาดหายไปได้

.

         แต่ในส่วนอื่น ๆ ที่ยังขาดแคลน ทั้งของเล่น ของรางวัล หนังสือ ยา อาหาร ขนม  และรอยยิ้มของเด็ก ๆ จากกิจกรรมมันส์ ๆ ของพวกเรา

. 

        ก็หวังที่ตัว  “ท่าน” นั่นแหละ จะมาช่วยกัน “เติมเต็ม” ครับ

.

         ใครจะร่วมขบวนรถไปด้วยกันนั้น ก็ช่วยบอกกันล่วงหน้า จะได้แบ่งสรรหน้าที่กันได้ถูกก่อนครับ

.

       รายละเอียด เริ่มต้นจาก Entry นี้ของบ้านทั่นประธาน “พี่มะอึก” ได้เลยครับ

.

http://www.oknation.net/blog/panakom/2008/01/29/entry-1

.

 เพลงเพื่อใช้ประกอบเรื่อง มิได้ใช้เพื่อการค้า สนใจโปรดสนับสนุนสินค้ามีลิขสิทธิ์

.


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 54
พราวนภา วันที่ : 11/02/2008 เวลา : 01.36 น.
http://www.oknation.net/blog/yui

ขอบพระคุณอาจารย์ค่ะ..
ได้ความรู้อีกมากมายค่ะ..
..
ความคิดเห็นที่ 53
อะหนึ่ง วันที่ : 08/02/2008 เวลา : 10.49 น.
http://www.oknation.net/blog/mindhand
..อนึ่ง....คิดถึงพอสังเขป.. ..อะหนึ่ง..

หวัดดีครับ...จารย์
ความคิดเห็นที่ 52
มารูโกะ วันที่ : 08/02/2008 เวลา : 09.36 น.
http://www.oknation.net/blog/maruko

ชุดที่ 1 เป็นทับหลังที่เชื่อกันว่าเป็นของจริง...
แปลว่าอาจเป็นของปลอมสินะเนี่ย

แอบไปรู้มาว่าจะไปเขมรเมษายน ไปด้วยนะคะ
ความคิดเห็นที่ 51
mookie วันที่ : 08/02/2008 เวลา : 01.15 น.
http://www.oknation.net/blog/mookie
::: โลกหมุนรอบดวงอาทิตย์ ชีวิตหมุนรอบดวงใจ ร้อนเย็นเปลี่ยนน้ำเป็นไฟ หัวใจเรานี่แหละกระทำ ::: มาชารี...

แวะมาส่งการบ้าน....ครับผม....


http://www.oknation.net/blog/mookie/2008/02/08/entry-2


ความคิดเห็นที่ 50
ครูทิพย์ วันที่ : 08/02/2008 เวลา : 00.39 น.
http://www.oknation.net/blog/Tip2
ครูทิพย์


ชอบมารับความรู้...แต่ไม่ชอบเข้าห้องสอบค่ะ อิ อิ...
***********************************
ไปดูบ้านครูนะ...ได้รับมอบหนังสือดี มีคุณค่า จำนวน 20 เล่มมาจากคุณแม่ของนักร้อง V1 AF4 จ้าhttp://www.oknation.net/blog/Tip2/2008/02/08/entry-1
ความคิดเห็นที่ 49
คนช่างเล่า วันที่ : 07/02/2008 เวลา : 22.16 น.
http://www.oknation.net/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องเก่า...


นำผลไม้มาคาระว อจ.ครับ

บีบๆๆเล่น เน่าแล้วโยนทิ้งได้ครับ
ความคิดเห็นที่ 48
ประกายพฤกษ์ วันที่ : 07/02/2008 เวลา : 16.04 น.
http://www.oknation.net/blog/khoncr

ความจริง...ลวง
ความคิดเห็นที่ 47
นิธินันท์ วันที่ : 07/02/2008 เวลา : 15.49 น.
http://www.oknation.net/blog/nithinand

บรรยายได้น่าไปมากค่ะ ขอขอบคุณที่ให้ความรู้ มุมมองดีๆ และรูปสวย

สวัสดีวันตรุษจีนค่ะ
ความคิดเห็นที่ 46
คนเล่าเรื่อง วันที่ : 07/02/2008 เวลา : 11.46 น.
http://www.oknation.net/blog/daniel

น่าทึ่งจริงๆ ครับกับปราสาทที่คนในยุคก่อนได้สร้างเอาไว้
ผมได้ไปเที่ยวปราสาทนครวัด นครธมเมื่อ 2 ปีก่อน ยอมรับครับว่า สุดยอดจริงๆ ปราสาททั้งหมดที่เรามีอยู่เทียบไม่ได้เลยครับ
กะว่าจะหาโอกาสไปอีกสักรอบเพื่อเที่ยวให้ละเอียดอีกครั้ง คงสนุกแน่นอนครับ
ความคิดเห็นที่ 45
ซันตะวันยิ้ม วันที่ : 07/02/2008 เวลา : 11.23 น.
http://www.oknation.net/blog/suntawanyim

ปราสาทหินของไทยใครสร้าง ไทยรักษา

23 ก.พ.คงได้บุญกันอักโข
จัดเรื่อยๆ เท่าทีมีโอกาส ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อว่าเมืองไทยมีโรงเรียนที่ขาดแคลนอุปกรณ์การศึกษา อุปกรณ์กีฬา ที่น่าเศร้า บางโรงเรียนขาดครู .. บางแห่งห้องสมุดมีหนังสือเก่าๆ วางอยู่ไม่กี่เล่มกับกองฝุ่นเต็มห้อง
ความคิดเห็นที่ 44
สุรศักดิ์ วันที่ : 07/02/2008 เวลา : 09.49 น.
http://www.oknation.net/blog/surasakc
ขอเชิญชม  <<  บันทึกภาพถ่ายของ โยชิอากิ คาโต้  >> อัพบล็อก 20  ส.ค. 51

แวะมาเที่ยว ปราสาทเขาน้อยสีชมพู ครับ
สวยมากทีเดียว ไปหลบซ่อนตัวอยู่แถว
ชายแดน เสียดายมีปัญหาเรื่องทับหลังกัน
ไม่ทราบกรมศิลปากรคิดอย่างไร
ขอบคุณมากครับ มาทีไรก็ได้ความรู้กลับไปทุกที
ความคิดเห็นที่ 43
veerin วันที่ : 07/02/2008 เวลา : 09.06 น.
http://www.oknation.net/blog/veerin

น่าไปมากๆค่ะ เสียดายคงไม่มีโอกาส..
แต่ได้ร่วมแบ่งปันได้ด้วย..โครงการนี้ดีมากๆเลยค่ะ

“ครอบครัวโอเค แลกเปลี่ยนแบ่งบัน เพื่อน้อง”
ความคิดเห็นที่ 42
Kibangkok วันที่ : 06/02/2008 เวลา : 17.41 น.
http://www.oknation.net/blog/thaithai
สีน้ำและเรื่องราวที่ไร้สาระของผู้ชายหน้าแก่.่!!!!!!!!!!!!!! '^'*-.,_,9 :) ลุงกิ๊..


อีกหนึ่งแผ่นครับคุณครู
ความคิดเห็นที่ 41
Kibangkok วันที่ : 06/02/2008 เวลา : 17.40 น.
http://www.oknation.net/blog/thaithai
สีน้ำและเรื่องราวที่ไร้สาระของผู้ชายหน้าแก่.่!!!!!!!!!!!!!! '^'*-.,_,9 :) ลุงกิ๊..


อีกแผ่นครับ
ความคิดเห็นที่ 40
Kibangkok วันที่ : 06/02/2008 เวลา : 17.40 น.
http://www.oknation.net/blog/thaithai
สีน้ำและเรื่องราวที่ไร้สาระของผู้ชายหน้าแก่.่!!!!!!!!!!!!!! '^'*-.,_,9 :) ลุงกิ๊..


เอาแบนเนอร์มาฝากครับ
ความคิดเห็นที่ 39
ครูแหลม วันที่ : 06/02/2008 เวลา : 16.19 น.
http://www.oknation.net/blog/kulaem

ยอดเยี่ยมครับอาจารย์

ขอบพระคุณครับ
=ครูแหลม=
ความคิดเห็นที่ 38
INDYLOVE วันที่ : 06/02/2008 เวลา : 16.09 น.
http://www.oknation.net/blog/loveindy

ทุกวันนี้ที่เราเดินทางไปดู ก็ไปดูของปลอมกันเหรอคะ
อืมม...น่าคิดนะคะ ......
ความคิดเห็นที่ 37
chettapat วันที่ : 06/02/2008 เวลา : 13.01 น.
http://www.oknation.net/blog/chettapat

น่าสนใจครับ
ความคิดเห็นที่ 36
แอ๋มSD3.UBU.ผู้พิทักษ์สังคม วันที่ : 06/02/2008 เวลา : 11.37 น.
http://www.oknation.net/blog/ammSD3
เป็นคนใช่ต้องได้รับความสำเร็จเสมอไปเป็นคนบางครั้งการก้าวไปสำคัญกว่าการก้าวถึง

ค่ะมันเป็นเร่องละเอียดอ่อนช่วยให้คำแนะนำด้วยนะค่ะมือใหม่ไม่ค่อยรู้เรื่องค่ะ ขอบคุณค่ะ
ความคิดเห็นที่ 35
ภาษาหลากสี วันที่ : 06/02/2008 เวลา : 07.27 น.
http://www.oknation.net/blog/pasalarksee
นิดนรี

แวะมาอ่าน "ปราสาทเขาน้อยสีชมพู" ก็เหมือนได้ไปเที่ยวแล้วค่ะ ถ้าไม่อ่านก่อน ก็คงไม่ต่างกับการไปดูกองหิน แล้วทับหลังของจริงอยู่ในพิพิธภัณฑ์ใช่ไหมค่ะ
ความคิดเห็นที่ 34
วิตามินบี วันที่ : 05/02/2008 เวลา : 13.00 น.
http://www.oknation.net/blog/babymind
ความอ่อนน้อมถ่อมตน คืออาภรณ์ประดับกายที่งดงาม


ส่งtag ค่ะ อาจารย์

http://www.oknation.net/blog/babymind/2008/02/05/entry-3
ความคิดเห็นที่ 33
siampatriot วันที่ : 05/02/2008 เวลา : 10.49 น.
http://www.oknation.net/blog/siampatriot
แวะมาเยี่ยมคร๊าบบบบ

สงสัยต้องมีทริปเก็บปราสาทเล็กปราสาทน้อยพวกนี้เพิ่มแล้วมั๊งครับ
ความคิดเห็นที่ 32
แม่หมี วันที่ : 05/02/2008 เวลา : 10.03 น.
http://www.oknation.net/blog/mamaomme

ถึงแม้จะไม่ได้แวะชมปราสาทที่ชื่อน่ารักมากๆ ก็ไม่เป็นไรได้รู้ข้อมูลและเห็นภาพอย่างจุใจ ส่วนเติมเด็มในโครงการก็คงจะด้องประชาสัมพันธ์กันให้มาก ถือค