พิมพ์หน้านี้
|
หลังจากการล่มสลายของ มหาอาณาจักรกัมพุชาเทศ นานกว่า 100 ปี กษัตริย์เขมรในยุคเมืองพนมเปญใหม่ ผู้เพียงเคยได้ยินตำนาน เมืองที่สร้างด้วยทองคำ ได้นำไพร่พลบุกป่าผ่าดง ย้อนกลับไปยังดินแดนลึกลับและไร้ผู้คนในเขตป่าไพรสณฑ์อันกว้างใหญ่ริมทะเลสาบอีกครั้ง .......ข่าวการค้นพบเมืองที่สาบสูญนี้ได้แพร่สะพัดไปสู่ชาวสเปญที่มะนิลา และชาวโปรตุเกสที่มะละกา ...........นี่คือ "ข่าวแรกสุด" ของ สวรรค์แห่งเทวราชา ในราวคริสตวรรษที่ 16 . ความสนใจใคร่รู้ต่อ มหาราชธานีที่สาบสูญ มีมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่กว่าจะสามารถเดินทางกลับเข้าไปสู่อาณาจักรโบราณที่เคยเรืองรอง ก็ล่วงมาจนถึงช่วงคริสตวรรษที่ 19 20 จึงเริ่มมีนักผจญภัย นักหาสมบัติ นักสำรวจและนักท่องเที่ยวจำนวนหนึ่งได้เข้ามาเยือน หนึ่งในนั้น คือ อ็องรี มูโอต์ (Henri Mouhot) นักธรรมชาติวิทยาชาวฝรั่งเศส ชาวยุโรปคนแรก ๆ ที่ได้เดินทางมาสำรวจอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ เขาได้เขียนเรื่องราวการเดินทางพร้อมลายเส้นในหนังสือ การท่องโลก (Le tour Du Monde ) และได้บรรยายถึงเมืองพระนครหลวงว่า เป็นดั่งนฤมิตกรรมทางสถาปัตกรรม ซึ่งอาจจจะไม่มีสิ่งก่อสร้างอื่นใดที่สร้างมาแล้ว หรือจะสร้างต่อไปในโลก เสมอเหมือนได้....... มันยิ่งใหญ่กว่าสิ่งใด ๆ ที่ชาวกรีกและโรมันสร้างไว้ มันทำให้นักเดินทางอย่างข้าพเจ้าหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง ในจิตใจเต็มไปด้วยความเบิกบานราวกับคนเดินทางในทะเลทรายได้พบโอเอซิสก็ไม่ปาน นับจากการมาเยือนของอ็องรีในปี 1860 ชาวตะวันตกจึงเริ่มให้ความสนใจกับเมืองโบราณในป่าใหญ่ และเดินทางเข้ามาสำรวจมากขึ้น มีทั้งนักศิลปะ นักเขียน จิตรกร ช่างภาพ และนักล่าฝัน ต่างได้นำเสนอ ข่าวคราว เรื่องเล่า บันทึก บทความ อักษรสาร ภาพวาด ลายเส้นและภาพถ่าย จนเป็นแรงดลใจให้ "นักท่องเที่ยว" ในยุคต่อ ๆ มา อยากเข้าไปสัมผัสและชื่นชม อารยธรรมร้างในไพรสณฑ์ เป็นระลอกคลื่นแห่งความนิยม . เมื่อฝรั่งเศสสามารถครอบครองเขมรในฐานะดินแดนอาณานิคม รัฐบาลฝรั่งเศสจึงได้ส่งคณะสำรวจแม่น้ำโขงเข้ามาสำรวจพื้นที่โดยรอบอย่างละเอียด รวมทั้งตั้งสำนักงานฝรั่งเศสแห่งปลายบรพาทิศ (EFEO) เพื่อทำการศึกษาจารึก ประวัติศษสตร์โบราณคดี ค้นหาและบูรณะเหล่าปราสาทที่กระจัดกระจายอยู่มากมายอย่างเป็นระเบียบแบบแผน แต่การบูรณะก็ดำเนินไปได้อย่างล่าช้า เพราะมันคือ ป่าปราสาท ที่มากมายและกว้างขวาง กระจายไปทั่วแผ่นดินกัมพูชาและสยาม . ปราสาท "เทวาลัย" ที่เคยสาบสูญ ก็เริ่มกลับกลายมาสู่เมืองท่องเที่ยวที่มีผู้คนจากทั่วอาณานิคมฝรั่งเศสและชาวยุโรป ต่างหลั่งไหลเข้ามามาชม สวรรค์แห่งเทวราชา กันอย่างมากมาย . ผ่านมาอีกกว่า 100 ปีของการเปลี่ยนแปลงในประเทศกัมพูชา จากดินแดนอาณานิคมฝรั่งเศส สู่การประกาศเอกราชในปี พ.ศ. 2496 และโศกนาฏกรรมการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ในรัฐบาลเขมรแดงจนถึงปัจจุบัน ปราสาทเทวาลัยมากมายล้วนยังไม่ได้รับการบูรณะ หลายแห่งกลับคือสู่ป่ารกอีกครั้ง และหลายแห่งถูกปล้นทำลายโดยขบวนการค้าวัตถุโบราณข้ามชาติในทุกยุคทุกสมัย !!! . ในปี 2535 เมืองพระนครและนครวัด ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม มีชาติตะวันตกหลายชาติ ส่งผู้เชี่ยวชาญและงบประมาณเข้ามาศึกษาและทำการบูรณปฏิสังขรณ์ ปราสาทน้อยใหญ่ ทั้งจาก สหรัฐอเมริกา อินเดีย จีน ฝรั่งเศส อินโดนิเชีย อิตาลี เยอรมัน ญี่ปุ่น ซึ่งนั่นก็สามารถบูรณะเหล่าเทวาลัย สวรรค์แห่งเทวราชา ได้เพียงเล็กน้อย จาก ป่าปราสาท ทั้งหมด . เมื่อคิดถึงวลีอมตะของ อาร์โนลด์ ทอยบี (Arnold Toynbee) นักประวัติศาสตร์ชาวอังกฤษ ที่ว่า "See . หากไม่มีอะไร ทำไมไม่คิดไปกันล่ะครับ ...ไปกับผมแบบ นอกกรอบ กันนี่แหละ !!! .
. นับแต่ต้นกำเนิดของอาณาจักรกัมพุชาเทศ ในราวพุทธศตวรรษที่ 7 ที่มีตำนานพุทธทำนายเรื่อง นางนาคกับพระทอง และตำนาน โกณฑัญญะ เดินทางจากอินเดีย ต่างก็ล้วนมาพบกับ นางนาคโสมะ ผู้ล้าหลังป่าเถื่อน และทั้งสองวัฒนธรรมก็ได้เริ่มต้นสมานขึ้น โกณฑัญญะได้นำผู้นุ่งมาใส่ให้นางโสมะ เป็นร่องรอยของการผสมผสานวัฒนธรรมอินเดียเข้าสู่ดินแดนสุวรรณภูมิเป็นครั้งแรก ๆ . กลุ่มชนกลุ่มแรก ๆ ของอินเดีย ได้นำวัฒนธรรม ภาษา อักษร เทคโนโลยีและคติความเชื่อเข้ามาสู่กัมพูชาเทศ เริ่มต้นที่เมืองพนมดา กำปอด สมโบร์ไพรกุก จากเมืองชายฝั่งทะเลตามลำน้ำโขงเข้าสู่โตนเลสาบ จนกลายมาเป็นรัฐเจนละ แบ่งออกเป็นเจนละบกและเจนละน้ำ ในช่วงเวลาต่อมา . กษัตริย์ในยุคต้น ๆ ของกัมพุชเทศ เป็น กษัตริย์ในตำนาน ไม่ต่างจากประวัติศาสตร์ของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก จนถึงราวพุทธศตวรรษที่ 12 จึงปรากฏพระนาม พระเจ้าชัยวรมันที่ 1 ขึ้นอย่างชัดเจน แต่กระนั้น ก็ยังเป็นปริศนาถึงอำนาจและอาณาเขตแห่งเทวราชาที่ยังคลุมเคลือ . จนเมื่อมีการค้นพบ จารึกสด๊กก๊อกธม ทั้งสองหลักที่ปราสาทสด๊กก๊อกธม ปริศนาแห่งบัลลังก์ของอาณาจักรที่สาบสูญก็ถูกไขออกอย่างแจ่มชัด พระนามกษัตริย์แห่งราชวงศ์แรก ๆ มากกว่า 15 พระองค์ ปรากฏพระนามและพระราชกรณียกิจแห่ง "เทวราช" อย่างชัดเจน . อาณาจักรกัมพุชาเทศ ในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 2 ประกาศอิสรภาพจากการควบคุมของพระญาติพระวงศ์ที่เกาะชวา สถาปนาลัทธิ เทวราชา เถลิงราชย์เป็น "สกลกษัตริย์" ผู้ยิ่งใหญ่ บนยอดเขาอันศักดิ์สิทธิ์ มเหนทรบรรพต - พนมกุเลน พร้อมสร้างบาราย "อินทรฏะกะ" และ เมืองพระนครหลวง หริหราลัย ขึ้นใหม่ เป็นศูนย์กลางราชธานีแห่งแรกของอาณาจักร . จากพระเจ้าชัยวรมันที่ 2 ผ่านยุคสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 3 จนมาถึงพระเจ้าอินทรวรมันที่ 1 ได้ทรงสถาปนา มหาปราสาทปารามิดบากอง ขึ้นเป็นจุดสูญกลางแห่งจักรวาลที่เมืองโลเลยและสร้างอำนาจโดยการขยายอาณาจักรมาสู่ที่ราบสูงโคราช . .....สรวงสวรรค์แห่งเทวราชาได้ถือกำเนิดขึ้นโดยสมบูรณ์แล้ว !!! . ศูนย์กลางที่เคยเป็นของพระราชบิดา ปราสาทบากอง อาจจะเล็กไปสำหรับกษัตริย์เทวราชพระองค์ใหม่ พระเจ้ายโศวรมันที่ 1 พระราชโอรสผู้เกรียงไกรผู้ปราบพระเชษฐาและอนุชา จนบ้านเมืองเสียหาย จึงได้ย้ายราชธานีมายังที่ "ยโศธรปุระ" โดยทรงสถาปนา มหาปราสาท "ศรียโศธรคีรี" หรือ "พนมบาเค็ง - พนมกังดาล" ขึ้นเป็นศูนย์กลางจักรวาลแห่งใหม่ ศูนย์กลางที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม รวมทั้งสถาปนาปราสาทบนยอดเขาหลายแห่งเช่นที่พนมบก พนมกรอม และพระวิหาร .
. ณ ปราสาทพนมบาเค็ง แห่งนี้ ก็คือสถานที่สถิตแห่งดวงพระวิญญาณและพระอัฐิของพระองค์ในยามสู่ปรโลก เพื่อให้พระองค์ให้เสด็จเสวยราชย์สู่สวรรค์ ผ่านศิวลึงค์ทองคำ ยโศธรเนศวร รวมเป็นหนึ่งเดียวกับพระศิวะผู้ยิ่งใหญ่ .....ปราสาทเทวาลัย....คือนครของผู้วายชนม์ !!! . จากจุดกำเนิดแห่งราชวงศ์ผู้ปกครองยโศธรปุระ พระเจ้าหรรษวรมันที่ 1 และอีศานวรมันที่ 2 กลับไม่สามารถครอบครองบัลลังก์แห่งเทวราชได้ ต้องปล่อยอำนาจให้ พระเจ้าชัยสิงห์วรมันหรือชัยวรมันที่ 4 (บรมศิวบท) สวามีของพระขนิษฐภคินีแห่งองค์พระเจ้ายโศรวรมัน ผู้สำเร็จราชการจึงถืออำนาจประกาศตนขึ้นเป็นเทวราชาพระองค์ใหม่ในปี พ.ศ. 1464 พร้อมสถาปนา "นครโฉกครรคยาร์" ขึ้นเป็นศูนย์กลางแห่งจักรวาล ในนามของมหาปิรามิดแห่ง เกาะแกร์ .
. นครหลวงนอกคอก เกาะแกร์ อยู่ห่างจากยโศธรปุระไปราว 80 กิโลเมตรทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เป็น ป่าปราสาท น้อยใหญ่กว่า 70 แห่ง ที่ปัจจุบันจมอยู่ในป่ารกชัฏ และกำลังกลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงผจญภัยและสำรวจแห่งใหม่ ที่เราจะเดินทางไปครับ . พระโอรสของชัยวรมันที่ 4 คือ พระเจ้าหรรษาวรมันที่ 2 ได้สถาปนาปราสาท ปักษีจำกรง เพื่อประกาศพระราชอำนาจเหนือนครยโศธรปุระ แต่ก็ทรงปกครองทั้งสองราชธานีอยู่ได้เพียงระยะเวลาสั้น ๆ ก็ถูกพระเจ้าราเชนทรวรมันกษัตริย์ผู้เก่งกาจ ราชโอรสจากพระขิษฐภคินีอีกคนหนึ่งของพระเจ้ายโศวรมันที่ 1 ทวงคืนพระราชอำนาจสูงสุดแห่งเทวราชา กลับคืนสู่เมืองพระนครหลวงอีกครั้ง .
. เกาะแกร์จึงถึงกาล....ดับร้างในทันที !!! . พระองค์ได้โปรดให้ขุดบารายตะวันออก พร้อมสร้างมหาปราสาทขึ้นกลางเกษียรสมุทร และทรงสร้างปราสาทแปรรับเพื่อเป็นสรวงสวรรค์ในยามสู่ปรโลกของพระองค์ . สวรรค์แห่งเทวราชา ได้สร้างสรรค์เทวาลัยปราสาทไว้มากมาย ทั้งปราสาทบันทายสรี ในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 5 ผู้สถาปนา ชเยนทรนครี เป็นศูนย์กลางจักรวาลใหม่ และปราสาทตาแก้ว ในราวพุทธศตวรรษที่ 15 .
. จากพระเจ้าชัยวรมันที่ 5 สู่พระเจ้าอุทัยทิตยวรมันที่ 1 ที่ครองราชย์เพียง 1 ปี พระเจ้าชัยวีรวรมันขึ้นครองราชย์ได้ไม่นาน ก็ถูกพระเจ้าสูริยวรมันที่ 1 กษัตริย์ลูกครึ่งมาลายูเข้ายึดอำนาจ เปลี่ยนแปลงมาสู่ราชวงศ์ใหม่ ย้ายพระนครหลวงจากชเยนทรนครี ข้ามกลับมายัง ยโศธรปุระทางตะวันตกของแม่น้ำเสียมเรียบ สถาปนาพระราชวังหลวงขึ้นใหม่ พร้อมปิรามิดยุคสุดท้าย พิมานอากาศ .
. ในสมัยพระเจ้าสูริยวรมันที่ 1 ราวปลายพุทธศตวรรษที่ 15 อิทธิพล "พุทธศาสนาสายมหายาน" จากแหลมมาลายู เริ่มแทรกซึมเข้ามาสู่ราชสำนักกัมพุชาเทศและกำลังสั่นคลอนสวรรค์แห่งเทวราชาให้เปลี่ยนแปลงไป . แต่กระนั้น การสร้างเทวาลัยเพื่อถวายองค์เทพเจ้าก็ยังดำเนินอยู่ ทั้งปราสาทหินเขาพระวิหาร และปราสาทมากมาย รวมทั้งการขยายอิทธิพลอาณาจักรเข้ามาสู่รัฐทวารวดี จัดระเบียบการปกครองแว่นแคว้น ระบบชลประทาน การค้า และจัดการระบบภาษีใหม่ทั้งหมด . พระองค์โปรดให้จารึก คำปฏิญาณเพื่อความภักดีแก่ ตฺมรวต สกลกษัตริย์แห่งสรวงสวรรค์ให้ข้าราชการได้ถวายสัตย์ บนกรอบประตูพระราชังหลวง ความว่า . ถ้าเหล่าข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายที่มาประชุมกัน ณ ที่นี้ ไม่รักษาคำสัตย์สาบานที่ไว้ให้แก่พระมหากษัตริย์....ขอให้พระองค์ทรงพระชนม์ยิ่งยืนนาน....พระองค์ย่อมทรงลงทัณฑ์เหล่าช้าพระพุทธเจ้าได้ทุกประการ ถ้าเหล่าข้าพระพุทธเจ้าหลีกลี้ ไม่รักษาคำสัตย์ ขอชาติหน้าต้องไปเสวยทุกข์ในขุมนรกที่สามสิบสอง นานเท่าที่สุริยัน จันทรายังสาดแสงอยู่ . จากพระเจ้าสูริยวรมันที่ 1 ป่าปราสาท สวรรค์แห่งเทวราชาได้ถูกสร้างขึ้นดั่งดอกเห็ด ในเขตอำนาจแห่งกัมพุชเทศ เช่นปราสาทบาปวน ปราสาทพิมาย แม่บุญตะวันตก ปราสาทสระกำแพงใหญ่ เมืองต่ำ ในศิลปะที่เรียกกันว่า บาปวน . ในปลายพุทธศตวรรษที่ 16 พระเจ้าชัยวรมันที่ 6 กษัตริย์จากนครวิมายุปุระ ได้เข้าครอบครองเมืองพระนครหลวง สถาปนาราชวงศ์ "มหิธรปุระ" ขึ้นใหม่ ด้วยพระองค์เป็นกษัตริย์ชาวพุทธ จึงได้ทรงสถาปนาปราสาทพิมายในคติวัชรยานขึ้นในถิ่นฐานเดิมบ้านเกิดของพระองค์เอง . วังวนการแย่งชิงยังไม่จบสิ้น เมื่อพระเจ้าชัยวรมันที่ 6 สวรรคต พระเชษฐา พระเจ้าธรณินทรวรมัน ก็ถูก "พระเจ้าสูริยวรมันที่ 2" ปลงพระชนม์และยึดอำนาจขึ้นมาปกครองอาณาจักรแทน . เป็นมหาราชาผู้สร้าง นครวัด หรือ บรมวิษณุโลกอันเรืองนามนั่นเองครับ !!! .
. ในยุคแห่ง "นครวัด" ของพระเจ้าสูริยวรมันที่ 2 มาจนถึง พระเจ้าธรณินทรวรมันที่ 2 ผู้เลื่อมใสศาสนามหายานทรงกลับไปปกครองพิมาย และได้มอบราชบัลลังก์ให้พระเจ้ายโศวรมันที่ 2 ผู้เหมาะสมปกครองเมืองพระนครแทน สวรรค์แห่งเทวราชาอีกมากมายถูกสร้างขึ้นในยุคสมัยของศิลปะแบบนครวัด ทั้ง มหาปราสาทเบ็งมาเลียหรือนครวัดตะวันออก ปราสาทเจ้าสายเทวดา บันทายสำเหร่ ปราสาทธมมานน ปราสาทพนมรุ้ง ฯลฯ .
.
.
. พระเจ้ายโศวรมันที่ 2 ถูกพระเจ้าตรีภูวนาทิตยวรมัน ขุนนางเฒ่า ก่อการรัฐประหาร จับพระองค์ประหารและขึ้นครองราชย์แทน . แต่สงครามระหว่างเจนละและจามที่ยาวนานกว่า 250 ปี ก็ยังไม่จบสิ้น พระเจ้าอินทรวรมันที่ 4 แห่งจามปาได้แอบยกกองทัพเรือใหญ่จากการนำร่องทะเลโตเลสาบโดยพ่อค้าชาวจีน เข้าโจมตีและยึดครองเมืองพระนครได้ในปี พ.ศ. 1720 . พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ยกกองทัพจากกำปงสวายกลับเข้ามาทวงสวรรค์แห่งเทวราชาคืนจากชาวจาม จากชัยชนะเหนือยุทธนาวาโตนเลสาบ หลังจากนั้นจึงทรงยกกองทัพเข้ายึดครองวิชัยนคร ราชธานีแห่งอาณาจักรจามปา...... สงครามอันยาวนานจบสิ้นลงแล้ว !!! รายละเอียดในยุคสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 อ่านใน Entry เหล่านี้นะครับ See อังกอร์ธม ชมพระจักรพรรดิราชและสงครามช้างเผือก.....ถึงตายก็ไม่เสียดาย!!! http://www.oknation.net/blog/voranai/2007/08/09/entry-1 และเส้นทางสาย ราชมรรคา ธรรมศาลาจากพระขรรค์สู่วิมายะปุระ http://www.oknation.net/blog/voranai/2007/10/02/entry-1 . หลังจากยุคแห่งความรุ่งเรืองของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ที่มีการสร้างปราสาทขึ้นอย่างมากมาย พระโอรสของพระองค์คือ "พระเจ้าอินทรวรมันที่ 2" ก็หาได้มีพระบรมเดชานุภาพเสมอเหมือน ประกอบกับวัฏจักรความเสื่อมถอยและความล้มเหลวของระบบชลประทาน ได้นำอาณาจักรแห่งเทวราชที่เคยรุ่งเรืองกลับเสื่อมถอยลงอย่างรวดเร็ว . ในยุคนี้มีการสร้าง ปราสาท สุออร์ปรัต 12 หลัง บริเวณทุ่งสนามหลวงหน้าลานพลับพลาสวรรค์ เป็นปราสาทที่ว่ากันว่าเพื่อการแสดงจำอวด หรือลงทัณฑ์ ชำระความ !!! . ในราวพุทธศตวรรษที่ 19 ถึงยุคสุดท้ายของการสร้างปราสาท พระเจ้าชัยวรมันที่ 8 ผู้ไม่สารารถควบคุมอาณาจักรส่วนนอกได้ หลายรัฐแยกออกไปสถาปนาอาณาจักรขึ้นใหม่รอบด้าน ส่วนพระองค์ก็มีอำนาจเพียงรัฐภายใน แต่ก็มากพอที่จะสั่งทำลายรูปขององค์พระอาทิพุทธที่ปรากฏในรูปสลักในยุคก่อนหน้าทั้งหมด !!! .
. สิ่งก่อสร้างในยุคสุดท้าย คือ สระน้ำใหญ่ ในพระราชวังหลวง ที่มีผนังบ่อแกะสลักลวดลายหอย ปูปลา นาคและครุฑ ไว้อย่างสวยงาม รวมทั้งปราสาทหลังเล็ก ๆ อย่าง ปราสาทมังคลารัถสร้างเพื่อเป็นเกียรติแก่พราหมณ์ผู้ภักดี และปราสาท พระพิถุ ปราสาทในพุทธศาสนามหายานหลังสุดท้าย เมื่อพระองค์ทรงเห็นว่า ศาสนาฮินดูของพระองค์ได้ควบคุมชาวพุทธได้จนสิ้นแล้ว . ประวัติศาสตร์ในช่วงหลังพุทธศตวรรษที่ 19 ยังสับสน เมื่อพระเจ้าศรีนทรวรมันสามารถชิงบัลลังก์จากพระเจ้าชัยวรมันที่ 8 ได้ . ยังคงเป็นปริศนาว่า มันช่างคล้ายคลึงและเข้ากันได้ดีกับพงศาวดาร เรื่องราวของ พ่อขุนผาเมือง หรือพระเจ้าอินทรวรมันที่ 3 ที่พระมเหสีของพระองค์ซึ่งเป็นพระราชธิดาของพระเจ้าชัยวรมันที่ 8 ได้ขโมยพระขรรค์ชัยศรีมาให้พระสวามี . หรือพ่อขุนผาเมือง สามารถกลับไปครอง สหรัฐกัมพุชเทศ ได้ หลังจากยึดครองสุโขทัยและยกอาณานิคมไกลสุดของอาณาจักรนี้ให้กับพ่อขุนศรีอินทราฑิตย์ !!! . ที่น่าแปลกที่สุดก็คือ พระองค์ได้นำศาสนาพุทธสายเถรวาทลังกา ความเชื่อที่ปฏิเสธอัตตา เข้าครอบครองเมืองพระนครหลวง ศาสนาความเชื่อนี้ เป็นศาสนาความเชื่อเดียวกันกับสุโขทัยและรัฐต่าง ๆ ในเขตตะวันตก พระองค์อาจจะใช่คนคนเดียวกันกับพ่อขุนผาเมือง ? . แต่อย่างไร สวรรค์แห่งเทวราชา ก็ได้ถึงกาลสิ้นสุดลงในยามนั้น ไม่มีปราสาทเทวาลัยใดถูกสร้างขึ้นมาอีก . บ้านเมืองก็เริ่มอ่อนแอ ผู้คนอพยพออกจากเมืองพระนครหลวง บารายขนาดใหญ่เริ่มตื้นเขิน ระบบชลประทานล้มเหลวลงทุกที่.... !!! . กำหนดการเดินทาง ท่องเที่ยว สวรรค์แห่งเทวราชา สำรวจปราสาทกลางไพรสณฑ์ น่าสนใจก็เพราะ ผมจะพาเดินทางไปชมมหาปราสาทใหญ่ ที่ยังไม่ได้รับการบูรณะกลางป่ารกชัฏ ปราสาทที่เพิ่งกู้ระเบิดหมดไปสองปีที่แล้วและเพิ่งเปิดให้เข้าชมได้ไม่นานนี้เองครับ .
. ท่านที่สนใจ ....ก็ถือว่าชวนเที่ยวเลยละกันครับ ....!!! . วันเดินทาง 8 - 9 10 - 11 พฤษภาคม 2551 . วันแรก 03.00 นัดพบกัน จุดใดจุดหนึ่ง 03.30 ออกเดินทางสู่ อ.อรัญประเทศ โดยรถโค้ช 2 ชั้นปรับอากาศ 07.00 ถึง อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว รับประทานอาหารเช้า 08.00 ถึงชายแดนบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ (ด่านปอยเปต) ทำเรื่องผ่านแดนไทยและกัมพูชาแบบ V.I.P (ไม่ต้องเข้าแถวรอคิว) 11.00 ชมปราสาทบันทายฉมาร์ . รับประทานอาหารกลางวันแบบปิกนิก ท่ามกลางบรรยากาศไพรสณฑ์ในปราสาท . ปราสาทบันทายฉมาร์ เป็นปราสาทใหญ่ สร้างขึ้นในยุคแห่งความรุ่งเรืองของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เพื่อพระโอรส และเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการควบคุมหัวเมืองทางทิศเหนือ ในเขตอีสานใต้หรือที่ราบสูงโคราช รายละเอียดปราสาทบันทายฉมาร์ ชมได้ใน Entry นี้ครับ "ปราสาทบันทายฉมาร์" ปริศนาแลมนตรา กาลเวลาในไพรสณฑ์ http://www.oknation.net/blog/voranai/2007/11/08/entry-1 .
.
.
.
. 13.00 ออกเดินทางต่อสู่ จังหวัดเสียมเรียบ 16.30 ถึงเสียมเรียบ โรงแรม ระดับ 4 ดาว ++ พร้อมสระว่ายน้ำ, ซาวน่า, ฟิตเนส 19.00 รับประทานอาหารเย็นที่ ร้านอาหารไทย อิ่มอร่อยไปกับ ข้าวสวยเขมรปลอดสารพิษร้อน ๆ ปลาเนื้ออ่อนทอดกระเทียม, ปลาช่อนนึ่งจิ้มน้ำพริก ฯลฯ 20.00 เข้าโรงแรมที่พัก อิสระพักผ่อนตามอัธยาศัย เก็บแรง ชาร์ตแบตอย่างรวดเร็ว เพื่อสัมผัสความอลังการของสวรรค์แห่งเทวราชาในวันรุ่งขึ้น . วันที่สอง 05.00 ตื่นนอนแต่เช้า เพราะเราต้อง โหด มันฮา กลางป่าปราสาท ทำธุระส่วนตัวให้ร่างกายสดชื่น จากนั้นรับประทานอาหารเช้าที่ ห้องอาหารของโรงแรม . 07.00 ออกเดินทางสู่เมืองพระนครหลวงหรือ นครธม ศูนย์กลางอาณาจักรกัมพุศเทศที่ยิ่งใหญ่ ชมประตูเมืองด้านทิศใต้ที่แกะสลักเป็นรูปพักตรของพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร สะพานพญานาค สะพานสายรุ้งจากคันศรของพระอินทร์ทรงช้างเอราซัณ ที่มีรูปสลักอสูรและเทพเจ้าในตำนานกวนเกษียรสมุทรกำลังยุค นาควาสุกรี อยู่อย่างมิเคยหยุดหย่อน .
. จากนั้นนำท่านเข้าสู่เมืองนครธม มหานครขนาดใหญ่สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เนื้อที่ 3 ตารางกิโลเมตร ชมมหาปราสาทบายน ในแผนผังยันตระมณฑลแบบวัชรยาน ที่มีภาพแกะสลักเป็นเรื่องราวต่าง ๆ ในสมัยอดีตอยู่ตามระเบียงฝาผนัง และรูปพระพักตรของพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรหรือพระมหาไวโรจนะอาทิพุทธพระองค์ที่ 6 บนยอดปราสาทถึง 54 ยอด 216 หน้า .
.
.
. อ่านบางส่วนของเรื่องราวบนผนังได้ที่ Entry นี้ครับ เรื่องเล่าจิปาถะจากปราสาทบายน คุณเองก็คิดได้ !!!http://www.oknation.net/blog/voranai/2007/10/06/entry-1 .
.
.
. 09.30 ชม ราชวิหารปราสาทตาพรหม วัดในพุทธศาสนาวัชรยาน อลังการกับต้นสะปง ต้นสะเลายักษ์ที่ขึ้นปกคลุมปราสาท ผ่านปราสาทบันทายกุฎี สระสรง ปราสาทแปรรูป อโรคยศาลาเลียคเนียง ปราสาทแม่บุญตะวันออก ปราสาทบันทายสำเหร่ .
.
.
.
.
.
. 10.30 เดินทางสู่อิศวรปุระ ชม ปราสาทบันทายศรี ปราสาทที่สร้างด้วยหินทรายสีชมพู แกะสลักลวดลายงดงาม อ่อนช้อย จนได้รับสมญานามว่าเป็น อัญมณีเม็ดงามแห่งศิลปะเขมร .
.
.
.
. 13.00 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารของโรงแรม 14.00 เข้าชมความยิ่งใหญ่กับ 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ นครวัด-บรมวิษณุโลก ชมรูปแกะสลักนางอัปสรากว่า 1,600 องค์รอบบริเวณปราสาทและเข้าสู่สวรรค์แห่งเทวราชาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอุษาคเนย์ .
.
.
.
.
. เดินชมระเบียงแกะสลักภาพที่เป็นเรื่องราวต่างๆ แบบ นอกกรอบ เรื่องมหาภารตยุทธแห่งทุ่งกุรุเกษตร, กระบวนทัพของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2,สวรรค์นรก บรมวิษณุโลก,กูรมาวตาร - การกวนเกษียรสมุทร , พระวิษณุสงครามกับอสูร,กฤษณาวตาร ศึกพระเจ้าพรุงพาณ,ศึกเทพเจ้า, มหากาพย์รามายณะ และชมเรื่องราวรามเกียรติ์แบบถอดออกจากคัมภีร์ในมุมปรางค์ทิศตะวันตกทั้งเหนือและใต้ .
.
.
.
.
.
. อ่านเรื่องราวบางส่วนของ นครวัดที่ Entry นี้ครับ เมื่อเรื่องเล่า นิทานและตำนาน ช่วยเติมเต็มความหัศจรรย์ให้กับมหาปราสาทนครวัดhttp://www.oknation.net/blog/voranai/2007/07/23/entry-1 . 17.00 ขึ้นชมอาทิตย์อัสดงบนยอดเขาพนมบาเค็ง .....นครผู้วายชนม์ของพระเจ้ายโศวรมันที่ 1 เมือง"ศรียโศธรคีรี" ชมวิวทิวทัศน์ของเมืองเสียมเรียบ, บารายตะวันตก, และปราสาทนครวัดในมุมที่แปลกตา . 19.00 รับประทานอาหารเย็นแบบบุปเฟท์นานาชาติ พร้อมชมการแสดงพื้นเมืองต่าง ๆ เช่น รำกะลา, รำอัปสรา กลับโรงแรมที่พัก อิสระพักผ่อนตามอัธยาศัย เก็บแรง ชาร์ตไฟเพื่อวันต่อไป . วันที่สาม 05.00 ตื่นนอนทำธุระส่วนตัวให้ร่างกายสดชื่น จากนั้นรับประทานอาหารเช้าที่ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก . 07.00 ออกเดินทางสู่ เกาะแกร์ หรือ เมืองโฉกครรคยาร์ ราชธานีนอกคอกของพระเจ้าชัยวรมันที่ 4 ป่าปราสาทที่เคยเป็นศูนย์กลางอาณาจักรนานกว่า 20 ปี .
. ชมกลุ่มปราสาทเกาะแกร์ ที่ประกอบด้วย ปราสาทกรอฮอม (แดง) ปราสาทอิฐหลังใหญ่ที่ใช้เป็นที่ประดิษฐานเทวรูปพระศิวะขนาดใหญ่ รูปสลักที่พบที่นครเกาะแกร์มีแต่ความใหญ่โต เช่น รูปสลักครุฑแบกในท่าก้าวเดินความสูง 213 เซนติเมตร รูปพาลีประลองกำลังกับสุครีพ สูง 287 เซนติเมตร .
.
. ตื่นตะลึงกับ ปราสาทธม มหาปราสาทรูปทรงปิรามิดแบบขั้นบันได 7 ชั้น จนเกือบคิดไปว่า ได้หลงมิติเข้ามายังอารยธรรมอินคา มายา ในอเมริกาใต้ ปราสาทธมนี้มีความสูง 40 เมตร หากยังไม่พังทลาย จะประดิษฐานศิวลึงค์ที่สร้างด้วยสำริดสูงถึง 18 เมตร รวมกับยอดปราสาทที่หักหายไปแล้วอาจมากกว่า 70 เมตร เป็นรองด้านความสูงก็แค่นครวัดเท่านั้นตัวเอง ....!!! .
.
. 13.00 บริการอาหารกลางวันแบบปิกนิค 14.00 เดินทางสู่ มหาปราสาทเบ็งมาเลีย ระหว่างทางแวะชมแหล่งตัดหินทรายที่อยู่ในแม่น้ำ ที่นำหินมาสร้างปราสาท . 15.30 ชม มหาปราสาทเบ็งมาเลีย หรือที่ถูกขนานนามว่า นครวัดตะวันออก เป็นปราสาทที่ยังไม่ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์จึงทำให้เห็นปราสาทที่มีความงามแบบธรรมชาติที่ถูกทำลายลงด้วยเพียงกาลเวลา มหาปราสาทนี้สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้ายโศวรมันที่ 2 ในยุคที่ศิลปะแบบนครวัดมีการเปลี่ยนลวดลายไปสู่ความซับซ้อนมากขึ้น ขนาดของปราสาทก็เพียง 2 ใน 3 ของนครวัดเท่านั้นตัวเอง !!! .
.
.
. 19.00 รับประทานอาหารเย็นสไตล์จีน-ฮ่องกง . วันสุดท้าย 06.00 ตื่นนอนทำธุระส่วนตัวให้ร่างกายสดชื่น เตรียมเก็บของเพื่อเดินทางกลับ,รับประทานอาหารเช้าที่ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก . 08.00 เดินทางสู่ โตนเลสาบ ตระการตากับทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในสุวรรณภูมิ สัมผัสชีวิตหมู่บ้านประมงชาวเวียดนามที่อาศัยอยู่บนเรือแพลอยลำอยู่ทั่วทะเลสาบ . 10.00 กลับมาช้อปปิ้งตลาดเก่าเสียมเรียบ เลือกซื้อของฝาก ของที่ระลึกและสิ้นค้าพื้นเมืองต่าง ๆ เช่น ผ้าพันคอ กระเป๋า หินแกะสลัก ไม้แกะสลัก ฯลฯ ตามอัธยาศัย . 11.00 รับประทานอาหารกลางวันแบบบุฟเฟต์นานาชาติ แล้วจึงออกเดินทางกลับสู่ชายแดนปอยเปต 16.30 ถึงชายแดนปอยเปต ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองไทย - กัมพูชาแบบ V.I.P. ช้อปปิ้ง เลือกซื้อของฝากต่าง ๆ มากมาย ที่ตลาดโรงเกลือ 17.30 ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพ ฯ 21.30 ถึงกรุงเทพฯโดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจแบบ นอกกรอบ .
.
.
. หากท่านสนใจเดินทางแบบ นอกกรอบ เพื่อร่วมสำรวจมหาปราสาทสำคัญ ทั้งบันทายฉมาร์ เบ็งมาเลีย และนครโฉกครรคยาร์ - เกาะแกร์ ที่เพิ่งเปิดให้ชมใหม่เพราะเพิ่งกู้ระเบิดหมดได้ไม่กี่เดือนที่ผ่านมา และได้เที่ยวชมมหาปราสานครวัด นครธมและหมู่ "ป่าปราสาท" ภายในเมืองพระนครอย่างสุด ๆ โหสด มัน ฮา ก็ขอเชิญแจ้งความจำนงมาด่วนนะครับ ที่ Email jeabvoranai@yahoo.com หรือ หลังไมค์ใน OKNation นี่แหละครับ . หากยังลังเล ......แจ้งหลังสงกรานต์ก็ได้นะครับ รีบบอกเร็วซักนิด เพราะรับจำกัดรถเพียง 1 คัน รับทั้งคนใน OKและคนนอกครับ.....ส่วนที่แจ้งว่า Sure แล้ว เดี๋ยวก็รับกำหนดการ ของที่จำเป็นและเตรียมตัวเตรียมใจไปสำรวจ ผจญภัยกันให้ตัวดำปี๋ . แล้วคุณจะรู้จัก สวรรค์แห่งเทวราชา อย่างหมดเปลือก อาฮ้า....หุหุ !!! . เอกสารที่ใช้ 1. พาสปอร์ตมีอายุเหลือเกิน 6 เดือน (นับวันเดินทาง) 2. รูปสีหน้าตรง ขนาด 2 นิ้ว จำนวน 2 รูป (ไม่สวมชุดครุย หรือชุดข้าราชการ) . ขอบคุณเพลง "เขมรไทรโนค" จาก Blog คุณสอนสุพรรณ . |