พิมพ์หน้านี้
|
ในค่ำคืนของวันที่ 19 พฤษภาคม คืนที่พระจันทร์สว่างไสว และเป็นวันวิสาขบูชา มีข่าวการเข้าทุบทำลายรูปหินลอยตัวจำนวนหลายรูป บนเศษซากศาสนบรรพตแห่งอดีต ปราสาทเขาพนมรุ้ง .
. ในวันรุ่งขึ้นก็เกิดเป็นข่าวใหญ่โต มีการวิพากษ์วิจารณ์ วิเคราะห์ และนำเสนอข่าวกันไปต่าง ๆ นานา "เท่าที่รู้" จากการรายงานข่าว มีรูปสลักจำลอง(ทำจากปูนซีเมนต์ผสมเนื้อให้เป็นสีเดียวกับหินทราย) ถูกทำลายไป 11 รูป เป็นรูปสิงห์จำลองเฝ้าทางขึ้นด้านทิศตะวันตกของปราสาท เป็นรูปนาค 5 เศียรทั้งจำลองและซ่อมแซมจำนวนหลายรูป เป็นรูปทวารบาลจำลองที่ตั้งอยู่ตรงบริเวณมุขประตูด้านทิศใต้ และ รูปโคนนทิจำลองในห้องมณฑป โดยทุบช้อนขึ้นไปที่ใต้ปาก ดูจากการแตกของซีเมนต์ อุปกรณ์ที่ใช้น่าจะเป็นค้อนปอนด์ . เมื่อมีการตรวจสอบ จากผู้ดูเหมือนมีวิชาความรู้ ก็ได้เผยว่า มีรูปหินทรายจริงที่เป็นประติมากรรมนาคราวลูกกรงสะพานนาคราช จำนวน 4 รูป ที่เหลือเป็นรูปจำลอง ข้อมูลนี้ถูกต้องครับ..... เพราะรูปนาคหัวราวลูกกรงส่วนใหญ่ จะถูกจำลองมาตั้งแต่เริ่มการบูรณะ โดยทำขึ้นจากการหล่อ หัวนาคที่ดูสมบูรณ์ทั้งหลายที่ปราสาทเขาพนมรุ้ง ล้วนเป็นของจำลองแทบทั้งสิ้น ส่วนของจริงก็เหลืออยู่มาก แต่ก็อยู่ในสภาพพังเสียหาย ส่วนที่เหลือสวยสมบูรณ์ก็ถูกลักลอบขโมยไปขายในท้องตลาด !!! . . รูปเศียรนาคจำลอง ตรงสะพานกากบาทด้านหน้า . . รูป เศียรนาคของจริงที่หักพัก ไม่สวยงาม ถูกนำมาใช้ประดับในส่วนของสำนักงาน . ปราสาทพนมรุ้ง ถูกลักลอบทำลายและขโมยรูปสลักประติมากรรมอย่างรุนแรง ต่อเนื่องมาเป็นเวลานานแล้ว ส่วนที่เหลืออยู่ส่วนใหญ่แตกหัก ไม่สวยและเป็นของทำใหม่เพื่อนำมาประดับให้สมบูรณ์ในการบูรณะปฏิสังขรณ์เพื่อการท่องเที่ยว . . รูปสลักทับหลังเรื่อง "ศรนาคบาศ" ไม่ได้พังเพราะการถล่มของปราสาท แต่หายไปเพราะการลักลอบกระเทาะรูปสลักออกไป ในช่วงการบูรณะ !!! . มาติดใจตรงที่การให้ข่าวครับ ความจริงอายุของวัตถุที่ถูกทำลาย จำนวน 7 ชิ้น มีอายุเพียง 25 ปี เพราะเป็นชิ้นส่วนจำลอง ส่วนนาคประดับราวสะพานอีก 4 ชิ้น ก็มีการซ่อมแซมแต่งเติมให้ดูสมบูรณ์โดยใช้ปูนซีเมนต์ทำสีโป๊ะตกแต่งเข้าไปใหม่ หากนับอายุของปราสาทหินเขาพนมรุ้ง ก็จะมีอายุประมาณ 850 ปี ในช่วงต่อสมัยระหว่าง ศิลปะแบบปราสาทบาปวนกับศิลปะแบบปราสาทนครวัด ไม่ใช่อายุ 1,000 ปี ซึ่งจะอยู่ในสมัยศิลปะแบบปราสาทพนมบาแค็ง อย่างที่ให้ข่าว !!! . ทำไมต้องสร้างอวิชชาให้ดูเก่าแก่มาก ๆ พูดให้น่าสะพรึงและเหมาโหล ให้กับผู้คนที่เสพข่าว อวิชชาจากกระบวนการสื่อสารมวลชน (หรือการสร้างข่าว) จึงถูกผลิตซ้ำขึ้นอีกครั้งหนึ่ง... . ประเด็นมันอยู่อยู่ที่ว่าใครทำ และทำไมระบบการรักษาโบราณสถานของชาติจึงหย่อนยานเช่นนี้ หรือเพราะเป็นการขัดแย้งกันภายใน ? ทำไมไม่ให้ข่าว . มามองในมุมว่าใครเป็นคนทำ ก็ยกหลักฐานเพียงก้นบุหรี่ ถ้วยน้ำ ที่วางตรงรอยสลักรปบัวแปดกลีบ นำร่องรอยธรรมด้า ธรรมดามากล่าวอ้างให้ข่าวว่า เป็นไสยศาสตร์ !!! .....นี่ก็ อวิชาชา เพื่อเบี่ยงเบนการขัดผลประโยชน์กันเองหรือไม่ ? . ไสยศาสตร์ที่ไหนเขามาทุบหิน มาทุบรูปสลัก ไสยศาสตร์หน้าตาเป็นอย่างไรหรือ ? . . เอาให้ข้อมูลสว่าง ๆ หน่อยไหม . เช่นว่า คนในกรมศิลปากรในท้องถิ่น ทั้งลูกจ้างและข้าราชการ ทะเลาะและขัดเรื่องผลประโยชน์ของร้านค้ารอบปราสาทเขาพนมรุ้ง แล้วจึงเกิดการประท้วงด้วยการทุบทำลายเฉพาะรูปที่เป็นซีเมนต์ (แต่ก็กลัว จึงมีการกราบไหว้ก่อนทุบ ง่าย ๆ ขำ) รู้ด้วยนะ ตรงไหนของจำลอง !!! . เพราะถ้าเป็นไสยศาสตร์ เขาคงไม่ใช้เครื่องบูชา ๆ ง่าย ๆ เห่ย ๆ เพียงแค่บุหรี่หรือดอกไม้ธูปเทียนหรอกครับ !!! . ที่ว่าเลือกทุบ เป็นเพราะดูเหมือนว่า มาเฟียร้านค้า ที่มีเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นของลูกจ้างกรมศิลปากรเป็นหุ้นส่วน ต้องการแสดงศักดา แต่ก็ไม่กล้าไปทุบรูปที่แท้จริงที่มีอยู่มากมาย . เรียกว่า เลือกทุบ เฉพาะรูปจำลอง !!! . . รูปโคนนทิ ของจริงในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย ขืนทิ้งไว้ ก็หาย . คนที่ทุบนี้รู้ .....เข้าใจทุบ เพราะถ้าทำลายของจริง แล้วถูกจับได้ ยังไงก็ไม่พ้นโทษที่รุนแรงกว่าการทุบของจำลองที่สามารถซ่อมแซมและทำใหม่ได้ แล้วค่อยเสนอข้อเรียกร้องหรือความอัดอั้นตันใจต่อสาธารณะชน..... ต่อสังคม . . รูปจำลอง เทพประจำทิศทั้ง 10 ของฮินดู มีให้ทุบระบายอารมณ์อีกมาก . อวิชชาในเรื่องของไสยศาสตร์ ถ้ามองในมุมของพวกบ้าคลั่งความเชื่อ ทำไมต้องไปทุบในวันวิสาขบูชา ? . วัดหรือสำนักสงฆ์พุทธที่รุกที่อยู่บนเขาพนมรุ้ง ก็เป็นอีกปัญหาหนึ่ง เกี่ยวข้องด้วยหรือเปล่า ? เพราะพัวพันกับที่ในการค้าขายและผลประโยชน์หรือเปล่า . เพราะถ้าเป็นไสยศาสตร์ ก็เป็นไสยศาสตร์งมงายแบบพื้นบ้านประเทศนี้ ไปทำลายรูปสลักไร้พลังของฮินดูโบราณทำไม ? . กลัวพลังศิวลึงค์ จะทำลายพุทธแบบไสยศาสตร์ของท่านหรือ แต่ก็แปลก ก็ยังเลือกทุบเฉพาะรูปจำลอง ? . หรือเลือกวันสำคัญทางพุทธ เป็นวันดีเดย์ในการทุบ !!! . . รูปสลักศิวลึงค์ ของจำลอง เอาเข้ามาตั้งใหม่ทีหลัง . เอ้า ......เอาอีกมุม รูปสลักที่ถูกทำลายเป็นสัตว์และทวารบาล ล้มรูปศิวลึงค์ในคืน วันวิสาขบูชา บอกนัยอะไรหรือเปล่า . ทำลายสัตว์ที่ปกป้อง ล้มรูปสัญลักษณ์อำนาจของไศวะ ที่ล้วนสูญสิ้นไปจากดินแดนแถบนี้แล้ว . อวิชชาหรือเปล่า ? . หากใช่...มันก็เป็นเรื่องของคนอวิชชาในท้องถิ่น ที่ใช้การทุบทำลายรูปจำลองของปราสาท มาเป็นจุดเรียกร้องความสนใจ ในสิ่งที่ตนต้องการ.....ผลประโยชน์ในเรื่องส่วนตัวล้วน ๆ . อวิชชา เกิดขึ้นจากความไม่เรียนรู้ ไม่มีเหตุผล และไม่มีสติ หากเป็นชาวพุทธที่ถือข้อปฏิบัติในพระธรรมคำสอนเป็นแก่นนำชีวิต ก็จะไม่เกิดอวิชชา หรือความงมงายง่าย ๆ . หรือหากในสังคมแห่งวัตถุ ความอวิชชาจากความเจริญ ในขณะที่การศึกษาเป็นเพียงตัวประกัน ไว้สำหรับการเมืองเพื่อหาเสียง หรือหาผลประโยชน์ในอำนาจ การศึกษาเป็นเพียงข้ออ้างในคะแนนเสียง . อวิชชาก็จะเจริญรุ่งเรือง !!! . .....แม้แต่ปรากฏการณ์พนมรุ้ง 2551 อวิชชาของผู้คน ยังคงผลิตซ้ำ ยัดเยียดปัญหาไปที่ไสยศาสตร์ ไปที่กลุ่มคนที่มาขอบูชา ไปที่สิ่งที่มองไม่เห็น ให้เป็นจำเลยในทันทีทันใด . .......กระพือโหม ให้ความไม่รู้เหล่านั้น ต่อยอดผสมกับข่าวความเก่าแก่กว่าพันปี ของศาสนสถานที่ยิ่งใหญ่ แหล่งท่องเที่ยวที่มีคุณค่า . โดยข้ามความจริง เพราะนำ อวิชชา โดยรู้ตัว....หรือไม่รู้จริงมาปกปิดไว้ !!! . มันอาจเป็นเพียง การทุบของจำลองโดยตั้งใจเลือกของ กลุ่มคน ผู้เสียผลประโยชน์ ทั้งลูกจ้าง ข้าราชการ แม่ค้า พระ ที่อยู่รายล้อม....เป็นปัญหารอบซากปราสาทที่เคยยิ่งใหญ่ ในอดีต . ก็แค่นั้น หรือไม่ ? . แม้แต่ในบทความนี้ ก็ถือได้ว่าเป็น อวิชชา ถ้าท่านอ่านแล้วเชื่อ...โดยไม่มีเหตุผลและไม่สนใจที่จะหาข้อมูลข่าว ผลประโยชน์ทับซ้อนบนเขาพนมรุ้ง มาใส่สมองครับ . |