• ศุภศรุต
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : jeabvoranai@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-28
  • จำนวนเรื่อง : 94
  • จำนวนผู้ชม : 118519
  • จำนวนผู้โหวต : 567
  • ส่ง msg :
วรณัย
เรื่องราวทางมานุษยวิทยา ประวัติศาสตร์ โบราณคดี สหวิทยาการและมุม Gossip
Permalink : http://www.oknation.net/blog/voranai
วันอังคาร ที่ 24 มิถุนายน 2551
“พระวิหารสัญจร” BLOG TO BRAINS ชวนร่วมค้นหาความจริงและปัญญา
Posted by ศุภศรุต , ผู้อ่าน : 1623 , 18:09:56 น.   | หมวดหมู่ : ประวัติศาสตร์โหด มัน ฮา   ตะลอนทัวร์  
พิมพ์หน้านี้


        เมื่อวาน (วันที่ 23 มิถุนายน 2551) หลังจากผมอ่านงานเขียน ของอาจารย์ชาญวิทย์ เกษตรศิริ  ในบทความเรื่อง "ปราสาทเขาพระวิหาร - กรณีศึกษาประวัติศาสตร์การเมืองกับลัทธิชาตินิยม" จาก

.

 http://www.matichon.co.th/news_detail.php?id=37387&catid=1 

.

         ความรู้สึกดี ๆ ก็เกิดขึ้นในจิตใจ เพราะสิ่งที่เราคิด สิ่งที่เราเขียนและสิ่งที่เราเห็น (ใน Entry ก่อนหน้านี้) มันคล้องจองกับของ“ครูบาอาจารย์”

.

      “ปรากฏการณ์ เขาพระวิหาร” ของผมเป็นไปตามรายละเอียดของเรื่องราวที่เกิดขึ้น “จริง” เป็น “Point of Fact” ที่ไม่เอนเอียง ไม่มีอคติ ในฐานะของนักวิชาการ(นอกกรอบ) บ้า ๆ บอ ๆ คนหนึ่ง

.

      วันนี้ “วิกฤตเขาพระวิหาร” ได้นำเรื่องราวในอดีต ความเสียใจต่อการสูญเสีย “เทวบรรพต” ที่งดงามที่สุดบนหน้าผาแห่งเขาไม้คาน (ดงเร็ก) กลับคืนมาในความทรงจำอีกครั้งหนึ่ง

.

        วันเวลายาวนานที่ผมต้องรอคอยให้เขาพระวิหารเปิดประตูเพื่อจะได้เดินทางขึ้นไปสักการะมหาปราสาทแห่งพระศิวะสักครั้งหนึ่ง และก็ได้ไปเยือนในเดือนแรกที่เปิดประตูแห่งการรอคอยนั้น โดยต้องมีทหารพรานมานำทางให้

.

      จนมาถึงวันนี้ วันที่ “ปราสาทเขาพระวิหาร” ได้กลายเป็นมาเป็นเครื่องมือในการต่อรอง การกระทบชิ่ง และการเมือง จนปิดตัวลงไปอีกครั้ง !!! 

.

         ทุกครั้งที่คิดถึง ในวันเวลาที่รอคอยอย่างใจจรดใจจ่อ หวังให้ฝ่ายกัมพูชาเปิดประตู  ภาวนาให้แผ่นดินกัมพูชาสงบสุขเสียซักที ก็เพราะเหตุมีสงครามและการแย่งชิง “ยุทธภูมิ” ที่ได้เปรียบบนเขาพระวิหารนะซิครับ ที่เป็นปัจจัยสำคัญทำให้เกิดการรุกล้ำ การถอยร่นของแนวลวดหนามเข้ามาในเขตซ้อนทับกับประเทศไทย

.

        สาเหตุของการเสียดินแดนในทาง "กายภาพ" มันอยู่ที่เหตุตรงนี้ !!!

.

         ซึ่งตั้งแต่อ่านงานเขียนหรือการแสดงความคิดเห็นของที่ไหนต่อที่ไหนตั้งแต่เกิดวิกฤตการณ์ยืมดาบ “ชาตินิยม” มาเป็นเครื่องมือเอาชนะทางการเมือง ก็ยังไม่เคยมีใครสามารถเล่าถึงสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ว่าทำไมทหาร ชาวบ้าน ประชาชนและร้านค้าชาวกัมพูชาจึงสามารถขึ้นมาตั้งในดินแดนทับซ้อนต้องคำสาปแห่งนี้ได้

.

          แม้กระทั้งงานเขียนของอาจารย์ชาญวิทย์ เกษตรศิริ ที่ผมกล่าวถึง ที่เริ่มต้นประวัติศาสตร์ของวิกฤตการณ์เขาพระวิหารมาจบลงแค่ปี 2505 และอธิบายกระบวนทัศน์หรือประวัติศาสตร์ผลิตซ้ำ นโนทัศน์ “วาทกรรมชาตินิยม” ที่ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในทุกยุคทุกสมัยอย่างชัดเจน

.

.

ภาพ สัตว์ประหลาด ที่โคปุระชั้นที่ 2

.

         ความทรงจำในภาพเก่าที่ผมจดจำได้ ทั้งภาพถ่ายต่าง ๆ การยกธงไตรรงค์ลงบนคราบน้ำตาของชาวไทย รวมทั้ง “ประวัติศาสตร์ชาติ” ที่รับใช้แต่การเมือง คอยกำกับให้เกิดแต่ความขัดแย้งระหว่างผู้คน ผมไม่เคยเห็นว่ามันจะเคยสร้างปัญญาให้กับใคร มันไม่เคยสร้างความสงบสุขและสันติภาพ มันทำให้ผู้คนเกิดความเกลียดชังกันและกัน

.

.

ภาพ โคปุระชั้นที่ 2

.

         มันน่าเจ็บปวดเพราะ เราเคยเสียปราสาทพระวิหารซึ่งผมยอมรับได้ แต่มันยิ่งเจ็บปวด ถ้าเราจะต้องเสียเขาพระวิหารไปอีกครั้งเพราะคนไทยเราไม่เอาข้อเท็จจริง ที่ปราศจากจาก “การเมืองและวาทกรรมชาตินิยม” มาเรียนรู้ให้เกิดปัญญาที่จะอยู่ร่วมกันบนโลกใบนี้

.

        จากบทความของอาจารย์ชาญวิทย์ เกษตรศิริ ซึ่งผมขอแนะนำว่า ให้ท่านได้ไปอ่านอีกครั้ง อย่างช้า ๆ  ส่วนผมก็จะขอต่อด้วย “ความทรงจำ” ที่เลอะเลือนในสายตาหลายคน....เพราะไม่แฝงการเมืองและไม่ “คลั่งชาติ” ครับ

.

        หลังจากคำตัดสิน ปี พ.ศ. 2505 ชายแดนตรงนั้น ตรงเชิงเขาพระวิหาร กองกำลังฝ่ายไทยได้เอาลวดหนามไปขึงล้อมตลอดแนวพื้นที่ “ห้าเหลี่ยมคางหมู” 150 ไร่ ตามคำตัดสินของศาลโลก จนฝ่ายกัมพูชา โดยนายกรัฐมนตรีสีหนุ ต้องเดินทางขึ้นมายอดปราสาทอย่างยากลำบากทางช่องบันไดหัก พร้อมชักธงกัมพูชาขึ้นสู่เสาที่หน้าผาเป้ยตาดี ท่ามกลางเสียงโห่ร้องด้วยความปิติ “กัมพูชาจงเจริญ สีหนุจงเจริญ”

.

        ถึงการเมืองแบบชาตินิยมของสมเด็จสีหนุจะสามารถทำให้ประชาชนกัมพูชากับมาสวามิภักดิ์ต่อระบบ "กษัตริย์อารักขา" ได้อีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง แต่มันก็เป็นดาบสองคมในโลกยุคสงครามเย็น

.

        ทหารไทยถอยกลับมาตั้งฐานที่มั่นอยู่ในระยะห่างบริเวณ “ผามออีแดง” จนเมื่อรัฐบาลของสมเด็จสีหนุ ถูกปฏิวัติโดย "นายพลลอนนอล" ที่มี “สหรัฐอเมริกา” อยู่เบื้องหลัง เขาพระวิหารจึงเริ่มมีการเปิดประตูตรงเชิงชั้น “บันไดนาคราช” ให้คนจากฝั่งประเทศไทยกลับขึ้นเที่ยวชมเป็นครั้งแรก แต่การเดินทางที่ต้องผ่านฝ่าถนนทรุกันดารและป่าเขาพนมดงรักกว่า 10 กิโลเมตร จากเชิงเทือกเขาไปยังเชิงผาพระวิหาร ก็เป็นอุปสรรคสำคัญในการเดินทางเข้าไปถึงครับ

.

.

        การเมืองชาตินิยมของระบอบกษัตริย์สีหนุได้นำพาให้ประชาชนเข้าสู่สงครามล้างเผ่าพันธุ์ครั้งใหญ่ เมื่อรัฐบาลลอนนอลถูกโค่นล้ม โดยเขมรแดงที่สีหนุหนุนหลังและหักหลัง จนเกิดกองกำลัง “เขมรเสรี” หลายฝ่ายถอยร่นมาทางชายแดนไทย

. 

        มีเขมรเสรีกลุ่มหนึ่งขึ้นมายึดครองเขาพระวิหาร เพื่อเป็นที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ หันปืนใหญ่ปืนน้อยไปยังเขมรแดง !!!

. 

         ยอดเขาพระวิหารอยู่ในยุทธศาสตร์และเขตสงคราม เพราะเป็นจุดได้เปรียบทางทหารในการตั้งฐานปืนใหญ่ ยิงสนับสนุนลงไปในที่ต่ำ การเปิดแนวรุกโอบล้อมก็ไม่สามารถทำได้ เพราะจะเข้ามาในเขตประเทศไทยและจะถูกผลักดันออกไป จนในที่สุดสงครามระหว่างเขมรแดงกับเขมรเฮง สัมริน โดยการสนับสนุนของกองทัพปลดปล่อยประชาชนเวียดนาม กองทัพเขมรผสมเวียดนามของเฮง สัมริน ได้ขับไล่เขมรแดงให้ถอยร่นมาทางเขาพระวิหาร ที่อยู่ในความครอบครองของเขมรเสรี (ประมาณปี 32 – 34) ซึ่งในเวลานั้นเปิดให้ขึ้นไปได้ แต่ต้องมีทหารพรานไทยขึ้นไปด้วย

          สมรภูมิเขาพระวิหาร จึงเป็นแดนของความขัดแย้งภายในประเทศกัมพูชา เริ่มจากเขมรเสรี(สองกลุ่ม)กับเขมรแดง เขมรเฮง สัมรินกับเขมรแดง ทำให้ทหารไทยต้องเป็นฝ่ายถอยออกจากแนวรบที่พัวพันเข้ามาประชิดติดชายแดนเขาพระวิหาร !!!

.

         กำลังเขมรแดงสามารถบุกขึ้นยึดเขาพระวิหารจากเขมรเสรีกลุ่มหนึ่งได้ ซึ่งในช่วงนี้ เพลงเขาพระวิหารของวง “อินโดจีน” น่าจะเริ่มเผยแพร่ เขมรแดงได้ปิดประตู เคลื่อนย้ายประตูเหล็กเดิมของไทยออกจากบันได เพื่อใช้เป็นทางลำเลียงอาวุธสนับสนุน ในการสู้รบกับกองทัพเวียดนามของเฮง สัมริน

. 

         คงไม่ต้องบอกกันนะครับว่า ใครสนับสนุนอาวุธยุโธปกรณ์ และยุทธปัจจัยขึ้นไปบนเขาพระวิหาร ในความครอบครองของเขมรแดง !!!

.

        จำได้ว่า กองกำลังเขมรเฮงสัมริน สามารถตีเขาพระวิหารแตก และได้ลงมากั้นเส้นลวดหนามที่แนวร่องน้ำในปัจจุบัน โดยทางฝ่ายทหารไทยไม่สามารถเข้าไปร่วมในการผลักดันหรือทำสงครามได้

         ปืนใหญ่เดิมของฝ่ายเขมรแดงที่ได้รับการสนับสนุนจากประเทศข้าง ๆ ปัจจุบันตั้งให้เห็นเป็นอนุสรณ์อยู่บนชั้นโคปุระที่สามของปราสาท ก็ได้ถูกหันกลับมาจังก้าทางฝั่งเจ้าของในทันที ด้วยในขณะนั้นประเทศไทยมีการพิพาททำสงครามกับเขมร - เวียดนามอยู่ตลอดแนวชายแดน และในเวทีโลกเอง ประเทศไทยก็เป็นตัวตั้งตัวตี วิ่งล็อบบี้ประชาคมโลก.....ให้ยอมรับเขมรสามฝ่ายที่เป็นศัตรูของเฮง สัมริน

.

          ความไม่สงบจากสงครามภายในกัมพูชาและข้อพิพาทไทย - เวียดนามของเฮง สัมริน ทำให้ฝ่ายไทยไม่สามารถกลับไปดันเขตลวดหนามขึ้นไปไว้ที่เดิมตามคำตัดสินปี พ.ศ. 2505 !!!

.

        เราต้องจำยอมรับแนวลวดหนามใหม่มาจนบ้านเมืองกัมพูชาสงบ จนธงกัมพูชาบนพื้นสีฟ้าของยูเอ็น ขึ้นเหนือยอดเสาของเขาพระวิหาร

.

        ประตูใหม่ในจุดใหม่ที่รุกล้ำเข้ามาในดินแดนประเทศกลายเป็นที่ยอมรับ โดย “พฤตินัย” !!!

.

        ความจำของผมอาจจะไม่ดีนัก ท่านใดมีประสบการณ์ ก็มาเล่าสู่กันฟังนะครับ

.

.

ภาพ โคปุระชั้นที่ 4

.

        ผมใจจรดจ่อต่อการอยากขึ้นไปเขาพระวิหารมาตั้งแต่เด็ก ๆ จึงติดตามข่าวสารในทุกยุคทุกสมัยมาตลอด จนบ้านเมืองกัมพูชาสงบ ปราสาทเขาพระวิหารก็เปิดประตูตามข้อตกลงชั่วคราวของคณะกรรมการร่วมชายแดน จังหวัดศรีสะเกษและจังหวัดพระวิหาร รองรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

.

         จึงเป็นการตอกย้ำโดย “พฤตินัย” อีกครั้ง ต่อการยอมรับประตูเหล็กบนร่องน้ำ ที่ทหารไทยในอดีตไปล้อมลวดหนามเพื่อเป็นแนวมิให้สงครามนัวเนียของเขมรแต่ละฝ่ายรุกเข้ามาเกินแนวกระสุนปืนครก ส่งสัญญามิให้รุกล้ำ !!! 

         หน้าต่อมาของประวัติศาสตร์หลังปี พ.ศ. 2505  จึงเป็นมาเช่นนี้ครับ

.

         เมื่อเห็นความสนใจของผู้คนมากมายทั้งในและนอก Blog จึงคิดโครงการ BLOG TO BRAINS ชวนทุกท่านร่วมกันไปสัญจร ชมมรดกแห่งมนุษยชาติ “ปราสาทพระวิหาร” แถมด้วยการเยือนมรดกโลก “เส้นทางราชมรรคา” หรือ “เส้นทางอารยธรรมขอม” ที่คณะกรรมการมรดกโลกของไทยกำลังยื่นขอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งใหม่ของประเทศ พร้อมกับเข้าพระวิหารของประเทศกัมพูชา

.

.

ภาพ โคปุระชั้นที่ 3

.

        ชวนท่านไปเที่ยว ร่วมค้นหาความจริงและสร้างปัญญากันบนพื้นที่จริง บนเขาพระวิหาร ในระหว่างวันที่ 12 – 13 กรกฎาคมนี้ครับ เพราะไกลจากนี้เดี๋ยวเรื่องวิกฤตการณ์จะไม่ทันสมัย ช่วงนี้กำลัง HOT !!!

.

        ผมประเมินว่า ประตูทางขึ้นเขาพระวิหารที่ปิดไปเมื่อวานก็จะเปิดใหม่ในอีกไม่นาน เพราะรายได้และเศรษฐกิจของผู้คนในเขตจังหวัดพระวิหารของกัมพูชายังต้องพึ่งพาการท่องเที่ยวจากฝั่งไทย สถานการณ์นี้จึงทำให้บรรยากาศการท่องเที่ยวเขาพระวิหารกำลังจะกลายมาเป็น “ไฮไลท์” ช่วงโกยเงินทองของชาวเขมรไปซะแล้ว

.

.

ภาพ ปราสาทโดนตวล

.

        โปรแกรมเส้นทาง (Routing) “พระวิหารสัญจร”  เป็นอย่างนี้ครับ

.

วันที่ 11 ตอนห้าทุ่ม เตรียมขึ้นรถบัสปรับอากาศ

วันที่ 12 กรกฎาคม ตอนเที่ยงคืน ออกเดินทาง รวดเดียวถึงเขาพระวิหาร หลับกันไปบนรถ

.

6.30 น. แวะรับประทานอาหารเช้า ล้างหน้าแปรงฟันให้สดชื่น

.

8.00 . ขึ้นชมเขาพระวิหาร ชมสระตราว มออีแดง แวะ ปราสาทโดนตวล

ปราสาทร่วมสมัยกับปราสาทเขาพระวิหาร จากจารึกที่ปรากฏบนเสากรอบประตู

.

.

ภาพ ภาพสลักปริศนาที่มออีแดง

.

13.00  ออกเดินทางลงจากเขาพระวิหาร รับประทานอาหาร

.

14.30 – 16.30  ชมกลุ่มปราสาทตาเมือน กลุ่มปราสาทติดแนวชายแดน อยู่ในพื้นที่ทับซ้อนที่ฝ่ายไทยเราเข้าครอบครองก่อน ชมธรรมศาลาตาเมือน ที่สมบูรณ์ที่สุดในฝั่งประเทศไทย ชมปราสาทอโรคยศาลาตาเมือนโต๊จ และเข้าชมปราสาทตาเมือนธมที่มีบันไดทางขึ้นหันหน้าไปทางทางฝั่งกัมพูชา

.

.

.

ภาพ ปราสาทตาเมือน ตาเมือนโต๊จ และตาเมือนธม

.

18.00 เข้าที่พัก โรงแรมมาตรฐานเมืองสุรินทร์ รับประทานอาหาร

.

19.30 – 21 .30 น. เสวนาเรื่อง “เขาพระวิหาร” ในประเด็นและมุมมองต่าง ๆ ตามประสา Citizens Reporter ร่วมกันในห้องประชุมของโรงแรม

.

พักผ่อนตามอัธยาศัย

.

วันที่ 13 กรกฎาคม

.

7.30 น. รับประทานอาหารเช้า

.

8.30 ออกเดินทางไปเที่ยวชมเส้นทางสายราชมรรคา “Royal Road” ของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7  ชมปราสาททะมอ ปราสาทบ้านบุ ธรรมศาลา ระหว่างเส้นทางสายราชมรรคา

.

.

ภาพ ปราสาททะมอและปราสาทบ้านบุ

.

10.00 น. ชมปราสาทเมืองต่ำ มรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งใหม่ของประเทศไทย

.

.

ภาพ ปราสาทเมืองต่ำ

.

12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน

.

13.00 – 15.00  ถ่ายรูปและกิจกรรมเสวนาสัจญร “ปราสาทเขาพนมรุ้ง” เรียนรู้ประติมานวิทยาและเบื้องลึกเบื้องหลังใครทุบรูปสลัก ใครย้ายศิวลึงค์

.

17.00 น. ร่วมรับประทานอาหารเย็น

. 

.

.

ภาพ ปราสาทหินเขาพนมรุ้ง

.

20.00 น. เดินทางกลับถึงกรุงเทพมหานครโดยสวัสดิภาพ

. 

        ท่านใดอยากไปชมปราสาทไหนเพิ่มเติมตามแนวเส้นทาง หรือ มีข้อเสนอแนะ ข้อแนะนำ เกี่ยวกับเส้นทาง กิจกรรมเพิ่มเติม หรือมีประเด็นอะไรของ ”เขาพระวิหาร” ที่น่านำมาถกกันในระหว่างเดินทางหรือในวงเสวนา ก็ขอเชิญร่วมกิจกรรม หรือเปิด Entry เสนอแนะนำกันได้เลยนะครับ

.

       เมื่อสักครู่ระหว่างพิมพ์ Entry นี้ ก็ได้ให้สัมภาษณ์สดทางรายการวิทยุของคุณธรรมศักดิ์ FM 92.25 MHz

.

        ผมก็ยังยืนยันชัดครับว่า ขอสนับสนุนให้ขึ้นทะเบียน "ปราสาทเขาพระวิหาร" ให้เป็นมรดกโลกร่วมกัน บนพื้นฐานของความเข้าใจและมิตรภาพของสองประเทศอารยะ

.

.

แผนที่แนบท้ายชุดแรกการขอขึ้นทะเบียนมรดกโลก จุดเริ่มต้นของปัญหา

.

        สนับสนุนการขึ้นทะเบียน “ร่วม” โดนสันติวิธีและถูกต้องตามข้อเท็จจริง ขอให้ชาวกัมพูชาถอนบ้านเรือนและร้านค้าออกไปจากดินแดนของประเทศไทยตามคำสั่งของศาลโลกปี 2505 ในทันที และขอให้สันติภาพจงนำพาให้เกิดความเจริญแก่ประเทศทั้งสอง

.

.

แผนที่แนบท้ายแก้ไขใหม่ ถอยไปยึดแนวเขตตามคำสั่งศาลโลกปี 2505

.

        แต่ผมไม่ขอสนับสนุน “การบิดเบือน” หลักฐานข้อมูลใด ๆ ของปัญหา “วิกฤตการณ์เขาพระวิหาร” ของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด เพื่อสนองตอบต่อการเมืองและวาทกรรมชาตินิยม หรือเป็นเครื่องมือในการเอาชนะฝ่ายตรงข้ามภายในประเทศ

.

       ไม่ขอสนับสนุนความเกลียดชังใด ๆ ที่เกิดมาแต่ “อคติ” มิใช่ “ความจริง”

.

       จึงอยากให้การเดินทาง “พระวิหารสัญจร” ในครั้งนี้ ได้นำไปสู่ข้อเท็จจริงและปัญญาแก่ท่านทุกคนครับ !!!

.

.
.
.

.

.

หมายเหตุ :    เพื่อน Blogger และท่านที่สนใจร่วมพระวิหารสัญจร โปรดลงชื่อใน Entry นี้หรือส่ง Email จองที่นั่ง รายละเอียดค่าใช้จ่ายที่พัก และอาหาร จะนำมาลง Entry อีกครั้งหลังจากทราบจำนวนคร่าว ๆ ครับ
.


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 49
สายธาร วันที่ : 09/07/2008 เวลา : 21.50 น.
http://www.oknation.net/blog/cyberfrogy
"ยิ่งให้ยิ่งได้ ยิ่งหวงยิ่งอด หมดก็ไม่มา เราไม่หวงกัน  เราก็ไม่หมด หมดก็มาเรื่อยๆ "

กำลังชมรายการ อ.เจ๊ยบ ครับ....
ความคิดเห็นที่ 48
คนบำเพ็ญฯ วันที่ : 08/07/2008 เวลา : 13.21 น.
http://www.oknation.net/blog/bumpen24
ปลายน้ำ

ยอดเยี่ยม....ชอบมากเลยพี่
อยากเดินทางด้วยจังเลย....จะทันมั๊ยเนี๊ยะ
ความคิดเห็นที่ 47
siampatriot วันที่ : 02/07/2008 เวลา : 22.49 น.
http://www.oknation.net/blog/siampatriot
แวะมาเยี่ยมคร๊าบบบบ

แวะมานับจำนวนประชากรร่วมทริปครับ
ความคิดเห็นที่ 46
มารูโกะ วันที่ : 28/06/2008 เวลา : 21.23 น.
http://www.oknation.net/blog/maruko

ปล. แล้วจะมั่นใจได้อย่างไรว่าประตูมันจะเปิด และปลอดภัย มีแผนสองไหมคะ
ความคิดเห็นที่ 45
มารูโกะ วันที่ : 28/06/2008 เวลา : 21.16 น.
http://www.oknation.net/blog/maruko

เมื่อปี 33 ตั้งใจไปเขาพระวิหารครั้งแรก ปรากฏว่าไปไม่ทันเวลาปิดด่านขาออก เลยอด แต่ได้เที่ยวปราสาทพนมรุ้งและเมืองต่ำ
ปี 51 ด้วยความไม่ตั้งใจดันได้ไปเที่ยวเขาพระวิหารซะงั้น
ไปแล้วก็ยังอยากไปอีก...

และรวมกับโปรแกรมดีๆ เป็นหางว่าวของคุณศุภศรุต ก็ยิ่งอยากไป ...

ความคิดเห็นที่ 44
มะโหนก วันที่ : 28/06/2008 เวลา : 14.10 น.
http://www.oknation.net/blog/bigboom007

น่าสนใจนะคะพี่...
แต่มะโหนกก็สงสัยเหมือนกับพี่เป๊บซี่เหมือนกัน
ว่าเราจะไปกันยังไงค่ะ
ก็ตอนนี้เขาปิดอยู่มะช่ายเหรอเจ้าค่ะพี่
ความคิดเห็นที่ 43
เป๊ปซี่ วันที่ : 28/06/2008 เวลา : 12.06 น.
http://www.oknation.net/blog/Pepsi8

ว่าแต่ตอนนี้...กัมพูชา...เขาปิด "เขาพระวิหาร" อยู่มิใช่หรือครับ...????
ความคิดเห็นที่ 42
เป๊ปซี่ วันที่ : 28/06/2008 เวลา : 11.59 น.
http://www.oknation.net/blog/Pepsi8

ผมอ่านงานเขียนของอาจารย์ชาญวิทย์ เกษตรศิริ มาสองรอบ...

อ่านของอาจารย์อีกรอบ....ก็ไปในทิศทางเดียวกัน....

ผมเห็นด้วยกับทั้งสองอาจารย์และสองงานเขียน...

แต่ความคลั่งชาติและชาตินิยมนั้น....เมื่อถูกปลุกขึ้นมาแล้ว...ก็ยากที่จะดับลงไปได้โดยง่าย...ตอนนี้ไทยก็ประท้วงว่าเสียดินแดน...เขมรก็ประท้วงว่าไทยโกงดินแดน...

นี่แหละพิษภัยการเมืองอย่างแท้จริง...

หลังจากที่ท่านปรีดี พนมยงค์ ต้องลี้ภัยการเมือง...มาครั้งหนึ่งแล้ว...เพราะฝีมือใคร...????

บุคคลสำคัญของโลกและเป็น "ชาวไทย" แต่กลับอยู่ประเทศไทยไม่ได้....ไม่สามารถทำประโยชน์ให้กับชาติบ้านเมือง....

ฝีมือใคร.....???????????
ความคิดเห็นที่ 41
cancer วันที่ : 28/06/2008 เวลา : 10.07 น.
http://www.oknation.net/blog/ION

สวัสดีค่ะ

ตามมาเที่ยวกับอาจารย์ด้วยค่ะ

รักษาสุขภาพด้วยนะคะ
ความคิดเห็นที่ 40
ครูทิพย์ วันที่ : 28/06/2008 เวลา : 09.46 น.
http://www.oknation.net/blog/Tip2
ครูทิพย์


ตามมาเที่ยวค่ะ อ.เจี๊ยบ...ไอ้เจ้าสัตว์ประหลาดน่ะ หน้าตาและสีสันของมันก็ดูสวยแปลกดีนะคะ..

เสียดายค่ะ...เที่ยวที่ปีนที่สูง...ครูไม่ไหวเสียแล้ว...ต้องเที่ยวแบบทางเรียบค่ะ...ไปปีนขึ้น "กองแลน" ที่ปายมา...แทบเดี้ยงเลย...แต่ขึ้นไปถึงข้างบนแล้ว...ภูมิทัศน์สวยจนหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งเลยเชียวค่ะ

ป.ล. มีกาแฟจากร้าน coffee in love ที่ปายมาฝากอาจารย์นะคะ
ความคิดเห็นที่ 39
ป๊อกป๊อกป๊อก วันที่ : 28/06/2008 เวลา : 00.54 น.
http://www.oknation.net/blog/unseenssk
มาเด้อหล่า มาซอยกันเบิ่งแยงบ้านเฮา

ปีพ.ศ.2533-34 ผมขอขึ้นรถเพื่อนๆคณะโบราณคดีเอกไทยที่มาออกภาคสนามเก็บภาษาส่วยที่บุรีรัมย์ มาช่วยเค้ามั่งเที่ยวเล่นมั่งจนเค้าจะกลับเลยขอตัวแวะกลับบ้านที่ศรีสะเกษ มาถึงบ้านเจอเพื่อนที่จบม.6รุ่นเดียวกันที่ไปเป็นทหารพรานที่พระวิหาร มันชวนไปเที่ยวแต่ไม่รับรองความปลอดภัย 5555 เพราะเวลาลาดตระเวณแต่ละรอบมีอันต้องโดนกับระเบิดขาขาดเกือบทุกทีไป เน้นว่าปี2533-34ครับ ระเบิดแถวนั้นยังกะดอกเห็ด กว่าผมจะได้ขึ้นไปจริงๆก็อีกหลายปีต่อมาอยู่ครับ หลังจากเคลียร์กับระเบิด 5 ม.จากแนวทางเดิมได้ 100% ค่อยกล้าเสี่ยงไปครับ ประตูรั้วเหล็กที่อ.เอามาให้ชมผมเคยลอดผ่านไปแล้วเหมือนกัน อิอิ เหตุการณ์สมัยนั้นที่อ.เล่ามาคอนเฟิร์มครับลุงผมที่เป็นตชด.กับน้าที่เป็น อส.เล่ามาอย่างนั้นเหมือนกัน
ความคิดเห็นที่ 38
ความทรงจำเก่าๆ วันที่ : 26/06/2008 เวลา : 23.31 น.
http://www.oknation.net/blog/kontummadha
เพลงชีวิต.....เพลงชีวา...คนธรรมด๊า...ธรรมดา 6-9 พย.51 กับโครงการ   ตามรอยครูซัน...สานฝันเด็กน้อย

มาตามอ่านอีกครับ....
.....
....
สงสัยตรงข้อความที่ว่า....
..................................
กำลังเขมรแดงสามารถบุกขึ้นยึดเขาพระวิหารจากเขมรเสรีกลุ่มหนึ่งได้ ซึ่งในช่วงนี้ เพลงเขาพระวิหารของวง “อินโดจีน” น่าจะเริ่มเผยแพร่ เขมรแดงได้ปิดประตู เคลื่อนย้ายประตูเหล็กเดิมของไทยออกจากบันได เพื่อใช้เป็นทางลำเลียงอาวุธสนับสนุน ในการสู้รบกับกองทัพเวียดนามของเฮง สัมริน
..................................

แสดงว่า เดิมก่อนที่ประตูเหล็กจะมาอยู่ตรงลำธารเล็กๆนี้
ประตูเคยอยู่กลางบันได ใกล้ถึงหัวพยานาค มาแล้ว
( ตามภาพจาก http://www.oknation.net/blog/babymind/2008/06/23/entry-1 )
..เป็นการแบ่งเขตไทย-เขมร....แล้วทำไมเราไม่ผลักดันให้ประตูไปอยู่ที่กลางบันไดเหมือนเดิมหละครับ...
ความคิดเห็นที่ 37
ThailandNeverDie วันที่ : 26/06/2008 เวลา : 16.29 น.
http://www.oknation.net/blog/thailandneverdie

รัฐบาลทำอย่างไงก็ได้ครับ
ที่ไม่ต้องเสียพื้นที่ที่เป็นของเราไปอีก

ทำแค่นี้ได้ ผมก้ดีใจแล้ว ในกรณีนี้
ไม่ต้องถึงกับไปร่วมเข้าเป้นมรดกโลกกับเขาหรอก
ที่มีอยู่ยังดูแลไม่ทั่วถึงเลย

เขาจะยกเลิกเอาอยู่นี่


ความคิดเห็นที่ 36
จันทร์วารี วันที่ : 26/06/2008 เวลา : 12.08 น.
http://www.oknation.net/blog/waranin
คือ..จันทร์วารี  : สวัสดี.. ม่านหมอกและหยาดน้ำค้าง/กลุ่มเขียนข้าว

เอ่ออยากไป..
ความคิดเห็นที่ 35
siampatriot วันที่ : 26/06/2008 เวลา : 08.06 น.
http://www.oknation.net/blog/siampatriot
แวะมาเยี่ยมคร๊าบบบบ

แวะมาลงชื่อคร๊าบบบบ
สองที่เหมือนเดิมครับ....
ความคิดเห็นที่ 34
Ch.Minivet วันที่ : 25/06/2008 เวลา : 23.58 น.
http://www.oknation.net/blog/ChMinivet
Ch.Minivet

เอา! นู๋ตัดสินใจเด็ดขาดแล้วค่ะ .. " โดด เรียน " นู๋คงไม่จบแน่นอน อิอิ ขาดบ่อย

... ... ...

อยากรู้ประวัติศาสตร์ที่ชัดเจน ที่มาที่ไป เรื่องจริงๆเป็นอย่างไร อยากฟังเสวนา ฯลฯ ที่สำคัญสุดอยากเที่ยว

... ... ...

Ch.Minivet ไปด้วยแน่นอน 1 ที่ แทงกั๊กอีก 1 ที่ ตอนนี้รวมไปก่อน จ๋อง นะคะ ..
ความคิดเห็นที่ 33
ลุงต้าลี่ วันที่ : 25/06/2008 เวลา : 23.45 น.
http://www.oknation.net/blog/loongdali

เขาพระวิหารเคยไปมาแล้ว เดินขึ้นบันใดหินหักถึงหัวพญานาคก็เหนื่อยแทบแย่ คราวนี้ก็อยากไปอีกจะได้ฟังอาจารย์ศุภรุตอธิบายปราสาทต่าง ๆ ให้กระจ่าง แต่ติดภาระกิจอีกแล้ว
ความคิดเห็นที่ 32
อะหนึ่ง วันที่ : 25/06/2008 เวลา : 23.41 น.
http://www.oknation.net/blog/mindhand
..อนึ่ง....คิดถึงพอสังเขป.. ..อะหนึ่ง..

ส่งใจตามไปร่วมค้นหาความจริง นะครับจารย์
ช่วงนี้ยังไม่อยากเอาเงินไปทิ้งให้เขมร อะครับ
ความคิดเห็นที่ 31
คนใส่แว่น วันที่ : 25/06/2008 เวลา : 19.57 น.
http://www.oknation.net/blog/chattrg

เสียดายคนอยากไม่ได้ไป
ความคิดเห็นที่ 30
รมย์รวินท์ วันที่ : 25/06/2008 เวลา : 18.36 น.
http://www.oknation.net/blog/romrawin

คราวนี้ไม่พลาดแน่ค่ะ
ที่จริงไปแล้วนะคะที่ปราสาทเมืองต่ำ
แต่ด้วยความขยันไปนิด
เลยไม่ได้เดินเข้าไปค่ะ
รถวิ่งรอบนอกเห็นนึกว่าไม่มีอะไรค่ะ
เสียดายขอไปด้วยคนค่ะ
ความคิดเห็นที่ 29
wullopp วันที่ : 25/06/2008 เวลา : 17.38 น.
http://www.oknation.net/blog/health2you

โหวตให้บทความที่มีทั้งแผนที่ ภาพ ข้อมูล และบทวิเคราะห์ชั้นนำของอาจารย์อีก 1 คะแนนครับ...
ความคิดเห็นที่ 28
กมาโคมาลอฟกี้ วันที่ : 25/06/2008 เวลา : 17.22 น.
http://www.oknation.net/blog/arjarnLung
kamakomalofgy

เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ อย่าใช้กรณีนี้เป็นการต่อรองทางการเมือง และขอให้จดทะเบียน "ร่วมกัน" ครับ
ความคิดเห็นที่ 27
ดินดำน้ำชุ่ม วันที่ : 25/06/2008 เวลา : 16.45 น.
http://www.oknation.net/blog/derreiser

อยากไปด้วยมากๆครับ เพราะเคยไปแล้วไม่ประทับใจ

ถ้าได้ไปกับอาจารย์ ต้องประทับใจแน่ๆเลย

ขอตามจากรายงานนะครับ เพราะอยู่ไกล กรุงเทพครับ