พิมพ์หน้านี้
|
เมื่อวาน (วันที่ 23 มิถุนายน 2551) หลังจากผมอ่านงานเขียน ของอาจารย์ชาญวิทย์ เกษตรศิริ ในบทความเรื่อง "ปราสาทเขาพระวิหาร - กรณีศึกษาประวัติศาสตร์การเมืองกับลัทธิชาตินิยม" จาก . http://www.matichon.co.th/news_detail.php?id=37387&catid=1 . ความรู้สึกดี ๆ ก็เกิดขึ้นในจิตใจ เพราะสิ่งที่เราคิด สิ่งที่เราเขียนและสิ่งที่เราเห็น (ใน Entry ก่อนหน้านี้) มันคล้องจองกับของครูบาอาจารย์ . ปรากฏการณ์ เขาพระวิหาร ของผมเป็นไปตามรายละเอียดของเรื่องราวที่เกิดขึ้น จริง เป็น Point of Fact ที่ไม่เอนเอียง ไม่มีอคติ ในฐานะของนักวิชาการ(นอกกรอบ) บ้า ๆ บอ ๆ คนหนึ่ง . วันนี้ วิกฤตเขาพระวิหาร ได้นำเรื่องราวในอดีต ความเสียใจต่อการสูญเสีย เทวบรรพต ที่งดงามที่สุดบนหน้าผาแห่งเขาไม้คาน (ดงเร็ก) กลับคืนมาในความทรงจำอีกครั้งหนึ่ง . วันเวลายาวนานที่ผมต้องรอคอยให้เขาพระวิหารเปิดประตูเพื่อจะได้เดินทางขึ้นไปสักการะมหาปราสาทแห่งพระศิวะสักครั้งหนึ่ง และก็ได้ไปเยือนในเดือนแรกที่เปิดประตูแห่งการรอคอยนั้น โดยต้องมีทหารพรานมานำทางให้ .
. จนมาถึงวันนี้ วันที่ ปราสาทเขาพระวิหาร ได้กลายเป็นมาเป็นเครื่องมือในการต่อรอง การกระทบชิ่ง และการเมือง จนปิดตัวลงไปอีกครั้ง !!! . ทุกครั้งที่คิดถึง ในวันเวลาที่รอคอยอย่างใจจรดใจจ่อ หวังให้ฝ่ายกัมพูชาเปิดประตู ภาวนาให้แผ่นดินกัมพูชาสงบสุขเสียซักที ก็เพราะเหตุมีสงครามและการแย่งชิง ยุทธภูมิ ที่ได้เปรียบบนเขาพระวิหารนะซิครับ ที่เป็นปัจจัยสำคัญทำให้เกิดการรุกล้ำ การถอยร่นของแนวลวดหนามเข้ามาในเขตซ้อนทับกับประเทศไทย . สาเหตุของการเสียดินแดนในทาง "กายภาพ" มันอยู่ที่เหตุตรงนี้ !!! . ซึ่งตั้งแต่อ่านงานเขียนหรือการแสดงความคิดเห็นของที่ไหนต่อที่ไหนตั้งแต่เกิดวิกฤตการณ์ยืมดาบ ชาตินิยม มาเป็นเครื่องมือเอาชนะทางการเมือง ก็ยังไม่เคยมีใครสามารถเล่าถึงสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ว่าทำไมทหาร ชาวบ้าน ประชาชนและร้านค้าชาวกัมพูชาจึงสามารถขึ้นมาตั้งในดินแดนทับซ้อนต้องคำสาปแห่งนี้ได้ . แม้กระทั้งงานเขียนของอาจารย์ชาญวิทย์ เกษตรศิริ ที่ผมกล่าวถึง ที่เริ่มต้นประวัติศาสตร์ของวิกฤตการณ์เขาพระวิหารมาจบลงแค่ปี 2505 และอธิบายกระบวนทัศน์หรือประวัติศาสตร์ผลิตซ้ำ นโนทัศน์ วาทกรรมชาตินิยม ที่ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในทุกยุคทุกสมัยอย่างชัดเจน .
. ภาพ สัตว์ประหลาด ที่โคปุระชั้นที่ 2 . ความทรงจำในภาพเก่าที่ผมจดจำได้ ทั้งภาพถ่ายต่าง ๆ การยกธงไตรรงค์ลงบนคราบน้ำตาของชาวไทย รวมทั้ง ประวัติศาสตร์ชาติ ที่รับใช้แต่การเมือง คอยกำกับให้เกิดแต่ความขัดแย้งระหว่างผู้คน ผมไม่เคยเห็นว่ามันจะเคยสร้างปัญญาให้กับใคร มันไม่เคยสร้างความสงบสุขและสันติภาพ มันทำให้ผู้คนเกิดความเกลียดชังกันและกัน .
. ภาพ โคปุระชั้นที่ 2 . มันน่าเจ็บปวดเพราะ เราเคยเสียปราสาทพระวิหารซึ่งผมยอมรับได้ แต่มันยิ่งเจ็บปวด ถ้าเราจะต้องเสียเขาพระวิหารไปอีกครั้งเพราะคนไทยเราไม่เอาข้อเท็จจริง ที่ปราศจากจาก การเมืองและวาทกรรมชาตินิยม มาเรียนรู้ให้เกิดปัญญาที่จะอยู่ร่วมกันบนโลกใบนี้ . จากบทความของอาจารย์ชาญวิทย์ เกษตรศิริ ซึ่งผมขอแนะนำว่า ให้ท่านได้ไปอ่านอีกครั้ง อย่างช้า ๆ ส่วนผมก็จะขอต่อด้วย ความทรงจำ ที่เลอะเลือนในสายตาหลายคน....เพราะไม่แฝงการเมืองและไม่ คลั่งชาติ ครับ . หลังจากคำตัดสิน ปี พ.ศ. 2505 ชายแดนตรงนั้น ตรงเชิงเขาพระวิหาร กองกำลังฝ่ายไทยได้เอาลวดหนามไปขึงล้อมตลอดแนวพื้นที่ ห้าเหลี่ยมคางหมู 150 ไร่ ตามคำตัดสินของศาลโลก จนฝ่ายกัมพูชา โดยนายกรัฐมนตรีสีหนุ ต้องเดินทางขึ้นมายอดปราสาทอย่างยากลำบากทางช่องบันไดหัก พร้อมชักธงกัมพูชาขึ้นสู่เสาที่หน้าผาเป้ยตาดี ท่ามกลางเสียงโห่ร้องด้วยความปิติ กัมพูชาจงเจริญ สีหนุจงเจริญ . ถึงการเมืองแบบชาตินิยมของสมเด็จสีหนุจะสามารถทำให้ประชาชนกัมพูชากับมาสวามิภักดิ์ต่อระบบ "กษัตริย์อารักขา" ได้อีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง แต่มันก็เป็นดาบสองคมในโลกยุคสงครามเย็น . ทหารไทยถอยกลับมาตั้งฐานที่มั่นอยู่ในระยะห่างบริเวณ ผามออีแดง จนเมื่อรัฐบาลของสมเด็จสีหนุ ถูกปฏิวัติโดย "นายพลลอนนอล" ที่มี สหรัฐอเมริกา อยู่เบื้องหลัง เขาพระวิหารจึงเริ่มมีการเปิดประตูตรงเชิงชั้น บันไดนาคราช ให้คนจากฝั่งประเทศไทยกลับขึ้นเที่ยวชมเป็นครั้งแรก แต่การเดินทางที่ต้องผ่านฝ่าถนนทรุกันดารและป่าเขาพนมดงรักกว่า 10 กิโลเมตร จากเชิงเทือกเขาไปยังเชิงผาพระวิหาร ก็เป็นอุปสรรคสำคัญในการเดินทางเข้าไปถึงครับ .
. การเมืองชาตินิยมของระบอบกษัตริย์สีหนุได้นำพาให้ประชาชนเข้าสู่สงครามล้างเผ่าพันธุ์ครั้งใหญ่ เมื่อรัฐบาลลอนนอลถูกโค่นล้ม โดยเขมรแดงที่สีหนุหนุนหลังและหักหลัง จนเกิดกองกำลัง เขมรเสรี หลายฝ่ายถอยร่นมาทางชายแดนไทย . มีเขมรเสรีกลุ่มหนึ่งขึ้นมายึดครองเขาพระวิหาร เพื่อเป็นที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ หันปืนใหญ่ปืนน้อยไปยังเขมรแดง !!! . ยอดเขาพระวิหารอยู่ในยุทธศาสตร์และเขตสงคราม เพราะเป็นจุดได้เปรียบทางทหารในการตั้งฐานปืนใหญ่ ยิงสนับสนุนลงไปในที่ต่ำ การเปิดแนวรุกโอบล้อมก็ไม่สามารถทำได้ เพราะจะเข้ามาในเขตประเทศไทยและจะถูกผลักดันออกไป จนในที่สุดสงครามระหว่างเขมรแดงกับเขมรเฮง สัมริน โดยการสนับสนุนของกองทัพปลดปล่อยประชาชนเวียดนาม กองทัพเขมรผสมเวียดนามของเฮง สัมริน ได้ขับไล่เขมรแดงให้ถอยร่นมาทางเขาพระวิหาร ที่อยู่ในความครอบครองของเขมรเสรี (ประมาณปี 32 34) ซึ่งในเวลานั้นเปิดให้ขึ้นไปได้ แต่ต้องมีทหารพรานไทยขึ้นไปด้วย . สมรภูมิเขาพระวิหาร จึงเป็นแดนของความขัดแย้งภายในประเทศกัมพูชา เริ่มจากเขมรเสรี(สองกลุ่ม)กับเขมรแดง เขมรเฮง สัมรินกับเขมรแดง ทำให้ทหารไทยต้องเป็นฝ่ายถอยออกจากแนวรบที่พัวพันเข้ามาประชิดติดชายแดนเขาพระวิหาร !!! . กำลังเขมรแดงสามารถบุกขึ้นยึดเขาพระวิหารจากเขมรเสรีกลุ่มหนึ่งได้ ซึ่งในช่วงนี้ เพลงเขาพระวิหารของวง อินโดจีน น่าจะเริ่มเผยแพร่ เขมรแดงได้ปิดประตู เคลื่อนย้ายประตูเหล็กเดิมของไทยออกจากบันได เพื่อใช้เป็นทางลำเลียงอาวุธสนับสนุน ในการสู้รบกับกองทัพเวียดนามของเฮง สัมริน . คงไม่ต้องบอกกันนะครับว่า ใครสนับสนุนอาวุธยุโธปกรณ์ และยุทธปัจจัยขึ้นไปบนเขาพระวิหาร ในความครอบครองของเขมรแดง !!! . จำได้ว่า กองกำลังเขมรเฮงสัมริน สามารถตีเขาพระวิหารแตก และได้ลงมากั้นเส้นลวดหนามที่แนวร่องน้ำในปัจจุบัน โดยทางฝ่ายทหารไทยไม่สามารถเข้าไปร่วมในการผลักดันหรือทำสงครามได้ . ปืนใหญ่เดิมของฝ่ายเขมรแดงที่ได้รับการสนับสนุนจากประเทศข้าง ๆ ปัจจุบันตั้งให้เห็นเป็นอนุสรณ์อยู่บนชั้นโคปุระที่สามของปราสาท ก็ได้ถูกหันกลับมาจังก้าทางฝั่งเจ้าของในทันที ด้วยในขณะนั้นประเทศไทยมีการพิพาททำสงครามกับเขมร - เวียดนามอยู่ตลอดแนวชายแดน และในเวทีโลกเอง ประเทศไทยก็เป็นตัวตั้งตัวตี วิ่งล็อบบี้ประชาคมโลก.....ให้ยอมรับเขมรสามฝ่ายที่เป็นศัตรูของเฮง สัมริน . ความไม่สงบจากสงครามภายในกัมพูชาและข้อพิพาทไทย - เวียดนามของเฮง สัมริน ทำให้ฝ่ายไทยไม่สามารถกลับไปดันเขตลวดหนามขึ้นไปไว้ที่เดิมตามคำตัดสินปี พ.ศ. 2505 !!! . เราต้องจำยอมรับแนวลวดหนามใหม่มาจนบ้านเมืองกัมพูชาสงบ จนธงกัมพูชาบนพื้นสีฟ้าของยูเอ็น ขึ้นเหนือยอดเสาของเขาพระวิหาร . ประตูใหม่ในจุดใหม่ที่รุกล้ำเข้ามาในดินแดนประเทศกลายเป็นที่ยอมรับ โดย พฤตินัย !!! . ความจำของผมอาจจะไม่ดีนัก ท่านใดมีประสบการณ์ ก็มาเล่าสู่กันฟังนะครับ .
. ภาพ โคปุระชั้นที่ 4 . ผมใจจรดจ่อต่อการอยากขึ้นไปเขาพระวิหารมาตั้งแต่เด็ก ๆ จึงติดตามข่าวสารในทุกยุคทุกสมัยมาตลอด จนบ้านเมืองกัมพูชาสงบ ปราสาทเขาพระวิหารก็เปิดประตูตามข้อตกลงชั่วคราวของคณะกรรมการร่วมชายแดน จังหวัดศรีสะเกษและจังหวัดพระวิหาร รองรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว . จึงเป็นการตอกย้ำโดย พฤตินัย อีกครั้ง ต่อการยอมรับประตูเหล็กบนร่องน้ำ ที่ทหารไทยในอดีตไปล้อมลวดหนามเพื่อเป็นแนวมิให้สงครามนัวเนียของเขมรแต่ละฝ่ายรุกเข้ามาเกินแนวกระสุนปืนครก ส่งสัญญามิให้รุกล้ำ !!! . หน้าต่อมาของประวัติศาสตร์หลังปี พ.ศ. 2505 จึงเป็นมาเช่นนี้ครับ . เมื่อเห็นความสนใจของผู้คนมากมายทั้งในและนอก Blog จึงคิดโครงการ BLOG TO BRAINS ชวนทุกท่านร่วมกันไปสัญจร ชมมรดกแห่งมนุษยชาติ ปราสาทพระวิหาร แถมด้วยการเยือนมรดกโลก เส้นทางราชมรรคา หรือ เส้นทางอารยธรรมขอม ที่คณะกรรมการมรดกโลกของไทยกำลังยื่นขอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งใหม่ของประเทศ พร้อมกับเข้าพระวิหารของประเทศกัมพูชา .
. ภาพ โคปุระชั้นที่ 3 . ชวนท่านไปเที่ยว ร่วมค้นหาความจริงและสร้างปัญญากันบนพื้นที่จริง บนเขาพระวิหาร ในระหว่างวันที่ 12 13 กรกฎาคมนี้ครับ เพราะไกลจากนี้เดี๋ยวเรื่องวิกฤตการณ์จะไม่ทันสมัย ช่วงนี้กำลัง HOT !!! . ผมประเมินว่า ประตูทางขึ้นเขาพระวิหารที่ปิดไปเมื่อวานก็จะเปิดใหม่ในอีกไม่นาน เพราะรายได้และเศรษฐกิจของผู้คนในเขตจังหวัดพระวิหารของกัมพูชายังต้องพึ่งพาการท่องเที่ยวจากฝั่งไทย สถานการณ์นี้จึงทำให้บรรยากาศการท่องเที่ยวเขาพระวิหารกำลังจะกลายมาเป็น ไฮไลท์ ช่วงโกยเงินทองของชาวเขมรไปซะแล้ว .
. ภาพ ปราสาทโดนตวล . โปรแกรมเส้นทาง (Routing) พระวิหารสัญจร เป็นอย่างนี้ครับ . วันที่ 11 ตอนห้าทุ่ม เตรียมขึ้นรถบัสปรับอากาศ วันที่ 12 กรกฎาคม ตอนเที่ยงคืน ออกเดินทาง รวดเดียวถึงเขาพระวิหาร หลับกันไปบนรถ . 6.30 น. แวะรับประทานอาหารเช้า ล้างหน้าแปรงฟันให้สดชื่น . 8.00 น. ขึ้นชมเขาพระวิหาร ชมสระตราว มออีแดง แวะ ปราสาทโดนตวล ปราสาทร่วมสมัยกับปราสาทเขาพระวิหาร จากจารึกที่ปรากฏบนเสากรอบประตู .
. ภาพ ภาพสลักปริศนาที่มออีแดง . 13.00 ออกเดินทางลงจากเขาพระวิหาร รับประทานอาหาร . 14.30 16.30 ชมกลุ่มปราสาทตาเมือน กลุ่มปราสาทติดแนวชายแดน อยู่ในพื้นที่ทับซ้อนที่ฝ่ายไทยเราเข้าครอบครองก่อน ชมธรรมศาลาตาเมือน ที่สมบูรณ์ที่สุดในฝั่งประเทศไทย ชมปราสาทอโรคยศาลาตาเมือนโต๊จ และเข้าชมปราสาทตาเมือนธมที่มีบันไดทางขึ้นหันหน้าไปทางทางฝั่งกัมพูชา .
.
. ภาพ ปราสาทตาเมือน ตาเมือนโต๊จ และตาเมือนธม . 18.00 เข้าที่พัก โรงแรมมาตรฐานเมืองสุรินทร์ รับประทานอาหาร . 19.30 21 .30 น. เสวนาเรื่อง เขาพระวิหาร ในประเด็นและมุมมองต่าง ๆ ตามประสา Citizens Reporter ร่วมกันในห้องประชุมของโรงแรม . พักผ่อนตามอัธยาศัย . วันที่ 13 กรกฎาคม . 7.30 น. รับประทานอาหารเช้า . 8.30 ออกเดินทางไปเที่ยวชมเส้นทางสายราชมรรคา Royal Road ของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ชมปราสาททะมอ ปราสาทบ้านบุ ธรรมศาลา ระหว่างเส้นทางสายราชมรรคา .
. ภาพ ปราสาททะมอและปราสาทบ้านบุ . 10.00 น. ชมปราสาทเมืองต่ำ มรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งใหม่ของประเทศไทย .
. ภาพ ปราสาทเมืองต่ำ . 12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน . 13.00 15.00 ถ่ายรูปและกิจกรรมเสวนาสัจญร ปราสาทเขาพนมรุ้ง เรียนรู้ประติมานวิทยาและเบื้องลึกเบื้องหลังใครทุบรูปสลัก ใครย้ายศิวลึงค์ . 17.00 น. ร่วมรับประทานอาหารเย็น .
.
. ภาพ ปราสาทหินเขาพนมรุ้ง . 20.00 น. เดินทางกลับถึงกรุงเทพมหานครโดยสวัสดิภาพ . ท่านใดอยากไปชมปราสาทไหนเพิ่มเติมตามแนวเส้นทาง หรือ มีข้อเสนอแนะ ข้อแนะนำ เกี่ยวกับเส้นทาง กิจกรรมเพิ่มเติม หรือมีประเด็นอะไรของ เขาพระวิหาร ที่น่านำมาถกกันในระหว่างเดินทางหรือในวงเสวนา ก็ขอเชิญร่วมกิจกรรม หรือเปิด Entry เสนอแนะนำกันได้เลยนะครับ . เมื่อสักครู่ระหว่างพิมพ์ Entry นี้ ก็ได้ให้สัมภาษณ์สดทางรายการวิทยุของคุณธรรมศักดิ์ FM 92.25 MHz . ผมก็ยังยืนยันชัดครับว่า ขอสนับสนุนให้ขึ้นทะเบียน "ปราสาทเขาพระวิหาร" ให้เป็นมรดกโลกร่วมกัน บนพื้นฐานของความเข้าใจและมิตรภาพของสองประเทศอารยะ .
. แผนที่แนบท้ายชุดแรกการขอขึ้นทะเบียนมรดกโลก จุดเริ่มต้นของปัญหา . สนับสนุนการขึ้นทะเบียน ร่วม โดนสันติวิธีและถูกต้องตามข้อเท็จจริง ขอให้ชาวกัมพูชาถอนบ้านเรือนและร้านค้าออกไปจากดินแดนของประเทศไทยตามคำสั่งของศาลโลกปี 2505 ในทันที และขอให้สันติภาพจงนำพาให้เกิดความเจริญแก่ประเทศทั้งสอง .
. แผนที่แนบท้ายแก้ไขใหม่ ถอยไปยึดแนวเขตตามคำสั่งศาลโลกปี 2505 . แต่ผมไม่ขอสนับสนุน การบิดเบือน หลักฐานข้อมูลใด ๆ ของปัญหา วิกฤตการณ์เขาพระวิหาร ของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด เพื่อสนองตอบต่อการเมืองและวาทกรรมชาตินิยม หรือเป็นเครื่องมือในการเอาชนะฝ่ายตรงข้ามภายในประเทศ . ไม่ขอสนับสนุนความเกลียดชังใด ๆ ที่เกิดมาแต่ อคติ มิใช่ ความจริง . จึงอยากให้การเดินทาง พระวิหารสัญจร ในครั้งนี้ ได้นำไปสู่ข้อเท็จจริงและปัญญาแก่ท่านทุกคนครับ !!! . . . .
. . หมายเหตุ : เพื่อน Blogger และท่านที่สนใจร่วมพระวิหารสัญจร โปรดลงชื่อใน Entry นี้หรือส่ง Email จองที่นั่ง รายละเอียดค่าใช้จ่ายที่พัก และอาหาร จะนำมาลง Entry อีกครั้งหลังจากทราบจำนวนคร่าว ๆ ครับ . |