พิมพ์หน้านี้
|
วันนี้เป็นวันสำคัญวันหนึ่งที่คณะกรรมการร่วมปักปันชายแดน จะมีการประชุมร่วมกันประจำปีที่จังหวัดสระแก้ว ซึ่งประเด็นร้อน วิกฤตการณ์เขาพระวิหาร ก็คงจะได้เป็น วาระหลักที่สำคัญในการ เจรจา อย่างเป็นทางการครั้งแรกกันเสียที ภายหลังความตึงเครียดและการเผชิญหน้าระหว่าง ประชาชนไทยกับประชาชนไทย ประชานไทยกับประชาชนชาวกัมพูชาบนเขาพระวิหาร และทหารไทยกับทหารกัมพูชา ที่ประจันหน้ากันมาต่อเนื่องหลายวันหลายคืน .
. และเมื่อ (วันอาทิตย์) วานผมได้มีโอกาสเข้าร่วมรายการ ห้องข่าวสุดสัปดาห์ ทางสถานีโทรทัศน์ ASTV5 ช่องสุวรรณภูมิ เวลา 19.45 21.45 น. ในหัวข้อประเด็นเรื่อง ท่าทีเขมร ปราสาทพระวิหาร บทเรียนรัฐบาลไทย พร้อมกับท่าน ศ.ดร. สุรชัย ศิริไกร ประจำสาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ครับ .
.
.
.
. ผมได้แสดงความเห็นไว้ในรายการ ความคิดเห็นที่เป็นการทำนายการเจรจาในวันนี้และเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาในอนาคต ตาม Clip Blog TV Live ด้านล่าง Entry ได้รับการกรุณาจัดทำให้โดย พี่เฟิงสุ่ย http://www.oknation.net/blog/buzz กูรูเทคนิคแห่งโอเคเนชั่นยูนิเวอซิตี้ครับ .
.
.
.
.
. ท่านสามารถเปิดฟังและดูรูปประกอบรายการไป เพราะหากเป็นเนื้อรายการทั้งหมดก็ดูจะน่าเบื่อ เพราะมีสามสี่หน้าโผล่ไปมา 2 ชั่วโมง นั่งฟังในระหว่างว่างหรือจะประกอบการทำงาน การทำกิจกรรมหน้าคอมพิวเตอร์ ก็รับฟังให้สมบูรณ์นะครับ ฟังแล้วก็คิดตามอย่างมี "ปัญญา" อย่างใช้ เหตุผล อย่าใช้แค่ อารมณ์ และ ความรู้สึก จากข่าวสารสื่อมวลชนที่กระพือโหมไม่มีทิศทาง หรือจับแต่ประเด็นเด้กเลี้ยงแกะหรือ จับแพะมาชนแกะจนงง . เรื่องที่ผมคิด เรื่องที่ผมพูดในรายการนี้ มันอาจขัดหู ขัดใจท่านบ้าง แต่ก็ขอยืนยันนะครับว่า ผมใช้สติและปัญญาอย่างเป็นกลาง ตามแนวคิด ขอเป็นมณีใสไม่ย้อมสี เพื่อคืนความ สามัคคี สู่แผ่นดิน ครับ .
.
.
.
.
.
.
.
. .
.
. สรุปใจความเบื้องต้น ผมยังยืนยันว่า ในวันนี้ จะเป็นวันดีที่สองฝ่ายจะมีการเจรจากันอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกในเรื่องเขาพระวิหารเสียที ซึ่งวันนี้ เกมการเมือง ภายในประเทศของกัมพูชาอาจจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การเจรจาไม่คืบหน้า แต่ภายหลังจากการเลือกตั้งทั่วไปของกัมพูชาในวันที่ 27 เดือนนี้ผ่านไป การเจรจาจะต้องเกิดขึ้นใหม่อย่างรวดเร็ว เพราะจะเกิดท่าทีที่ผ่อนปรนมากขึ้น ซึ่งยังไม่ใช่ในช่วงนี้ครับ ยังคงอดไปเที่ยวเขาพระวิหารกันอีกยาว .
. การเจรจา เป็นวิธีการที่สำคัญที่สุดในการแก้ปัญหา "วิกฤตการณ์เขาพระวิหาร" ที่ยาวนานมากว่าครึ่งศตวรรษ รอยแผลแห่งชัยชนะและความพ่ายแพ้ยังคงติดตรึงอยู่ในหัวใจของคนทั้งสองชาติ . กลุ่มผู้ประท้วงที่เชิงเขาพระวิหาร เช่น 3 ท่านที่ข้ามเข้าไปลองของ ควรถอนตัวออกไปจากจุดที่จะสร้างความ "ตึงเครียด" ทั้งทางการการเมือง ความสามัคคีของคนไทยด้วยกันเอง และสัมพันธภาพของชาวอุษาคเนย์ที่เราใฝ่หามายาวนาน .
.
.
.
.
.
.
. คนชายแดน เขาพูดภาษาเดียวกันครับ รัฐชาติสมัยใหม่ ได้สร้างปัญหาในการอยู่ร่วมกัน ด้วย เส้นพรมแดนสมมุติ ผมยังเชื่อว่า ผู้คนในระดับชายแดนท้องถิ่น เขายังมีความรักและสมานฉันท์เครือญาติ ไปมาหาสู่ฉันญาติมิตรเช่นเดิม ฉะนั้นการแก้ปัญหาพื้นที่ทับซ้อน จึงควรอยู่ในความระมัดระวัง ละเอียดอ่อน มีไหวพริบ ปัญญาและจะต้องคำนึงถึงชาติและอธิปไตยให้มากเข้าไว้ .
. ที่ว่าเช่นนี้ ผมขอยืนยันว่า เรายอมได้เฉพาะพื้นที่ห้าเหลี่ยมคางหมูที่ผมเคยเขียน Entry อธิบายไว้ตั้งแต่ก่อนเราไปเที่ยวสระแก้วอธิบายเรื่องพื้นที่ ทับซ้อน มาก่อนใคร ๆ ใน OKNation นี้ เรายอมแค่ตรงนี้ครับ แต่ที่ตรงอื่น หรือพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร (วัดกันตอนไหน ยังงงมันน่าจะมากกว่านี้) เราจะต้องมีท่าทีที่ชัดเจน แข็งกร้าวและอ่อนโยน ผสมผสานกัน ต่อรองและเล่นเกมทางการเมืองในระดับโลก เพื่อชิงความได้เปรียบให้กลับคืนมา .
. ความได้เปรียบหรืออำนาจการต่อรองที่หายไปจากกรณีการยินยอมของรัฐไทยในปัจจุบัน ที่ไม่ถามใครเลย รู้เอง เก่งเอง ก็เลยพลาดเอง !!! . เราต้องแยก ประเด็น ปัญหาเขาพระวิหารออกจากกันให้ชัดเจน หนึ่งต้องแยกเป็นปัญหา "มรดกโลก" และสอง ต้องแยกเป็นปัญหา "การเมืองระหว่างประเทศ การปักปันพรมแดน" ซึ่งมันแค่เชื่อมโยงกันเท่านั้น .
. หลายคน รวมทั้งนักวิชาการ วิชาเกิน เอาประเด็นไปรวมกัน พูดประเด็นนี้เดี๋ยวก็ไปประเด็นนั้น สร้างภาพและมาตรฐานที่สับสน ทำให้สังคมมองปัญหาเขาพระวิหารกลายเป็นเรื่องใหญ่โต จนน่ากลัว . ปัญหามรดกโลก ถึงเราพลาดท่าไปหนึ่งก้าว แต่ 16 ข้อมติยูเนสโกที่ คิวเบก ประเทศแคนนาดา เรายังมีโอกาสอีกมากครับ ช่วยกันอ่านรายละเอียดกันให้ชัดเจนก่อน อย่าเพิ่งตื่นตูมตามพวกมากลากไป เพราะมันคือ มรดกโลกทางวัฒนธรรม เท่านั้น . ปัญหาการปักปันพรมแดน กลุ่มผู้ประท้วงต้องถอยออกมาจากจุด "ตึงเครียด" เปิดปัญหาให้เจ้าหน้าที่รัฐเข้าแก้ไข เปิดให้สื่อมวลชนทำให้คนทั้งประเทศเข้าใจ หรือเข้าใจแล้ว จึงเริ่มแก้ไขทั้งในระดับภูมิภาค ระดับจังหวัด ระดับประเทศ ครับ . ผมสรุปไว้ในตอนท้ายของรายการว่า . . ....ยูเนสโก ไม่ใช่องค์กรที่สามารถบังคับชาติใดได้ หากเราไม่ยินยอม ยูเนสโกเป็นเพียงองค์กรที่เราจะให้ร่วมมือ แต่จะร่วมมากหรือร่วมน้อย ขอให้เรามีความไตร่ตรองและรอบครอบ คิดถึงคำว่า ชาติ ของเราไว้ให้มาก . ........ส่วนเรื่องพรมแดน ผมคิดว่า เราคงยอมได้แค่ปี 2505 ในพื้นที่ห้าเหลี่ยมคางหมู มันไม่ใช่พรมแดน คิดว่าเราควรยอมได้แค่นั้น เจรจากัน จะให้เป็น NO MANS LAND แล้วค่อยเจรจาปักปัน อย่าถอยท่าทีที่แข็งกร้าวแล้วอย่าไปแยกเขี้ยวใส่ ยิ้มอย่างมีความมั่นคง คือเป็นยักษ์ที่ยิ้ม จะอย่าเป็นลูกแกะที่ไปยืนยิ้มกับเขา อย่างที่ฝรั่งเศสเคยทำกับเรา จงรักษาความเสมอภาคของเราชาวอุษาคเนย์ เราร่วมกันเราเป็นพี่น้อง แต่หนึ่ง ตารางนิ้ว ก็ไม่ให้เสียครับ .... .
.
. ขอให้ข้อมูลของผมนี้ เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างปัญญาและทางออกของปัญหา ให้แก่ตัวท่านและสังคมไทยครับ !!! . . . หมายเหตุ วันนี้ (21 กรกฎาคม 2551) ผมจะไปร่วมรายการ "คมชัดลึก" ประเด็นการเจรจาเส้นพรมแดนและเขาพระวิหาร ทางช่องเนชั่นแชลเเนล เวลา 21.00 น. ครับ . เพื่อนชาว OKNation ที่สนใจ ก็ขอเชิญทัศนา ชมจากช่องเคเบิลทีวี หรือจาก อินเตอร์เนต www.nationchannel.com ครับ . . รายการ ช่วงที่ 1 . . . รายการ ช่วงที่ 2
.
ภาพขาวดำ แสดงตำแหน่งประตูและรั้วลวดหนามล้อมรูปห้าเหลี่ยมคางหมู ตามความยินยอมของรัฐบาลที่ในปี 2505 ที่ยังคงบันไดชั้นสิงห์ไว้เป็นของไทย ก่อนถูกรื้อไปในช่วงปี 2534 - 37 จาก "เขาพระวิหาร: ระเบิดเวลาจากยุคอาณานิคม" (หน้า 52) ของ ศรีศักดิ์ วัลลิโภดม . |