• waddaw
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : pim_mail88@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-02
  • จำนวนเรื่อง : 124
  • จำนวนผู้ชม : 45281
  • จำนวนผู้โหวต : 69
  • ส่ง msg :
The Greatest : Cat Power

Once I wanted to be the greatest No wind or waterfall could stop me And then came the rush of the flood The stars at night turned you to dust

View All
วันศุกร์ ที่ 15 มิถุนายน 2550
12 ANGRY MEN .. 12 คนพิพากษา
Posted by waddaw , ผู้อ่าน : 1245 , 01:08:50 น.  
พิมพ์หน้านี้


      

          เขาว่ากันว่า.. บางขณะชีวิตเราก็เหมือนอยู่บนเส้นด้าย  เด็กหนุ่มในภาพยนตร์

     เรื่อง 12 ANGRY MEN (12 คนพิพากษา) ที่ตกเป็นจำเลยข้อหาฆาตกรรมพ่อ

     ตัวเอง และกำลังรอให้คณะลูกขุน 12 คน พิพากษาว่า เขาคือ ผู้ผิดหรือไม่

     ก็คงเป็นหนึ่งในนั้นเช่นกัน

          12 ANGRY MEN  เป็นภาพยนตร์ดราม่าเกี่ยวกับการพิพากษา  ของคณะ

     ลูกขุน 12 คน ที่ต้องพิจารณาคดีฆาตกรรม โดยมีเด็กหนุ่มตกเป็นจำเลยในข้อหา

     ฆาตกรรมพ่อตัวเอง  ภาพยนตร์เรื่องนี้ฉบับออริจินัล (1957) กำกับโดย Sidney 

     Lumet ที่คว้ารางวัลหนังยอดเยี่ยมเรื่องแรกของเทศกาลหนังเบอร์ลินมาแล้ว  

     และที่ได้ดูเป็นฉบับรีเมค (1997)  ภายใต้การกำกับของ William Friedkin ซึ่ง

     ได้ดาราสุดยอดฝีมืออย่าง Jack  Lemmon และ George C. Scott  มาปะทะ

     บทบาทกันอย่างเยี่ยมยอด

          หนังเรื่องนี้มีฉากที่เป็นเมนของเรื่องเพียงฉากเดียวเท่านั้นค่ะ คือ

     ห้องพิจารณาคดีของลูกขุนทั้ง 12 คน  ที่จะต้องถกเถียงกันในห้องนี้ก่อนที่จะ

     ตัดสินใจพิพากษาคดีฆาตกรรมนี้ และในขณะที่หลักฐานทั้งหมดชี้ชัดว่าจำเลย

     กระทำผิด  โดยมีทั้งหลักฐานคือ มีด และพยานบุคคลคือ ชายชราที่ให้การ

     ว่าเขาได้ยินเด็กหนุ่มผู้นี้ตะโกนว่า “ฉันจะฆ่าแก”  และวิ่งลงบันไดไป      

     อีกทั้งผู้หญิงที่พักอยู่ฝั่งตรงข้ามกับห้องเกิดเหตุก็ให้การว่า  เธอเห็นจำเลย

     กำลังแทงพ่อของเขา  ผ่านกระจกตู้รถไฟที่กำลังวิ่งผ่าน  ดูเหมือนทั้งหลักฐาน

     และพยานบุคคล จะมัดตัวเด็กหนุ่มจำเลยในคดีนี้อย่างดิ้นไม่หลุด

          กฎของการพิพากษา ลูกขุนทั้ง 12 คน จะต้องมีคะแนนเป็นเอกฉันท์ 

     แต่เมื่อการโหวตไม่เป็นไปตามนั้น   11 : 1  คือผลโหวต ที่มีลูกขุนหนึ่งคน

     (Jack  Lemmon ) ไม่คิดว่าเด็กคนนั้นผิด  เขาพยายามวิเคราะห์เหตุการณ์

     ทั้งหมดอีกครั้ง  และให้ความใส่ใจกับคำให้การของพยานบุคคลทั้งสองคน

     ว่าสอดคล้องกับความเป็นจริงได้หรือไม่ คำถามมากมายถูกสงสัย และถกเถียง

     กันอีกครั้ง  แต่หลายคนในคณะลูกขุนมีความเห็นว่า ไม่จำเป็นที่ต้องมาเสียเวลา

     ค้นหาอะไรกันอีกแล้ว  เพราะทั้งหลักฐานและพยาน สรุปได้เลยว่า เด็กคนนั้น

     คือผู้ผิด อย่างแน่นอน  แต่มีการเสนอให้ทุกคนบอกเหตุผลที่ตัดสินจำเลยว่า

     ผิดจริง โดยให้พูดทีละคน  บ้างก็ไม่มีเหตุผล บ้างอ้างว่าประวัติตอนเด็กของ

     เขามาจากสลัม เกเร และเขาโดนพ่อทำร้ายหลายครั้งจึงเป็นแรงจูงใจให้ทำได้

     ความคิดนี้ทำให้เกิดกรณีพิพาทระหว่างลูกขุนกันเอง เพราะหนึ่งในคณะลูกขุน

     เคยใช้ชีวิตในสลัมมาก่อนเช่นกัน  เขาไม่เห็นด้วยที่จะสรุปด้วยเหตุผลนี้

     เขาเลยขอเปลี่ยนใจโหวตให้เด็กหนุ่มคนนั้นไม่ผิด ทำให้คะแนนเป็น 10 : 2 

          การพิจารณา ถกเถียงกันระหว่างลูกขุนทั้ง 12 คน มีความกดดันทั้งในเรื่อง

     ของความเห็นที่ไม่ตรงกัน ทั้งวาจาที่ดูถูก และไม่ให้เกียรติกัน จนกลายเป็น

     การใส่อารมณ์ที่รุนแรง จนแทบจะวางมวยในห้องหลายคู่ทีเดียว 

          จากเดิมที่  1  เสียงต้องทำให้ลูกขุนอีก 11 คน เชื่อว่าเด็กคนนั้นไม่ผิดและ

     ค่อยๆ เปลี่ยนใจทีละคนๆ  นั้น ก็เริ่มมีความเห็นว่าเด็กคนนั้นไม่ผิดเพิ่มขึ้น

     ตามลำดับ จาก 11 : 1  เพิ่มเป็น 10 : 2  ,  9 : 3 และ 6 : 6   เมื่อสองฝ่ายมี

     คะแนนเท่ากัน ความกดดันและอุณหภูมิทางอารมณ์ภายในห้องก็ร้อนระอุขึ้น  

     ฝ่ายที่เคยมีคะแนนมากกว่าเริ่มไม่พอใจและใช้วาจารุนแรงในการพูดคุย  

     ลูกขุนที่เชื่อว่าเด็กคนนั้นเป็นผู้ผิด  ถามลูกขุนอีกฝ่ายว่า

     “ถ้าคุณพูดโน้มน้าวให้พวกเราเชื่อ แล้วเด็กคนนั้นเป็นผู้กระทำผิดจริงล่ะ? ” 

     คำถามนี้ทำให้ลูกขุนที่เห็นแย้งหยุดคิด เพราะเขาก็ไม่แน่ใจนัก เพียงแต่เขา

     ต้องการให้มีการวิเคราะห์จากความเป็นจริงและความเป็นไปได้ โดยพิจารณา

     ความน่าเชื่อถือของหลักฐานและพยานที่มีทั้งหมดอีกครั้งเท่านั้น เพราะเขาคิดว่า

     “ เราจะใช้เวลาเพียง 5 นาที ตัดสินชีวิตคนได้อย่างไร ? ”

          หลังจากนั้นก็มีการหยิบยกประเด็นของชายชราที่บอกว่าได้ยินเสียงตะโกน

     ของจำเลยที่ขู่จะฆ่า  ในขณะที่รถไฟกำลังวิ่งนั้น เป็นไปได้หรือ? ว่าเขาจะได้ยิน

     เสียงนั้นจริงๆ  และหญิงที่บอกว่าเห็นจำเลยกำลังแทงพ่อของเขา ก็ดูเหมือนจะเป็น

     คนสายตาไม่ปรกติ  สังเกตจากรอยกดของแว่นข้างจมูก เพราะวันที่ให้การ

     ต่อศาลเธอไม่ใส่แว่นตา และอีกหลายๆ ประเด็น ที่นำมาพิจารณากันอย่าง

     ละเอียดถี่ถ้วน ด้วยระบบความคิดที่เป็นขั้นเป็นตอนบนพื้นฐานของเหตุผล

     ทำให้คะแนนโหวตครั้งสุดท้ายเท่ากับ  12 : 0  โดยคณะลูกขุนทั้ง 12 คน

     พิพากษาว่า เด็กหนุ่มจำเลยในคดีนี้  “เขาไม่ผิด”  ในที่สุด

          ภาพยนตร์ 12 ANGRY MEN  มิใช่มีเพียงบทที่เยี่ยมยอดเท่านั้น  หากแต่

     ถูกพูดถึงอย่างแพร่หลายในเรื่องราวของการบริหารจัดการ ทั้งในบทบาท

     การคุมเกมของหัวหน้าคณะลูกขุน  และการทำหน้าที่ของแต่ละคนด้วยความ

     มีสติ  มีเหตุ มีผล และในทางกลับกัน การขาดความรับผิดชอบในหน้าที่ของ

     ลูกขุนบางคน การปล่อยให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล และไม่เคารพความเห็น

     ของผู้อื่น ซึ่งล้วนแต่เป็นปมนิสัยที่เราเห็นอยู่ในสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า "คน" ทั้งนั้น

          ต้องเรียนให้ทราบค่ะว่า มีหลายสถาบันการศึกษา และสถาบันฝึกอบรม

     รวมไปถึงหลายๆ องค์กรทั้งของรัฐและเอกชน    ใช้ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นสื่อ

     การสอนและอบรมสัมมนาอย่างแพร่หลายทีเดียว  เพราะที่เขียนมาทั้งหมดนี้

     ก็เพิ่งไปสัมมนาเรื่องการบริหารจัดการมาเช่นกัน รอบนี้เขาจัดแบบบรรยากาศ

     เธียเตอร์ (อันนี้ชอบมากๆ )  และคิดว่าเป็นเรื่องราวของศิลปะภาพยนตร์ที่ให้

     มุมมองเชิงวิชาการ ที่น่าสนใจทีเดียวค่ะ

         

           ภาพยนตร์เรื่องนี้ เปรียบได้กับเรียลลิตี้ดีๆ นี่เองค่ะ และที่เขาว่ากันว่า

      "ชีวิตจริง ยิ่งกว่าละคร" หรือ "ดูละคร แล้วย้อนดูตัว"  ก็คงเป็นจริงใช่มั้ย..

     

      วาดดาว ..

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 14
lost-in-space วันที่ : 16/06/2007 เวลา : 00.54 น.
http://www.oknation.net/blog/lostinspace
สิ่งที่เหนือไปกว่าการให้อภัย คือ "การลืม(มันซะ)"Change >> New Politic ... สิ่งที่เราไม่เคยเห็น ไม่ได้แปลว่าไม่LiS >> Pics&Clips >> http://www.oknation.net/blog/lost-in-space-m

ขอบคุณล่วงหน้าค่ะคุณ waddaw
ความคิดเห็นที่ 13
waddaw วันที่ : 15/06/2007 เวลา : 22.16 น.
http://www.oknation.net/blog/waddaw

ขอบคุณคุณ Rockstar ที่แนะนำหนังของ
William Friedkin น่าสนใจเช่นกันค่ะ
ขอบคุณคุณ moms สำหรับโหวตนะคะ
ตอบคุณ lost-in-space นะคะเกี่ยวกับ DVD
ฉบับรีเมคเท่าที่ทราบเป็น วีดีโอแล้วมาแปลง
เป็น DVD ค่ะ (sub thai)
แต่ถ้าเป็น sub eng เป็นฉบับออริจินัล
ของ Sidney Lumet ที่คลาสสิก อย่างที่คุณ
ออกปากออกแบบบอกนั่นล่ะค่ะ
เพราะเป็นขาวดำ แต่ความน่าสนใจไม่ต่างกัน
ร้าน dvd น่าจะมีฉบับนี้นะคะ

ถ้าสามารถขอไรท์ฉบับรีเมคจากรุ่นพี่ได้
จะแวะไปบอกที่บล๊อกและจะส่งไปให้นะคะ
ความคิดเห็นที่ 12
waddaw วันที่ : 15/06/2007 เวลา : 22.06 น.
http://www.oknation.net/blog/waddaw

ขอบคุณทุกความเห็นนะคะ
บอกตามตรงค่ะ อยากเขียนเรื่องนี้
เพราะเปรียบได้กับเหตุการณ์ในบ้านเรา
ที่เป็นอยู่ตอนนี้ค่ะ
เรากำลังมีสองฝั่งในการพิพากษา
เรามีหลักฐาน เรามีความจริง แต่บางกลุ่มก็ไม่ยอมรับ
ปฏิเสธมันและตัดสินด้วยการให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล
บ้างให้อำนาจเงินครอบงำจิตวิญญาณความเป็นคน
คนมากมายที่ต้องเดือดร้อนเพียงเพื่อสนอง
ความไม่รู้จักพอของคนกลุ่มหนึ่ง

คุณลองคิดดูม๊อบที่สนามหลวง สร้างความเดือดร้อน
ให้ชาวบ้านแถวนั้นมากแค่ไหน เสียงจากลำโพงที่ดัง
โคตรๆ HaK ปากตะโกน จนเด็กมหาลัยแถวนั้น
ไม่เป็นอันได้อ่านหนังสือ คนแก่ที่เจ็บป่วยจะพักผ่อน
ได้อย่างไร
ตอนนี้จริยธรรมและความมีน้ำจิตน้ำใจ
การประนีประนอมอย่างมิตร และยิ้มสยาม
คือ UNSEEN ในบ้านเมืองเราไปแล้วใช่มั้ย ..

สุวรรณภูมิ , CTX, KingPower บอกอะไรกับเราบ้าง?
ประเทศที่มันอาศัยเกิด แต่ตอนนี้กำลัง Chip Hai

ถามคำเดียวค่ะว่า .. เพราะใคร ? คงไม่ใช่ เพราะเธอใช่มั้ย
แต่เป็น เพราะมันใช่มั้ย ?????
ความคิดเห็นที่ 11
Bittersweety วันที่ : 15/06/2007 เวลา : 21.36 น.
http://www.oknation.net/blog/bittersweety

หนังดีจริงๆ ค่ะ แต่ แหมเจ้าของบ้านนี้เลือกหนังได้เข้ากับสถานการณ์บ้านเมืองดีจังเลยค่ะ
ความคิดเห็นที่ 10
ออกปากออกแบบ วันที่ : 15/06/2007 เวลา : 12.22 น.
http://www.oknation.net/blog/designspeakout

โอว หนังเรื่องนี้ผมชอบมากทีเดียวได้ดูตั้งแต่เด็กประทับใจมาก การที่เราใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ ไม่เชื่อตามที่เขาว่ากันมา กลับพลิกเรื่องราวได้จากหน้ามือเป็นหลังมือ พึ่งได้ย้อนกลับมาดูหนังเรื่องนี้อีกครั้งยังประทับใจอยู่มิลืม และพบว่า อ้าว เรากับพระเอกเรื่องนี้ทำอาชีพเดียวกันนี่นา

ได้ข่าวมีการทำเวอร์ชั่นอื่นด้วย ใครที่สนใจแนะนำให้ชม original version ครับ คลาสสิกมาก

ขอบคุณนะครับสำหรับเรื่องดีๆ
ความคิดเห็นที่ 9
ราษีไศล วันที่ : 15/06/2007 เวลา : 11.00 น.
http://www.oknation.net/blog/motorcyrubjang
บ้านดวนน้อย ราษีไศล ศรีสะเกษ /www.banduannoi.com/ www.tourthailand.th.gs

มาชวนไปฟังเพลงครับ
ความคิดเห็นที่ 8
moms วันที่ : 15/06/2007 เวลา : 10.44 น.
http://www.oknation.net/blog/moms

กลับเข้ามา V. 1 ที ให้กับ หนังดีๆ ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 7
moms วันที่ : 15/06/2007 เวลา : 10.43 น.
http://www.oknation.net/blog/moms

น่าดูจังเลย ... อ่านแล้วรู้สึกเข้มข้นดี และมีกำลังใจที่ดี
ความคิดเห็นที่ 6
lost-in-space วันที่ : 15/06/2007 เวลา : 10.12 น.
http://www.oknation.net/blog/lostinspace
สิ่งที่เหนือไปกว่าการให้อภัย คือ "การลืม(มันซะ)"Change >> New Politic ... สิ่งที่เราไม่เคยเห็น ไม่ได้แปลว่าไม่LiS >> Pics&Clips >> http://www.oknation.net/blog/lost-in-space-m

หนังเรื่องนี้น่าสนใจมากค่ะ อยากดู ไม่ทราบว่าจะหาดูจากที่ไหนได้บ้าง ตามร้านขายหรือเช่าดีวีดี มีเหรือเปล่าคะ
ความคิดเห็นที่ 5
Rockstar วันที่ : 15/06/2007 เวลา : 08.08 น.
http://www.oknation.net/blog/Rockstar

Rule Of Engadement
ของ วิลเลียม ฟรีดกิ้น ก็ดีนะครับ
ความคิดเห็นที่ 4
Rockstar วันที่ : 15/06/2007 เวลา : 08.06 น.
http://www.oknation.net/blog/Rockstar

อยากดูครับ ผมชอบหนังที่เกี่ยวกับเรื่องในศาล
ผมเคยเห็นแว๊บๆ ในร้านขายดีวีดี
แต่เป็นเวอร์ชั่นของซิดนี่ ลูเม็ต
แล้วก็เป็น อิงลิชซับไตเติ้ล ดูลำบากจัง
ความคิดเห็นที่ 3
waddaw วันที่ : 15/06/2007 เวลา : 07.34 น.
http://www.oknation.net/blog/waddaw

ตอนนี้ก็ไม่ต่างกันค่ะคุณพี่มะอึก
เหมือนตรงที่..บ้านเมืองเรากำลังแบ่งเป็นสองฝ่าย
เหมือนตรงที่..เรากำลังให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผลและ
ความเป็นจริง
เหมือนตรงที่..เรามองคนผิด เป็นเทวดา เพราะภาพ
ของเขาในอดีต (ก่อนการกระชากหน้ากากจอมโกง)
มันถูกเคลือบด้วยอำนาจและเงิน
กว่าเราจะเจอปม SAN DAN ของเขา
บ้านเมืองเราก็มีบาดแผลลึก และเจ็บสาหัสมากแล้ว

ขอความสงบคืนกลับสู่แผ่นดินเกิดอีกครั้ง สาธุ
ความคิดเห็นที่ 2
มะอึก วันที่ : 15/06/2007 เวลา : 07.19 น.
http://www.oknation.net/blog/panakom

ดาว....
คล้าย ๆ กับการตัดสินเมื่อ 30 พ.ค. นะ

แต่ไม่เหมือนกันแม้เพียงนิดเดียว
ความคิดเห็นที่ 1
ปลิวลม วันที่ : 15/06/2007 เวลา : 02.05 น.
http://www.oknation.net/blog/pliewlom

หืม.....ดูละครย้อนดูตัว
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน