• waddaw
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : pim_mail88@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-02
  • จำนวนเรื่อง : 124
  • จำนวนผู้ชม : 45281
  • จำนวนผู้โหวต : 69
  • ส่ง msg :
The Greatest : Cat Power

Once I wanted to be the greatest No wind or waterfall could stop me And then came the rush of the flood The stars at night turned you to dust

View All
วันจันทร์ ที่ 30 กรกฎาคม 2550
หนังไทย.. หมดมุขแล้วจริงๆ หรือ ?
Posted by waddaw , ผู้อ่าน : 406 , 01:59:22 น.  
พิมพ์หน้านี้


  นับว่าผ่านพ้นครึ่งปีแรกไปอย่างหน้าชื่นตาบาน กับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย

เพราะค่ายหนังหลายค่ายยิ้มได้กับกระแสตอบรับจากคนดู และระรื่นกับรายได้จาก

ตัวหนัง  มองกันถึงที่สุดแล้ว ต้องบอกว่าค่ายหนังตอบโจทย์ความต้องการและ

เล่นกับอารมณ์คนดูในยุคสมัยนี้ได้ตรงและโดนเต็มๆ  ตรง..ในแง่ตอบสนอง

ความต้องการแสวงหาความบันเทิง โดน..คือเข้าใจอารมณ์แห่งการโหยหาความสุข 

และเสียงหัวเราะ ในห้วงยามที่สาหัสทั้งการงานและการเมือง

  ความเปราะบางอ่อนไหวของสังคมไทย ท่ามกลางกระแสความวุ่นวายในปัจจุบัน

ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำ  ความเหน็ดเหนื่อยจากการงาน ความอ่อนล้ากับ

วงวรชีวิต  สิ่งเหล่านี้ตอกย้ำอารมณ์แห่งการโหยหาความสุข และต้องการก้าวพ้น

ความวุ่นวายในโลกแห่งความจริง   ผู้คนส่วนใหญ่เลือกที่จะแสวงหาความบันเทิง

ในช่วงเวลาหนึ่งไปกับโลกมายา  การซื้อโมงยามแห่งความรื่นรมย์จากมายาภาพ

เป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายและเห็นผลได้เร็วที่สุด  

   ความบอบบางของยุคสมัยนี่เอง ทำให้ทั้งค่ายหนังและผู้กำกับต่างเลือกทำหนัง

ที่ให้ความบันเทิง และเสียงหัวเราะกับคนดู  มากกว่าเลือกทำหนังที่มีเนื้อหาหนักๆ

มีคุณค่าทางจิตใจ หรือยิ่งใหญ่อลังการ

   อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าการตอบโจทย์ของค่ายหนังบ้านเรา ทำเอาหนัง

ฮอลลี่วู้ดกระเด็นตกโปรแกรมกันไปหลายเรื่อง  สำหรับหนังนอกกระแส ยิ่งไม่ต้อง

พูดถึง เพราะถ้าไม่ใช่คอหนังที่รักกันจริงคงไม่มีใครชายตาดู   ถ้ามองในมุม

ของธุรกิจอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยก็ต้องชื่นชมในความสำเร็จของตัวเลขรายได้ 

หากแต่มองในแง่ของความหลากหลายของหนัง เราแทบไม่พบความแตกต่าง

แต่อย่างใด เพราะมองไปทางไหน ล้วนมีแต่หนังตลก หนังผี และหนังเกย์ วนเวียน

อยู่ในโปรแกรมตลอดช่วงกลางปีแรก (มุขซ้ำ มุกแป้ก เกลื่อนทั่วโรง)

   มากกว่านั้น หนังในกลุ่มนี้ บางเรื่องสอดแทรกสาระ ให้แง่คิดในบางช่วงบางตอน

แต่ก็มีบางเรื่องที่สบถคำหยาบกะว่าให้ฮากันทั้งโรง โดยไม่สนใจเยาวชนคนดู

แม้แต่น้อย ลองไปวิจารณ์หนังเขาสิ เขาได้สบถนอกจอให้ฟังกันแบบกร่างได้ใจ

เรียกว่า..หนังข้า ใครอย่าแตะ (ซะงั้น)  

   หากมองกันอย่างละเอียดแล้ว  ภาพยนตร์ไทยในยุคสมัยนี้ล้วนผลิตตามกระแส

บริโภคนิยม โดยมุ่งเน้นที่รายได้เป็นหลัก เพราะนี่กลายเป็นความคิดอันดับต้นๆ ของ

นายทุนค่ายหนัง และเป็นที่มาของคำถามว่า .. “หนังไทย..หมดมุขแล้วจริงๆ หรือ

 

   หนังไทยมาถึงทางตัน

   ค่ายหนังหวังแค่รายได้เบื้องหน้า

   หรืออารมณ์แห่งความโหยหา....กำลังทำหน้าที่ของมัน

 

วาดดาว ..


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 22
plutothedog วันที่ : 18/08/2007 เวลา : 11.20 น.
http://www.oknation.net/blog/muqpum

ไม่มีอะไรใหม่
แต่ยังคงหวัง ที่จะเห็นอะไรใหม่ๆ
ความคิดเห็นที่ 21
septemberblue วันที่ : 04/08/2007 เวลา : 01.20 น.
http://www.oknation.net/blog/septemberblue

ตลาดก็คือตลาด
ทำหนังแล้วขายไม่ได้ใครจะทำ
เพราะคนดูนิยมเราก็เลยได้ดูแต่หนังแบบเดิมๆ
ดาราตลกคนไหนใช้ได้ ก็ดึงมาเรียกความฮากับหน้าเดิมๆที่ปรากฏอยู่เกือบทุกเรื่องของหนังไทย
ไม่ได้ดูหนังไทยในโรงมานานแล้ว เท่าที่นึกได้ล่าสุดจะเป็นมะหมานะ
อยากดูหนังไทยแบบอื่นบ้างจัง เบื่อ ผี กระเทย และตลกแบบเดิมๆเต็มที
ความคิดเห็นที่ 20
kibagnkok วันที่ : 31/07/2007 เวลา : 11.24 น.
http://www.oknation.net/blog/thaithai
สีน้ำและเรื่องราวที่ไร้สาระของผู้ชายหน้าแก่.่!!!!!!!!!!!!!! '^'*-.,_,9 :) ลุงกิ๊..

นานๆๆทีจะเข้าไปดูหนังไทยซะที

แต่ก็ยังเข้าชมบ้างเป็นครั้งคราว
เข้าไปให้กำลังใจคนทำหนังไทยครับ
เข้าไปนั่งหลับก็ยังดี อย่างน้อย
ก็ได้ชื่อว่าช่วยสนับสนุนหนังไทย

คนทำหนังจะได้มีกำลังใจคิดทำอะไรใหม่ๆๆ
สร้างสรรค์มากขึ้นครับ



ความคิดเห็นที่ 19
chronomist วันที่ : 31/07/2007 เวลา : 10.35 น.
http://www.oknation.net/blog/prompzy

มาช่วยกันโหวตออกประชามติขับ จรัล ดิษฐาภิชัย
ออกจากตำแหน่ง กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
http://www.oknation.net/blog/prompzy/2007/07/31/entry-2
ความคิดเห็นที่ 18
dekchoncm วันที่ : 31/07/2007 เวลา : 10.26 น.

คิดว่าหนังไทยมีพัฒนาการมากกว่าเดิม แต่ในแง่มุขตลกไม่ควรใช้คำไม่สุภาพค่ะ จะได้ดูได้ทุกวัยค่ะ
ความคิดเห็นที่ 17
suratop วันที่ : 31/07/2007 เวลา : 08.52 น.

ดีไม่ดีก็ต้องสนับสนุนกันต่อไป...ติชม..กันพอเหมาะสม..อย่าด่ากันจนผู้สร้างหมดกำลังใจ..ซะก่อน..คนสร้างบางครั้งต้องเดาใจคนดู..คนดูก็คาดหวังกับผู้สร้าง..หลายครั้งที่ผู้สร้างสวนทางกับผู้ดู..สรุปอย่างที่เราท่านรู้ๆ..คือเจ๊ง..ครับท่าน
ความคิดเห็นที่ 16
ดึกสงัด วันที่ : 31/07/2007 เวลา : 00.02 น.
http://www.oknation.net/blog/thaiox

เคยโดนกระเทือบมาแล้วในเว็บบอร์ดหนังเรื่อง เป็นชู้กับผี
ไปว่าหนังเค้าลอกคนอื่นมา หนังไทยใครอย่าแตะ จริงๆ
ความคิดเห็นที่ 15
lotslikelove วันที่ : 30/07/2007 เวลา : 23.58 น.
http://www.oknation.net/blog/lotslikelove

หอแต๋วแตกดูได้ยี่สิบนาที ไม่ไหวแล้ว นอนหลับดีกว่า
ความคิดเห็นที่ 14
เป้สนาม วันที่ : 30/07/2007 เวลา : 23.28 น.
http://www.oknation.net/blog/yakusaevil

แต่เมล์นรกผมว่าการให้แนวคิดก็โอเคนะครับ
ความคิดเห็นที่ 13
waddaw วันที่ : 30/07/2007 เวลา : 23.21 น.
http://www.oknation.net/blog/waddaw

หนังไทยอาจไม่หมดมุข ยังคงมีหลายสไตล์
แต่เป็นสไตล์ที่ไม่ถูกพูดถึง และอาจขาดทุน
เลยไม่มีใครกล้าสร้างแนวอื่นกัน เพราะธุรกิจ

เห็นด้วยกับคุณพี่เรือรบฯ ค่ะ
หนังดี ๆ อาจจะมีเพียงแต่เข้าเงียบ ๆ และออกเงียบ ๆ
ราวกับว่ามุขแบบนี้สังคมไทยไม่เก็ท
สไตล์แบบนี้ บ้านเราไม่นิยมค่ะ

คุณบัณฑิต ฤทธิกล คือผู้กำกับ บุญชูค่ะคุณล่างฟานหวิน
(ถ้าจำไม่ผิดนะคะ)

ขอบคุณสำหรับความเห็นดีๆ ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 12
เรือรบเมืองมั่น วันที่ : 30/07/2007 เวลา : 22.48 น.
http://www.oknation.net/blog/ruarob

ดูมาหลายเรื่องในปีนี้ เห็นด้วยครับ นึกไม่ออกก็เอาเกย์มาด่า เอาผีมาหลอกคนดู ใส่คำหยาบ ๆ เข้าไว้ สาระข้างในเป็นศูนย์

หนังไทยยุคนี้ไม่มีกลิ่นอายความเป็นไทยเลย เรื่องดัง ไ อย่าง"แฝด"มีกลิ่นอายเกาหลีตั้งแต่พล็อตหนังไปจนหน้าตาพระเอก เรื่อง"ตุ๊ดสู้ตีน"ที่ฉายอยู่ในเวลานี้ก็ดีแต่ด่ากันมันคนสร้าง แต่สะท้านใจคนดูที่ดันเอาลูกเด็กเล็กแดงมาด้วย เรื่องดี ๆ ก็อาจจะมีเพียงแต่เข้าเงียบ ๆ และออกเงียบ ๆ
ความคิดเห็นที่ 11
คนว่างงาน วันที่ : 30/07/2007 เวลา : 20.21 น.
http://www.oknation.net/blog/Cantona

หมดแล้วครับ
ความคิดเห็นที่ 10
ล่างฟานหวิน วันที่ : 30/07/2007 เวลา : 19.46 น.
http://www.oknation.net/blog/langfanvhin
ประตูสวรรค์ หิมะทองคำ เต่าทองแดง เขากิเลน หนวดมังกร เขี้ยวพยัคฆ์                         "ไม่มีที่อยู่ สำหรับคนอ่อนแอ" จอมยุทธ์ '

ไม่ได้ ดูหนังไทย มาตั้งนานแล้ว ครับ
เคยดู เฉพาะตอนเด็กๆ รุ่น สรพงษ์ จารุณี สมบัติ เนารัตน์ จินตรา สันติสุข ทูน บิลลี่ คงเป็น รุ่นเก่าแล้วครับ
หมดจาก บุญชู ก็ แทบไม่ค่อยเข้า วิค หนังเลย
เคยอยู่ เรื่อง ป๊อป แล้วรู้สึกผิดหวังนะ ตลกไร วิ่งกันแทบทั้งเรื่อง (เหอๆ ) แบบ ช่วงหลัง ดู ทีไหร ก็ ผิดหวัง แทบทุกที นะครับ (ยกเว้น เรื่อง สุริโยทัย ) ก็ เลยไม่ดูไปเลย ครับ
คือมันอย่างไหรก็ ไม่รู้ เหมือนตลก ก็ ออกมีการใช้คำหยาบ ลามก อะไรประมาณ ขายตลก แต่ ตุ๊ด กระเทย เกย์ ประมาณนั้นดู แล้วไม่รู้สึกไม่ค่อยดี ไอเดีย ความคิด ก็ แทบไม่มี อะ ดูไป กลับออกมา รู้สึก เสียดาย เงิน
รายสาระ นะ แบบไม่ ได้ อินไปกับหนัง เหมือนดู แล้ว ปวด หัว แทน เลย ไม่ดู ครับ

ผมว่าหมดอนาคต จริงๆครับ คงต้องล้าง พวกผุ้กับใหม่ ครับ (ยกเว้น ท่านมุ้ย) คนสร้างหนัง เรื่องบุญชู ผมจำไม่ได้ แล้วใคร นะ ก็ไม่ได้ สร้างหนังดี เหมือนเก่า นะครับ ออกมา ช่วงหลังไม่มีคุณภาพ ทั้งตั้งการคัด ตัวดารา การนำเสนอ เรื่อง นะครับ ก็ดูเป็นแบบเดิมๆ ไม่มีอะไรสร้างสรรค์ ใหม่ ครับ
ใจจริง ก็ อยาก ให้พัฒนา หนังไทยเหมือนกัน ครับ แต่นั้นแหละครับ ส่วนใหญ่ ดาราไทย พอดัง แล้วเว่อร์ นะครับ เดียว หาเงิน ภ่ายนูด บ้าง ติดยา บ้าง เจ้าชู้ บาง เยอะนะครบ เลยเบื่อดาราไทย เลย

รู้สึกว่า ภาพดาราไทย ส่วนใหญ่ หมกมุ่น อยู่ แต่กับ เรื่องเพศ เรื่องลามก ศิลปะเรือนร่าง บ้าบอ อะไรประมาณ นั้น นะครับ จริงๆ นะครับ ให้ตายเหอๆ (5555555555555555)
ความคิดเห็นที่ 9
ลุงต้าลี่ วันที่ : 30/07/2007 เวลา : 18.57 น.
http://www.oknation.net/blog/loongdali

สังคมไทยถูกครอบงำ กับการโฆษณาชวนเชื่อทุก ๆ เรื่องเป็นสิ่งแวดล้อมรอบตัว ตั้งแต่เด็กจนโต ทั้งเรื่องราวประวัติศาสตร์ และความเป็นจริงของชีวิต ดังนั้น ๆ มุขที่จะสร้างหนังจึงไปไม่ถึงไหนจริงๆ
ความคิดเห็นที่ 8
waddaw วันที่ : 30/07/2007 เวลา : 17.34 น.
http://www.oknation.net/blog/waddaw

เพิ่งอ่านหนังสือวิจารณ์ภาพยนตร์
ของอ.กิตติศักดิ์ สุวรรณโภคิณ จบ
มากทรรศนะ หลากไอเดีย และให้ความรู้เยอะมากๆ
มีประเด็นความหลากหลายของหนังไทยเช่นกัน

ประเด็นที่ทั้งคุณนนทชัยและคุณ HOF มิตรแห่งหนัง
พูดถึง น่าสนใจและถูกต้องทั้งสิ้นค่ะ
ถ้าใช้ตัววัดตามที่ให้ข้อมูลมา

จากครึ่งปีแรก หนังไทยที่ครองตลาดบ้านเรา
หนังตลกติดชาร์ทอันดับหนึ่งราวๆ 10 เรื่องฮา
รองลงมาก็หนังผีทั้งน่ากลัวบ้าง เซ็กซี่บ้างร่วม 7 เรื่อง
ถัดลงมาก็เป็นหนังเกย์(นะตัวเอง) อีกเกือบ 3-4 เรื่อง

หนังพีเรียด อย่าง ตำนานสมเด็จพระนเรศวรฯ 2 ภาค
นับว่าเป็นงาน Production ที่ยิ่งใหญ่อลังการทั้งตัวงาน
และทุนสร้าง พ้นจากนี้ ก็มีหนังสไตล์อื่นๆ เกี่ยวกับ
ความรัก, ครอบครัว อย่าง แฝดกึ่งผีกึ่งความรักและพลอย

และที่ต้องปรบมือให้หนังฟอร์มเล็กอย่าง Final Score
ที่ Production เล็ก แต่การตอบรับไม่ธรรมดาเลย
มากกว่านั้น, หนังไทยที่ไม่ได้เข้าฉายในบ้านเรา
แต่กลับดังเป็นพลุแตกอย่าง แสงศตวรรษ ของ
เจ้ย อภิชาติพงศ์ ก็นับว่าครองแชมป์ประเด็นร้อน
และฮือฮากว่าหนังที่เข้าฉายเสียอีก (ฮามาก)

ถ้ามองกันที่ตัวเลขของหนังซึ่งเข้าฉายในครึ่งปีแรก
ต้องบอกว่าหนัง 3 สไตล์ ที่ครอง 3 อันดับต้นๆ
คือ หนังตลก หนังผี และหนังเกย์
และจะยังคงเป็นสไตล์นี้ไปอีก ถ้าการตอบรับ
ของกระแสการโหยหาความบันเทิงยังคงส่งเสียง
เรียกร้องอย่างที่ผ่านมา (อย่างที่เขียนถึง)

และถ้ามองเทียบกันระหว่างหนังไทยกับหนังฮอลลี่วู้ด
ต้องยอมรับว่าหนังไทยบ้านเราผ่านฉลุย เพราะได้แชร์
สัดส่วน และเบียดหนังต่างชาติตกโปรแกรมมาแล้ว
เหมือนที่ พลอยเขี่ย Oceans 13 หล่นโปรแกรม
โหน่ง เท่งฯ เตะ Sherk 3 ตกเก้าอี้ (ซะง้าน)

อ้อ..ลืมไม่ได้ที่ต้องพูดถึงหนังน่ารัก และรักมากด้วย
อย่าง .... มะหมา 4 ขาครับ

สำหรับในภาคพื้นเอเชีย ต้องยอมรับหนังจากแดนกิมจิ
อย่างที่คุณนนทชัยบอกค่ะ ด้วยเพราะอุตสาหกรรม
ภาพยนตร์และตลาดหนังของเขามีสเกลที่ใหญ่
กว่าเรามาก อีกทั้งการสนับสนุนจากรัฐบาล
(ซึ่งบ้านเรามีปัญหาอยู่เยอะ)
แต่บ้านเขาถือเป็นอุตสาหกรรมส่งออกกันไปแล้ว

ที่กล่าวมาทั้งหมด ประเด็นคือ หนังไทย 3 อันดับต้นๆ
และได้รับการยอมรับคือ หนัง 3 สไตล์อย่างที่บอก
แต่หนังที่กล่าวถัดมา ไม่ถูกพูดถึงในแง่ของรายได้
และการยอมรับทั้งคนดูและสื่อบ้านเราเท่าที่ควร
ก็เท่านั้นค่ะ จนเราอาจเรียกได้ว่าเป็นปรากฏการณ์
หนังตลกครองเมือง ก็ว่าได้ค่ะ

ขอบคุณความเห็นดีๆ จากทุกท่านนะคะ
ความคิดเห็นที่ 7
HOF วันที่ : 30/07/2007 เวลา : 16.56 น.
http://www.oknation.net/blog/HOF

มันมีปัญหาหลายอย่างในระบบหนังบ้านเรา
1. การแข่งขันกับหนังฮอลลีวู๊ด ด้วยทุนสร้างที่ต่างกันมหาศาล และตลาดหนังแคบกว่า ทำให้ไม่อาจสู้ได้
2. ดังนั้น หนังที่จะผลิตแล้วมีคนดู คือหนังตลก (ผมคิดว่าเพราะความตลกมันมีสัญชาติ แต่ละชาติจะขำในสิ่งที่ไม่เหมือนกัน ) หนังผี ( หนังผีเป็นสากล แต่เป็นแนวหนังที่คนไทยชอบ และลงทุนไม่สูง )
3. บ้านเราขาดแคลนบทหนังดีๆ
4. การสนับสนุนของภาครัฐไม่มากเท่าที่ควร
5. หนังที่เรียกว่าก้าวหน้า หนังดี มีกลุ่มคนดูน้อย และกลุ่มนี้ก็เป็นกลุ่มคนชั้นกลาง ที่ดูหนังฝรั่ง
6. การเข้ามาของ ระบบ DVD ที่แย่งผู้ชมจากโรง

แหะ แหะ ตอนนี้นึกออกแค่นี้ครับ ว่ากำลังจะเขียนเรื่องยุคทองของหนังไทยอยู่พอดี ลองแวะไปดูได้น่ะครับ ในช่วงสัปดาห์นี้
ความคิดเห็นที่ 6
นันทชัย วันที่ : 30/07/2007 เวลา : 13.27 น.
http://www.oknation.net/blog/chareonchai

กระผมว่าปีนี้ในช่วง SUMMER ของอเมริกา หนังของเขาน่าจะหมดมุขยิ่งกว่าเราซะอีก เพราะกลับมาหากินกับหนังภาคต่อน่าจะเป็น 10 เรื่อง แต่ส่วนของเรากระผมมองว่ามีความหลากหลายนะครับ ถ้าให้มองครึ่งปีหลังของปี ส่วนครึ่งปีแรกถ้ามองกันให้ดีๆ พระองค์ดำก็ยึดโรงฉายไปร่วม 2 เดือน แถมหนังภาคต่อของอเมริกาอีก ไม่ดีหรอกครับที่จะมาชนให้เสียหนัง ครึ่งปีหลังมันแน่ครับรับประกัน และไม่หมดมุข หนังทุนสูงก็มี หนังดองก็มี หนังฮาก็มี หนังดรามาก็มี หนังอิ้นดี้ก็มี กระผมว่าองค์ประกอบต่างๆ ในเรื่องของผู้สร้าง ผู้กำกับ ผู้ทำบท ของวงการหนังไทย ยังมีความคิดสร้างสรรค์ดีๆ อีกเยอะ กระผมว่าในเอเชีย หนังเกาหลีดูดีนะครับ แต่ตอนนี้หนังไทยน่าจะเท่าเขาหรือดูดีกว่าเขานะครับ...
ความคิดเห็นที่ 5
waddaw วันที่ : 30/07/2007 เวลา : 11.25 น.
http://www.oknation.net/blog/waddaw

อ้อ..บอกก่อน
ไม่มี hidden กับหนังที่เป็นภาพประกอบเรื่อง
แต่อย่างใด ที่เขียนถึงเรื่องนี้ ประเด็นคือชี้ให้เห็น
วัฒนธรรมการดูหนังที่เบื้องหลังคือ
อารมณ์แห่งการโหยหาความสุขของสังคมไทย
ความคิดเห็นที่ 4
waddaw วันที่ : 30/07/2007 เวลา : 11.01 น.
http://www.oknation.net/blog/waddaw

ขอบคุณทุกความเห็น
กับหลายประเด็นเหตุผลที่บอกกันค่ะ

ผู้กำกับอยากประสบความสำเร็จ
นายทุนเข็ดกับการขาดทุน
สองสิ่งไปด้วยกัน วันๆ มีแต่หนังแพ็คเก็จเดียว
คือ ขำ ฮา นะฮ้า
ตอนนี้ใครลองทำหนัง Production ดีๆแบบ เหมืองแร่ฯ ดิ
ตายตั้งแต่ยังไม่ต้องเสนอค่ายหนัง พังตั้งแต่หน้าโรง ว่างั้น

วงการหนังไทย คงมีคำขวัญประจำใจ
อย่างที่คุณปฐมบอกนั่นแหละ คือ ....
" โกย แล้ว กลับ "
ความคิดเห็นที่ 3
pookcl วันที่ : 30/07/2007 เวลา : 02.40 น.
http://www.oknation.net/blog/pookcl
Why am I feeling so strange

พอหนังได้เงินก็แห่ตามกันไป
ตลกกันเข้าไป...เหมือนเป็นธรรมเนียมว่าต้องตลกถึงได้ตังค์
เมืองไทยเราจึงมีผกก.เป็นตลก...เยอะสุดในโลก
เจ๊ว่าถึงทำหนังแบบดีมีสาระ...คนก็กล้าดูน้อย
เพราะเข็ดไง...ไปๆมาๆ เข็ดทั้งคนดู คนทำ...เฮ้อ

ความคิดเห็นที่ 2
ปฐม วันที่ : 30/07/2007 เวลา : 02.31 น.
http://www.oknation.net/blog/pathom
หยุด !!!  การเกลียดชังทุกอย่าง  หันมาเกลียดตัวเองแทน  ตึ่งโป๊ะ !!!

จริง ๆ ผมว่านะครับ

ผีไม้จิ้มฟัน มันมีธีมหลักและประเด็นนะครับเพียงแต่คนเสนอทำให้มันเด่นไม่ได้

อย่างเรื่อง เมล์นรก ผมยกให้สิบดาวเลย

แต่กลับเสียดายที่จบไม่ลง

ไม่เน้นไอ้ที่ควรเน้น และลากเรื่องยาวไป ผมไม่เข้าใจถึงทุกวันนี้ว่า การมีตัวละครที่ (ผมมอง) ว่า เกินความจำเป็นเข้ามาเพื่ออะไร

เสียประเด็นจริง ๆ ครับ

ผมมีความเห็นอย่างนี้นะครับ...

แต่ก็ว่ากันไปครับ เพราะเราก็ต้องเป็นกระบอกเสียงให้ผู้กำกับทราบว่าอะไรดีหรือไม่ดีอีกทางหนึ่ง

จริง ๆ การคงอยู่ของหนังไทย ต้องทานทนต่อเสียงวิจารณ์ให้ได้

นี่คือ ประเพณีและวัฒนธรรมของหนังไทย

กูโกยแล้วกลับ
ความคิดเห็นที่ 1
ภีษมะ วันที่ : 30/07/2007 เวลา : 02.25 น.
http://www.oknation.net/blog/julydragon24

ผู้สร้างไทยมิได้หมดมุขหรอกท่าน

แต่เป็นเพราะความเป็นทุนนิยม ทำให้ต้องสร้างแนวเดิมๆที่มั่นใจว่าคุ้มทุน มีสปอนเซอร์เท่านั้นแหละครับท่าน
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น: