| Cinema | ||
ใช้ตาทั้งคู่โฟกัส และกดชัตเตอร์ด้วยหัวใจของคุณเอง |
||
|
View All |
||
| The Greatest : Cat Power | ||
Once I wanted to be the greatest No wind or waterfall could stop me And then came the rush of the flood The stars at night turned you to dust |
||
|
View All |
||
| << | มิถุนายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | |||||
พิมพ์หน้านี้
|
ในยุคสมัยที่หนังฮอลลี่วู้ดปกคลุมพื้นที่ทั่วทุกมุมโลก ด้วยทุนสร้างมหาศาล และการสร้างตำนานให้ฮีโร่ในภาพยนตร์นั้นๆ ยังคงสร้างสีสันและดึงความสนใจ จากคนดูกลุ่มใหญ่ได้โดยง่าย แต่ยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่งสนใจภาพยนตร์ที่มีสไตล์ มีเอกลักษณ์ มากกว่านั้นมีคุณค่าในเชิงศิลปภาพยนตร์ ด้วยตัวบทที่มีความหมาย ด้วยสไตล์ของผู้กำกับ และด้วยจุดหักอย่างมีชั้นเชิงที่ปรากฏในหนัง ทำให้หนัง ประเภทนี้เป็นที่ยอมรับและอยู่ในความสนใจจากคนดูกลุ่มเล็กๆ กลุ่มนี้ หากเอ่ยถึงผู้กำกับนักคิด สไตล์ลิสท์แห่งภาพยนตร์ ชื่อของผู้กำกับ อย่าง วิม เวนเดอร์ส, โรมัน โปลันสกี้, ทาเกชิ คิตาโน่, อับบาส เคียรอสตามี่, อามอส กิไต้, โอลิวิเยร์ อัสซายาส, จางอี้โหมว, ลาร์ส ฟอน เทรียร์, เฉินไค่เก๋อ เดวิด โครเนนเบิร์ก ล้วนเป็นที่ยอมรับของคนดูหนังกลุ่มเล็กๆ ที่ว่านี้ไม่น้อยทีเดียว มิใช่เพราะพวกเขาผ่านเวทียักษ์ใหญ่อย่าง คานส์ หากแต่เป็นการกล่าวขานถึง ผลงานอันทรงคุณค่าที่ผ่านตานักดูหนังต่างหาก และอีกหนึ่งผู้กำกับที่นิยามงาน ของเขาบอกกับเราว่า... เหงาอย่างมีสไตล์ เดียวดายอย่างโรแมนติก นั่นก็คือ หว่อง กา-ไว หรือ หวังเจียเหว่ย ผู้ชายสวมแว่นดำ อีกหนึ่งตำนาน ผู้พลิกหน้าประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ ที่พาหนังฮ่องกงเดินทางสู่เวทีโลก
ครั้งหนึ่งที่เขาให้ความคิดไว้ว่า... ผมรักหนังมาตั้งแต่ยังเด็ก สิ่งที่ดึงดูดผม อาจเป็นความรู้สึกที่ว่า ในโลกที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่นี้ ผมปล่อยตัวเองได้ อย่างเต็มที่เสมอ จะร้องไห้ หัวเราะ โกรธ หรือรู้สึกย่ำแย่อย่างไรก็ตามแต่... สำหรับผมหนังจะได้รับคำวิจารณ์ดีหรือไม่ดีนั้นไม่เป็นไร ขอให้คนดูเดินออก จากโรงด้วยความรู้สึกที่ว่า เขาได้สนุกกับมัน ตรงนี้ต่างหากที่มีความหมาย เหนือกว่าอะไรทั้งหมด สิ่งที่หนังให้กับผม ผมอยากจะส่งมันต่อให้คนอื่นๆ ด้วยเหมือนกัน (คัดจากหนังสือ เดียวดายอย่างโรแมนติก สำนักพิมพ์ BIOSCOPE) จากความคิดนี้เอง ทำให้เราเห็นอารมณ์ของหนังที่หลากหลาย หากแต่มีสไตล์ ของหว่องอยู่ในเนื้องานของเขาเสมอๆ
ความหลากหลายในภาพยนตร์ภายใต้แว่นดำของหว่อง ที่เราพบก็คือ บางครั้ง เขานำเสนอด้วยแง่มุมความคิดจากความเป็นจริงในสังคม อย่าง As Tears Go By (1988) งานที่แสดงถึงด้านมืดลึกในสังคมฮ่องกงกับแก๊งอาชญากร บางครั้งเขา นำเสนอถึงจินตนาการแห่งความหวัง และความรักของผู้คน ทั้งวัยรุ่น และหนุ่มสาว อย่าง Days of Being Wild (1991), (1995), Happy Together (1997) และในบางครั้งเขาเสนอแก่นของการสูญเสีย จากการไขว่คว้าและแรงปรารถนาภายในใจผ่านเรื่องราวความรักย้อนยุคในหนังอย่าง In the Mood for Love (2000) หนังที่ทำให้ โทนี่ เหลียง หรือ เหลียงเฉาเหว่ย คว้ารางวัลนักแสดงชายยอดเยี่ยมในงานเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์มาครอง อีกทั้งภาพยนต์แห่งศิลปะการต่อสู้ของจอมยุทธ์สาวใน Ashes of Time (1994), เรื่องราวของรถไฟโดยสารและวันวานแห่งความทรงจำใน 2046 (2004) และ หนังเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษเรื่องแรกและการร่วมงานกับนักร้องชื่อดังอย่าง นอร่าห์ โจนส์ ใน My Blueberry Nights (2007) หนังโรดมูฟวี่ฟของหว่องเรื่องนี้ผิดไปจาก ผลงานที่ผ่านมาของเขา ด้วยกลิ่นไอของวัฒนธรรมแนวคิดและวิถีชีวิตในแบบ ตะวันตก แต่อย่างไรก็ตาม ความเปลี่ยวเหงาของตัวละคร และเลิฟซีนในสไตล์ ของหว่องยังคงปรากฏในหนังเรื่องนี้เช่นกัน
เราเห็นความเป็นมืออาชีพของผู้กำกับชาวจีนคนนี้ ซึ่งวงการภาพยนตร์ทั่วโลก ยอมรับผลงานของเขาจากการร่วมงานใน Eros (The Hand) (2004) ผลงาน หนังสั้นร่วมกับสองผู้กำกับชื่อดังอย่าง ไมเคิล แองเจิ้ลโล แอนโตนิโอนี่และสตีเว่น โซเดอร์เบิร์ก อีกทั้งได้รับเชิญทำหนังสั้นในเทศกาลหนังเมืองคานส์ร่วมกับผู้กำกับ ที่มีชื่อเสียงทั่วโลก ผลงานเหล่านี้ เป็นเครืองการันตีความสามารถและศักยภาพของ เขาในระดับนานาชาติได้เป็นอย่างดี ความลงตัวในด้านองค์ประกอบ จินตนาการด้านภาพ ทั้งสีสัน และสัญญะที่สื่อสาร กับคนดู มุมกล้องและการลำดับภาพ ล้วนเป็นเทคนิคในการนำเสนออย่างมี เอกลักษณ์ มากกว่านั้นหนังแนวเมโลดราม่าที่ถ่ายทอดอารมณ์เปลี่ยวเหงาของ ตัวละคร สะท้อนถึงการเรียนรู้ชีวิต และสร้างแง่คิดให้ค้นหา สิ่งเหล่านี้ทำให้ คนดูหนังอย่างเราๆ รู้ว่า นี่คือ..ภาพยนตร์ในแบบฉบับของหว่อง กา-ไว
หนังของหว่องที่ชอบมากที่สุดคือ In The Mood For Love และ Days of Being Wild ชอบมิติเรื่องราว เหลี่ยมมุมในการเล่า เทคนิคการถ่ายภาพ คำพูดที่ทิ้ง ความหมาย อารมณ์เดียวดายของตัวละคร และที่สำคัญฝีมือการแสดงของเลสลี่ จาง และเหลียงเฉาเหว่ย โดยส่วนตัวคิดว่าเป็นหนังที่สะท้อนตัวตนและถ่ายทอดนิยาม งานของเขา ที่มักบอกกับเราว่า... เหงาอย่างมีสไตล์ เดียวดายอย่างโรแมนติก ต่อจากนี้, สิ่งที่น่าคิดคือ การเดินทางในแบบ เหงาอย่างมีสไตล์ เดียวดายอย่างโรแมนติก ของผู้กำกับนักคิด สไตล์ลิสท์แห่งภาพยนตร์ ที่ชื่อ หว่อง กา-ไว นั้น จะมีวิธีโดยสารอย่างไร ? วาดดาว.. ขอบคุณ บางส่วนจากหนังสือเดียวดายอย่างโรแมนติก (สนพ. BIOSCOPE) ภาพจาก INTERNET เพลง The Greatest จากวง Cat Power " คลิก play เพื่อฟังเสียงแมวร้อง "
|