• waddaw
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : pim_mail88@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-02
  • จำนวนเรื่อง : 124
  • จำนวนผู้ชม : 45281
  • จำนวนผู้โหวต : 69
  • ส่ง msg :
The Greatest : Cat Power

Once I wanted to be the greatest No wind or waterfall could stop me And then came the rush of the flood The stars at night turned you to dust

View All
วันอังคาร ที่ 12 สิงหาคม 2551
All About Mother (Tokyo Tower)
Posted by waddaw , ผู้อ่าน : 276 , 03:06:33 น.  
พิมพ์หน้านี้


   มีภาพยนตร์ไม่น้อยทีเดียวที่เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของครอบครัว ไม่ว่า

จะเป็นพ่อกับลูก อย่าง I am Sam (เป็นหนังที่ชอบมากที่สุดเรื่องหนึ่ง) หรือ แม่กับลูก

อย่าง The Joy Luck Club (เป็นหนังที่ประทับใจมากที่สุดเรื่องหนึ่ง)  ภาพยนตร์แห่ง

ความรักที่สะท้อนภาพความสัมพันธ์ของครอบครัวมักมีแรงบันดาลใจจากเรื่องจริง

และหนึ่งในนั้นก็คือ Tokyo Tower : Mom and Me, & Sometimes Dad

นับเป็นหนังเกี่ยวกับครอบครัวเรื่องล่าสุดที่ได้ดูและอยากแนะนำเนื่องในโอกาสวันแม่

   Tokyo Tower : Mom and Me,& Sometimes Dad เป็นภาพยนตร์จากแดนปลาดิบ

ที่ใช้หอคอยโตเกียวเป็นเพียงฉากหลังเช่นเดียวกับ Always แต่หนังครอบครัวธรรมดาๆ

ภายใต้การกำกับของโจจิ มัตสึโอกะ เรื่องนี้ ก็ทำให้คว้า 5 รางวัล จาก Japan 

Academy Award สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม นักแสดงนำฝ่ายหญิงยอดเยี่ยม

บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ผู้กำกับยอดเยี่ยม นักแสดงสนับสนุนชายยอดเยี่ยม นับได้ว่า

เป็นหนังที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดแห่งปี

   หนังเรื่องนี้สร้างจากนวนิยายขายดีซึ่งทำยอดขายกว่า 2 ล้านเล่ม และได้รับการ

ตอบรับอย่างล้นหลามในประเทศญี่ปุ่นจนมีการพิมพ์ซ้ำถึง 18 ครั้งภายในระยะเวลา

เพียงครึ่งปี ขายลิขสิทธิ์แปลแล้วหลายประเทศ เช่น เกาหลี ไต้หวัน จีน ฝรั่งเศส อิตาลี

และไทย เป็นเรื่องจริงของผู้ประพันธ์นามว่า ลิลี่ แฟรงกี้ หรือ นาคางาวะ มาซะยะ

เรียกได้ว่าร้านหนังสือในญี่ปุ่นต่างมีเรื่องโตเกียวทาวเวอร์วางขายอยู่อย่างโดดเด่น และ

นิยายเรื่องนี้ยังได้รับการยกย่องว่าเป็นที่นิยมเทียบเท่ากับเรื่อง Norwegian Wood ของ

ฮารุกิ มุราคามิ นักเขียนผู้มีชื่อเสียงโด่งดังระดับโลกอีกด้วย

   Tokyo Tower : Mom and Me, & Sometimes Dad เป็นหนังที่เล่าเรื่อง

ความสัมพันธ์ของแม่กับลูกชาย โดยให้ตัวละครในปัจจุบันค่อยๆ เล่าเรื่องราวผ่าน

ความทรงจำ ตั้งแต่วัยเด็ก หนังตัดสลับไปมาระหว่างอดีตและปัจจุบัน  เรื่องราวมากมาย

ของลูกชายที่ชื่อนาคางาวะ มาซะยะ (ม่าคุง) ซึ่งอยู่ในครอบครัวที่แม่กับพ่อแยกทางกัน

ตั้งแต่เขายังเด็ก ชีวิตส่วนใหญ่ของเขามีแม่คอยดูแล แม้ในช่วงปิดเทอมจะต้องมาอยู่

กับพ่อบ้างก็ตาม แม่ของมาซะยะเปิดร้านอาหารในหมู่บ้านเล็กๆ  และส่งลูกชายเรียน

จนถึงมหาวิทยาลัย นี่เองทำให้มาซะยะต้องใช้ชีวิตนักศึกษาในโตเกียว ด้วยวัยของเขา

ทำให้เขาสนุกกับเพื่อน และไม่สนใจการเรียน เงินที่แม่ส่งมาก็หมดไปกับการหา

ความสุขแบบไร้สาระไปวันวัน มีหนี้สินติดตัว จนต้องยอมสารภาพกับแม่ว่าต้องหยุด

เรียน แม่ของเขาก็อดทนทำงาน ส่งเงินมาให้ลูกได้เรียนต่อ มาซะยะรู้ถึงความรักของแม่

และเข้าใจชีวิตมากขึ้น เขาตั้งใจเรียนจนจบมหาวิทยาลัย และได้งานเป็นนักวาด

ภาพประกอบตามที่ฝันไว้

   ความสำเร็จในชีวิตของเขามาพร้อมๆ กับข่าวร้ายว่าแม่ป่วยเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร

ทำให้แม่ต้องเดินทางมาโตเกียวเพื่อรับการรักษา หนังเรื่องนี้เดาไม่ยากเลยถึงตอนจบ

ของหนัง แต่สิ่งที่ทำให้หนังน่าสนใจคือการไม่สร้างอารมณ์เศร้ามากดดันคนดู แต่ให้

ตัวละครสะท้อนความรู้สึกรักและห่วงใยของแม่กับลูกอย่างเป็นธรรมชาติ เพราะเรื่องราว

แบบนี้สามารถเกิดขึ้นกับครอบครัวไหนก็ได้  จึงไม่ใช่เรื่องยากเลยที่คนดูจะรับสาร

จากหนังและรู้สึกไปกับตัวละคร  อย่างฉาก ที่แม่จูงมือเขาในวัยเด็ก ที่เชื่อมโยง

มาถึงตอนที่เขาจูงมือแม่ข้ามถนน  ก็สื่อถึงการดูแลของคนเป็นแม่ และการตอบแทน

ของคนเป็นลูก เพราะความจริงที่มีความตายอยู่เบื้องหน้าของผู้หญิงคนหนึ่งจะรู้สึก

ถึงความเหงาและหนาวเพียงใดก็ตาม แต่มือของลูกชายที่จูงเธอนั้นก็ให้ความอุ่นใจได้

   มาซะยะ ได้เรียนรู้ชีวิตจากแม่ของเขา ในช่วงที่แม่รักษาตัวด้วยคีโม สิ่งหนึ่งก็คือ

คุณค่าของชีวิต เพราะแม่ทำให้เขาเห็นว่า “ ถึงจะเจ็บปวด ถึงจะทรมาน แต่แม่ก็ไม่

ยอมแพ้ และพยายามที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปให้ได้ ” และเมื่อแม่จากไป ของขวัญที่แม่ให้

เขาก็คือ รูปถ่ายในวัยเด็กและไดอารี่ที่มีเรื่องราวแห่งความสุขในช่วงที่อยู่ด้วยกันใน

โตเกียวแห่งนี้ และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือเขารับรู้ถึงความรักอันยิ่งใหญ่ของแม่จากถ้อยคำ

ที่แม่เขียนไว้ว่า .. “ ถึงแม่จะล้มเหลวในชีวิตคู่ แต่ก็ได้รับพรแสนวิเศษเป็นลูกชายคนนี้

ของแม่ เพียงเท่านี้แม่ก็ตายอย่างเป็นสุขแล้ว ” (ซีนนี้ร้องไห้อย่างไม่ต้องลังเล ฮือ ฮือ)

   เหนืออื่นใดหนังเรื่องนี้ทำให้เรารักแม่มากขึ้น  และมากไปกว่านั้นใช้ชีวิตอย่างเป็นสุข

กับคนที่เรารักทุกๆ วัน เพราะไม่รู้ว่าวันเวลาที่เหลืออยู่มันมีตัวเลขมากน้อยเพียงใด

และเส้นทางที่เราจูงมือแม่เดินนั้นมันจะยาวไกลแค่ไหน...

 

การต่อสู้ชีวิตของผู้หญิงที่เราเรียกว่า “แม่”   ไม่ได้หวังปริญญาบัตร

ไม่ได้ต้องการสิ่งใดตอบแทน หากแต่อยากเห็น ลูกๆ เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มี

ความคิด มีชีวิตอย่างเป็นสุข และมีอนาคตที่งดงาม

  

แด่.. ความรักที่ยิ่งใหญ่และหัวใจที่แข็งแกร่งของแม่

 

วาดดาว..

 

…………………………………………………………………………………………………………

 

แนะนำหนังที่มีเรื่องราวความสัมพันธ์ของแม่กับลูก ยายกับหลาน ที่น่าดูค่ะ

 

 

ขอบคุณภาพจาก Internet

ขอบคุณเพลงจาก  www.esnips.com

เพลงอิ่มอุ่น : พี่จุ้ย ศุ บุญเลี้ยง

Get this widget |Track details |eSnips Social DNA

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4
waddaw วันที่ : 12/08/2008 เวลา : 13.14 น.
http://www.oknation.net/blog/waddaw

"อิ่มใดๆ โลกนี้มิมีเทียบเทียม
อิ่มอกอิ่มใจ อิ่มรักลูกหลับนอน
น้ำนมจากอก อาหารของความอาทร
แม่พร่ำเตือนพร่ำสอน สอนสั่ง
ให้เจ้าเป็นเด็กดี ให้เจ้ามีพลัง
ให้เจ้าเป็นความหวังของแม่ต่อไป"

ไม่ว่าจะต่างชาติ ต่างภาษา
แต่ทว่าคนเป็น "แม่" ก็คิดแบบเดียวกันนี้
กับความรักที่มีอยู่จริง ของผู้หญิงที่เราเรียกว่า "แม่"

แต่ก่อนนี้ สองแขนแม่ โอบอุ้มลูก
ด้วยสายใย ที่พันผูก รักของแม่
แต่ตอนนี้ ลูกจะคอย เฝ้าดูแล
ประคองแม่ ด้วยความรัก ตลอดไป ....


ความคิดเห็นที่ 3
kunlek วันที่ : 12/08/2008 เวลา : 10.09 น.
http://www.oknation.net/blog/kunlek
ไม่มีอะไรเป็นของเรา แม้แต่ตัวเราเอง


แด่....แม่ผู้ยิ่งใหญ่ทุกคนในโลก

รักและคิดถึงแม่ทุกวันค่ะ
ความคิดเห็นที่ 2
กัปตันแจ๊ค_จอมโจรจอมใจ วันที่ : 12/08/2008 เวลา : 08.15 น.
http://www.oknation.net/blog/paedophiel
สัญชาติฌาณมังกรย่อมไม่ร้องครวญครางให้เป็นที่รำคาญของกุ้งฝอย