พิมพ์หน้านี้
|
หนัก...ดังขุนเขา ทำไม...เบากว่าขนนก ก็เป็นอีกตอนหนึ่งที่ใช้ให้เห็นถึงสาเหตุที่ทำให้บ้านเมืองเกิดยุคเข็ญ คือ มนุษย์ไร้ศีลธรรม โดยเฉพาะผู้ปกครองบ้านเมือง หากไร้ศีลธรรม ไม่มีคุณธรรมแล้ว ก็จะทำให้เกิดผลคือ ประชาชนจะเดือดร้อน จะเกิดเภทภัยนานาประการ ยุคใดสมัยใด บ้านเมืองมีผู้นำดี มีศีลธรรม ซื่อสัตย์สุจริต บ้านเมืองก็จะสงบร่มเย็น แต่ถ้ามีผู้นำที่ไร้ซึ่งศีลธรรม เอาแต่แสวงหาผลประโยชน์ คดโกง เบียดเบียนผู้มีศีลธรรม ยุคนั้นสมัยนั้นก็จะเกิดยุคเข็ญ เกิดภัยภิบัติ พระเจ้าปเสนทิโกศล ได้สุบินนิมิตว่า ได้เห็นก้อนศิลา หรือก้อนหินแท่งทึบ สูงท่วมหัวบางก้อน ใหญ่เท่าบ้านเรือน ลอยอยู่เหนือน้ำเหมือนกลีบบัว หรือเหมือนเรือสำเภา บรรทุกสินค้าลอยบนน้ำ พระพุทธองค์ทรงอธิบายความฝันนี้ไว้ ตามที่โบราณาจารย์ได้แต่งเป็นบทกวีไว้ว่า
สิบสามฝันเห็นศิลาน้อยนั้นลอยน้ำ ประหลาดใจล้ำหลากใจที่ในฝัน พระทรงญาณบรรหารให้เห็นพลัน ภายหน้านั้นผู้มีศักดิ์จะรักพาล จะยกย่องหมู่ทรชาติอันต่ำช้า เป็นเอกอัครเสนาในสถาน ให้ยศศักดิ์สืบสายเป็นนายการ ได้ท่วงทีพวกพาลสำราญใจ ทรงอธิบายความฝันนี้ว่า เหตุการณ์ร้ายจะไม่เกิดในสมัยของพระเจ้าปเสนทิโกศล แต่จะเกิดในภายหน้า ถ้ามนุษย์ไร้ศีลธรรม คนมีจิตใจต่ำ จะตะเกียกตะกายขึ้นเป็นใหญ่ ปกครองบ้านปกครองเมือง และลุ่มหลงในอำนาจ จะกีดกันและโค่นฆ่าคนดีมีศีลธรรม จนคนที่มีจิตใจสูงมีคุณธรรม ไม่กล้าที่จะสู้รบตบมือด้วย เพราะสี่ยงต่ออันตรายนานาประการ นอกจากคนดีมีมากพอเท่านั้น ที่จะยืนหยัดต่อสู้อยู่ได้ และพยายามแก้ไขปัญหาสังคมที่เกิดขึ้น แต่ก็หาได้ยาก ทุกวันนี้ สังคมวุ่นวายโหดร้ายทารุณ เกิดทั้งศึกภายในและภายนอกประเทศ ทุกวันนี้ความป่าเถื่อนของมนุษย์โลก ไม่ได้ลดลงเลย มนุษย์สมัยโบราณได้ประหัตประหารกันด้วยขวานและท่อนไม้ เพื่อแย่งอาหารและผลประโยชน์กันอย่างไร มนุษย์สมัยปัจจุบันผู้เรียกตัวเองว่าอารยชนก็ยังประหัตประหารกันอย่างนั้น แต่ด้วยอาวุธที่มีอานุภาพร้ายแรงกว่าหลายหมื่นเท่า ก่อความทุกข์ทรมาน แก่ผู้แม้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นั้นๆเสมอมา สงครามอันยืดเยื้อในหลายจุดของโลก ได้ดึงเอามนุษย์แทบทุกมุมโลกไปประหัตประหารกัน และล้มตายลงเป็นจำนวนล้านนั้นสาเหตุไปจากความมักใหญ่ใฝ่สูง ความบ้าคลั่งในอำนาจของคนเพียงไม่กี่คน ความแก่งแย่ง ความเอารัดเอาเปรียบ ความทารุณโหดร้ายต่อเพื่อนมนุษย์ และสัตว์ร่วมโลกมีอยู่ทั่วไปทุกตำบล สิ่งทั้งหลายเหล่านี้ มีมูลกรณีที่สำคัญยิ่งประการหนึ่งคือ ความขาดแคลนธรรมในหัวใจมนุษย์ ทางด้านสังฆมณฑลก็เช่นกัน พระอลัชชีข่มเหงรักแกพระที่ทรงศีลทรงธรรม จะหาเรื่องให้ร้ายป้ายสี กลั่นแกล้งเพื่อไม่ให้เป็นเสี้ยนหนามต่อความมั่นคั่งมั่นคงของตัวเอง และพรรคพวก บางทีรู้ทั้งรู้ว่าเขาทำดีกว่า ปฎิบัติได้เคร่งกว่า สั่งสอนคนให้เป็นคนดีมีประสิทธิภาพกว่า แต่แรงริษยามีมากกว่า ก็ย่อมจะทนไม่ได้ ต้องหาทางยับยั้งไม่ให้เติบโต หรือทำลายเสียให้สูญสิ้นไป ส่อให้เห็นถึงธาตุแท้ ความดื้อรั้นอันเป็นธรรมชาติของมนุษย์ ที่ไม่ยอมรับความจริงกันง่ายๆ สิ่งใดที่เป็นเท็จฉาบฉวยละ ก็เชื่อถืองมงายกันง่ายนัก สิ่งใดดีๆมีสาระมักจะรับประกันไม่ค่อยได้แต่บางทีก็มีเหมือนกัน ที่แอบรับแนวความคิดดีๆของเขาอย่างเงียบๆ แต่ความริษยากริ่งเกรงคนอื่นจะได้ดีกว่า ก็เลยต้องตีกันเอาไว้ก่อนไม่อยากให้คนอื่นดีเด่นเกินหน้า หรือแม้แต่ตีเสมอตนได้ ผู้ใหญ่ที่ขาดมุทิตาเป็นพื้นฐานของใจ มักเป็นคนริษยาไม่ค่อยส่งเสริมความดีของผู้น้อย กลัวจะดีเกินหน้าตน หาทางทำลายตัดรอน เมื่อผู้น้อยได้ดีหรือทำดี ผุ้ใหญ่ที่ขาดอุเบกขาเป็นพื้นฐานทางใจ มักเป็นคนอ่อนแอโปรดปรานเฉพาะผู้น้อยที่หาอามิสให้ตนมากๆ ประจบเก่ง หรือมีอิทธิพลด้านอื่นๆ แม้พวกนี้ทำผิดก็เมินเสีย ถือทำดีเพียงนิดหน่อยก็เชิดชู เลิศลอย ผู้ใหญ่เช่นนี้เปรียบเหมือนกับหลักที่ปักอยู่บนขี้เลน หรือบนกองทราย ย่อมไม่มีความมั่นคงอะไรที่พอจะยึดเป็นหลักเป็นที่พึ่งได้ แถบยังเป็นภัยคอยจะล้มทับคนดีอีกด้วย ทุกวันนี้ โลกถืออำนาจเป็นใหญ่ ไม่ได้ถือธรรมเป็นใหญ่ เมื่อมีการประชุมตัดสินปัญหาอะไร ก็เอาพวกมากที่ทุศีลด้วยกันเข้าว่า พวกที่มีศีลพวกน้อยกว่าก็เดือนร้อน หวานอมขมกลืน เรื่องนี้เกิดเพราะกิเลสที่แก้ยาก ผู้มั่นคงและมั่นใจในความดีจึงต้องอดทนและทำใจเอา ถือเป็นแบบฝึกหัด หรือบททดสอบที่เราต้องทำไม่เช่นนั้นสังคมมนุษย์จะหาที่พึ่งเป็นหลักยึดได้ยาก ถ้าคนเสื่อมจากศาสนาไม่เห็นความสำคัญของศีลธรรมแล้ว บ้านเมืองก็จะเกิดยุคเข็ญ ผู้คนก็จะอยู่ลำบาก ทุกวันนี้ก็อยู่กันยากขึ้นทุกทีแล้ว ถ้าประชาชนไม่รู้จักเลือกคนดีเข้ามาปกครองบ้าน ปกครองเมือง ไปหลงแต่อามิสสินจ้างหลงคารมที่เขาหลอกล่อก็จะได้คนที่จิตใจต่ำ หนาไปด้วยกิเลสมาเป็นใหญ่ เหมือนหินลอยน้ำได้ เมื่อนั้นก็จะเกิดเหตุการณ์อย่างที่พระพุทธองค์ทำนายอย่างแน่นอนคือ ถ้าได้ผู้นำที่เป็นพาลไร้ศีลธรรม เห็นความสำคัญของวัตถุมากกว่าจิตใจ ก็จะนำประเทศชาติและประชาชนไปสู่ความหายนะอย่างไม่มีปัญหา ...สิบสามตามสุบิน ฤาฟ้าดินผินแปรเปลี่ยน ศิลาสูงท่วมเศียร ล่องวนเวียนกลางสาคร องค์พระชินมาร ทรงวิจารณ์แจกแจงสอน ภายหน้าพึงสังวร โลกจะร้อนด้วยชนทราม พวกนี้จะมียศ ยิ่งปรากฏคนคร้านขาม ลอยเฟื่องกระเดื่องนาม สิ่งดีงามจะถอยจม เป็นตามธรรมดา อวิชชามาทับถม รู้ทันมิต้องตรม ฤทัยข่มด้วยแรงธรรม.... |
| กฐินวัดวังน้อยวนาราม ปี2551 | ||
กฐินวัดวังน้อยวนาราม ปี51 |
||
|
View All |
||
| << | มีนาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||