พิมพ์หน้านี้
|
จุดไฟ..เผาบ้านเมือง ได้เห็นชายคนหนึ่งนั่งฟั่นเชือก ที่ทำด้วยหนังสัตว์อยู่ แล้วหย่อนเชือกที่ฟั่นได้ลงใต้ตั่ง ฟั่นไปหย่อนไป หารู้ไม่ว่า ภายใต้ตั่งนั้นมีนางสุนัขตัวหนึ่งเคี้ยวหนังที่ฟั่นเป็นเชือก กินจนไม่เหลือ ชายที่ฟั่นเชือกนั้น ก็ฟั่นไปจนเหนื่อยเจียนตาย แต่เชือกก็ไม่ยาวสักที พระพุทธองค์ได้ทรงอธิบายทำนายไว้ ตามที่โบราณาจารย์ได้แต่งเป็นบทกวีเกี่ยวกับเรื่องราวตอนนี้ไว้ว่า เจ็ดฝันว่ามีผู้ฟั่นเชือกหนัง อยู่เคหังเพิงพักในสถาน ปลายเชือกเสือกห้อยลงย้อยยาน สุนัขนอนใต้ร้านกัดกินไป ครั้นยิ่งฟันก็ยิ่งสั้นไปหมดสิ้น หายืดลงถึงดินนั้นได้ไม่ พระโลกุตราจารย์บรรหารไว้ ว่านานไปจะได้เห็นที่เข็ญมี ชายหาลาภสักการมาบ้านเรือน หญิงก็เบือนมากมายจำหน่ายหนี ทำแสนงอลซ่อนทรัพย์ดูอัปรีย์ ทำข่มขี่หยาบคายให้ชายกลัว ทำยักยอกลักทรัพย์นับให้ชู้ ตะคอกขู่ให้เกรงข่มเหงผัว ชายก็เขลาเมารักสมัครมัว เห็นผัวกลัวกลับข่มให้สมใจ พระพุทธองค์ ทรงอธิบายทำนายความฝันนี้ไว้ว่า จะเกิดในภายหน้าเมื่อมนุษย์ไร้ศีลธรรม บรรดาสตรีจะนอกกายนอกใจสามี เห็นแก่อามิส ประพฤติเลวทราม เอาแต่แต่งตัวเที่ยวเตร่ตามถนนหนทาง คบชู้สู่ชาย หรือไม่ก็เล่นการพนันทรัพย์สมบัติที่สามีหามาได้ ก็เอาไปปรนเปรอชู้ ผลาญไปกับการพนันและสิ่งฟุ่มเฟือยต่างๆ เหมือนนางสุนัขจิ้งจอก ที่คอยกัดกินเชือกที่ชายคนหนึ่งกำลังฟั่น แล้วหย่อนลงใต้ตั่ง ฉันนั้น ข้อสังเกตจากพุทธทำนายตอนนี้ เราจะเห็นว่า ข่าวการผิดศีลข้อสาม มีเป็นประจำ จนเป็นเรื่องธรรมดาสามัญไปแล้วเรียกว่า ชั่วกันจนเป็นปกติวิสัย ขนาดเป็นเรื่องเป็นราวฟ้องร้องเข่นฆ่าราวีกันมีมากต่อมาก เหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะ สิ่งมอมเมาด้านกามารมณ์มีมาก จนยากที่จะยับยั้งได้ สถานที่เริงรมย์ก็อุดมไปด้วยสิ่งยั่วเย้าให้เกิดราคา ตัณหา การแต่งกายของสตรีทุกวันนี้ ก็นิยมโชว์สิ่งยั่วยวนชวนมอง ผ่าล่าง ผ่าบน ใครนุ่งผ้า นุ่งกระโปรงไม่ผ่าให้เห็นขาอ่อน ก็ถือว่าไม่ทันสมัย คนสมัยนี้จึงจิตใจอ่อนแอ เพราะถูกกามมอมเมาไว้มาก เมื่อมีเหตุปัจจัย หรือได้โอกาส ก็จะสมสู่ผิดประเวณีกันง่ายๆ โดยไม่เลือกลูกผัวเมียใคร แล้วปัญหาครอบครัวก็จะตามมา เกิดลูกไม่มีพ่อบ้าง หรือไม่รู้ว่าใครเป็นพ่อที่แท้จริงของลูกบ้าง เกิดการหึงหวงกันจนกระทั่งหย่า และฆ่ากันตาย เพราะนอกกายนอกใจกันก็มีมาก การแก้ปัญหาเรื่องนี้เป็นเรื่องยาก ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายๆฝ่าย แต่ทุกวันนี้หาเป็นเช่นนั้นไม่ ฝ่ายเรียกร้องให้ลด ละ เลิก อบายมุข ก็ทำงานกันแทบตาย แต่ฝ่ายผลิตสิ่งมอมเมาก็ผลิตกันอย่างเอาเป็นเอาตายเหมือนกัน เพราะมีรายได้ดี แถมรัฐบาลยังสนับสนุนส่งเสริมเสียอีก อย่างเช่น โรงเหล้า โรงบุหรี่ บาร์ ไนต์คลับ อาบ-นวด สลากกินแบ่ง โชคดีที่เรื่องกาสิโนถูกระงับไปได้ เพราะคนไทยยังเคารพพระพุทธเจ้าอยู่บ้าง ไม่ทราบเหมือนกันว่า อบายมุขที่สอนกันตามโรงเรียนนั้นสอนเพียงให้รู้ ให้จำไว้ แค่นั้นหรือ ? รู้ทั้งรู้ว่า อบายมุขเป็นทางแห่งความฉิบหาย แต่กลับเอาความฉิบหายมาหากินกับประชาชน คนสอนธรรมะ สอนศีลธรรม จริยธรรม ทำงานกันจนตายก็ไม่จบ เหมือนกับสภาพของสุบินนิมิตข้อนี้เหมือนกัน คือฝ่ายสร้างความดีก็ทำไป ฝ่ายคอยลบล้างความดี คือ สร้างสิ่งชั่วร้าย ให้กลบกลืนกินความดีก็ทำไป อย่างไม่หยุดยั้งเช่นกัน ใครรูตัวว่ากำลังตัวประดุจสุนัขจิ้งจอก ที่กัดกินเชือกหนัง คือสร้างหรือสนับสนุนสิ่งชั่วร้าย ที่คอยทำลายความดีอยู่ก็โปรดเลิกเสีย มาช่วยกันสร้างสรรค์สังคมให้ดีกันกว่า สังคมเราจะได้อยู่เย็นเป็นสุข จะได้ไม่เป็นอย่างที่พระพุทธองค์ทำนาย เพราะมนุษย์มีศีลธรรม แต่ถ้ามนุษย์ ยังไร้ศีลธรรมอยู่ สังคมก็จะต้องเดือดร้อนอย่างที่พระพุทธเจ้าทำนายไว้แน่
มีมุข
|
| กฐินวัดวังน้อยวนาราม ปี2551 | ||
กฐินวัดวังน้อยวนาราม ปี51 |
||
|
View All |
||
| << | มีนาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||