พิมพ์หน้านี้
|
ข้าวสารมาจากไหน ? ข้าวมาจากไหน ? มีคำตอบอยู่ในคำบอกเล่าหลายสำนวน เช่น เรื่อง แถน เรื่องควาย และเรื่องหมา ฯลฯ ล้วนให้กำเนิดพันธุ์ข้าว แต่คนบางกลุ่มเชื่อว่าคางคกต่างหากเอาพันธุ์ข้าวปลูกจากฟากฟ้าลงมาให้มนุษย์ปลูกกิน มีคำบอกเล่าของตระกูลไทย-ลาว ละแวกสองฝั่งโขงเรื่องพญาคันคาก (คางคก) ดังต่อไปนี้ พญาเอกราชมีมเหสีนามว่าสีดา ครองเมืองอินทปัตถ์ในชมพูทวีป ต่อมาพระโพธิสัตว์กำเนิดในครรภ์นางสีดา แล้วคลอดออกมาเป็นคันคาก เมื่อท้าวคันคากโตเป็นหนุ่มก็อยากมีเมีย แต่บิดาไม่เห็นด้วย เพราะลูกเป็นสัตว์จะแต่งงานกับคนย่อมไม่สมควร ชาวบ้านชาวเมืองจะดูหมิ่นดูแคลนท้าวคันคากจึงอ้อนวอนขอให้พระอินทร์ช่วย โดยอ้างบุญกุศลที่เคยกระทำมา พระอินทร์ก็ลงมาเนรมิตปราสาทแก้วไว้กลางเมือง แล้วนำนางแก้วมาจากอุตรกุรุทวีปไว้ที่ปราสาทเพื่อเป็นเมียท้าวคันคาก เมื่อบิดากับมารดาเห็นปราสาทก็มาเยี่ยมท้าวคันคากกับสะใภ้ในปราสาท แล้วจัดพิธีอถิเษกให้ท้าวคันคากเป็นเจ้าเมืองแทนตน นับแต่พญาคันคากได้ครองเมือง บรรดาพญาน้อยใหญ่ทั้งหลายตลอดจนสัตว์ต่างๆ ก็อ่อนน้อมขอเป็นบริวารมากมาย ทำให้แถนโกรธ จึงไม่ยอมให้นาคเล่นน้ำฝน ฝนก็ไม่ตก บ้านเมืองเกิดแห้งแล้ง ผู้คนและสัตว์ล้มตายเป็นจำนวนมาก พญาคันคากเห็นดังนั้นจึงไปตามพญานาคครุฑ และปลวก ช่วยกันก่อภูเขาทำหนทางขึ้นไปรบกับแถน ครั้นรบชนะ พญาคันคากบังคับให้แถนแต่งน้ำฝนให้ตกต้องตามฤดูกาล พญาแถนถามว่าจะรู้ได้อย่างไรว่าเมืองมนุษย์ต้องการน้ำตอนไหน เมื่อไหร่ พญาคันคากตอบว่าจะส่งสัญญาณให้พญานาคมาบอกแล้วเล่นน้ำบนฟ้า พญาแถนบอกว่าฟ้าแถนอยู่ไกลมาก กว่าพญานาคมาบอกจะช้าไป พญาคันคากยกมือตบหัวพญาแถน แล้วอธิบายว่าจะให้พญานาคขี่บั้งไฟขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เมื่อได้ยินเสียงแล้วมองเห็นบั้งไฟมีหัวพญานาค ก็ให้ไขน้ำ ทำฝนหล่นลงเมืองมนุษย์ทันที พญาแถนน้อมรับคำสั่งสอนของพญาคันคากทุกอย่าง แล้วสั่งให้ไพร่พลลูกเมียเตรียมสำรับกับข้าวเลี้ยงดูกองทัพพญาคันคาก พญาคันคากไม่รู้จักข้าว เลยถามว่ามันคืออะไร พญาแถนบอกว่าเมืองฟ้าแถนมีข้าวปลูกไว้กิน เป็นข้าวหอมและอร่อยมาก แล้วอธิบายสรรพคุณยืดยาว พญาคันคากเลยสั่งให้พญาแถนเอาข้าวลงไปปลูกในเมืองมนุษย์ พญาแถนถามว่าจะเอาเมล็ดข้าวขนาดไหนเพราะมีหลายขนาด มีทั้งเมล็ดเล็กเมล็ดใหญ่กับมีเมล็ดเรียวยาวและเมล็ดอ้วนป้อม พญาเสือได้ยินดังนั้น จึงร้องบอกไปว่าเมล็ดอย่างไหนก็ได้ แต่ขอให้มีรวงยาวเท่าหางเสือของข้าก็แล้วกัน พญาคันคากทำหน้าถมึงทึง แล้วร้องบอกว่าอย่าเสือก เป็นเสือใส่เกือก คืออย่าเสือกอย่าทะลึ่งเหตุนี้เสือเลยกลัวคันคากคางคกตั้งแต่นั้นมา พญาคันคากบอกพญาแถนว่ารวงข้าวให้ยาวแค่วาของข้า เมล็ดข้าวเท่ามะพร้าว ต้นข้าวเท่าลำตาลก็พอแล้ว พญาแถนรับคำ แล้วบอกเพิ่มเติมว่าข้าวพวกนี้เมื่อโตเต็มที่แล้ว เมล็ดข้าวจะหล่นจากรวงเอง แล้วจะแล่นไปเข้ายุ้งฉางเล้าข้าวเอง ขอให้มนุษย์ทำยุ้งฉางเยียข้าวคอยไว้เท่านั้น เมื่อสำเร็จเสร็จสรรพแล้ว พญาคันคากก็พาสารพัดสัตว์ไพร่พลทั้งหลายลงจากเมืองแถนแดนฟ้า กลับสู่แดนดินเมืองชมพูตามเส้นทางเดิมที่ปลวกทำไว้ นับแต่พญาคันคากร่างคางคกยกรบชนะพญาแถน บรรดาผู้คนและสัตว์พืชในโลกชมพูทวีปก็อุดมสมบูรณ์พูนสุขทุกประการ พืชพันธุ์ว่ายาอาหารมั่นคง ถึงเดือนอ้ายได้ฉลองความร่มเย็นเป็นปีใหม่ เก็บเกี่ยวพืชผล จนถึงเดือนห้าฟ้าฝนแห้งแล้งก็แต่งยกยอพญานาคขี่บั้งไฟขึ้นไปบอกแถนฟ้า น้ำฟ้าน้ำฝนก็หล่นลงมาเป็นธรรมชาติไม่ขาดแคลนตามคำแถนตกลงไว้ ข้าวทิพย์ข้าวแถนเมล็ดเท่าลูกหมากพร้าวต้นลำตาลก็เอกเกริกเบิกบานเข้ายุ้งเยียไม่เสียหายอันใดเลย อนาจจิต อนิจจา ครั้นพญาคันคากละร่างคางคก รูปคนสิ้นอายุขัยแล้วสวรรคต เมื่อช้านานกาลกำหนดความอุดมสมบูรณ์ก็เริ่มประหลาด ผู้คนในชมพูทวีปต่างขาดสำรวมจนเรรวนแล้วเกียจคร้าน เหตุเพราะความสะดวกความสบายที่พญาแถนบันดาล ผู้คนลืมทำยุ้งเยียเล้าข้าวให้พร้อมเสร็จตามเวลากำหนด เมื่อเมล็ดข้าวสุกจึงหล่นเรี่ยรายตามนาไร่ เมื่อไม่มีที่อยู่ก็บินหาที่พำนักในเรือนนอนของผู้คน เขาก็พากันเอาพร้ามีดขวานโขกสับเมล็ดข้าวจนปี้ป่นแตกตัดกระจัดกระจายเหลือเมล็ดเท่ากรวดทรายกระจิริดตั้งแต่นั้นมา |
| กฐินวัดวังน้อยวนาราม ปี2551 | ||
กฐินวัดวังน้อยวนาราม ปี51 |
||
|
View All |
||
| << | มีนาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||