พิมพ์หน้านี้
|
จระเข้ไม่มีลิ้นจริงหรือ ว่ากันว่าจระเข้นั้นไม่มีลิ้น เพราะถูกระต่ายถีบจนลิ้นขาด มีเรื่องเล่ากันว่า จระเข้ตัวหนึ่งงับกระต่ายเอาไว้ได้ ก่อนที่มันจะกินก็คำราม ฮือ ๆๆ กระต่ายเจ้าปัญญาบอกจระเข้ว่า ร้องฮือ ๆๆ ข้าพเจ้าไม่กลัวหรอก ต้องร้อง ฮา ๆๆ จระเข้หลงเชื่ออ้าปากร้อง ฮา ๆๆ กระต่ายได้ทีกระโจนถีบลิ้นจระเข้ขาด ขณะเดียวกันจระเข้ก็งับหางกระต่ายขาด เพราะฉะนั้นจระเข้จึงไม่มีลิ้น และกระต่ายก็หางกุดตั้งแต่นั้นมา แต่ในหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ในวันเสาร์ที่ ๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๘ ว่า ความจริงจระเข้มีลิ้นแต่แลบลิ้นไม่ได้กระดกไม่ได้ เรื่องจริงเป็นอย่างไรขอท่านพิสูจน์ได้ที่ฟาร์มจระเข้จังหวัดสมุทรปราการนั้นเถิด ********** เรื่องหนอนขี้เมา หนอนจึงคลานเข้าไปดูดกินหยดเหล้าทีชายสองคนทำหกไว้ มันดูดกินด้วยความอร่อยจนท้องกาง ด้วยความเมามันคลานต่อไปจนถึงกองอุจจาระเปียกมันเข้าใจว่าเป็นเจ้าโลกแล้ว ดูซี ขนาดแผ่นดินยังทานตัวเราไม่ได้ถึงกับยุบลงไป เราเป็นเจ้าโลกแน่ พอดีขณะนั้นมีช้างเชือกหนึ่งเดินผ่านมาพอได้กลิ่นอุจจาระก็เดินหนี หนอนเห็นเช่นนั้นเข้าใจว่าช้างกลัวจึงร้องท้าช้างว่า เจ้ากล้ามาพบประสบข้า ผู้แกล้วกล้า เก่งกาจ องอาจหาญ แน่ะ ช้างเอ๋ยเคยเก่งไม่เกรงราญ มาประหาญรุกรบจะหลบใย ช้างได้ยินก็คิดว่า ชิๆ เจ้าหนอนนี่ช่างบังอาจมาท้าเราได้ เราเหม็นอุจจาระดอก จึงเลี่ยงไปมันหาว่าเรากลัวจำจะต้องให้มันเห็นฤทธิ์เราเสียบ้าง ว่าแล้วช้างก็เดินเข้าไปใกล้หนอนร้องสำทับว่า หนอนเอ๋ยหนอน ข้ามาที่นี่เพื่อบี้เจ้า งวงงาเท้าไม่ต้องใช้เพราะไม่สม จักขยี้ชีวาเจ้าด้วยอาจม ลงทับถมตัวเจ้าให้เข้ากัน ว่าแล้วช้างก็ถ่ายอุจจาระเผละลงไปบนตัวหนอน หนอนเจ้าโลกในความฝันก็จบชีวิตลงด้วยประการฉะนี้ ********** หนอนตัวหนึ่งคลานไปคลานมา คลานไปเจอกับเจ้าหยดสุราที่ชายเพื่อนกันสองคนซึ่งจากกันไปไม่นาน เมื่อมาพบเข้าก็ดีใจจึงเลี้ยงเหล้าเป็นการฉลองฉลาดแกมโกง ยายมิ่งก็ว่า ก็ฟันของยายหักหมดแล้วนะซี แก้มจึงตอบ เจ้าแก้วจึงว่า อ้อดีแล้วยาย ฉันมีวิธีที่จะทำให้ฟันของยายให้ดีได้ยายจะเอาไหม ก็ดีซี ยายตอบ เจ้าแก้วก็ออกลวดลาย ยายๆ ตอนนี้ฉันกำลังหิว ไม่มีแรง จะทำฟันของยายให้ดีได้ ต้องขอฉันกินขนมก่อนนะ ยายกำลังดีใจจะกลับเป็นสาวขึ้น จึงยอมให้เจ้าแก้วกินขนมถ้วยเสียจนท้องกาง เอาละยายฉันพร้อมแล้ว ไหนยายอ้าปากซิ ยายดีใจอ้าปากจนกว้าง โอ้ ยายอย่างนี้ฉันทำไม่ได้หรอก เพราะฟันของยายหลุดนี่ไม่ใช่หัก ฉันทำไม่ได้จริงๆ ยายมิ่งบ่นพึมพำ เราเกิดมาจนหัวหงอก ก็เพิ่งถูกเด็กหลอกวันนี้เอง ซวยจริงๆ มันเข้าตำราโบราณว่า ผีมันหลอกช่างผีตามทีมัน คนเหมือนกันหลอกกันเอง กลัวเกรงนัก เสียขนมน่ะไม่ว่า แต่มันเสียรู้นี่สิมันน่าเจ็บใจนัก และซ้ำร้าย เสียรู้เด็กเสียด้วย ********** เจ้าแก้วเห็นยายมิ่งแม่ค้าขายขนมถ้วยตะไล มันนึกอยากจะกินเหลือเกิน แต่ไม่มีเงินจะซื้อ แต่มันฉลาดแกมโกง จึงเดินเข้าไปหายาย ทำทีเป็นถามยายว่า ยายๆ ทำไมแก้มยายจึงตอบอย่างนี้ล่ะสมเด็จโตปะทะคารมกับแขก วันหนึ่งศิษย์วัดระฆังไปฟ้องสมเด็จโตว่า หลวงพ่อครับ แขกที่ข้างวัดมันปล่อย ให้แพะที่เลี้ยงไว้มากินใบโพธิ์ที่นำมาจากพุทธคยา ประเทศอินเดียหมดแล้ว สมเด็จฯ ท่านลงจากกุฏิแล้วเข้าไปต่อว่าแขกคนนั้น แต่ต้องสงบปากสงบคำเมื่อเจ้าแขกมันย้อนว่า ต้นโพธิ์ต้นนี้คนละต้นกับที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ ต้นที่ประทับ นั่งตรัสรู้อยู่ที่ประเทศอินเดียนู่น ในวันต่อมาเจ้าแขกเลี้ยงแพะก็เข้าไปฟ้องสมเด็จฯว่า ศิษย์ของสมเด็จฯ กลั่นแกล้งโดยนำเนื้อหมูลงไปคลุกในกะทะ สมเด็จฯ ได้ทีเลยปลอบใจแขกเลี้ยงแพะว่า หมูตัวนี้มันคนละตัวกับที่พระเจ้าห้าเหมือนกับต้นโพธิ์นั่นแหละ เจ้าแขกเลยไม่กล้าติดใจเอาความกะสมเด็จฯ อีกต่อไป ********** แมว ๕ หมา ๔ เป็นกาลกิณีจริงหรือ เอาไปปล่อยที่วัด เพื่อนตอบ บัณฑิตสงสัยจึงถามว่า เอ ก็สุนัขทั้ง ๔ ตัวนั้นน่ะ น่ารัก น่าเอ็นดู ทำไมคุณจะไปปล่อยเสียหล่ะ เพื่อนชี้แจงว่า โบราณท่านถือว่า แมว ๕ หมา ๔ ห้ามเลี้ยงเป็นกาลกิณี ใครเลี้ยงไว้เป็นอัปมงคล บัณฑิตจึงขออนุญาติรับสุนัขทั้ง ๔ ตัวไปเลี้ยงเอง สุนัขทั้ง ๔ ตัว โตวันโตคืน เพราะได้รับการเลี้ยงดูอย่างดี มันรักเจ้าของมากไปไหนก็ตามไปด้วย วันหนึ่งบัณฑิตออกจากบ้าน เจ้าสุนัขทั้ง ๔ ก็ล้อมหน้าล้อมหลังตามไปเป็นพรวน ขณะนั้นเองงูเห่าใหญ่ตัวหนึ่งพุ่งตัวออกจากกอหญ้า ทำท่าจะกัดบัณฑิต สุนัขตัวหนึ่งกระโจนเข้าไปกัดคอ สุนัขอีก ๓ ตัว กระโจนเข้าไปรุมกัดงูเห่าตัวนั้น จนกระทั่งตายอยู่ ณ. ตรงนั้นเอง บัณฑิตดีใจเป็นที่สุด เข้าไปโอบกอดสุนัขทั้ง ๔ ตัว ด้วยน้ำตา แล้วพูดว่า เออ ข้ารอดตายมาได้คราวนี้ ก็เพราะพวกเจ้าช่วยป้องกัน มิฉะนั้นแล้ว ข้าต้องตายแน่ๆ ฉะนั้นโบราณว่า แมว ๕ หมา ๔ เป็นกาลกิณีนั้นไม่จริง ข้าไม่เชื่อ บัณฑิตคนหนึ่งไปเยี่ยมเพื่อนบ้านเห็นกำลังนำลูกสุนัขใส่เข่ง จึงถามว่า นี่คุณจะนำสุนัขนี่ไปไหน |
| กฐินวัดวังน้อยวนาราม ปี2551 | ||
กฐินวัดวังน้อยวนาราม ปี51 |
||
|
View All |
||
| << | มีนาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||