พิมพ์หน้านี้
|
แผ่นดิน ... วิปริต
พุทธทำนาย เป็นเรื่องราวที่มาตั้งครั้งพุทธกาลพระพุทธองค์ทรงอธิบายทำนายสุบินนิมิตของพระเจ้าปเสนทิโกศล ไว้ว่าเหตุการณ์เลวร้ายหรือภัยพิบัติต่างๆจะเกิดแก่สังคม ในยุคที่ผู้นำหรือผู้ปกครองของคดโกง เบียดเบียนคนดีมีคุณธรรม จึงทำให้เกินความระส่ำระสายเดือดร้อนขึ้นในสังคมยุคนั้นๆ สังคมไทย ในยุคปัจจุบันของเรา จะเป็นอย่างพี่พระพุทธองค์ทรงอธิบายทำนายไว้หรือไม่ ก็ขอเชิญท่านติดตามเรื่องราวของ พุทธทำนาย ได้ต่อไป... ก่อนที่จะเขียนเรื่อพุทธทำนาย ก็ใคร่จะเขียนถึงเรื่องของความฝันให้ทราบก่อนว่าเกิดจากอะไร และจะเป็นจริงหรือไม่ สาเหตุความฝันของคนเรามีได้หลายอย่างแต่โดยหลักๆก็เกิดเพราะ ๑ เทพนิมิต เป็นความฝันที่เกิดจากจิตดีของตัวเอง ที่ทำงานอยู่ขณะหลับ บางทีก็บอกเหตุการณ์ต่างๆ หรือไม่ก็สอนตัวเอง ให้แง่คิดอะไรดีๆหลายอย่าง เป็นจิตใต้สำนึกที่ดีที่อาจอื่นที่ต้องอธิบาย แปล เทียบเคียงออกมาอีกที มิได้เกิดจากเทพหรือเทวดา ศาสนาพุทธเราเน้นเข้าหาตัว ไม่ให้ไปหลงเทวนิยมเหมือนศาสนาอื่น ๒ จิตนิวรณ์ เป็นเรื่องของกิเลสภายในที่ยังมีกามพยาบาท ถีนมิทธะ อุทธัจจะ และวิจิกิจฉาอยู่ จิตหนักไปทางไหนก็จะฝันไปเรื่องนั้นหาสาระมิได้ ๓ ลางสังหรณ์ เป็นเรื่องของคนที่จิตใจห่วงกังวลเรื่องใดเรื่องหนึ่ง หรือคิดถึงใครก็อาจมีจิตประหวัดถึงคนนั้น เป็นเรื่อง เป็นราว เป็นลางสังหรณ์ต่างๆ นานาได้ ตรงบ้างไม่ตรงบ้าง เอาแน่เอานอนไม่ได้ ๔ ธาตุกำเริบ เกิดจากไฟธาตุในร่างกายไม่ปรกติแปรปรวน จนมีผมต่อความคิด ทำให้ฝันฟุ้งซ่านไปต่างๆนานา ความฝันของคนเราจึงเอาแน่ไรไม่ได้ นอกจากบางครั้งที่จิตใจสงบดี ก็อาจจะฝันในลักษณะของเทพนิมิตก็ได้ ดังพุทธ-ทำนายที่มีมาในพระบาลีมหาสุบินชาดก เอกนิบาต ซึ่งจะนำมาเล่าสมัยเราท่านทั้งหลายที่กำลังมีชีวิตอยู่ขณะนี้ พุทธทำนาย เป็นเรื่องที่สะท้อนสภาพสังคมที่กำลังเลวร้าย เพราะผู้คนไร้ศีลธรรม ดังที่จะมาอธิบายต่อไปนี้ ในสมัยพุทธกาล พระเจ้าปเสนทิโกศลมีเมืองสาวัตถีเป็นนครหลวง ได้ทรงนิมิตหลากถึง ๑๖ ประการทรงเกรงว่าอันตรายจะเกิดกับพระองค์ จึงให้พราหมณ์ ปุโรหิตทำนาย พราหมณ์ได้พยากรณ์ว่า อันตรายจะเกิดแก่พระชนม์ชีพของพระองค์ พระอัครมเหสี และราชสมบัติ และได้ทูลแนะนำให้ฆ่าสัตว์บูชายัญเดาะเคราะห์ (คงจะเหมือนพระบางองค์สมัยนี้ ที่ชอบแนะนำให้คนสะเดาะเคราะห์ ทำบุญ และหา ผลประโยชน์ จากคนเคราะห์ร้ายต่อหนึ่งนั้นเอง) แต่โชคดีที่เหตุการณ์คราวนั้น พระนางมัลลิกาเทวี พระมเหสี ได้แนะนำให้พระเจ้าปเสนทิโกศลไปทูลถามพระพุทธเจ้าก่อน พระพุทธองค์ ก็ทรงมีพุทธฏีกาทำนายว่า ผลของพระสุบินนิมิต จะไม่เกิดแก่พระเจ้าปเสนทิโกสล แต่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันห่างไกล ถ้าผู้ปกครองบ้านเมืองไม่ตั้งอยู่ในทศพิธราชธรรม ชนทั้งหลายย่อหย่อยในศีลธรรม จิตเสื่อมคลายจากกุศล ก็จะเกิดเหตุวิปริตผิดธรรมชาติ บ้านเมืองเดือดร้อน ดังที่ทรงอธิบายทำนายไว้ดังนี้ ความฝันข้อที่หนึ่งของพระเจ้าปเสนทิโกศล มีอยู่ว่า ********** ได้เห็นโคอุสุภ(วัวตัวผู้) ๔ ตัว วิ่งมาจากทิศทั้ง ๔ วิ่งคำรามเข้าใส่กันก็ไม่ชน กลับหนีหายจากกัน ********** พระพุทธองค์ทรงอธิบายทำนายไว้ ตามที่โบราณจารย์ได้รจนาเป็นบทกวีว่า โปรดอภิปราย ทายว่า ฤดูฝน เมฆหมอกบน มือมิด ทุกทิศสลัว ดังจะปราย สายพิรุณ ขุ่นเขียวมัว พานุพัด กลัดกลั้ว ละลายไป จะลำบาก ยากใจ แก่ไหร่พล ด้วยฟ้าฝน ไม่ตกมา ในนาไร่ ทั้งต้นข้าว เต้าแตง เหี่ยวแห้งไป อีกผมไม้ ม่วงปราง จะบางเบา เกิดข้าวยาก หมากแพง ทุกแหล่งหล้า ฝูงประชา แค้นคับ ลงอับเฉา ด้วยมนตรี มีโมหา ปัญญาเยาว์ ลำเอียงเอา อามิส ไม่คิดธรรม์ ตามคำทำนายของพระพุทธองค์ เราจะเห็นได้ว่า เมื่อคนเห็นแก่ตัวมากขึ้น แม้แต่ข้าราชการก็ฉ้อฉล เห็นแก่อามิสสินจ้างปล่อยให้คนตัดต้นไม้ทำลายป่า ทำลายสมดุลทางธรรมชาติ ฝนฟ้าจึงไม่ตกต้องตามฤดูกาล มีแต่เมฆหมอกตั้งเค้าทะมึน แต่ก็ไม่มีฝนตก พื้นปฐพีมีแต่ความร้อนและแห้งแล้ง ในที่สุดก็เกิดภาวะข้าวยากหมากแพง อดอยากยากแค้นไปทั่ว หรือจะอธิบายอีกลักษณะหนึ่งได้ว่า ประเทศแห่งพระพุทธศาสนา จะถูกจ้องมองจากมหาประเทศจากทิศทั้งสี่ ซึ่งทำท่าจะประกาศสงครามกัน แต่ก็ไม่กล้า เพราะต่างก็มีอาวุธร้ายแรง ระดับนิวเคลียร์ปรมาณูด้วยกัน นอกจากนี้ ยังแปลได้อีกนัยหนึ่งว่า เหมือนกับคนที่ ... พอฟังธรรมคำสอน ก็เกิดเลื่อมใสศรัทธา บอกว่าจะปฏิบัติธรรม เลิกสิ่งที่เคยติดเคยหลง แต่แล้วก็ไม่เอาจริง เหมือนชาวพุทธทุกวันนี้ ทำท่ารับศีลจากพระเสียดิบดี แต่แล้วก็ไม่ปฏิบัติ ชอบกินเหล้าเมายา ฆ่าสัตว์เป็นประจำ งานบุญของชาวบ้านก็มีแต่อบายมุข ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ล้มวัว ล้มควาย เลี้ยงสุรายาเมากันจนเป็นธรรมดาไปหมดแล้ว จนไม่รู้ว่าเขากำลังทำบุญหรือ ทำบาปกัน เรื่องราวของโคอุสุภที่ทำท่าจะชนกัน ก็อธิบายได้หลายนัยดังกล่าวนี้ ตอนแรกของพุทธทำนาย ก็เป็นเรื่องที่สะท้อนให้เห็นถึงสภาพของสังคมที่ทุกข์ร้าน เหตุเพราะคนไร้ศีลธรรม พุทธทำนายยังมีอีกหลายตอน ที่สะท้อนภาพสังคม ที่กำลังฟอนเฟะได้ชัดกว่านี้ |
| กฐินวัดวังน้อยวนาราม ปี2551 | ||
กฐินวัดวังน้อยวนาราม ปี51 |
||
|
View All |
||
| << | มีนาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||