วันอาทิตย์ ที่ 30 มีนาคม 2551
บุญไม่เกี่ยว เหนียวไว้ก่อน
Posted by
wadwangnoy
,
ผู้อ่าน : 235
, 16:35:02 น.
พิมพ์หน้านี้
|
บุญไม่เกี่ยว เหนียวไว้ก่อน

ติ๋งหนืดเป็นคนขี้เหนียวมาก ทั้งชาติยังไม่เคยให้ของใครเลย เวลาใครเอาอะไรมาให้ก็มักพูดแซวว่า แล้วเงินล่ะมีไหม ออกเงินค่าอะไรให้ใครบ้างไม่เคย ออกแทนไปแล้วต้องทวงคืน จนใครๆ ในบริษัทตั้งให้เป็นนายกสมาคมขี้เหนียวแห่งชาติ ความเหนียวนี่ก็บดบังสายตา เวลาใครทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้พ่อแม่ ก็คิดในใจว่า พระกินข้าวไปหมดแล้ว จะไปถึงพ่อแม่ได้ไง คิดแล้วรู้สึกตัวเองฉลาดไม่ถูกหลอก ติ๋งหนืดไม่รู้ว่าการถวายข้าวพระ พระฉันแล้ว จึงมีชีวิตผ่านวันนั้นไป ได้มีโอกาสปฏิบัติธรรม หรือเผยแพร่ศาสนาต่อไป นั่นคือบุญ และเป็นบุญที่จะเกิดแก่ติ๋งหนืด และบุญนั้นแหละที่ และบุญนั้นแหละที่จะอุทิศให้พ่อแม่ พ่อแม่ต้องรอกินข้าวปีละจานของติ๋งหนืดซะที่ไหน และจะกินได้อย่างไร ให้หายวับไปอย่างการ์ตูนหรือ ติ๋งหนืดไม่รู้ ขี้เกียจคิด รำคาญ เวลาติ๋งหนืดเห็นบุญตวงหอบของไปบริจาค ติ๋งหนืดจะเสียดายแทน และคิดไม่ตกว่าเกตุใดจะต้องเอาไปบริจาค ทีคนอื่นไม่เห็นมาบริจาคให้เราบ้างเลยทำนองนั้น ติ๋งหนืดเห็นว่าการบริจาคมีแต่การให้ออกไป มีแต่เสียของไป ไม่ได้อะไรคืนมา ตวงบุญบอกว่า เราจะได้คืนมาเก็บไว้ ท่านเรียกว่าเป็นอริยทรัพย์ เป็นทรัพย์ที่ดีกว่าที่ติ๋งหนืดมี เพราะอันนี้ตายแล้วเอาไปไม่ได้ แต่อริยทรัพย์จะติดตัวติ๋งหนืดไปชาติหน้าได้ ติ๋งหนืดควรบริจาคเสียบ้าง ชาติหน้าติ๋งหนืดจะต้องใช้อริยทรัพย์นี่มากเลย ด้วยจะต้องไปเกิดเป็นอาจกแน่ๆ จากผลของความเป็นคนขี้เหนียวในชาตินี้ วันหนึ่งตวงบุญเล่านิทานให้ฟังว่า มีชาย ๒ คน ตอนจะเกิด เทวดาให้เลือกว่าจะเป็นผู้รับ หรือผู้ให้ คนแรกขอเป็นผู้รับ ได้เกิดเป็นขอทาน ส่วนคนที่สองขอเป็นผู้ให้ ได้ไปเกิดเป็นเศรษฐี เพราะการจะให้ได้แสดงว่าต้องมี ตวงบุญหวังว่าเล่าแล้วติ๋งหนืดอาจจะอยากเป็นเศรษฐี จะได้เริ่มบริจาค ติ๋งหนืดถือว่าตัวไม่เกี่ยวกับนิทานเรื่องนี้ เพราะแม้จะไม่ให้ใคร แต่ก็ไม่เคยรับของใคร เท่ออก ตวงบุญหัวเราะ ไม่รับจริงหรือ เราทุกคนอยู่ในโลกนี้ต้องรับ และเป็นหนี้อะไรหลายอย่าง พ่อแม่เลี้ยงเรามา เราก็รับแล้ว บริษัทจ้างเราทำงาน เราก็รับแล้ว เราทำงานให้บริษัท บริษัทก็รับแล้ว คือมันต้องทั้งรับ และให้ซึ่งกันและกันไปทั้งนั้น ครูต้องสอนนักเรียนถึงได้เรียน หรือแม้แต่สายลม แสงแดด เราก็รับเอามา เราเป็นหนี้ธรรมชาติด้วย เกิดมาอยู่กินบนแผ่นดินนี้ ก็ต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดินด้วย แล้วคนที่เธอไปบริจาค เขาทำอะไรให้เธอ ติ๋งหนืดยังมืดมน พระสอนให้เราเมตตา สอนการให้ทาน เราควรช่วยเหลือกันและกันในสังคม ถ้าทุกคนเห็นแก่ตัวกันหมด คนลำบากมากๆ อาจต้องไปจี้ปล้น การช่วยเหลือกันทำให้สังคมมีความสุข เวลาเราเดือดร้อน เรายังอยากให้มีคนมาช่วยเหลือเราบ้างเลย พอมีใครมาช่วยเหลือ เราก็ดีใจประทับใจไปนาน ติ๋งหนืดยังเฉยๆ มองภาพห่วงโซ่สังคมไปไกลๆ ไม่เห็น สายตามันสั้น แต่วันนี้ตวงบุญมาขอบริจาค อะไรก็ได้ เป็นครั้งที่สิบแล้วมั้ง ชักอายขึ้นมานิดๆ ถึงจะขี้เหนียวแต่ก็ยังอายเป็น ตวงบุญอยากให้ติ๋งหนืดรู้จักการให้ จึงมาเอ่ยชวนบ่อยๆ หวังผลเพียงว่า วันหนึ่งติ๋งหนืดจะสว่างในธรรม แม้เพียงเท่าเทียนไขแท่งจิ๋วก็ยังดี เธอรู้ว่าจะต้องเริ่มทีละจิ๋วๆ ของจิ๋วๆ ก่อน ถ้าบุญพอมี อีกหน่อยติ๋งหนืดจะคลายความขี้เหนียวลงได้เอง แม่ว่าอาจจะเป็นชาติหน้า ขอเสื้อที่ติ๋งหนืดไม่ชอบมากๆ ไม่เคยใส่เลยมาแล้วอย่างน้อย ๒ ปี ที่เก็บไว้ก้นตู้ ขอตัวเดียว เพื่อไม่ให้เสียหน้ามากไป ติ๋งหนืดจึงให้รางวัลความพยายามของตวงบุญด้วยการพยักหน้า แล้วบอกว่า คราวนี้ฉันขอทำบุญกับเธอด้วยการอนุโมทนาบุญก่อนล่ะกัน คราวหน้าจะให้ ติ๋งหนืดกัดฟัน เสื้อหนึ่งตัว
|